เรียนแพทย์ต่างประเทศ(Europe) หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากวันสอบติด ถึงวันลาออก Ep.2 [ยินดีให้แชร์]

วิว
#แพทยศาสตร์ #เรียนต่อนอก #เรียนหมอ #ซึมเศร้า #ยุโรป
ใครยังไม่เคยอ่าน Ep.1 ก็แนะนำไปอ่านกันได้นะคะ

ตอนนี้เราติดสินใจกลับมาอยู่ไทยและจะเข้าเรียนที่ไทยอย่างถาวรแล้ว จนกว่าจะจบได้ MD ส่วนเฉพาะทางอาจไปต่ออเมริกาถ้าทำได้ เพราะมีญาติที่นั่นด้วย และมาตรฐานก็ดี ต้องสอบผ่าน usmle 

แต่จากการรักษากับจิตแพทย์ คุณหมอแนะนำให้เราพักก่อน

***เราอยากเพิ่มเติมและให้กำลังใจคนที่เจอปัญหาใดๆก็ตามในชีวิต


เราเป็นเด็กธรรมดาคนนึงที่เคยเรียนแพทย์เพราะความฝัน และเป็นซึมเศร้า+วิตกกังวล+ภาวะแพนิค (mild- moderate depression and anxiety with panic) 

จริงๆสาเหตุก็ไม่ใช่จากมหาวิทยาลัยทั้งหมดมันมีปัญหาอื่นๆที่สะสมมานานหลายปีแล้วเป็นสิบๆปี 

แต่เราไม่สะดวกจริงๆที่จะเล่าให้ใครฟัง  ที่นี้ 

แต่มหาวิทยาลัยก็เป็นส่วนสำคัญเลยที่เราเป็นโรคนี้ เราเจอปัญหามากมาย เราเลยอยากแบ่งปันประสบการณ์

และทำไมเราอยากเป็นจิตแพทย์ก็เคยกล่าวไว้ในเพจของเรา ไปตามอ่านได้ใน Facebook 

“จากซึมเศร้าสู้ฝันที่จะเป็นจิตแพทย์”


เราไม่อยากให้ใครมาเจออะไรแบบเราและไม่อยากให้ใครรู้สึกไร้ค่า ทุกคนแม้จะล้มกี่ครั้ง ก็มีค่าในตัวเองทั้งนั้น แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือต้องอย่าฟังคำดูถูก และไม่หมดความพยายาม 

มีเป้าหมายที่แน่นอน และทำมันให้ได้ เดินหน้าต่อไป 


***แม้ขาที่เดินอาจมีแผลเต็มไปหมด แต่ถ้ามันหักก็ต้องพักรักษาตัวก่อน 

แต่ถ้ายังเดินได้ก็จะเดินต่อไปให้ถึงฝัน

- PrincessAi (quote นี้เราเขียนเอง)


***ตอนนี้ถ้าเทียบก็เหมือนขาเราหักอยู่ ยังเดินต่อไม่ได้ จิตแพทย์แนะนำให้เราพักการเรียนการสอบทุกอย่าง 1 ปีเพราะถ้าจะเข้าปีนี่ก็สอบกันช่วงนี้แหละ

และเราก็ไม่พร้อมอะไรทั้งนั้น

เรากินยาทุกวันตามหมอสั่ง และมันดีขึ้น

 

***เราแอบหมอไปสอบมา คะแนนออกมาไม่ดีมากแต่ดีกว่าที่คิด (อีกนิดยื่นทันตะมหิดลนานาชาติได้แต่ติดฟิสิกส์คะแนนไม่ถึงแต่เป้าหมายเราชัดเจนคือแพทย์” แต่ที่เราไปสอบแค่อยากรู้ว่ายามันช่วยจริงไหม เราใช้ตัวเราเองนี่แหละทดลอง และมันก็ดีขึ้นจริงๆ


***เรารัวสอบหมดทั้ง SAT Subjects(Physics +Chemistry +Biology (M)), BMAT, IELTS, TU-GET ทุกสนามเราแพนิคน้อยลงมาก มีสติขึ้น

เราไม่กลัวการสอบ ไม่กลัวโต๊ะสอบ ไม่แพนิคใดแต่

ง่วงซึมและสมองช้ามาก เลยทำข้อสอบไม่ทัน เพราะเพิ่งเริ่มกินยา แต่เราพอใจที่ปัญหาแพนิคที่เป็นมา4-5ปีของเรามันหายไปแทบจะไม่มีแล้ว เราดีใจมาก ครั้งหน้าต้องสอบได้แน่ๆถ้าเตรียมมาดีๆ


***เราอายุ 23 แต่เราไม่คิดว่าจะมีอะไรสายเกินไปสำหรับความฝัน และความมั่นคง และจะมีกี่คนที่ได้ทำแบบเรา ได้ล้มบ่อยๆได้เปิดโลก เราถือว่าทุกอย่างคือประสบการณ์และทำให้เราโตขึ้น เป็นเกราะป้องกันเราในอนาคต 

เราไม่เคยเสียดายเลยซักนิดที่เลือกทุกๆทางเดินที่ผ่านมาในชีวิต แม้มองดูเผินๆอาจดูเสียเวลา แต่ถ้าคนที่ผ่านอะไรมาเยอะ เขาจะเข้าใจว่าเรากำลังตั้งใจทำอะไร


ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้ถูกปิดการแสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    สืบเนื่องจากกระทู้ดังกล่าวทั้งสองกระทู้ (https://www.dek-d.com/board/view/3952832/

    https://www.dek-d.com/board/view/3951614/) ที่ได้เผยแพร่ออกไปและมีการพาดพิงถึงมหาวิทยาลัยในสาธารณรัฐเช็ก คือ First Faculty of Medicine, Charles University ซึ่งเจ้าของกระทู้ได้นำเสนอข้อมูลด้านเดียวทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสียชื่อเสียงกับหลายฝ่าย

    ทางสถาบันเมดโค้ชได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสถานทูตเช็ก (Czech Embassy) ประจำประเทศไทยและมหาวิทยาลัยชาร์ลสเนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวและเป็นการแสดงความเห็นเพียงฝ่ายเดียวจากเจ้าของกระทู้ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ส่งคำชี้แจงในประเด็นต่างๆตามเอกสารดังนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เจ้าของกระทู้ ผู้ปกครอง และนักเรียนท่านอื่นๆได้ฟังข้อมูลจากหลายๆฝ่ายและพิจารณาวิเคราะห์ให้ถ้วนถี่ก่อนจะเขียนแสดงความคิดเห็นต่างๆออกไปและหากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อคณบดีได้โดยตรง

    ข้อมูลเบื้องต้น:

    1. สถาบันเมดโค้ชเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยชาร์ล ในการจัดสอบคัดเลือกนักเรียนที่ประเทศไทยสำหรับคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยชาร์ล และเจ้าของกระทู้ได้มาร่วมสอบคัดเลือกเข้าเรียนปีการศึกษา 2016/2017 ซึ่งเจ้าของกระทู้สอบผ่านการคัดเลือกและเข้าเรียนชั้นปี 1

    2. เจ้าของกระทู้ได้ติดต่อกับทางสถาบันเมดโค้ชเพื่อต้องการสมัครสอบเข้าเรียนอีกครั้งในปี 2018/2019 ซึ่งทางเราได้ทำการประสานงานเรื่องการสอบคัดเลือกและเอกสารต่างๆตามขั้นตอน จนกระทั่ง เจ้าของกระทู้ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนอีกครั้ง และเริ่มเรียนในเดือน ตค. 2018

    3. ระบบการเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยชาร์ล นั้นเน้นการเรียนการสอน การศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเองในระหว่างเรียน ซึ่งมีการเรียนแบบ adult learning และนักศึกษาจำเป็นต้องอ่านหนังสือและวางแผนการสอบด้วยตนเองด้วยในระหว่างเรียน และการสอบปากเปล่า (oral examination) นั้น นักศึกษาทุกคนมีโอกาสสอบทั้งหมด 3 ครั้งโดยหัวข้อของการสอบนั้นทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งตั้งแต่ต้นเทอมให้เตรียมตัวและถ้านักศึกษาเตรียมตัวมาล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอย่อมมีโอกาสสอบผ่านแน่นนอน... ทางสถาบันเมดโค้ชได้ตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับกระทู้นี้ว่าเหตุใด เจ้าของกระทู้ทราบว่าระบบการเรียนการสอบของมหาวิทยาลัยชาร์ลมีความยากหรือง่ายอยู่แล้วในครั้งแรกของการเข้าเรียน (ในปี 2016/2017) .. เหตุใดจึงต้องการกลับเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้อีกครั้ง ในปี 2018/2019 ถ้าในครั้งแรกที่เข้าไปเรียนแล้วคิดว่าระบบการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามที่ตนเองคาดหวังไว้... เมื่อเจ้าของกระทู้สอบตกออกมาครั้งนี้ จึงมีการเขียนกระทู้ตำหนิมหาวิทยาลัย ระบบการสอน การสอบ โดยไม่ได้คำนึงถึงวิธีการเรียนของตนเองซึ่งอาจจะไม่ขยันเพียงพอในการอ่านหนังสือและตั้งใจสอบ เพราะถ้าเปรียบเทียบกับเพื่อนหรือรุ่นพี่คนไทยรุ่นเดียวกัน มีหลายคนที่สอบผ่านขึ้นไปยังปี 2,3, 4 และ 5 ได้เพราะการเรียนหมอทุกมหาวิทยาลัยต้องอาศัยความพยายามด้วยตนเองและความทุ่มเทเวลาอ่านหนังสืออย่างมาก

    4. เพิ่มเติมเรื่องการสอบตกสำหรับนักศึกษานานาชาติที่เจ้าของกระทู้ได้เขียนระบายออกไป .. ขอชี้แจ้งว่า ระบบการสอบของมหาวิทยาลัยนี้ใช้เกณฑ์เดียวกันกับเด็กท้องถิ่น (Czech Program) ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงมีนศ.ของโปรแกรมนี้สอบตก และสอบซ่อม เช่นเดียวกับ นศ. ในโปรแกรมนานาชาติ ของเจ้าของกระทู้ ... ดังนั้นที่เจ้าของกระทู้ได้เขียนจึงไม่เป็นความจริงว่าอาจารย์ไม่สนใจเด็กนานาชาติและต้องการให้เด็กนานาชาติสอบตก

    5. เพิ่มเติมเรื่องการทำงานภายหลังจบแพทย์ในประเทศเช็ก …. เมื่อเรียนจบ 6 ปี จะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ (medical license) ทันทีหลังจบ (ไม่ต้องการฝึกงานและสอบภาษาเช็กเพิ่มเติม) โดยนักศึกษาแพทย์ต้องผ่านการสอบ State Exam หรือการสอบรวบยอดของแต่ละหมวดวิชา (เทียบเท่ากับการสอบ ศรว.ในประเทศไทย) ดังนั้น ลักษณะการสอบ oral exam (สอบเป็นภาษาอังกฤษ) ตั้งแต่ปีแรกของการเรียนจึงเป็นการฝึกฝนและเตรียมพร้อมในการสอบ State Exam ต่อไปในชั้นปี 4-6 … ภายหลังเรียนจบและได้ medical license สามารถทำงานได้ใน EU ทั้งหมด

    จดหมายต้นฉบับจากคณบดี First Faculty of Medicine, Charles University ชี้แจงประเด็นต่างๆที่เจ้าของกระทู้ได้นำเสนอ

    https://image.dek-d.com/27/0835/2651/129715283https://image.dek-d.com/27/0835/2651/129715282

    จดหมายฉบับแปลภาษาไทยจากคณบดี First Faculty of Medicine, Charles University ชี้แจงประเด็นต่างๆที่เจ้าของกระทู้ได้นำเสนอ

    First Faculty of Medicine, Charles University

    สำนักงานคณบดี ณ ปราก วันที่ 3 ธันวาคม 2562

    เรียน ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (ทุกท่านที่ให้ความสนใจในประเด็นนี้)

    เนื่องจาก ขณะนี้มีประเด็นที่เกิดขึ้นนั่นคืออดีตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเราที่มาจากประเทศไทยได้กล่าวหามหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับคณะแพทยศาสตร์ของเรา ซึ่งตัวแทนมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้แปลข้อความโดยสรุปเป็นใจความสำคัญต่างๆ ด้วยเหตุนี้ผมในฐานะคณบดีจึงขอชี้แจงประเด็นสำคัญทุกเรื่องที่อดีตนักศึกษาเขียนลงในกระทู้ดังนี้

    1. ในระบบการสอบไล่ โดยเฉพาะการสอบปากเปล่า (oral examination) อดีตนักศึกษาคนดังกล่าว (Ms. Princess AI) ซึ่งเป็นเจ้าของกระทู้ ได้กล่าวตำหนิอาจารย์ผู้สอนว่ามีอคติและใช้อารมณ์ในขณะสอบปากเปล่า (oral examination) ซึ่งเป็นสาเหตุให้เธอต้องตกออกจากการเรียนในคณะนี้ จึงได้มีผู้ปกครองสอบถามเกี่ยวกับความจำเป็นของระบบการสอบปากเปล่า (oral examination) ซึ่งเป็นภาคบังคับสำหรับนักศึกษาแพทย์ทุกคนที่ First Faculty of Medicine, Charles University (LF1) เพราะในประเทศไทยการเรียนคณะแพทยศาสตร์ในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นการสอบข้อเขียนเป็นหลัก ดังนั้นจึงขอให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยอธิบายข้อดีของระบบการสอบปากเปล่าของคณะแพทยศาสตร์เเห่งนี้ด้วย

    ขอชี้แจงดังนี้ ระบบการสอบปากเปล่า (oral examination) นี้มีการใช้ทดสอบนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของเรามาอย่างยาวนานมากว่า 670 ปี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยเองได้ตระหนักถึงการเกิดอคติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นวิชาส่วนใหญ่ของ basic science ยังคงให้มีการสอบเป็นลักษณะข้อเขียน (written test) เพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้เบื้องต้นซึ่งนักศึกษาจะต้องสอบผ่านส่วนนี้ก่อน (prerequisite) และสามารถสอบในขั้นตอนต่อไปคือ การสอบปากเปล่า (oral examination) นั่นเอง

    หลายท่านในที่นี้อาจจะฟังดูแปลกสำหรับนักศึกษาที่มาจากต่างประเทศ (รวมถึงประเทศยุโรปบางประเทศ เช่น ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นต้น) แต่ในที่สุดแล้ว ถ้าผ่านกระบวนการสอบเหล่านี้ไปได้ พวกเขาจะรู้สึกขอบคุณเรา เพราะการสอบระบบนี้จะช่วยในการพัฒนาทักษะการสื่อสารของพวกเขาอย่างมากมายมหาศาล พวกเขาจะสามารถอธิบายคนไข้ได้ถึงปัญหาและแนวทางการรักษา มากกว่าเพียงแค่เขียนลงบนกระดาษเป็นคำอธิบายถึงอาการคนไข้เท่านั้น

    2. การสนับสนุนด้านการเรียนในระหว่างที่ศึกษา ณ First Faculty of Medicine, Charles University (LF1) อดีตนักศึกษาคนนี้ได้ร้องเรียนว่าไม่ได้รับการดูแลจากมหาวิทยาลัย LF1 และนี่เป็นสาเหตุทำให้เธอสอบตกเป็นจำนวนหลายๆครั้ง

    ขอชี้แจงดังนี้ ในระหว่างเปิดภาคเรียน ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่า นักศึกษาจะมีพัฒนาการและไม่เกิดการเรียนแบบตกหล่นหรือตามไม่ทันในบทเรียน อาจารย์ทุกท่านต่างมีความกระตือรือร้นที่จะสนับสนุนนักศึกษาที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานให้มีความพยายาม เพื่อที่จะสอบให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานให้ได้ จึงมีการให้คำปรึกษาและอธิบายเพิ่มเติม ดูรายละเอียดได้ที่

    LF MEDSOC (https:// Facebook.com/pg/lf1 medsoc/community) ซึ่งเป็นสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดย LF MEDSOC ได้จัดกิจกรรมหลากหลายให้กับนักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาปีหนึ่ง เช่น งานปฐมนิเทศ มี workshop และ dissection รวมถึงกิจกรรมต่างๆที่เป็นทั้งแนววิชาการและไม่ใช่ทางวิชาการ อีกด้วย

    ในกรณีที่นักศึกษาไม่มีความสุขกับอาจารย์ผู้สอน พวกเขาควรติดต่ออาจารย์หัวหน้าวิชาในแต่ละคอร์สเรียน และถ้าหากปัญหายังคงไม่ได้รับการแก้ไขหรือมีเรื่องจะร้องเรียนอื่นๆ (ระยะเวลาการติดต่อทุกๆ 2 อาทิตย์) นักศึกษาสามารถติดต่อคณบดี(ตัวผมเอง) ที่ดูแลส่วนของนักศึกษาต่างชาติได้

    ผมไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากอดีตนักศึกษาคนนี้เลย ทางคณะเราไม่ได้มีความตั้งใจจะให้นักศึกษาสอบตกอย่างแน่นอนเพราะนักศึกษาที่ประสบความสำเร็จคือตัวแทนและทูตของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของพวกเรา

    3. อดีตนักศึกษายังร้องเรียนเกี่ยวกับการไม่ได้รับดูแลอย่างดีในเรื่องการเรียนสำหรับนักศึกษานานาชาติ เพราะอาจารย์ไม่สนใจว่าพวกเขาจะสอบตกหรือสอบผ่าน นักศึกษาต่างชาติมีความรู้สึกว่ามาตรฐานการสอบมีความแตกต่างกันระหว่างโปรแกรมของนักศึกษา Czech และ นักศึกษานานาชาติ

    ขอชี้แจงดังนี้ ผมต้องตอบข้อกล่าวหาลักษณะเช่นนี้ปีละครั้ง แต่ในทางกลับกัน นักศึกษา Czech ต่างบ่นและร้องเรียนว่า นักศึกษาที่ศึกษาในโปรแกรมที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ ได้ทุกอย่าง "แบบได้เปล่า" เพียงเพราะจ่ายค่าเทอมที่แพงกว่า

    จากประสบการณ์ของผม (การสอนและเข้าคุมสอบหลายวิชา) มาตรฐานของเราเหมือนกันทุกอย่าง คณาจารย์ที่สอนเป็นชุดเดียวกันเกือบทั้งหมด ขอยกสถิติตัวเลขในรอบ 5 ปี จากอัตราความสำเร็จ (วัดจากนักศึกษาที่ประสบความสำเร็จในปีแรก)

    1-5 เปอร์เซ็นต์ ของนักศึกษา Czech ที่จะมีคะแนนที่ดีกว่านักศึกษาในโปรแกรมภาษาอังกฤษ

    4. อดีตนักศึกษาคนนี้ยังกล่าวต่อไปว่า เธอจะไม่แนะนำให้มาเรียนที่ประเทศ Czech Republic อย่างแน่นอน

    ขอชี้แจงดังนี้ ในความเป็นจริง ใครก็ตามที่คาดหวังว่าจะได้รับปริญญาทางการแพทย์ (medical degree) เพียงเพราะจ่ายค่าเทอมนั้น ไม่ควรสมัครมาเรียนและสอบเข้าที่นี่ตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยต้องการนักศึกษาที่มีความตั้งใจ มุมานะและพร้อมที่จะเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมและภาษาของประเทศนั้นๆ เพราะมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย นักศึกษาเหล่านี้เรายินดีต้อนรับเสมอ

    แต่ละปี ทางมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาเเพทย์ที่จบมากกว่า 80 คน ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นมาจากหลากหลายประเทศ พวกเขาเหล่านั้นต่างเรียนจบไปด้วยความสามารถที่จะรับมือกับความกดดันและความท้าทายอย่างมากมายจากอาชีพนี้

    ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม มหาวิทยาลัยของเราคงไม่สามารถทำให้ทุกคนมีความสุขได้ในทุกๆเรื่อง และเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เขาจะโทษปัจจัยหลายๆ อย่างก่อน ยกเว้นการโทษตนเองเสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ยากที่จะเข้าใจคือ ถ้าทางมหาวิทยาลัยเราเเย่จริงๆ ไม่มีระบบ ไม่ดูแล และไม่สนับสนุนนักศึกษาจากโปรแกรมภาษาอังกฤษ แล้วอดีตนักศึกษาคนที่เขียนกระทู้นี้ทำไมจึงได้กลับมาสมัครสอบกับทางมหาวิทยาลัยเราเป็นครั้งที่สอง (ปีการศึกษา 2018/2019) ทั้งๆที่ครั้งแรกของการเรียนก็ไม่ประสบความสำเร็จในปีการศึกษา 2016/2017 ไปแล้ว

    ขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณๆ

    ตอบกลับ

5 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เป็นกำลังใจให้นะ
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พอจะบอกได้ไหมครับว่ามหาลัยแถวๆEuropeที่ จขกท.ไปเรียนMBBSมานี่อยู่แถวไหนเหรอครับ? คนที่นั่นพูดเยอรมันหรือฝรั่งเศสหรือว่าไม่ใช่ทั้งสองภาษาที่กล่าวมาครับ?

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #1-1

        เรียน เป็น MD ค่ะ (จริงๆก็คือMBBSแหละค่ะแค่เรียกคนละอย่าง) เรื่องมหาวิทยาลัยเราไม่ขอกล่าวถึงชื่อสถาบัน แต่ที่เราเรียนเป็น English program ค่ะ ถ้าอยากเข้าใจมากขึ้นลองไปอ่าน Ep.1 ของกระทู้นี้ได้ค่ะ เราเขียนไว้หมด ว่าปัญหามันมีอะไรบ้าง กดดันแค่ไหน link อยู่ด้านบนเลยค่ะ ส่วนที่ถามว่าแถวไหนก็ลองอ่าน Ep.1 และคอมเมนท์ต่างๆน่าจะเดาออกเลยค่ะ มีคนมาเดาไว้เยอะ ก็แถบนั้นค่ะ

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อยากขอคอนแทคพี่ได้มั๊ยคะ

      หรือถ้าพี่ไม่สะดวก พี่ทักหนูมาแทนก็ได้ค่ะ ig:studyplen9

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      keep fighting
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สวัสดีครับ น้องไอ พี่ว่าปัญหาอยู่ที่หลายปัจจัย ส่วนหนึ่งเกิดจากตัวน้องเองด้วยเพราะเข้าใจว่าน้องเรียนปีแรกแล้วตกออก และตั้งใจสอบเข้าไปอีกครั้งในปีถัดมาซึ่งพอได้เข้าไปเรียนน้องก็ยังตกออกมาอีก .. การสอบเข้าไปเรียนครั้งที่ 2 นี้ หมายความว่าน้องต้องรู้จักระบบการเรียนการสอบของมหาวิทยาลัยแล้วใช่หรือไม่ ... การที่น้องเรียนไม่ได้ครั้งที่ 2 น่าจะเกิดจากตัวน้องเองไม่ใช่ระบบแล้วนะครับ .พี่เคยไปเตือนเราให้อ่านหนังสือสอบเรายังไม่ฟังพี่เลย. ยังงัยควรใช้วิจารณญานในการเผยแพร่ข้อมูลเพราะจะทำให้เกิดความเสียหายตามมาทั้งตัวน้องเองที่ไม่เอาความจริงออกมาพูดครับ "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกนี้อย่ามองด้านเดียวครับ"

      ตอบกลับ
      • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

        มีข้อความหยาบคาย ใช้ภาษาไม่เหมาะสม

        ถูกลบเนื่องจาก:
        มีข้อความหยาบคาย ใช้ภาษาไม่เหมาะสม
        ว้าายยย
        Guest IP
        #3-1

        สวัสดีค่ะ พี่เอเจนซี่ 55555+ นี่ถึงกับต้องมาไล่แถกันเลยเหรอคะ? เข้าใจนะคะว่าส่วนแบ่งจากนักเรียนที่มันหลงไปจ่ายเงินให้มันสูงค่ะ ไม่งั้นไม่มาพิมพ์แย้งจนรูดากฉีกแบบนี้หรอกนะคะ เรียนแพทย์ประเทศโนเนมนี่ค่าเทอมเป็นล้านเลยเหรอคะมิทราบ? ราคาตั้งไว้ยังกับเรียนในไอวี่ลีกส์ จิบ้าตายนะคะ แค่ค่าเทอมที่สวนทางกับยี่ห้อมหาลัยและประเทศมันบ่งบอกแล้วนะคะว่า "หลอกลวง" ใช่ค่ะ "ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกนี้อย่ามองด้านเดียวครับ" ต้องมองให้รอบแล้วจะรู้ว่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัวก็คือโดนหลอกนั่นเองค่าาาา 5555+

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      I’m afraid
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เเล้วพี่ว่าไปเรียนเเพทย์ที่Philippine จะดีไหมอะคะ เห็นมีเอเจนซี่เหมือนกันด้วยอ่าาาเเต่ก็เเอบกลัววววเห็นที่เค้าโฆษณามันดูดีมากเลยยยย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สืบเนื่องจากกระทู้ดังกล่าวทั้งสองกระทู้ (https://www.dek-d.com/board/view/3952832/

      https://www.dek-d.com/board/view/3951614/) ที่ได้เผยแพร่ออกไปและมีการพาดพิงถึงมหาวิทยาลัยในสาธารณรัฐเช็ก คือ First Faculty of Medicine, Charles University ซึ่งเจ้าของกระทู้ได้นำเสนอข้อมูลด้านเดียวทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสียชื่อเสียงกับหลายฝ่าย

      ทางสถาบันเมดโค้ชได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสถานทูตเช็ก (Czech Embassy) ประจำประเทศไทยและมหาวิทยาลัยชาร์ลสเนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวและเป็นการแสดงความเห็นเพียงฝ่ายเดียวจากเจ้าของกระทู้ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ส่งคำชี้แจงในประเด็นต่างๆตามเอกสารดังนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เจ้าของกระทู้ ผู้ปกครอง และนักเรียนท่านอื่นๆได้ฟังข้อมูลจากหลายๆฝ่ายและพิจารณาวิเคราะห์ให้ถ้วนถี่ก่อนจะเขียนแสดงความคิดเห็นต่างๆออกไปและหากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อคณบดีได้โดยตรง

      ข้อมูลเบื้องต้น:

      1. สถาบันเมดโค้ชเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยชาร์ล ในการจัดสอบคัดเลือกนักเรียนที่ประเทศไทยสำหรับคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยชาร์ล และเจ้าของกระทู้ได้มาร่วมสอบคัดเลือกเข้าเรียนปีการศึกษา 2016/2017 ซึ่งเจ้าของกระทู้สอบผ่านการคัดเลือกและเข้าเรียนชั้นปี 1

      2. เจ้าของกระทู้ได้ติดต่อกับทางสถาบันเมดโค้ชเพื่อต้องการสมัครสอบเข้าเรียนอีกครั้งในปี 2018/2019 ซึ่งทางเราได้ทำการประสานงานเรื่องการสอบคัดเลือกและเอกสารต่างๆตามขั้นตอน จนกระทั่ง เจ้าของกระทู้ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนอีกครั้ง และเริ่มเรียนในเดือน ตค. 2018

      3. ระบบการเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยชาร์ล นั้นเน้นการเรียนการสอน การศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเองในระหว่างเรียน ซึ่งมีการเรียนแบบ adult learning และนักศึกษาจำเป็นต้องอ่านหนังสือและวางแผนการสอบด้วยตนเองด้วยในระหว่างเรียน และการสอบปากเปล่า (oral examination) นั้น นักศึกษาทุกคนมีโอกาสสอบทั้งหมด 3 ครั้งโดยหัวข้อของการสอบนั้นทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งตั้งแต่ต้นเทอมให้เตรียมตัวและถ้านักศึกษาเตรียมตัวมาล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอย่อมมีโอกาสสอบผ่านแน่นนอน... ทางสถาบันเมดโค้ชได้ตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับกระทู้นี้ว่าเหตุใด เจ้าของกระทู้ทราบว่าระบบการเรียนการสอบของมหาวิทยาลัยชาร์ลมีความยากหรือง่ายอยู่แล้วในครั้งแรกของการเข้าเรียน (ในปี 2016/2017) .. เหตุใดจึงต้องการกลับเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้อีกครั้ง ในปี 2018/2019 ถ้าในครั้งแรกที่เข้าไปเรียนแล้วคิดว่าระบบการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามที่ตนเองคาดหวังไว้... เมื่อเจ้าของกระทู้สอบตกออกมาครั้งนี้ จึงมีการเขียนกระทู้ตำหนิมหาวิทยาลัย ระบบการสอน การสอบ โดยไม่ได้คำนึงถึงวิธีการเรียนของตนเองซึ่งอาจจะไม่ขยันเพียงพอในการอ่านหนังสือและตั้งใจสอบ เพราะถ้าเปรียบเทียบกับเพื่อนหรือรุ่นพี่คนไทยรุ่นเดียวกัน มีหลายคนที่สอบผ่านขึ้นไปยังปี 2,3, 4 และ 5 ได้เพราะการเรียนหมอทุกมหาวิทยาลัยต้องอาศัยความพยายามด้วยตนเองและความทุ่มเทเวลาอ่านหนังสืออย่างมาก

      4. เพิ่มเติมเรื่องการสอบตกสำหรับนักศึกษานานาชาติที่เจ้าของกระทู้ได้เขียนระบายออกไป .. ขอชี้แจ้งว่า ระบบการสอบของมหาวิทยาลัยนี้ใช้เกณฑ์เดียวกันกับเด็กท้องถิ่น (Czech Program) ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงมีนศ.ของโปรแกรมนี้สอบตก และสอบซ่อม เช่นเดียวกับ นศ. ในโปรแกรมนานาชาติ ของเจ้าของกระทู้ ... ดังนั้นที่เจ้าของกระทู้ได้เขียนจึงไม่เป็นความจริงว่าอาจารย์ไม่สนใจเด็กนานาชาติและต้องการให้เด็กนานาชาติสอบตก

      5. เพิ่มเติมเรื่องการทำงานภายหลังจบแพทย์ในประเทศเช็ก …. เมื่อเรียนจบ 6 ปี จะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ (medical license) ทันทีหลังจบ (ไม่ต้องการฝึกงานและสอบภาษาเช็กเพิ่มเติม) โดยนักศึกษาแพทย์ต้องผ่านการสอบ State Exam หรือการสอบรวบยอดของแต่ละหมวดวิชา (เทียบเท่ากับการสอบ ศรว.ในประเทศไทย) ดังนั้น ลักษณะการสอบ oral exam (สอบเป็นภาษาอังกฤษ) ตั้งแต่ปีแรกของการเรียนจึงเป็นการฝึกฝนและเตรียมพร้อมในการสอบ State Exam ต่อไปในชั้นปี 4-6 … ภายหลังเรียนจบและได้ medical license สามารถทำงานได้ใน EU ทั้งหมด

      จดหมายต้นฉบับจากคณบดี First Faculty of Medicine, Charles University ชี้แจงประเด็นต่างๆที่เจ้าของกระทู้ได้นำเสนอ

      https://image.dek-d.com/27/0835/2651/129715283https://image.dek-d.com/27/0835/2651/129715282

      จดหมายฉบับแปลภาษาไทยจากคณบดี First Faculty of Medicine, Charles University ชี้แจงประเด็นต่างๆที่เจ้าของกระทู้ได้นำเสนอ

      First Faculty of Medicine, Charles University

      สำนักงานคณบดี ณ ปราก วันที่ 3 ธันวาคม 2562

      เรียน ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (ทุกท่านที่ให้ความสนใจในประเด็นนี้)

      เนื่องจาก ขณะนี้มีประเด็นที่เกิดขึ้นนั่นคืออดีตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเราที่มาจากประเทศไทยได้กล่าวหามหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับคณะแพทยศาสตร์ของเรา ซึ่งตัวแทนมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้แปลข้อความโดยสรุปเป็นใจความสำคัญต่างๆ ด้วยเหตุนี้ผมในฐานะคณบดีจึงขอชี้แจงประเด็นสำคัญทุกเรื่องที่อดีตนักศึกษาเขียนลงในกระทู้ดังนี้

      1. ในระบบการสอบไล่ โดยเฉพาะการสอบปากเปล่า (oral examination) อดีตนักศึกษาคนดังกล่าว (Ms. Princess AI) ซึ่งเป็นเจ้าของกระทู้ ได้กล่าวตำหนิอาจารย์ผู้สอนว่ามีอคติและใช้อารมณ์ในขณะสอบปากเปล่า (oral examination) ซึ่งเป็นสาเหตุให้เธอต้องตกออกจากการเรียนในคณะนี้ จึงได้มีผู้ปกครองสอบถามเกี่ยวกับความจำเป็นของระบบการสอบปากเปล่า (oral examination) ซึ่งเป็นภาคบังคับสำหรับนักศึกษาแพทย์ทุกคนที่ First Faculty of Medicine, Charles University (LF1) เพราะในประเทศไทยการเรียนคณะแพทยศาสตร์ในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นการสอบข้อเขียนเป็นหลัก ดังนั้นจึงขอให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยอธิบายข้อดีของระบบการสอบปากเปล่าของคณะแพทยศาสตร์เเห่งนี้ด้วย

      ขอชี้แจงดังนี้ ระบบการสอบปากเปล่า (oral examination) นี้มีการใช้ทดสอบนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของเรามาอย่างยาวนานมากว่า 670 ปี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยเองได้ตระหนักถึงการเกิดอคติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นวิชาส่วนใหญ่ของ basic science ยังคงให้มีการสอบเป็นลักษณะข้อเขียน (written test) เพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้เบื้องต้นซึ่งนักศึกษาจะต้องสอบผ่านส่วนนี้ก่อน (prerequisite) และสามารถสอบในขั้นตอนต่อไปคือ การสอบปากเปล่า (oral examination) นั่นเอง

      หลายท่านในที่นี้อาจจะฟังดูแปลกสำหรับนักศึกษาที่มาจากต่างประเทศ (รวมถึงประเทศยุโรปบางประเทศ เช่น ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นต้น) แต่ในที่สุดแล้ว ถ้าผ่านกระบวนการสอบเหล่านี้ไปได้ พวกเขาจะรู้สึกขอบคุณเรา เพราะการสอบระบบนี้จะช่วยในการพัฒนาทักษะการสื่อสารของพวกเขาอย่างมากมายมหาศาล พวกเขาจะสามารถอธิบายคนไข้ได้ถึงปัญหาและแนวทางการรักษา มากกว่าเพียงแค่เขียนลงบนกระดาษเป็นคำอธิบายถึงอาการคนไข้เท่านั้น

      2. การสนับสนุนด้านการเรียนในระหว่างที่ศึกษา ณ First Faculty of Medicine, Charles University (LF1) อดีตนักศึกษาคนนี้ได้ร้องเรียนว่าไม่ได้รับการดูแลจากมหาวิทยาลัย LF1 และนี่เป็นสาเหตุทำให้เธอสอบตกเป็นจำนวนหลายๆครั้ง

      ขอชี้แจงดังนี้ ในระหว่างเปิดภาคเรียน ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่า นักศึกษาจะมีพัฒนาการและไม่เกิดการเรียนแบบตกหล่นหรือตามไม่ทันในบทเรียน อาจารย์ทุกท่านต่างมีความกระตือรือร้นที่จะสนับสนุนนักศึกษาที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานให้มีความพยายาม เพื่อที่จะสอบให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานให้ได้ จึงมีการให้คำปรึกษาและอธิบายเพิ่มเติม ดูรายละเอียดได้ที่

      LF MEDSOC (https:// Facebook.com/pg/lf1 medsoc/community) ซึ่งเป็นสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดย LF MEDSOC ได้จัดกิจกรรมหลากหลายให้กับนักศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาปีหนึ่ง เช่น งานปฐมนิเทศ มี workshop และ dissection รวมถึงกิจกรรมต่างๆที่เป็นทั้งแนววิชาการและไม่ใช่ทางวิชาการ อีกด้วย

      ในกรณีที่นักศึกษาไม่มีความสุขกับอาจารย์ผู้สอน พวกเขาควรติดต่ออาจารย์หัวหน้าวิชาในแต่ละคอร์สเรียน และถ้าหากปัญหายังคงไม่ได้รับการแก้ไขหรือมีเรื่องจะร้องเรียนอื่นๆ (ระยะเวลาการติดต่อทุกๆ 2 อาทิตย์) นักศึกษาสามารถติดต่อคณบดี(ตัวผมเอง) ที่ดูแลส่วนของนักศึกษาต่างชาติได้

      ผมไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากอดีตนักศึกษาคนนี้เลย ทางคณะเราไม่ได้มีความตั้งใจจะให้นักศึกษาสอบตกอย่างแน่นอนเพราะนักศึกษาที่ประสบความสำเร็จคือตัวแทนและทูตของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของพวกเรา

      3. อดีตนักศึกษายังร้องเรียนเกี่ยวกับการไม่ได้รับดูแลอย่างดีในเรื่องการเรียนสำหรับนักศึกษานานาชาติ เพราะอาจารย์ไม่สนใจว่าพวกเขาจะสอบตกหรือสอบผ่าน นักศึกษาต่างชาติมีความรู้สึกว่ามาตรฐานการสอบมีความแตกต่างกันระหว่างโปรแกรมของนักศึกษา Czech และ นักศึกษานานาชาติ

      ขอชี้แจงดังนี้ ผมต้องตอบข้อกล่าวหาลักษณะเช่นนี้ปีละครั้ง แต่ในทางกลับกัน นักศึกษา Czech ต่างบ่นและร้องเรียนว่า นักศึกษาที่ศึกษาในโปรแกรมที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ ได้ทุกอย่าง "แบบได้เปล่า" เพียงเพราะจ่ายค่าเทอมที่แพงกว่า

      จากประสบการณ์ของผม (การสอนและเข้าคุมสอบหลายวิชา) มาตรฐานของเราเหมือนกันทุกอย่าง คณาจารย์ที่สอนเป็นชุดเดียวกันเกือบทั้งหมด ขอยกสถิติตัวเลขในรอบ 5 ปี จากอัตราความสำเร็จ (วัดจากนักศึกษาที่ประสบความสำเร็จในปีแรก)

      1-5 เปอร์เซ็นต์ ของนักศึกษา Czech ที่จะมีคะแนนที่ดีกว่านักศึกษาในโปรแกรมภาษาอังกฤษ

      4. อดีตนักศึกษาคนนี้ยังกล่าวต่อไปว่า เธอจะไม่แนะนำให้มาเรียนที่ประเทศ Czech Republic อย่างแน่นอน

      ขอชี้แจงดังนี้ ในความเป็นจริง ใครก็ตามที่คาดหวังว่าจะได้รับปริญญาทางการแพทย์ (medical degree) เพียงเพราะจ่ายค่าเทอมนั้น ไม่ควรสมัครมาเรียนและสอบเข้าที่นี่ตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยต้องการนักศึกษาที่มีความตั้งใจ มุมานะและพร้อมที่จะเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมและภาษาของประเทศนั้นๆ เพราะมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย นักศึกษาเหล่านี้เรายินดีต้อนรับเสมอ

      แต่ละปี ทางมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาเเพทย์ที่จบมากกว่า 80 คน ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นมาจากหลากหลายประเทศ พวกเขาเหล่านั้นต่างเรียนจบไปด้วยความสามารถที่จะรับมือกับความกดดันและความท้าทายอย่างมากมายจากอาชีพนี้

      ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม มหาวิทยาลัยของเราคงไม่สามารถทำให้ทุกคนมีความสุขได้ในทุกๆเรื่อง และเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เขาจะโทษปัจจัยหลายๆ อย่างก่อน ยกเว้นการโทษตนเองเสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่ยากที่จะเข้าใจคือ ถ้าทางมหาวิทยาลัยเราเเย่จริงๆ ไม่มีระบบ ไม่ดูแล และไม่สนับสนุนนักศึกษาจากโปรแกรมภาษาอังกฤษ แล้วอดีตนักศึกษาคนที่เขียนกระทู้นี้ทำไมจึงได้กลับมาสมัครสอบกับทางมหาวิทยาลัยเราเป็นครั้งที่สอง (ปีการศึกษา 2018/2019) ทั้งๆที่ครั้งแรกของการเรียนก็ไม่ประสบความสำเร็จในปีการศึกษา 2016/2017 ไปแล้ว

      ขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณๆ

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #5-1

        ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นและความใส่ใจค่ะ และการที่ทางเอเจนซี่ออกมาเองจริงๆ ไม่ปิดบังชื่อมหาวิทยาลัยและชื่อของเอเจนซี่เอง ถือว่าเป็นการกระทำที่ยุติธรรมค่ะ ดังนั้นหนูขอตอบทีละข้อเลยนะคะ

        แต่หนูขออนุญาตตั้งข้อสงสัยอย่างนึงนะคะ จุดประสงค์หลักของเอเจนซี่คือดูแลเด็กไม่ใช่หรอคะ แต่ที่คุณทำมันคือทำลายหนูนะคะ ตอนอยู่ที่นั่นคุณก็ไม่ได้จะใส่ใจเด็กอะไรเท่าไหร่ และเราแต่ละคนเสียเงินให้คุณหลายแสนนะคะที่ต้องจ่ายเอเจนซี่ และกระทู้หนูก็ไม่ได้กล่าวถึงชื่อมหาวิทยาลัยหรือชื่อประเทศ, เมือง,หรือเอเจนซี่ด้วยซ้ำ!

        ตอนหนูจะenroll เอกสารไม่พร้อมเพราะคุณต้องเตรียมให้ หนูเกือบไม่ได้enrollแล้วค่ะวันนั้นที่ปราก แต่ดีที่หนูเป็นคนชอบพกเอกสารแฟ้มใหญ่ๆติดตัวไปไหนมาไหนอยู่แล้วเลยมีครบทุกอย่างและเดินเรื่องต่อเองทั้งหมด ซึ่งจริงๆแล้วคือหน้าที่คุณค่ะ

        และเหตุผลใดคะที่คุณจำเป็นต้องส่งจดหมายถึงมหาวิทยาลัยและทางสถานฑูต มันทำให้หนูเสียหายค่ะ ช่วยกรุณาชี้แจงตรงนี้ด้วย ว่าทางสถานทูตหรือมหาวิทยาลัยจะมีบทลงโทษอะไรต่อหนู?

        ***ประเด็นแรก ที่คุณเอเจนซี่สอบถามมานะคะ

        1. ที่คุณกล่าวว่ามีการพาดพิงถึงสถาบันโดยตรง หนูมั่นใจว่าเนื้อความที่หนูพิมพ์ไปไม่มีตรงไหนเลยที่ใส่ชื่อมหาวิทยาลัย หรือชื่อเอเจนซี่ หรือชื่อประเทศหรือแม้กระทั่งชื่อเมืองที่ไปด้วยซ้ำ ลองอ่านดูดีๆ มีแต่คอมเมนท์ที่มาเดาๆกันค่ะ

        2.&3. ที่คุณกล่าวว่าเหตุใดหนูถึงสมัครไปรอบที่ สองทั้งๆที่รู้ระบบแล้ว หนูขอตอบตรงๆว่าหนูยังไม่มีที่อื่นไปค่ะ หนูกลับมาก็ใกล้ช่วงสอบเข้าของโรงเรียนแพทย์ที่ไทยแล้ว (ระบบนานาชาติ) ซึ่งทำได้ไม่ดีเนื่องจากเวลาเตรียมตัวน้อยมาก ทำให้สอบไม่ติด เพราะที่ไปเรียนแพทย์ที่เช็กก็เรียนเนื้อหาใหม่ๆตัวยากๆเช่น Anatomy , Histology, Biophysics, etc...กลับมาก็ลืมเนื้อหา High School ส่วนใหญ่แล้ว จึงกลับมาคิดว่าหนทางใดที่จะไม่ต้องเสียเวลาอีกปี จึงสมัครเรียนต่อที่เดิมค่ะ เพราะมีเวลาเตรียมตัวซักพัก ซึ่งหนูก็ได้เสียเงินไปติวกับทางเอเจนซี่เองอีกครั้งด้วย และอีกสาเหตุคือหนูเห็นว่าหนูผ่านมาหลายตัวแล้ว น่าจะเบาลง คิดว่าน่าจะผ่านได้ง่ายขึ้นค่ะ และอีกใจก็ยังอยากสู้ต่อ ไม่อยากแพ้ เลยกลับไป ซึ่งการกลับไปนี้เป็นการตัดสินใจของหนูเอง100% หนูยอมรับ

        ส่วนเรื่องความขยันของหนูว่าเพียงพอหรือไม่ หนูพูดไปก็คงไม่มีใครสนใจค่ะ เพราะถ้าหนูบอกว่าหนูขยันทำโน๊ต ท่องหนังสือถึงเช้าบางวันไปสอบทั้งๆที่ยังไม่นอน ก็จะมีคนมากล่าวหาว่าหนูอวยตัวเองค่ะ

        อีกประเด็นที่มีคนผ่านไปถึงปีสูงๆ ผ่านกี่คนคะจากที่สมัครไป แต่ละรุ่นตกกันมากกว่าผ่าน...

        ****แต่ทุกคนที่ผ่านได้หนูชื่นชม และเคารพเขาด้วยซ้ำค่ะ ว่าเขาเก่งจริงๆ สมองรับแรงกดดันได้มากกว่าหนูจริง ซึ่งพวกเราทุกคนเป็นเพื่อนกันหมดค่ะ มีอะไรก็คุยกันเสมอ แต่กรณีของหนูคือหนูอ่านหนังสือทุกวันค่ะ แต่หนูเริ่มมีอาการซึมเศร้าและเริ่มมีผลกระทบกับการเรียนอย่างหนักในช่วงหลัง ซึ่งหนูก็กล่าวไปแล้วบนบทความข้างต้น

        4. ที่คุณเอเจนซี่กล่าวไว้ว่า “เจ้าของกระทู้ได้เขียนจึงไม่เป็นความจริงว่าอาจารย์ไม่สนใจเด็กนานาชาติและต้องการให้เด็กนานาชาติสอบตก“ ข้อนี้ที่กล่าวหาว่าหนูบอกว่าเด็กเช็กมีสิทธิ์สอบผ่านมากกว่านี่หนูไม่เคยกล่าวไว้เลยนะคะ มีตรงไหนที่หนูกล่าวไปเช่นนี้ ขอหลักฐานค่ะ หนูกล่าวไว้ในกรณีเข้าถึงคนไข้ค่ะ อุปสรรคด้านภาษา ซึ่งเพื่อนๆหนูปีสูงๆก็พบเจอมา และจากที่หนูได้สัมผัสมาเองโดยตรงดั่งเช่นกรณีเด็กเช็กเขาจะมีหนังสือของมหาวิทยาลัยซึ่งจะเป็นเนื้อหาที่อาจารย์ชอบนำมาถามนำมาออกข้อสอบตอนสอบ แต่หนังสือเหล่านั้นมีน้อยเล่มมากที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้พวกเราเสียเปรียบตรงนี้ด้วย เพราะแม้เขาจะให้เราเรียนภาษาเช็ก แต่หนูมั่นใจว่าเด็กนานาชาติแทบทุกคนแม้จะปีสูงๆแล้วก็ไม่ได้อ่านภาษาเช็กระดับนั้นได้ค่ะ ก็อ่านๆจำๆไปสอบให้ผ่านวิชาเช็กแล้วก็ลืมค่ะ(นักเรียนส่วนใหญ่ ไม่เหมารวมนะคะ) อย่างเช่นหนังสือที่เรานิยมซื้อกัน ของ Prof. Grim มีหลายเล่ม แต่มีการแปลมาเพียงเล่มเดียว (สีเขียว) ที่เราจะอ่านมันได้ 100% ทำให้นักศึกษานานาชาติยอมซื้อเล่มอื่นๆหลายๆเล่ม ทั้งๆที่อ่านมันไม่ออกเพื่อมาดูรูปเฉยๆ เพราะทางมหาวิทยาลัยชอบเอารูปจากหนังสือนี้มาออก slide tests ค่ะ ข้อมูลเชิงลึกขนาดนี้บางทีตัวคุณเอเจนซี่เองอาจยังไม่ทราบด้วยซ้ำ !!!ย้ำอีกครั้งหนูไม่ได้กล่าวเลยว่าเด็กเช็กจะสอบผ่านได้มากกว่า กลับไปอ่านดูให้ละเอียดอีกทีนะคะ

        5. ข้อนี้เข้าใจค่ะว่าจะมีการสอบ state exam ซึ่งเทียบเท่ากับการสอบ ศรว.ในไทย ใช่ค่ะ เทียบเท่าแต่ไม่ใช่จะมาแทนศรว.ในไทยได้ค่ะ ถ้าจะมาเป็นแพทย์ในไทยก็ต้องสอบศรว.ทุกคนค่ะ แล้วโรคเขตหนาวเขตร้อนก็ต่างกันค่ะ ตรงนี้หนูยังคงรอดูอยู่ว่าจะมีใครผ่านศรว.ไทยได้ไหม เพราะตอนนี้ทุกคนยังเรียนไม่ถึงปี6 ค่ะ ยังตัดสินอะไรไม่ได้ ซึ่งพวกเขาจะผ่านหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเขาค่ะ แต่คำว่า”เทียบเท่า”กับ”แทนกันได้” นี่คุณต้องแยกความแตกต่างมันให้ออกนะคะ มาพิมพ์แบบนี้หลายคนจะเข้าใจผิดค่ะว่าจบแล้วกลับมาไทยทำงานได้เลย

        และอีกอย่างเรื่องทำงานได้ทั่ว EU อันนี้หนูยังไม่ทราบข้อมูล100% ค่ะ ถ้าเราที่ไม่ได้ถือสัญชาติจากกลุ่มประเทศใน EU จบมาแล้วจะต้องพบเจอกับความยากลำบากใดๆเพิ่มเติมหรือไม่หากยังถือสัญชาติอื่น เช่นไทย แต่ทราบมาเบื้องต้นว่าถ้าเป็นนักเรียนที่จบมาและถือสัญชาติ EU จากการสอบถามเพื่อนหนูที่เป็นคนที่ถือสัญชาติของกลุ่มประเทศ European Union โดยตรงมาแล้ว เขาตอบมาว่าจะสามารถกลับไปทำงานที่บ้านเขาได้เลย ไม่ต้องสอบเพิ่ม

        *** ประเด็นที่สอง เรื่องจดหมายจากคณะบดีของมหาวิทยาลัย

        ซึ่ง paragraph แรกมหาวิทยาลัยก็ออกตัวแล้วว่าทุกข้อมูลที่เขาได้รับนั้น ได้มาจากตัวแทนในประเทศไทย ซึ่งคือคุณไงค่ะ คุณเอเจนซี่ มันน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน คุณก็ต้องแปลเข้าข้างตัวคุณเองอยู่แล้วเป็นปกติ

        ขอชี้แจงทีละข้อเลยนะคะ

        1. สภาพกดดันตอนสอบที่เกินไปนี่เรื่องจริงนะคะ และกรณีที่ Professor บางคนใส่อารมณ์กับเด็กก็เรื่องจริงค่ะ หนูได้ยินมาว่ามีProf หนึ่งคนที่ล้มโต๊ะใส่เด็กในห้องสอบปากเปล่าเพราะเด็กตอบไม่ได้ เหตุการณ์ลักษณะนี้คุณเองเคยทราบหรือไม่???

        แต่ที่ทางมหาวิทยาลัยกล่าวถึงประโยชน์ของการสอบ oral exam ส่วนตัวหนูไม่ได้โทษมหาวิทยาลัย100% นะคะ หนูโทษตัวหนูเองด้วยที่เก่งไม่พอ และก็เขียนไว้ด้วยว่ามหาวิทยาลัยมีมาตรฐาน ไม่ได้ให้เด็กผ่านแบบปัดๆผ่านไป ซึ่งตรงนี้เป็นข้อดีของที่นี่ค่ะ แต่หนูอาจยังชี้แจงข้อดีมันไม่มากพอ

        2. ที่กล่าวไว้ว่า She complained that LF1 does not support students during the study period. This was the reason she failed many times on the tests อันนี้คือเรื่องจริงเลยค่ะ เพื่อนๆหนูที่ผ่านหรือบางคนที่ตกออกมาก็เคยกล่าวแบบนี้ ซึ่งดีแล้วค่ะ ที่ต่อไปนี้ทางมหาวิทยาลัยจะได้ตระหนักถึงการดูแลเด็กให้มากขึ้น ไม่ให้ drop out rate มันสูงขนาดนี้ ยกตัวอย่างรุ่นที่หนูเข้าไป รับไป200+ คนโดยประมาณ และตอนนี้เหลือไม่ถึง100คน บางคนซ้ำชั้น

        3.หนูไม่เคยบอกค่ะว่าเด็กนานาชาติไม่ได้รับการดูแลอย่างดี แต่ที่หนูจะสื่อก็เช่นการเข้าถึงคนไข้ หนังสือ แหล่งความรู้ต่างๆที่ไม่เท่าเทียมนักค่ะ

        (กล่าวไว้แล้วข้างต้นในข้อ 4. ด้านบน)

        4. ที่กล่าว “She has also strongly not recommended anyone who wants to apply or study in the Czech Republic” อันนี้หนูมั่นใจค่ะไม่เคยพูดหรือพิมพ์ที่ไหนเลย แล้วคุณไปแปลแบบนั้นส่งทางมหาวิทยาลัยได้อย่างไร??? หนูพิมพ์ไปว่าถ้าเป็นคนไทย สัญชาติไทยควรได้ MD ในไทยก่อนจะง่ายกว่า แม้ว่าการสอบเข้าแพทย์ในไทยจะแข่งขันกันสูงกว่า แต่คุ้มกว่าไปเรียนต่างประเทศเพราะต้องเจออุปสรรคมากมาย ไม่ได้กล่าวเลยว่าไม่ให้ใครไปเช็กเด็ดขาด คุณเอามาจากไหนคะ ขอหลักฐานด้วยค่ะ

        และสาเหตุที่หนูกลับไปทำไม รอบ 2 ก็ตามที่แจ้งไว้ด้านบนข้อ 2&3.

        ขอบคุณค่ะ และขอบคุณทุกๆคนที่อ่านจนจบและเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย

        ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป