/>

เราแค่เหนื่อยกับความคาดหวัง [ยินดีให้แชร์]

วิว

      เหนื่อยกับชีวิต เหนื่อยกับความคาดหวัง ทำไมต้องมากดดันกันด้วย แค่เพราะเป็นลูกสาวคนเดียว หลานสาวคนเดียวหรอ ไม่มีโอกาส ไม่มีสิทธ์ตัดสินใจอะไรเลยหรอ ต้องเชื่อฟัง ต้องทำตาม ให้เดินซ้าย เดินขวา ก็ต้องทำตามเพราะแค่เป็นผู้หญิงหรอ บ้างที่มันก็เหนื่อยนะที่ต้องทำตามที่บอก ทำไมไม่มีสิทธิ์บ้าง คุยโทรศัพท์ทุกครั้งต้องจบด้วยประโยครีบเรียนให้จบนะ ตั้งใจเรียนนะ หมดไปเยอะแล้ว พอบอกว่าเหนื่อย กลับบอกว่าแค่นี้เหนื่อย รู้ไหมว่าคนส่งเรียนเหนื่อยกว่าแค่ไหน 

     ทำไมจะไม่รู้ แต่ก็แค่อยากบอกความรู้สึกบ้าง คนเรามันมีขีดจำกัดไม่เท่ากัน ทำไมต้องเอาประสบการณ์ตัวเองมาเป็นมาตรฐาน แค่อยากได้กำลังใจ แต่อยากได้ยินว่า “เหนื่อยก็พักบ้างก็ได้” เท่านี้เอง รู้ว่าหวังดีกับเรา ทุกคนหวังดี แต่ก็อยากให้รับฟังบ้าง 

     แค่อยากทำสิ่งที่อยากทำบ้างเป็นบ้างครั้ง อยากไปหาความสุข ความสบายใจบ้าง ยังไงก็ต้องทำตามที่คาดหวังกับเราอยู่แล้ว 

     แค่อยากทำสิ่งที่อยากทำ ทำไมต้องบอกว่ามันไร้สาระ ไม่คิดบ้างหรอว่ามันอาจเป็นความสุขเดียวให้ชีวิตของเรา 

     รักครอบครัวเสมอ แต่บางครั้งครอบครัวไม่ใช่ความสุขสำหรับเราเสมอไปนะ ฟังเราบ้าง

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่าไปคิดว่าเขากดดันหรือไม่ใส่ใจความรู้สึกและการตัดสินใจของเราค่ะ ให้คิดว่าเขากำลังเปิดใจกับเราเพราะเขาเชื่อว่าเราโตพอที่รับรู้และเข้าใจความรู้สึกเขาและย้ำว่าเราสำคัญกับเขามาก จริงๆแล้วการคาดหวังกับอนาคตและความมั่นคงของเรา มันช่วยให้เขามีกำลังใจและอยากจะสู้ต่อได้ ฟังไปอาจจะดูเหมือนกดดัน คาดหวังหรือเหนื่อยกับเราแล้วแต่เขาไม่ได้ทำเพราะอยากทำหรอก เขาก็เหมือนกับคุณ อยากมีเวลาไปทำสิ่งที่ชอบ อยากให้มีคนถามว่าเหนื่อยมั้ย อยากพักรึเปล่า แต่เพราะเขาคิดว่าเขากำลังทำเพื่อคุณอยู่เขาถึงยอมเหนื่อยและไม่อยากให้คุณมองข้ามมันไป เขาพูดเพื่อให้คุณทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดโดยไม่ท้อถอยหรือยอมแพ้เพราะเขาก็กำลังทำเพื่อคุณอยู่เหมือนกัน ถ้าคุณคิดว่าพวกเขาไม่คิดถึงความรู้สึกคุณ จริงๆแล้วคุณก็กำลังทำแบบเดียวกับพวกเขาเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองเหนื่อยพอแล้วและไม่ให้ค่ากับความพยายามของอีกฝ่ายมากไปกว่าตัวเองเลย สุดท้ายคำว่าเหนื่อยเลยกลายเป็นคำที่ไม่มีใครอยากฟัง ส่วนเรื่องการบังคับหรือตัดสินใจแทน อันนี้คุณอาจจะต้องลุกขึ้นสู้เพื่อความต้องการของตัวเองบ้าง แต่ก็ต้องมั่นใจว่าจะรับผิดชอบผลของมันได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะนั่นคือชีวิตคุณ คุณต้องรับผิดชอบตัวเอง ผู้ใหญ่บางคนมีความเชื่อฝังหัวและประสบการณ์ฝังใจเลยกลัวว่าเราจะพลาดแต่จริงๆแล้วคนเราไม่ได้เรียนรู้ทุกอย่างได้ในเวลาไม่กี่สิบปีหรอก เขาไม่ได้รู้ทุกอย่าง แต่เขาก็เจอมันมาก่อนเรา ส่วนจะเชื่อและทำตามมั้ย คุณต้องคิดเองให้เป็น เพราะถ้าดำรงชีวิตอยู่ในกรอบของครอบครัวตลอดเวลา เราจะกลัวการปฏิเสธและไม่กล้าทำผิดพลาด ทั้งที่จริงๆมันเป็นส่วนสำคัญในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่บางทีมันอาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้ที่คิดว่าเขาไม่ยอมรับการตัดสินใจ ไม่ให้เราทำในสิ่งที่เราอยากทำ มันอาจจะเป็นเราเองด้วยก็ได้ที่คิดว่าจะต้องให้เขาaccept ในทุกๆการตัดสินใจ ทุกๆการกระทำตลอดเวลาจนไม่กล้าคิดและตัดสินใจเองซักที พอมีคนคิดต่างออกไปหรือไม่เห็นด้วยเราก็เชื่อเขาเพราะไม่คิดว่าตัวเองมีสิทธิมีเสียงมากพอ แต่ถ้าตัวเราเองยังไม่เชื่อในการตัดสินใจของตัวเองเลย แล้วเราจะทำให้คนอื่นเชื่อได้ยังไงล่ะ สุดท้ายผลมันก็เลยออกมาไม่ถูกใจเรา เพราะเราปฏิเสธที่จะตัดสินใจเองตั้งแต่แรก เราก็ต้องรับผลที่ตามมาจากการเชื่อการตัดสินใจของคนอื่นและก็ต้องเชื่อไปเรื่อยๆจนถึงวันที่สิ่งรอบตัวเราไม่มีสิ่งที่เราชอบอยู่เลยซักอย่าง เราเปลี่ยนความคิดคนอื่นไม่ได้ก็จริงแต่ถ้าเรายอมรับและพอใจที่มันเป็นอย่างนั้นเอง ก็คงพูดได้ไม่เต็มปากหรอกว่าเราไม่ได้เลือกเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สู้ๆครับ เหนื่อยก็พักครับ แล้วก็ใช้สติ



      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป