/>

รีวิว The Lion King มิวสิคัลฟอร์มยักษ์ มาเยือนกรุงเทพแล้วจ้าาา [ยินดีให้แชร์]

วิว

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ฉันได้ฤกษ์เอาชัย ได้รับออฟเฟอร์บัตรละครเวที The Lion King ที่ราคาสูงลิบลิ่วแบบกินโอมากาเสะได้ มาทั้งหมด 4 ใบถ้วน และด้วยความที่อยากดูมากอยู่แล้ว ประกอบกับหัวใจเต้นเป็นจังหวะดนตรี มีตัวโน๊ตอยู่ในจิตใจ จึง ไป จ้าาา !



ก่อนอื่นเลยต้องรู้ก่อนว่าละครเวทีจะจัดแสดงที่ไหน เราหาข้อมูลมาให้ทุกคนแล้วเป็นอย่างดี ละครเวที The Lion King ปี 2019 นี้จัดขึ้นที่โรงละคร รัชดาลัย เธียเตอร์ ที่ชั้น 4 ของศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดา วิธีไปก็แสนง่าย โดยนั่ง MRT ไปลงที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม เดินดุ๊กๆ ไปที่ทางออก 3 อย่าไปผิดนะคะเพราะจะไปออกผิดฝั่งแล้วงงงวยได้ พอถึงทางออก ขึ้นมาเห็นแสงอาทิตย์รำไร ให้เลี้ยวซ้าย จะเจอตึกเอสพลานาด รัชดา ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเลยค่ะ

หรือถ้าใครมีรถ หรือมีแฟนและแฟนมีรถ หรือมีเพื่อนและเพื่อนมีรถ ก็สะดวกเช่นกันค่ะ ที่จอดรถสะดวกสบาย


พอขึ้นไปถึงชั้นต้อนรับของรัชดาลัยเธียเตอร์ เราจะเห็นป้าย backdrop ของละครเวที Lion King สีเหลืองแสบตาหราอยู่ค่ะ ทางเราก็สมควรไปแชะภาพถ่ายมาสักภาพสองภาพ ไว้เป็นที่ระลึกไว้ว่าเราไปชมมาแล้วน้าาา ปกติจะเห็นแสดงอยู่แค่ต่างประเทศ ครั้งนี้ได้มาดูในกรุงเทพเลย ถือว่าเป็นสิทธิพิเศษเลยทีเดียว พอพ้นจุดต้อนรับไป จะต้องเข้าเครื่องสแกนตัว ผ่านด่านพนักงานตรวจกระเป๋า และแจกสูจิบัตรของงาน เมื่อครบทุกประการแล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนมาที่โถงโรงละครได้เลยค่ะ แอบระวังนิดนึง ทางโรงละครมีกฎห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปในโรงละคร ถ้าใครจะมาชมการแสดง แนะนำให้รับประทานอาหารมาให้เรียนร้อยนะคะ ไม่ยังงั้นจะท้องร้องรบกวนคนข้าง ๆ ได้น้า แถมยังจะหิวจนดูไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก ที่รู้เพราะเกิดขึ้นกับตัวเองเลยค่า ซื้อไก่ทอดเจ้าดังมา ฉีกกินไปได้หนึ่งคำต้องเข้าโรงละครแล้ว ที่เหลือต้องฝากไว้กับโซนฝากของด้านนอกนะคะ แหม ตอนดูครึ่งแรกนี่ แอบดูเสือสิงห์ไปก็นึกถึงไก่ไปค่า แหะ ๆ 


ละครจะแบ่งออกเป็นสององค์ ครึ่งแรก และครึ่งหลัง มีพักเข้าห้องน้ำ ทำธุระตามสะดวกคั่นกลางเล็กน้อย (ซึ่งทางเราใช้เวลานั้นรีบแจ้นไปกินไก่ให้เสร็จสรรพนะคะ) ทั้งสององค์ ประตูโรงละครจะปิดก่อนการแสดงเริ่มประมาณ 5 นาที  อย่ารีบเข้าไป Last minute เลยค่ะ ไม่อย่างนั้นอาจต้องนั่งรอให้จบฉากแรกเสียก่อน (ประมาณ 15 นาที) ถึงจะได้เข้าไปน้า เดี๋ยวจะตามเรื่องไม่ทัน


พอเข้ามานั่งที่นั่งตามบัตรของตัวเองแล้ว รอชมการแสดงเริ่มได้เลยค่ะ บรรยากาศสบาย ๆ ไม่หนาวเกินไป สบายใจได้ แผนผังที่นั่งของรัชดาลัยเธียเตอร์ จะแบ่งเป็นสองชั้น ได้แก่ ชั้นล่าง (ติดขอบเวทีเรื่อยมา) และชั้นลอยด้านบน ซึ่งทั้งสองชั้นถูกออกแบบมาให้มองเห็นเวทีได้ดีทั้งสิ้นนะคะ ไม่ต้องห่วงว่าถ้าฉันนั่งชั้นบนแล้วต้องชะเง้อชายตามองลงมา ซึ่งเคล็ดลับการเลือกที่นั่งเนี่ย ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ แอบส่องหาข้อมูลสักนิด ว่าการแสดงชุดนั้น ๆ น่ะจะมีอะไรเด่น ๆ พีค ๆ ไหม มี interaction อะไรกับผู้ชมหรือเปล่า แต่ละเรื่องไม่เหมือนกันจริง ๆ แอบกระซิบตรงนี้ว่า ถ้าเป็น Lion King ก็น่าเลือกนั่งชั้นล่าง แต่ถ้าเป็นแม่นาคเดอะมิวสิคัล ก็อยากให้เลือกนั่งชั้นบน ใครรู้สาเหตุก็อุ๊บอิ๊บไว้ ใครอยากเข้าใจก็... ให้ลองไปชมกันเองนะจ๊ะะ


เกริ่นไปยาวเหยียด ตอนนี้ควรเริ่มการแสดงได้แล้วจ้า ระหว่างการแสดงห้ามถ่ายภาพ เสียง หรือเนื้อหา เอ๊ย แต่จริงนะจ๊ะ เค้าไม่ให้ถ่าย ดังนั้นจึงเป็นอุปสรรคของเรานักแชะเป็นอย่างมาก ที่เห็นอะไรสวยก็อยากถ่ายรูปเก็บไว้ ต้องหักห้ามใจกันหน่อย เพราะฉากสวยงาม ดีเทลเยอะ ดูแล้วรู้ว่าฝ่ายเบื้องหลังและทีมคอสตูมทำงานกันมาเป็นอย่างดีมาก ส่นเนื้อหาของเรื่อง ก็จะเป็นเนื้อหาเดียวกับเวอร์ชั่นการ์ตูนแบบออริจินัลของดิสนีย์ และเวอร์ชั่นรีเมค ปี 2019 เลย แต่เรื่องจะดูย่อ ๆ หน่อย ในฐานะคนที่เคยดูมาทุกเวอร์ชั่นแล้ว แอบรู้สึกไปเองว่า ถ้าไม่เคยดูมาก่อน อาจจะไม่อินและไม่ปะติดปะต่อเท่ากับคนที่เคยรู้เรื่องมาก่อน ด้วยหลาย ๆ สาเหตุ เพราะการแสดงละครเวทีเป็นการแสดงสด ไม่สามารถใช้กราฟฟิคหรือเทคนิคการตัดสลับฉากไปมาได้เหมือนในภาพยนตร์ 

มาถึงเรื่องที่เป็นเสาหลักสำคัญของกระทู้นี้ นั่นก็คือ ดนตรี เพลง ซาวด์ เสียงร้อง เครื่องดนตรีพื้นบ้านต่าง ๆ รวมแล้วก็คือ สิ่งที่เป็นโสตศิลป์ทั้งหมดเลยจ้าา ดนตรีในการแสดงละครเวทีแบบมิวสิคัลนี่เป็นเรื่องสำคัญสุด ๆ เป็นคอร์หลัก ไม่ใช่คอร์กี้ (แหะ ๆ ใครเข้าใจบ้าง) ถ้าดูไปแบบแห้ง ๆ ไม่มีเพลง เรื่องนี้ก็จะธรรมดามากเลยล่ะ เริ่มที่เสียงร้องกันก่อน

เนื่องด้วยว่าตัวฉันเองอินกับการร้องเพลงแบบนี้มาก นั่นคือ การร้องประสานเสียง หรือ Choir / Chorus เพราะตัวเองเคยอยู่ในวงขับร้องประสานเสียงมาก่อน เป็น Soprano พิเศษ คือเวลามีโน๊ตที่ต้องขึ้นสูงกว่าโซปราโนปกติไปอีกก็จะเป็นเรานั่นเอง ขิงทำไม ไม่รู้เหมือนกัน เป็นการย้อนความหลัง เพราะตอนนี้ก็ทำแบบนั้นไม่ได้แล้วเช่นกันจ้า


เพลงร้องประสานเสียงที่ดังที่สุดของ Lion King เลยก็น่าจะหนีไม่พ้น The Circle of Life ที่คนชอบร้องกันว่า ฮาาาา ซิเพ้นยา นั่นแหละ จริง ๆ มันไม่ใช่แบบนั้นนะเธอจ๋า ซิมบ้าส่ายหัวกันเลยทีเดียว มีน้อยคนจะรู้ว่าเพลงนี้เขียนโดยนักร้องชื่อดัง Elton John เลยนะ ดิสนีย์เขียนเจาะจงไว้เลยว่า สำหรับเพลงนี้ เสียงประสานเป็นส่วนที่สำคัญเกือบที่สุด ! ตอนที่ฉันอยู่ในวงร้องประสานเสียงก็ร้องเพลงนี้ด้วย เพลงนี้เสียงประสานจะไม่ซับซ้อนมาก จะมีแนวร้องด้านล่างซ้อนอยู่ว่า วิมโมเว วิมโมเว แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ต่างโทนกัน โดยมีฉนวร้องหลักด้านบน มักเป็นคนเดียว หรือหญิงคน ชายคน ที่เป็นท่อน "In the Jungle, the mighty jungle, the lion sleeps tonight..." อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ ส่วนอีกเพลงหนึ่งที่ฉันชอบเป็นการส่วนตัว คือ Hakuna Matata บทเพลงในภาษา Swahili มาจากทางตะวันออกของประเทศแอฟริกา จังหวะเพลงเป็นแบบ Medium Tempo มี dialogue ระหว่างเพลงเยอะ ที่มีความหมายว่า ให้ใช้ชีวิตแบบชิล ๆ ไม่ต้องสนใจอะไรไปวัน ๆ ช่างเหมาะกับชีวิตสาวมหาลัยแสนวุ่นอย่างเรา ๆ เหลือเกิน (น้ำตาไหลพราก) 

เสียงร้องของนักร้องทุกคนทรงพลังมาก ๆ และสามารถ represent ความเป็นตัวละครตัวนั้น ๆ ออกมาได้อย่างเพอร์เฟคผ่านน้ำเสียง คนที่เคยผ่านงานการแสดงมาก่อนก็จะทราบดีว่าการจะร้องและแสดงออกให้ได้เหมือนกันตัวละครนั้น เราต้องเข้าใจตัวละครอย่างลึกซึ้ง เหมือนกับว่าตัวเองเป็นตัวละครนั้นในชีวิตประจำวันไปเลย ต้องรู้ว่าตัวละครนั้นคิดยังไง ถ้าเจอเรื่องแบบนี้จะทำยังไง นิสัยพื้นฐาน ความกลัวส่วนตัว และอีกมากกกก พอเห็นว่านักแสดงทุกคนทำได้ยอดเยี่ยมแบบนี้แม้กระทั่งนักแสดงเด็ก (ซิมบ้าและนาล่าตอนเด็ก) ก็รู้สึกชื่นชมมากๆ บวกกับว่าแสดงกันมาเป็นรอบที่ร้อยล้านแล้วยังสามารถแสดงอารมณ์ได้เหมือนเพิ่งรู้สึกเป็นครั้งแรกอยู่ เก่งมากค่าา อันนี้คุณแฟนแอบบอกมานะว่า ตอนที่เรียนอยู่ที่อังกฤษและยุโรป ได้ไปดู Lion King มาสองรอบ (คนละที่กัน) เมื่อหลายปีก่อน มาดูรอบนี้ที่กรุงเทพก็ยังเป็นนักแสดงเซ็ทเดียวกัน ! ซ้อมมาอย่างช้ำชอกแล้วจริงๆ 



ตอนนี้เราต้องวาร์ปมาที่จุดจบของการแสดงเลยแหละ หนึ่งคือเราจะไม่สปอยล์ใคร และเราก็โดนห้ามถ่ายรูปอีกด้วย นี่มาแอบถ่ายได้ตอนจบโค้งคำนับกันแล้ว จะมีกล้องส่องอยู่ไหมคะ อิอิ ในการแสดงนี้ นักแสดง นักเต้น และตัวประกอบที่มีหน้าทีบนเวทีชัด เห็นจะได้เป็นตัวเด่นที่สุด แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าเหมือนกัน ในมุมมืด ๆ สองข้างเวทีนั้นกลับไม่ได้รับการเปิดเผยตัวตนสักเท่าไหร่ เขาสองคนนั้น คือ นักดนตรี นั่นเองค่ะ เป็นพี่ตัวใหญ่ยิ้มกล้าว ในมือมีไม้กลองหลายชนิดและรอบตัวก็เรียงรายไปด้วยเครื่องดนตรีพื้นบ้านแอฟริกันต่าง ๆ เห็นแล้วถึงกับต้องขอถ่ายรูปมาเลยค่ะ

สอบถามมาก็พบว่า เครื่องดนตรีเหล่านั้น ที่เห็นว่าสำคัญที่สุดที่มีใช้ในทุกเพลงเลยก็คือ กลองทิมปานี (Timpani)  หรือ เพอร์คัสชั่น อีกตัวหนึ่ง รูปร่างหน้าตาของมันอาจจะแปลกไปสักหน่อย เพราะมันจะมีทรงระฆังคว่ำหัวลง หน้ากลองจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างมาก อีกทั้งกลองทิมปานีชุดหนึ่งจะมีตั้งแต่ 3-5 ตัววางเรียงรายกันไปเพื่อสร้างจังหวะเสียงที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น ทุ้ม แหลม กลาง เป็นต้น กลองทิมปานีจะถูกหยิบมาใช้ในวงซิมโฟนี หรือ วงออร์เคสตรา ก็เพราะจุดเด่นเรื่องเสียงที่ทุ้ม เสียงเบสที่ให้ได้แตกต่างจากอุปกรณ์อื่น เสียงเบสจากกลองทิมปานี จะให้ความรู้สึกถึงอำนาจที่ตื่นเต้น เร้าใจ ให้พลังงานอำนาจบางอย่างจนทำให้หัวใจของเราเต้นรัวตาม จึงเป็นจุดเด่นของเรื่อง Lion King ด้วย




ช่วงเวลาแสนสนุกก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วตามเคย ใครได้ไปดูกันมาแล้ว มาแชร์กันหน่อยว่าชอบฉากไหนที่สุด สำหรับฉันฉันชอบตอนที่เหล่าวัววิ่งลงมาจากหน้าผา มูฟาซา ด.ซ.ม.ล. มีข้อติชมอะไรบอกได้เลยนะคะ ดีใจที่ได้แบ่งปันกันนน ใครมีแพลนจะไปดูในปีต่อไปหรือครั้งถัดไปที่มาแสดงในประเทศไทย อย่าลืมให้ความสนใจกับพี่ ๆ นักดนตรีด้วยน้า พวกเขามีความสำคัญมาก ๆ แทบจะที่สุดในการแสดงนี้เช่นกัน ควรได้รับการเผยแพร่มาก ๆ ค่าาา

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป