/>

ไม่อยากเจอใครแล้ว [ยินดีให้แชร์]

วิว
เราไม่ชอบการเข้าสังคมมากๆ เพราะเราพูดไม่เก่ง หน้าตาแย่ เราเลยไม่มั่นใจ จากนั้นก็กลายเป็นว่าเราแคร์สายตาคนอื่น จะพูดอะไรก็กลัวไปหมดว่าเขาจะคิดยังไง เราทรมานมากกับการเป็นคนไร้ตัวตน ที่ไม่มีใครจำได้ ไม่มีใครเคยทักเราเลย ทักแต่ชื่อเพื่อนอีกคนตลอด จนเรายิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ตัวตนไปอีก 
เอาจริงๆตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยมีใครชอบ อยากเป็นเพื่อน หรือเอ็นดูเราเลย(แบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กนะคะ) เราต้องทำอะไรด้วยตัวเองตลอด ไม่มีใครคอยช่วย (ซึ่งอิจฉาเพื่อนอีกคนจริงๆ ที่มีแต่คนเอ็นดู คอยช่วยเหลือTT)
 เราไม่โทษใคร เราโทษตัวเองเนี้ยแหละ 
เราเลยไม่อยากทำงานที่ต้องเจอคนแล้ว อยากเป็นฟรีแลนด์ทำงานอยู่บ้านไปเลย
เราอยู่ปี1 กำลังจะซิ่ว แต่เรารู้ดีว่าต่อให้เราซิ่วไป เราก็ต้องเจอสถานการณ์เดิมๆอีก เราอยากดรอปเรียนปี1ไปเลย แล้วลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุด คือวาดรูป ถ้ามันไปได้ด้วยดี เราจะได้เอาดีด้านนี้เลย และพอกันทีกับการเรียนมหาลัย พอกันทีกับการต้องเข้าสังคม 
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จขกท.กังวลมากไปแล้วค่ะ แต่ถ้าไม่สบายใจกับการอยู่ที่นี่ จขกท.จะดร็อปซักปีไปทำสิ่งที่ชอบและปรับปรุงสิ่งที่คิดว่าตัวเองยังไม่ดีแล้วค่อยกลับมาเรียนใหม่ก็ได้ค่ะ แต่เราก็ไม่อยากให้ทำแบบนั้นซักเท่าไหร่เพราะจขกท.ยังมีความคิดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่ ถ้ายังจดจำเรื่องไม่ดีกลับไป มันจะดึงพลังใจกลับมายากมาก แต่ถ้าอยากจะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เรียนก็ได้นะคะ แต่สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแน่ๆเลยคือความคิดค่ะ จขกท.ดูถูกตัวเองมากเกินไป ภูมิใจในตัวเองน้อยเกินไป จนทำให้ตัวเองอึดอัดที่จะอยู่ท่ามกลางผู้คน จขกท.ต้องเปลี่ยนที่ต้นเหตุค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อว่าตัวเองดีพอ คนอื่นก็จะรู้สึกได้ว่าคุณมีพลังลบมากกว่าพลังบวก คุณกังวลที่จะพูดอะไรแล้วคนอื่นไม่ชอบ คนอื่นก็จะรู้สึกได้ว่าการคุยกับคุณ มันทำให้คุณอึดอัดใจ เขาเองก็จะอึดอัดไปด้วยเพราะไม่รู้ว่าคุณเป็นอะไรและอยากจะคุยกับเขามั้ย มันเป็นธรรมดาค่ะที่เขาจะไปคุยกับคนที่คุยด้วยง่ายกว่าเพราะคุยกับคนที่เปิดใจมันง่ายกว่า สบายใจกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าเราไม่ดีพอหรือคนที่คนอื่นชอบพูดคุยด้วยหรือเอ็นดูจะดีกว่าเรา แต่เป็นเพราะเราปิดตัวเองมากเกินไป กดดันตัวเองมากเกินไป จะเข้าหาใครซักคนก็ยาก พอเขาเข้ามาเราก็กลัว มันก็จะวนอยู่แค่นี้แหละค่ะ คุณถึงต้องกำจัดความเชื่อผิดๆนี้ไปให้ได้ แล้วคุณจะรู้สึกโล่งและสบายใจมากๆ จากนั้นก็ค่อยมาปรับปรุงในส่วนที่เรายังไม่ชอบในตัวเอง อย่างหน้าตา บุคลิก ให้ตัวเองมั่นใจได้ว่าจะไม่รู้สึกแย่กับตัวเองเวลาใครมองมา แล้วก็เริ่มกลับไปเข้าสังคมค่ะ ไม่ใช่แค่คนอื่นที่มีสิทธิเลือก คุณก็เลือกได้ค่ะว่าอยากจะอยู่กับใคร คุยกับใครแล้วสบายใจกว่า ต่อให้ถูกปฏิเสธ ก็เลือกใหม่ได้ค่ะ มันเป็นเรื่องปกติ คนอื่นเขาก็เจอ หาคนที่เข้ากับเราได้ซักคนก็พอแล้วค่ะ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดอะไรผิดหรือคนอื่นจะคิดยังไง พึ่งเริ่มเรียน การแนะนำตัว ทำความรู้จัก ชวนพูดชวนคุย ถ้าจขกท.ยังไม่มั่นใจในการพูดคุยก็ลองฝึกฝน หาข้อมูล ไม่ก็ไปฝึกกับผู้เชี่ยวชาญหรือรับสอนด้านนี้ซักพักค่อยเริ่มก็ได้ค่ะ และถ้าคุณยังคิดว่าไม่มีใครอยากเป็นเพื่อน งั้นคนแรกก็ต้องเป็นเราแล้วล่ะค่ะ อยากมาเป็นเพื่อนกันมั้ย? สู้ๆนะคะ อย่าล้มเลิกที่จะเรียนรู้เพราะแคร์สายตาคน อย่ายอมแพ้ทั้งที่ยังอยากไปต่อ ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่หรอกค่ะ แล้วก็อย่าโกธรหรือโทษตัวเองในอดีตเลยค่ะ เพราะ ณ เวลานั้นตัวเราในอดีตก็ทำเท่าที่ทำได้แล้ว รักและภูมิใจในตัวเขาให้มากๆเพราะเขาพยายามเต็มที่แล้วและอดทนเข้มแข็งได้ดีมากๆ คุณถึงได้ยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-01.png

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้



      เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเจอนะคะ เหมือนไม่มีตัวตนและไม่น่าจดจำ

      สังเกตุไหมคะว่า สิ่งที่เราคิดว่าคนอื่นมองเราอย่างไรมักจะคล้ายๆกับความคิดที่เรามองตัวเองแบบนั้น เรามองตัวเองว่าพูดไม่เก่ง หน้าตาไม่ดี ขาดความมั่นใจ ความคิดเหล่านี้กลายเป็นการแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมของเรา เช่น พูดไม่เก่ง ก็ไม่พูด ขาดความมั่นใจ ก็ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่กล้าสบตา บุคลิกภาพขาดความมั่นใจ หน้าตาไม่ดี ก็น้อยใจตัวเองและเฝ้ามองคนที่ตัวเองคิดว่าเค้าสวยกว่าเรา ยิ่งเราหลบ เรายิ่งไม่มีตัวตน

      การที่เราไม่ได้เป็นคนแบบเพื่อน แปลว่าเรามีความแตกต่าง และความแตกต่างคือสิ่งที่เป็นจุดเด่นของแต่ละคน ที่แน่ๆเลยตอนนี้

      จุดเด่นของเราคือ 1.เราเป็นเก่งมีความสามารถ รู้ได้จากที่เราบอกว่า ทำอะไรด้วยตนเองมาตลอด ไม่ต้องมีใครคอยช่วย

      2. เป็นคนใส่ใจคนอื่น ความใส่ใจที่เรามีและแคร์คนอื่นจนขาดความเป็นตัวของตัวเอง และลืมใส่ใจตัวเอง

      ก่อนจะดรอปเรียน อยากให้ลองสร้างสมดุลให้ชีวิตตัวเอง

      1. เห็นจุดเด่นของตัวเอง ภูมิใจในตนเอง

      2. มองความแตกต่างเป็นความหลากหลายไม่ใช่ข้อเปรียบเทียบ

      3. พัฒนาตนเองด้านการพูด การแสดงออก

      4. ดูแลตนเองให้สวย ดูดีในแบบของตัวเอง


      #นักจิตวิทยาอารมณ์ดี Relationflip:)
      # D-Talk D-Tox By Relationflip x Dek-D

      #ตอบปัญหาเด็กและวัยรุ่น

      #สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      จ้าจ้าจ้า
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สำหรับเรา จะอยู่บ้านทำฟรีแลนซ์ก็ได้ ถ้าทำแล้วเลี้ยงตัวเองได้ แต่คนเราต้องมีเพื่อนสักคนอยู่แล้ว หาไว้ในแวดวงสังคมอื่นๆ ก็ได้ แต่ก็อยากให้ไปเรียนนะ ออกมาเรียน มอเปิดก็ได้ เผื่อมีโอกาสได้พบปะคนอื่นบ้าง ไม่ต้องเก็บตัวอย่างเดียว อย่างน้อยเป็นส่วนนึงของสังคมอะ ไม่ต้องเข้าสังคม แต่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แล้วแต่ทางเลือกครับ ถ้าเราสะดวกทางสายนี้มากกว่า

      เราอาจจะเอาเวลาที่ต้องไปเรียนมหาลัยมาทุ่มเททางด้านนี้

      สุดท้ายมันอาจจะปังเป็นอาชีพหลักของเราเลยก็ได้ครับ

      และที่สำคัญคือเราทำแล้วสบายใจซึ่งอาจหาได้ยากถ้าจบไปแล้วไม่ได้ทำตามงานที่หวัง

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป