Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

แชร์ประสบการณ์เรียนต่ออออสเตรเลีย - เตรียมเข้าป. ตรี [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เรียนต่อนอก #มหาวิทยาลัย #เมลเบิร์น #ออสเตรเลีย

สวัสดีค่ะ กระทู้นี้น้องจะมาเล่าประสบการณ์และรายละเอียดการใช้ชีวิตในเมลเบิร์นระหว่างการเตรียมเข้ามหาลัยของน้องนะคะ โดยจะแบ่งออกเป็น 6 ข้อใหญ่ๆ ด้วยกัน ใครสนใจด้านไหนก็สามารถเลื่อนไปอ่านส่วนนั้นได้เลยนะคะ


น้องขอบอกไว้ล่วงหน้านะคะ ว่าน้องไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้ด้านเรียนต่อโดยตรง และต้องขอโทษเอาไว้ล่วงหน้าหากมีข้อมูลที่ผิดพลาด การตั้งกระทู้นี้เพียงแค่ต้องการแชร์ข้อมูลที่น้องเจอมาให้ทุกๆคนที่สนใจการมาเรียนต่อที่นี่ พอเห็นภาพว่าการใช้ชีวิตเป็นยังไงนะคะ


อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องแจ้งให้ทราบคือการใช้ชีวิตของคนไทยที่นี่มีหลายรูปแบบนะคะ มีทั้งคนที่มาเพื่อเรียนอย่างเดียว ทำงานอย่างเดียว เรียนด้วยทำงานด้วย มาเที่ยว  มาเก็บเงิน หรือแค่มาเก็บประสบการณ์ โดยจุดประสงค์ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน จุดประสงค์ของน้องคือเพื่อมาเรียนและเก็บประสบการณ์ค่ะ เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายของน้องไม่ใช่ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่คนที่จะมาเรียนต่อที่นี่ต้องมี แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่น้องใช้ ช่วยเข้าใจกันด้วยนะคะ ^^


ป.ล. อยากลงรูปมากค่ะะ แต่ทำไม่เป็นนนนน 5555



6 หัวข้อที่จะพูดถึงมีดังนี้ค่าา~


1. Background - น้องเรียนอะไรมาก่อน, เป้าหมายที่ออส, การเงินครอบครัว

2. Study Pathway - น้องกำลังเรียนอะไรอยู่ และตั้งใจอยากเรียนต่ออย่างไร

3. Accommodation - ที่อยู่เป็นอย่างไร มีกฎระเบียบยังไง

4. Transportation - การเดินทางในเมลเบิรน์ และทริคต่างๆ

5. Part Time Job - งานพิเศษที่น้องทำ 

6. สรุปค่าใช้จ่าย



BACKGROUND


ตอนที่มาที่ออสเตรเลีย น้องอายุ 16 ปีค่ะ ถึงวันที่กำลังเขียนกระทู้นี้ก็อยู่ที่นี่มาได้ประมาณ 5-6 เดือนแล้วค่ะ เรียนจบม. 4 มาจากโรงเรียนอินเตอร์ในกรุงเทพ ซึ่งได้สอบเทียบวุฒิม. 6 ด้วยผล IGCSE(International General Certification of Secondary Education) ค่ะ เป็นหลักสูตรของอังกฤษและเคยสามารถเทียบเท่าวุฒิม. 6 ที่ไทยได้ หมายความว่าจะสามารถเข้ามหาลัยที่ไทยได้เลย แต่ปีน้องเป็นปีแรกที่ยกเลิกการเทียบวุฒิค่ะ เลยเท่ากับว่ายังไม่ได้วุฒิม. 6 แต่ยังดีที่บางประเทศยังรับวุฒินี้อยู่เหมือนกัน รวมถึงออสเตรเลีย เลยยื่นผลมาค่ะ พอเข้าได้ก็เลยวางใจแล้วมาทันทีหลังจากจบม. 4 ค่ะ


โรงเรียนที่น้องยื่นคือ Trinity College Foundation Studies ค่ะ ไม่ใช่ High School ปกติ ซึ่งจะอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อที่สอง แต่ง่ายๆ คือเรียนที่นี่ 1 ปีเพื่อเก็บคะแนนและสอบเข้ามหาลัยอีกที และมหาลัยที่น้องอยากเข้าคือ University of Melbourne ค่ะ


น้องย้ายมาที่นี่คนเดียวค่ะ พ่อแม่อยู่ที่ไทย แต่มีพี่สาวคนนึงอยู่ที่เมลเบิร์นเหมือนกัน แต่ไม่ได้พักอยู่ที่เดียวกัน อย่างที่เคยบอกไว้ก่อนหน้า จุดประสงค์ของน้องไม่ใช่การเก็บเงิน แต่เก็บประสบการณ์ชีวิตค่ะ เรียนรู้ที่จะเติบโตและทำอะไรด้วยตัวเอง




STUDY PATHWAY


Foundation Study เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักเรียนต่างประเทศที่อยากเข้ามหาลัยในออสเตรเลียค่ะ ว่าง่ายๆ คือมาเรียนปรับพื้นฐานเพื่อเข้าสู่หลักสูตรออสเตรเลีย ส่วนใหญ่นักเรียนที่นี่จะโตกันหมดแล้วค่ะ ส่วนใหญ่จะอายุประมาณ 17-18 แต่ที่น้องเจอมาก็มีตั้งแต่อายุ 16-23 เลยค่ะ ตามที่เอเจนบอกมาส่วนใหญจะเป็นเด็กที่จบม. 6 ในประเทศนั้นๆ แล้วแต่ไม่ผ่านเกณฑ์มหาลัยเลยต้องมาเรียนซ้ำ แต่ละมหาลัยก็จะมี Foundation Studies ของแต่ละที่ค่ะ เช่น


 Monash university — Monash Foundation

University of Melbourne — Trinity College


ซึ่งแต่ละที่จะคล้ายๆ กันคือเป็นการเก็บคะแนนระหว่างเรียนหนึ่งปี ถ้าคะแนนถึงตามเป้าก็จะสามารถเข้ามหาลัยได้ และคะแนนขั้นต่ำของแต่คณะก็จะต่างกันออกไปค่ะ เช่น


1.  Bachelor of Commerce — 86 (บัญชี ไฟแนนซ์ บริหาร)

2.  Bachelor of Science — 80 (สัตวแพทย์ วิศวะ คอมพิวเตอร์)

3.  Bachelor of Biomedicine — 91 (หมอ)

4.  Bachelor of Agriculture — 75 (เกษตร)


(คะแนนของ Trinity college เพื่อเข้า unimelb)


หากอยากหาข้อมูลเพิ่มก็สามารถเข้าเว็ปไซท์ของเค้าได้เลยค่ะ:


https://www.trinity.unimelb.edu.au/pathways-school



โดยนักเรียนต้องเลือกเรียน 3 วิชา และมีวิชาบังคับอีก 4 วิชาค่ะ แต่ละคณะอาจจะมีวิชาบังคับที่เราต้องเลือกเรียนเพื่อที่จะสามารถเข้าได้ และปลายปีเมื่อเราเรียนจบ เค้าจะเอาคะแนนของวิชาที่เราได้คะแนนสูงสุด 4 วิชามาเฉลี่ยเพื่อดูว่าคะแนนถึงเกณฑ์คณะหรือเปล่า ส่วนคะแนนของแต่ละวิชาจะมี Assignments and Exams คอยให้ทำอยู่เรื่อยๆ เก็บ 10% บ้าง 20% บ้าง 35% บ้าง เครียดสุดๆ เลยค่ะ


วิธีเรียนจะเหมือนมหาลัยที่นี่ค่ะ หนึ่งอาทิตย์ แต่ละวิชาจะมีสองคาบ เลคเชอร์หนึ่งคาบและ Tutorial หนึ่งคาบ เลคเชอร์จะนั่งรวมในฮอลใหญ่ร้อยสองร้อยคนแล้วแต่วิชา และมีอัดวิดีโอสามารถย้อนดูได้ค่ะ ส่วน ทิวทอเรียล คือห้องติวละเอียดสิบกว่าคน ครูจะใกล้ชิดกับนักเรียนมากกว่าค่ะ



ACCOMMODATION


อยู่เป็นหอพักนักเรียนค่ะ เพราะอายุยังไม่ถึง 18 และไม่มีผู้ปกครองดูแลที่อายุมากกว่า 21 ปีที่นี่ เลยต้องให้มหาลัยเป็นผู้ดูแล และสามารถอยู่ได้ภายในสามวิธี หนึ่งอยู่โฮส สองอยู่หอในโรงเรียน และสามอยู่หอนอกที่มหาลัยยอมรับ 


น้องอยู่เป็นแบบที่สามค่ะ อยู่ 2 ห้องนอนแชร์กับรูมเมทคนจีนค่ะ หอพักที่นี่แพงมากๆ ค่ะ คิดเป็นแต่ละอาทิตย์ ห้องสองห้องนอนฟังดูดีนะคะ แต่จริงๆ คือเล็กมาก เข้าห้องนอนก็เจอแต่เตียงเลยแชร์ห้องน้ำ ห้องครัวกับเมท ยังคิด 329$ ต่ออาทิตย์ ถ้าอยู่เป็นห้องเดี่ยวราคาขึ้นไป 509$ เลยค่ะ แต่เท่าที่คุยในหมู่เพื่อนคือห้องเราเป็นห้องที่ถูกที่สุดแล้ว (รวยกันจังงงงง) แต่มันก็มีห้องราคาที่ถูกกว่านี้เยอะเลยนะคะ เช่นที่ที่ไม่มีห้องน้ำและห้องครัวในตัว ไม่มีแอร์ ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ค่าเน็ต มีหมดค่ะ แต่น้องอยู่ในห้องที่รวมค่าน้ำค่าไฟ มีห้องน้ำ มีแอร์มีฮีตเตอร์ ถือว่าดีมากเลยแหละค่ะ แต่ก็แพงมากๆๆๆ อยู่ดี


**Australian Dollar ให้คิดง่ายๆ ว่าเป็น $1 = 20 บาท นะคะ**


ที่นี่เด็กที่อายุน้อยกว่า 18 ต้องลงมาเซ็นเคอร์ฟิวทุกวันตอนสามทุ่มครึ่งค่ะ ถ้าไม่ได้เซ็นก่อนสี่ทุ่มจะมีคนขึ้นไปเช็คที่ห้องว่าอยู่ไหม เซ็นแล้วห้ามออกจากหอค่ะ เป็นกฎหมายคุ้มครองของออสที่น่ารำคาญสุดๆ 









ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      TRANSPORTATION


      การเดินทางในเมลเบิรน์ถือว่าง่ายมากค่ะ ผ่านทางแทรม ซึ่งวิ่งคล้ายๆ รถเมย์บ้านเราที่จะหยุดตามป้ายตามถนน แต่สภาพจะเหมือนบีทีเอสค่ะ เวลาขึ้นก็แตะบัตรบนรถ แล้วจะโดนหักเงิน แต่ก็จะไปที่ไหนก็ได้ 2 ชั่วโมง และก็จะมีสถานีกลางเมืองซึ่งเป็นสถานีฟรีค่ะ (Free Tram Zone) ไม่ต้องแตะบัตรก็ขึ้นได้


      คนที่นี้ ส่วนใหญ่จะวัยรุ่นจะไม่แตะบัตรรถกันค่ะ ถือว่าผิดกฎหมายนะคะ ที่ไม่แตะบัตรแต่นั่งเลย free tram zone หรือนั่งไปทุกๆ ที่ ซึ่งโอกาสที่จะโดนจับมันก็น้อยจริงๆ แหละค่ะ จะมีแค่บางครั้งที่จะมีตำรวจแทรมอยู่บนรถคอยตรวจบัตรผู้โดยสารหรือดักรออยู่บนสถานี ดักตรวจคนลงจากรถ ซึ่งถ้าโดนจับได้ก็จะโดนปรับเลยจ้าาา


      นักเรียนสามารถทำบัตร concession ได้ค่ะ มันจะหักเงินเราแค่ $2 ตอนแตะ แทนที่จะเป็น $4 ถ้าต้องจ่าย 4$ ตลอดก็จะแพงไปเนอะ


      อีกทางเลือกนึงคือแท็กซี่ผ่านแอพ เช่น Uber, Ola, Didi ค่ะ มันจะมีหลายบริษัท มีส่วนลดอยู่เรื่อยๆ คอยดูดีๆ บางครั้งไปไหนไกลๆ หารกันหลายๆ คนจะถูกกว่านั่งแทรมกันค่ะ ของอูเบอร์ก็มี Ride share คือคนขับมารับเราแล้วอาจจะไปรับคนอื่นต่อที่จะไปใกล้ๆ กัน ทำให้ถูกลงเยอะค่ะ บางครั้ง 2-3$ ก็มี ต้องศึกษาแล้วดูดีๆ เนอะ


      รถไฟที่นี่ก็มีนะคะ แต่ส่วนตัวยังไม่มีโอกาสได้นั่งเลยย



      PART TIME JOB

      เรื่องนี้น้องว่าหลายคนน่าจะสนใจนะคะ น้องตัดสินใจอยากทำงานเพราะตอนแรกรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำเพราะยังไม่เริ่มเรียนเยอะ และพ่อแม่ให้ค่าขนมน้อยมากก 555 ตอนแรกคิดว่าจะสมัครร้านไทยค่ะ หลายคนมาที่นี่แล้วสมัครร้านไทยเพราะเข้าง่ายมากกว่าและไม่ต้องการทักษะอังกฤษมาก แต่ร้านไทยและร้านอาเซียนเกือบทุกร้านจะกดค่าแรงเด็กต่างประเทศทุกที่ แถมเพราะเราเรียนแบบ Full Time และจุดประสงค์หลักคือการเรียนค่ะ สุดท้ายเลยตัดสินใจสมัคร McDonalds และ KFC ค่ะ ร้านใหญ่ๆ อย่างนี้จะรับสมัครเด็กเยอะ ส่วนใหญ่จะรับเด็กอายุ 15 ขึ้นไปเพราะยิ่งเด็กค่าแรงยิ่งถูก


      สุดท้ายแมคโดนอลก็รับเข้าทำงานค่ะ เริ่มทำงานมาได้สามเดือนกว่าแล้วค่ะ เงินดีมากกก 55555 คือ น้องโชคดีที่ได้เข้าสาขานี้ค่ะ เพราะทุกๆ คนน่ารักค่ะ ในร้านจะมีผู้จัดการใหญ่หนึ่งคน และมีผู้จัดการในแต่ละชิฟ โชคดีที่เกือบทุกคนมีเหตุผลหมดค่ะ ทุกๆ อย่างเป็นระบบ ไม่มีโกง กดขี่อะไรจนน่าเกลียด ณ ตอนนี้นะคะ เด็กอายุ 16 ได้ ชั่วโมงละ 13.5$ ค่ะ ถ้าทำวันหยุดราชการจะได้เพิ่มเป็นชั่วโมงละ 21.6$ ค่ะ ปีใหม่ คริสมาส ทำงานเละเทะเลยค่ะ เงินไหลมาเทมาาา5555555

      อายุยิ่งเยอะขึ้นเงินเดือนจะเยอะขึ้นนะคะ แต่ถ้าสมัครงานตอนอายุน้อยกว่า 18 จะมีโอกาสเข้างานได้มากกว่าค่ะ เหมือนเค้าจะเรียกทุกคนอายุน้อยกว่า 18 มาสัมภาษณ์หมดค่ะ เพราะค่าแรงถูก ส่วนยิ่งอายุมากขึ้นเท่าที่คุยกับพี่ๆ ที่ทำงาน ยิ่งอายุเยอะยิ่งได้ชั่วโมงทำงานน้อยลง เพราะค่าแรงได้เยอะมากค่ะ อายุมากกว่า 21 ได้ 22$ ต่อชั่วโมงนะคะ


      และหลังจาก เดือนสองปีนี้ค่าแรงจะเพิ่มขึ้นอีกค่าาาา เสาร์ อาทิตย์ก็จะได้เงินเพิ่มขึ้นค่ะ x1.25 หรือ x1.5 ยังไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ต้องรอถึงเวลาได้เงินจริงถึงจะยืนยันได้


      โดยรวมทำงานสนุกค่ะ ทำไอติม ทอดมันฝรั่ง จัดของ รับออเดอร์ แต่เหนื่อยเหมือนกันค่ะ ที่ออสมีกฎหมายคุ้มครองสิทธินักเรียนที่ทำงานเยอะค่ะ เหมือนไม่ให้มาเพื่อทำงานอย่างเดียว เลยจำกัดไม่ให้ทำเกิน 20 ชั่วโมงตอนเปิดเทอม แต่ตอนปิดเทอมจะทำกี่ชั่วโมงก็ได้ ส่วนตอนเปิดเทอมเพราะว่าน้องเรียนคล้ายๆ มหาลัยเลยมีเวลามากกว่า ก็สามารถเลือกทำงานตอนเย็นหรือตอนเช้า แต่คงจะเหนื่อยเกินไปและยังอยากตั้งใจเข้ามหาลัยก่อนนนน เลยทำแค่ จันทร์ เสาร์ อาทิตย์ ส่วนใหญ่เปิดเทอมได้อาทิตย์ละไม่ถึง 200$ แต่ก็ถือว่าเยอะเหมือนกันน้าา ปัจจุบันตามรายงาน Payslip สามเดือนได้มาสองพันหก ดอลล่าแล้วค่าาา เพราะไม่ได้ทำงานเยอะช่วงเปิดเทอม แต่ก็ถือว่าเป็นเงินก้อนแรกๆ ที่หาได้เอง พอมีเงินพอซื้อของให้ตัวเอง ให้พี่สาว ให้พ่อแม่ ก็ทำให้เราภูมิใจ ให้เค้าภูมิใจ แต่เงินเก็บก็เลยไม่ถึงสองพันอ่ะนะคะ 55555


      ตอนนี้เสื้อผ้า รองเท้า อยากได้อะไรซื้อเองหมดค่ะ โทรศัพท์ก็ต้องผ่อนจ่ายเนอะ เวลาใช้เงินเลยต้องคิดหนักสุดๆ 555



      สรุปค่าใช้จ่าย

      โดยรวม เคยคิดเล่นๆ กับเพื่อนที่ไทย สรุปกันว่า ถ้ามาทำงานอย่างเดียว ไม่คุ้มนะคะ ควรจะมาเรียนแล้วทำงานไปด้วยเพื่อเก็บเงินและได้ใช้เงินเล็กๆ น้อยๆ


      ค่าขนมที่ได้ น้องได้ 500$ ค่ะ ส่วนค่าหอแม่จ่ายแยกอีกส่วน ซึ่งอีกครั้งตอนคุยกับเพื่อน 500 คือน้อยมากจ้าาา เพื่อนๆ ถามเลยว่าเธออยู่ได้ยังไง เพราะพวกเขาได้เดือนละพันกว่า แต่คือถ้าพ่อแม่ให้มาเยอะเกินมันก็จะไม่ได้ฝึกบริหารเงินน่ะนะ เวลาใช้เงินเลยต้องคิดมากกว่า กินข้าวนอกบ้านทีขั้นต่ำ 10$ ค่ะ ถ้ากินดีๆ อย่างอาหารจีนอาหาญี่ปุ่นก็ 15$ ขึ้น ปิ้งย่างก็ 30$ หรือมากกว่า 500 ถ้าไม่ได้ทำอาหารเองคือตายค่ะ 55555 เพราะถ้าซื้อของทำอาหารเองจะถูกกว่ามาก


      เวลาไปกินร้านไหนมองหาโปรโมชั่นค่ะ ลด 5% 10% 20% วิ่งเข้าหมดดดด มันจะมีแอพนู่นแอพนี่มากมายที่ลดราคาเยอะ เพื่อนที่นี่ไม่เคยใช้เลยค่ะ น้องใช้อยู่คนเดียว บางทีก็เกรงใจนะ ทำให้เหมือนตัวเองดูงก ชที่ใช้แอพนั่นนี่ แต่ก็มันได้เงินฟรีอ่ะ ทำไมถึงไม่ใช้กันล่ะหะ 55555


      ค่าเดินทาง ถ้าอยูนอกฟรีโซนก็เยอะอยู่ค่ะ และมหาลัยส่วนใหญ่ก็อยู่นอกโซนด้วย ถ้าต้องจ่ายราคาเต็ม ก็วันละ 8$ แล้วนะ นี่แค่ไปกลับจากมหาลัยเนอะ 5555


      ค่าเทอมที่น้องเรียนก็แพงอยู่ค่ะ ยิ่งอยู่ด้วยทุนพ่อแมเลยยิ่งอยากทำงานช่วยเขา เพราะก็รู้เนอะว่าเค้าต้องจ่ายเยอะอยู่พอตัว เรียนสองเทอม ปีละประมาณ $28,000 หรือ 560,000 ค่ะ ส่วนของมหาลัยยังไม่ทราบเหมือนกันเนอะ



      ประมาณนี้นะคะ ถ้าข้อมูลส่วนไหนผิดพลาดไปก็ขออภัยด้วย หวังว่าจะช่วยให้ข้อมูลได้บางส่วนนะคะ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มคอมเม้นต์บอกกันเนอะะ ไปละจ้าาาาา

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เจเคกิโลกลิ้ง
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ง้อววววววว์ ชอบบบบ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป