/>

รีวิวหนังสือ บ้านโป่ง กับ พ่อและแม่ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว โดย วา [ยินดีให้แชร์]

วิว



 “ รีวิวหนังสือ บ้านโป่ง กับ พ่อและแม่



ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว 














ชื่อหนังสือ           บ้านโป่ง กับ พ่อและแม่ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว



เขียนโดย             ชาญวิทย์ และนิมิตร เกษตรศิริ



ราคา                    400 บาท



จำนวนหน้า          363 หน้า




 



                 




“การอ่านหนังสือ คือ การผจญภัยความสนุกสนาน


ในดินแดนที่ไม่มีที่สิ้นสุด”








 




             ถ้าคุณคือ คนหนึ่งที่หลงใหล สนใจ และลึกซึ้ง กับการศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย แน่นอนว่าหนึ่งในเรื่องราวที่พลาดไม่ได้เลย นั่นคือ เหตุการณ์วิกฤตบ้านโป่ง บ้านโป่งยามสงคราม และการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะ เป็นต้น หนังสือบ้านโป่ง กับ พ่อและแม่ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ถือเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อฉายภาพให้เห็นถึงชุมชนบ้านโป่ง ที่อยู่ในจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นที่อาศัยของครอบครัวเกษตรศิริ ในช่วงนั่นนี้เองชุมชนบ้านโป่งกลายเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ทางการญี่ปุ่นได้ส่งทหารเข้ามาตั้งค่าย ทำให้นับแต่นั้นมา ชุมชนบ้านโป่งกลายเป็นพื้นที่ที่มีพวกเขา และพวกเรา รวมไปถึงฉายภาพเราให้เห็นถึงการเดินทางจากปากน้ำถึงบ้านโป่งของครอบครัวเกษตรศิริ




            ถ้าหนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนคนๆ หนึ่ง คนๆ นี้ได้พาเราไปลัดเลาะ เดินเล่นตามซอกซอยต่างๆ พร้อมๆ กับดื่มด้ำกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย พาเราไปเปิดโลกทัศน์ สัมผัสบรรยากาศรวมไปถึงพาเราเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์โลก ผ่านหนังสือ เรื่อง บ้านโป่ง กับ พ่อและแม่ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ซึ่งอาจารย์ชาญวิทย์ และท่านนิมิตร เกษตรศิริ พาเราย้อนกลับไปอ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเสียใหม่ โดยศึกษาผ่านประวัติเรื่องราวของครอบครัวเกษตรศิริโดยเฉพาะ



        การอธิบายเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตผ่านมุมมองประวัติศาสตร์บอกเล่าจากคนในท้องถิ่นที่ยังมีชีวิตอยู่ทำให้เรื่องราวยิ่งน่าสนไปอีก เพราะหนังสือบางเล่มอาจจะขาดมุมมองการแสดงความคิดเห็นของความรู้สึกของผู้ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์จริง



แต่ทว่าหนังสือเล่มนี้ได้มีโอกาสพาเราไปพูดคุยกับคนในชุมชนที่ยังชีวิตอยู่ที่เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นผ่านสายตาของเขาเอง



         จุดหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ ในเรื่องราวที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ คือ การเปิดเผยเรื่องราวประวัติความเป็นมาของบิดาและมารดาและครอบครัวเกษตรศิริ ชนิดที่เรียกว่าละเอียดมากๆ เปิดเผยให้เราได้เห็นแรกเริ่มของการก่อร่างสร้างตัวของครอบครัวเกษตรศิริในช่วงเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ เช่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีเหตุการณ์การเข้pามาของกองทัพญี่ปุ่นที่เข้ามาปักหลักสร้างค่ายทหาร จนเกิดวิกฤตการณ์บ้านโป่ง เปิดเผยให้เราเห็นวิถีชีวิตของของครอบครัวเกษตรศิริ และผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบ้านโป่งว่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ใดบ้าง



 นอกจากนี้ท่านนิมิตและท่านชาญวิทย์ได้พยายามเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ท้องที่มีผลต่อครอบครัวของตนเองโดยตรงและโดยอ้อม ผ่านเหตุการณ์สำคัญๆ หลายเหตุการณ์ หนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญคือ ก่อสร้างสถานีรถไฟสายมรณะ ที่มีจุดตั้งต้นของการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ ที่กองทัพญี่ปุ่นจะเชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งจากสิงคโปร์ ช่องแคบมะละกา ผ่านมลายู ทั้งจากอินโดจีนของฝรั่งเศส ผ่านไทย ไปยังพม่า และเพื่อเข้ายึดอินเดีย ซึ่งครั้งหนึ่งพ่อของท่านนิมิตและท่านชาญวิทย์ เคยกล่าวไว้ว่า บ้านโป่งของเรา เป็นเสมือนข้อศอก ที่ไม่ว่าจะมาจากกรุงเทพ หรือมาจากทางใต้ จากมลายู-สิคโปร์ ก็จะมาแยกที่บ้านโป่ง แน่นอนว่าการตั้กรกรากในช่วงเริ่มต้นของครอบครัวเกษตรศิริ อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านโป่ง ซึ่งเป็นพื้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากที่สุดในมุมมองของกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หนังสือเล่มนี้พาไปให้จิตนาการถึงบรรยากาศในชุมชนบ้านโป่งที่มีทางรถไฟเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนในท้องถิ่นกับคนพื้นที่อื่นๆ ว่าครั้งหนึ่งในอดีตชุมชนบ้านโป่งผู้คนมีวีถีชีวิตอย่างไรในช่วงสงคราม การปรับตัวของคนพื้นที่ต้องมีกระบวนอย่างไร การเข้ามาของกองทัพญี่ปุ่นที่เข้ามาตั้งค่ายทหารในบริเวณต่างๆ ของชุมชนส่งผลต่อสภาพแวดของล้อม และบรรยากาศในชุมชนนั้นยังไงบ้าง รวมไปถึงการเกิดขี้นของกระแส ลัทธิอำมาตยาเสนาชาตินิยม ในยุคของรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม ที่มีหลวงวิจิตรวาทการเป็น มันสมอง ทำให้สังคมไทยในพื้นต่างๆ น้อมรับกระแสดังกล่าว และนำปฏิบัติในรูปแบบ



ต่างๆ อย่างไรบ้าง



            หนังสือเล่มนี้อธิบายประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของชุมชนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าชุมชนบ้านโป่ง (จากสถานีหนองปลาดุก) เป็นชุมทางหลักที่กองทัพญี่ปุ่นต้องการใช้ผ่านเข้าสู่พม่า เป็นเส้นทางหลักในการบุกโจมตีต่อไปยังอาณานิคมของอังกฤษในอินเดีย ทางรถไฟสายไทย – พม่า หรือรู้จักกันทั่วไปว่า ทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งก็เริ่มต้นจากที่นี้นั่นเอง ซึ่งกลายเป็นประวัติศาสตร์อันปวดร้าวของผู้ที่ถูกบังคับ หรือถูกเกณฑ์แรงงานมาสร้างทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการใช้กำลังที่หนักหน่วง ไม่มีเวลาพักผ่อน รวมไปถึงการเกิดโรคไข้มาเลเรียและอหิวาต์



            หนังสือเล่มนี้พิมพ์ขึ้นเพื่อรำลึกเรื่องราวของบิดาและมารดาของอาจารย์ชาญวิทย์  เกษตรศิริ รวมถึเรื่องราวของชาวบ้านโป่ง เป็นการเล่าเรื่องครอบครัวของอาจารย์ชาญวิทย์  เกษตรศิริผ่านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การสาธยายที่เรียกได้ว่าเจาะจงลงไปในรายละเอียดของบุคคลในครอบครัวในมิติของบุคลิกส่วนตัวของบิดาและมารดาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บรรยายให้เราได้เห็นฉากแห่งชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ ประวัติการทำงาน ประวัติการอพยพของครอบครัวเนื่องจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้



 การอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้เราได้รู้เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งชีวิตของครอบครัวเกษตรศิริที่ได้ผ่านประสบการณ์อย่างมากมาย ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านชนิดที่เรียกได้ว่าไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน นอกจากนี้เรายังได้เต็มอิ่มกับความรู้ทางประวัติศาสตร์ไทยที่สอดแทรกเนื้อหาค่อนข้างละเอียดที่มาจากคำบอกเล่าและเอกสารทางประวัติศาสตร์ ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งหนังสือที่มีเสน่ห์ที่ควรแก่การอ่าน เพื่อประดับความรู้ของเราเอ และเพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เชื่อมโยกับประวัติศาสตร์ของชาติ












 

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป