ซ่อน
แสดง
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายคุกกี้ ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

แชร์ประสบการณ์อ่านหนังสือสอบเข้าทันตะ ฉบับเด็กซิ่วอยู่บ้านและไม่เรียนพิเศษ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เด็กซิ่ว #dek63 #คณะทันตแพทย์ #tcas
สวัสดีค่ะ แนะนำตัวก่อนนะคะ เราเป็นเด็กซิ่วค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ากระทู้นี้ไม่ได้มีเจตนาสนับสนุนให้ซิ่วเน้อ  เป็นแค่กระทู้แชร์วิธีการเตรียมสอบของเราค่ะ 

การซิ่วจะมีอยู่สองแบบคือซิ่วไปเรียนไปหรือซิ่วหยุดอยู่บ้านไปเลย ซึ่งเรานั้นลองมาทั้งสองแบบแล้วค่ะ สาตะพาบก่อนว่าเป็นdek61นะคะ รู้สึกแก่เบาๆ แง
ปี62 ซิ่วไปเรียนไป (คะแนนรวม56.43) : ปีแรกเราเข้าไปเรียนคณะเภสัชฯ ค่ะ ตอนแรกไม่ได้อยากซิ่วมาก กะไปสอบเล่นๆ อ่านหนังสือประมาณสองเดือนสุดท้าย อยากบอกว่าแทบกระอักเลือดค่ะ555 ทั้งไฟนอลทั้งสอบเข้าตีกันไปหมด ผลออกมาคือไม่ติดตามระเบียบฮะcrying (ไม่ได้บอกว่าซิ่วไปเรียนไปแล้วจะไม่ติดนะคะ เพื่อนเราบางคนก็ติด แต่มันค่อนข้างจะเหนื่อยมากสำหรับเราค่ะ)  
ปี63 ซิ่วอยู่บ้าน (คะแนนรวม71.33) : พอสอบไม่ติดปุ๊ปตอนแรกคือเสียใจ แต่คิดไปคิดมาเราแทบไม่ได้เตรียมตัวเลย ถ้าเกิดสอบได้มันก็ดูจะไม่ยุติธรรมกับคนที่เค้าตั้งใจเท่าไหร่ ตอนนั้นร้องไห้เป็นนางเอกเอ็มวีอยู่แปปนึง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เครียดมากเพราะเรายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนต่อไปหรือจะยังไงดี จากตอนแรกที่ไปสอบเล่นๆ แต่พอมันไม่ติดขึ้นมาเหมือนเรารู้สึกว่าตัวเองอยากเรียนทันตะแบบชัดมาก คำถามที่เรานำมาคิดประกอบการตัดสินใจซิ่วครั้งนี้เช่น เราอยากเรียนทันตะจริงใช่มั้ย เวลาที่เสียไปคุ้มค่ากับการตัดสินใจของเราแล้วเหรอ เรารับแรงกดดันและความเครียดจากการอ่านหนังสืออีกทั้งปีได้มากน้อยแค่ไหน เรารับความเสี่ยง (ในกรณีสอบไม่ติด) ได้หรือเปล่า ทางครอบครัวเราพร้อมซัพพอร์ตการซิ่วครั้งนี้มั้ย เราคิดซ้ำไปมาอยู่สองสามวันก็ได้คำตอบกับตัวเองว่าจะซิ่วและจะไม่มานั่งเสียใจเหมือนปีที่แล้วอีกครั้ง วันต่อมาเราก็ขอป๊าลาออกจากมหา'ลัยเลย

ขออนุญาตแปะคะแนนทั้งสองปีให้ดูกันชัดๆ ก่อนนะคะ
การเตรียมสอบที่เราจะมาแชร์จะเป็นของปี63ซึ่งเป็นปีที่เราซิ่วอยู่บ้านนะคะ สิ่งที่เราทำคือ

1.  ตั้งเป้าคะแนน
ก่อนจะอ่านเราก็ต้องตั้งเป้าคะแนน จะได้รู้ว่าแต่ละวิชาเราควรจะทำให้ได้ประมาณเท่าไหร่ เป้าที่เราตั้งจะค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่นค่ะ เราเห็นคนอื่นจะตั้งเป้าคะแนนให้สูงไว้ก่อน แต่การตั้งเป้าของเราคือตั้งแค่ในระดับที่จะสอบติด ไม่ได้สูงเว่อๆ เนื่องจากเราเคยตั้งเป้าสูงแล้วผิดหวังมาก่อน รวมถึงเราคิดว่าการซิ่วอยู่บ้านปีนึงมันมีความเสี่ยงกับการท้อแท้และหมดแพชชั่นมว้าก ถ้าเราตั้งเป้าสูงเกินเรากลัวตัวเองจะท้อไปก่อนค่ะ555 

2.วางแผนการอ่าน
เราไม่ได้ไปเรียนพิเศษเลย เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านหนังสือเองอยู่แล้ว (สาเหตุรองคือขี้เกียจออกจากบ้านค่ะ555) แต่การอ่านหนังสือที่บ้านก็มีข้อเสียคือบางวันหมดแพชชั่น บางวันเหงา บางวันตื่นสาย บางวันแอบไปติดซีรีย์ เราเลยเริ่มจากการวางแพลนอ่านหนังสือค่ะ จะได้รู้ว่าวันนี้ต้องอ่านเท่านี้นะ เป็นการบังคับตัวเองไปในตัว โดยเราจะเขียนแพลนทั้งแบบกว้างๆ และจะมาเขียนแบบเป็นสัปดาห์ในทุกวันอาทิตย์นะคะ โดยแต่ละวันที่เราอ่านหนังสือเราจะจับเวลาเสมอแล้วก็เขียนไว้ว่าแต่ละวันอ่านไปกี่ชั่วโมง เรารู้สึกว่ามันช่วยให้เรามีวินัยขึ้นจริงๆ ค่ะ ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างแพลนเนอร์ที่เราเขียนค่ะ จะเห็นว่าวันนึงเราอ่านหนังสือเฉลี่ยแค่วันละประมาณห้าชั่วโมง แต่แอบมีข้อแม้ว่าในห้าชั่วโมงนี้ต้องตั้งใจอ่านนะคะ อ่านไปเล่นโทรศัพท์ไปไม่ได้เด้อ การอ่านของเราจะเน้นอ่านสม่ำเสมอแต่ไม่หักโหมค่ะ
ไม่มีชื่อรูป
ไม่มีชื่อรูป

3.เริ่มทำตามแพลน
ก่อนเก็บเนื้อหาเราเริ่มจากเอาโจทย์เก่ามาทำวิชาละ1-2ฉบับก่อน เพื่อให้รู้ขอบเขตเนื้อหาว่าเราต้องอ่านตรงไหนบ้าง พอเก็บเนื้อหาจบก็เริ่มทำโจทย์ไปเรื่อยๆ
*ฝึกทำโจทย์เยอะๆ อันนี้สำคัญมาก เพราะเก็บเนื้อหาอย่างเดียวไม่พอค่ะ เชื่อเรา เราลองมาแล้วแง
*คณิตฯ กับอังกฤษห้ามทิ้ง! เพราะสัดส่วนคะแนนเยอะกว่าวิชาอื่น
*ใดๆ ก็ตาม ห้ามทิ้งข้อสอบเก่า ทำทุกปีได้จะดีมากค่ะ อย่าลืมจับเวลาด้วยนะ อย่าลืมว่าข้อสอบ9วิชาเป็นแนว speed test เด้อ

เราจะแนะนำวิธีการอ่านและหนังสือเล่มหลักๆ ที่เราใช้ในแต่ละวิชานะคะ

ภาษาอังกฤษ (76.25/100)
วิชานี้ตอนแรกเราไม่ถนัดเลย แล้วเราก็ไม่ค่อยได้อ่านแบบจริงจังเท่าไหร่แต่คะแนนที่ออกมาได้เกินเป้าของเราไปพอควร ข้อสอบจะเป็นแนวspeed testแนะนำให้หาบทความอ่านเยอะๆ แบบเราคือไม่ได้อ่านเนื้อหาเยอะแต่พยายามอ่านข่าวจากBBCทุกวันค่ะ มันจะอ่านคล่องขึ้นเอง ถ้าท่องศัพท์ด้วยจะดีมาก ตอนทำข้อสอบเราทำส่วนconversation, cloze test, เรียงประโยคแล้วปิดท้ายด้วยreadingที่ยาวๆ ค่ะ โดยreadingเราทำตามนี้ค่ะอ่านโจทย์>หาคีย์เวิร์ด>สแกนบทความ
!ห้าม! ไปจมกับข้อใดข้อนึงนานเกินไปนะคะ มันจะไม่ทันเอาน้า
หนังสือหลักๆ ที่ใช้ :
ไม่มีชื่อรูป
1. 9สามัญ : เล่มนี้แนวจะคล้ายข้อสอบจริงเลยค่ะ แต่เรารู้สึกว่ามันสั้นกว่าข้อสอบจริงนิดนึง เอาไว้ฝึกทำเพื่อที่จะได้ชินกับรูปแบบของข้อสอบ
2. Grammar : เราใช้เล่มนี้เก็บแกรมม่าแบบผ่านๆ เราว่าเล่มนี้อ่านง่าย เนื้อหาก็ไม่ได้เยอะเกินจะเก็บ
3. เล่มreading : อันนี้ง่ายและสั้นกว่าข้อสอบจริงเอาไว้ฝึกความคล่องค่ะ
4. tuget, cutep : อันนี้บทความเยอะสุดๆ ใช้ฝึกreadingได้ดีมากเลยค่ะ เฉลยสองเล่มนี้จะไม่ค่อยละเอียดนะคะแต่เราชอบมากเลย

ชีวะ (68.75/100)
เราพลาดนิดนึงที่เอาชีวะมาอ่านวิชาแรกๆ ก็คือลืม เราแนะนำว่าลองเขียนสรุปดูก็ดีนะคะ มันช่วยให้เราจะได้เร็วขึ้น เราเขียนสรุปไว้เรื่องละ 1-2 หน้า ตอนทวนจะได้รู้สึกว่ามันน้อยอิอิ วิธีที่เราค้นพบอีกอย่างคือการอ่านออกเสียงช่วยให้จำเนื้อหาได้ดีขึ้นมาก อย่างเราคืออ่านให้แม่ฟังจนจะให้แม่ไปสอบแทนได้แล้ว555 ด้านล่างเป็นตัวอย่างสรุปชีวะของเราเองค่ะ
 

 
หนังสือหลักๆ ที่ใช้ :

 1. เล่มปลาหมึก : เล่มนี้ค่อนข้างละเอียดมากเลยค่ะ ภาพสีอ่านง่าย แต่เล่มหนาไปหน่อยแง เราเลยอ่านไปได้แค่รอบเดียวค่ะ
2. พี่เต้นท์ : หนังสือชีวะในดวงใจyes อ่านหลายรอบจนหนังสือแทบเปื่อย เพื่อนเราบางคนบอกเล่มนี้รวบรัดเกิน แต่เราชอบนะคะ อ่านประกอบกับดูรูปในหนังสือจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ ทำโจทย์ข้างหลังด้วยก็ดีน้าจะได้รู้ว่าเรายังไม่แม่นบทไหน
3. bio speed test : เล่มนี้เป็นแบบฝึกหัดแยกบทค่ะ แนะนำเพราะเป็นหนังสือที่ทำแล้วไม่เบื่อเลย บางบทก็มีให้วาดรูปเติมคำ ง่วงเมื่อไหร่หยิบเล่มนี้มาทำได้เยย
4. 15พ.ศ. : เล่มนี้แนวไม่ค่อยตรงกับ9วิชาเท่าไหร่ แต่ข้อสอบเยอะ เอาไว้ทวนพวกconceptหลัก

เคมี (76/100)
เคมีเป็นวิชาที่เราลองซื้อหนังสือมาอ่านเยอะมาก แต่ไม่มีเล่มไหนถูกจริตเราเลย เล่มที่คนอื่นบอกว่าดีเราก็อ่านแล้วไม่ได้ชอบเท่าไหร่ เราเลยอ่านหนังสือที่เคยเรียนพิเศษไว้ของเดอะเบรน วิชานี้ข้อสอบแอบเป็นspeed testมาก แนะนำให้ทำโจทย์เยอะๆ จับเวลา สำหรับเราคือพอทำโจทย์ไปหลายๆ ฉบับคือรู้สึกว่าด้านหลังมันง่ายกว่าด้านหน้า เวลาสอบเลยทำด้านหลังก่อนค่ะ
หนังสือหลักๆ ที่ใช้ :
 

Admission the brain : เราเคยเรียนตอนประมาณมอหก ช่วยให้เราเข้าใจเคมีขึ้นเยอะมาก พี่ไผ่สอนสนุก และเข้าใจมาก แต่ปีแรกที่สอบคือเรียนแต่ไม่ได้อ่านแล้วก็ได้น้อยมาก คือเลยว่าถ้าเรียนแล้วไม่ทวนคือเหมือนไม่เรียน ความรู้เรามาจากการอ่านทำความเข้าใจเองประมาณ80%ได้เลย

ฟิสิกส์ (80/100)
เราโง่ฟิสิกส์มาก ดูจากคะแนนปีก่อนได้555 เป็นวิชาที่เราใช้เวลานานมาก วิชาอื่นอ่านทวนแค่หนึ่งเดือน แต่ฟิสิกส์เราจมอยู่กับมันสามเดือน เราเริ่มจากเก็บเนื้อหาแล้วทำโจทย์ไปทีละบท ทำสรุปสูตรแบบสั้นๆ ไว้อ่านทวนตอนใกล้สอบด้วยจะดีมากเลยค่ะ ด้านล่างเป็นตัวอย่างที่เราสรุปสูตรนะคะ

 
หนังสือหลักๆ ที่ใช้ :
1. ฟิสิกส์ขนมหวาน : เราอ่านทั้งสามเล่ม เนื้อหาเราอ่านแค่เล่มนี้เลย แนะนำสำหรับคนที่อ่านตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ (ใดๆ ก็คือเนื้อหาค่อนข้างเวิ่นเว้อ ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการอ่านแบบไฟลนเด้อ) เราว่ามันละเอียดขนาดที่คนโง่ฟิสิกส์อย่างเรายังเข้าใจ คนเขียนใช้ภาษาเข้าใจง่ายและหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่าแทรกบทเรียนอยู่บ่อยๆ ทำให้การอ่านฟิสิกส์สนุกขึ้นค่ะ เราทำโจทย์ทุกข้อที่มีในหนังสือ พออ่านจบแล้วเหมือนบรรลุ555 ขออวยหน่อย เพราะรู้สึกว่าได้ฟิสิกส์เพิ่มมาขนาดนี้เพราะฟิสิกส์ขนมหวานจริงๆ
2. ติดหมอ : เล่มนี้ฟีลเหมือนทำข้อสอบจริง เอาไว้ฝึกทำเพิ่มความมั่นใจ
3. Absolute physics : เล่มนี้ข้อสอบแยกบท ข้อสอบไม่ค่อยยากเท่าไหร่ เป็นตัวช่วยเสริมพื้นฐานแต่ละบทได้ดีเลยค่ะ
4. ตะลุยโจทย์ the brain : เราใช้เล่มนี้อ่านทวนเนื้อหาค่ะ เป็นคอร์สตะลุยโจทย์ที่เคยเรียนตอนมอหกแต่เราไม่ได้ทำโจทย์นะ เอามาอ่านสรุปข้างหน้าเฉยๆ 555 เราว่าเล่มนี้สรุปค่อนข้างครบและชัดเจนค่ะ ที่จริงเราชอบคอร์สตะลุยโจทย์ของเดอะเบรนทุกวิชาเลย

คณิตศาสตร์ (76/100)
คณิตฯ ที่เราร้าก เราแอบคาดหวังกับวิชานี้มากเนื่องจากเป็นวิชาที่เราค่อนข้างถนัด คะแนนออกมาน้อยกว่าที่คิดไปหน่อยแต่ก็ถือว่าไม่แย่ค่ะ วิชานี้เราไม่ได้เรียนพิเศษเลย เราอ่านเนื้อหาจากชีทที่เรียนในห้องตอนมอปลาย คือเราโชคดีที่อาจารย์คณิตฯ ตอนมอปลายสอนดีมว้าก มีวันนี้เพราะอาจารย์ให้จีงๆ ส่วนพวกเล่มด้านล่างเป็นเล่มที่เราใช้ฝึกทำโจทย์ค่ะ
หนังสือหลักๆ ที่ใช้ :
 
1.Hi speed : ข้อสอบแยกบท มีระดับความยากง่ายบอกไว้แต่ละข้อด้วย อันนี้เราไม่ได้ทำทุกบทนะคะ ข้อสอบมันเยอะมาก เราเลือกทำแค่บทที่เราไม่ถนัดค่ะ
2.Syntax vaccine crack : เราทำโจทย์ตามที่พี่ณัฐ (ผู้เขียนหนังสือ) แนะนำเลยค่ะ แต่ไม่ได้ทำเล่ม25พ.ศ.เพราะเราค่อนข้างมีพื้นฐานอยู่แล้ว เซ็ทนี้ดีสมเป็นเซ็ทยอดฮิตเลยค่ะ ข้อสอบมีตั้งแต่ระดับปานกลางถึงยาก ตอนทำแรกๆ ท้อมาก แต่หลังๆ เราจะทำได้เพิ่มขึ้นเองค่ะ

ไทย สังคม
ขอไม่แนะนำนะคะ อ่านน้อยแถมคะแนนน้อยตามที่อ่านค่ะ ฮือ

ความถนัดแพทย์ (207.8/300)
เนื่องจากปีที่แล้วที่เราสอบความถนัดแพทย์ได้เชื่อมโยงมา65คะแนนถ้วน ปีนี้เลยเหมือนหลอนค่ะ เราทำแบบฝึกหัดแกทไทยไปหลายเล่มมากเพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย555 พาร์ทเชาว์ปีนี้รู้สึกยากขึ้นสำหรับเราค่ะ แนวค่อนข้างจะเปลี่ยนไปจากปีก่อนปีนี้ออกกราฟกับตารางเยอะขึ้น ส่วนพาร์ทจริยธรรมคือพึ่งบุญเก่าไปค่ะ ต้องอ่านให้เร็วเพราะข้อสอบยาวและให้เวลาน้อยค่ะ
หนังสือหลักๆ ที่ใช้ :

1. Gatอ.ขลุ่ย, Gatพี่ยู, เชื่อมโยงthe book : สามเล่มนี้เราใช้ฝึกทำพาร์ทเชื่อมโยงค่ะ เรียงลำดับจากง่ายไปยากเลย เล่มสุดท้ายจะเป็นแนวความถนัดคือไม่มีขีดเส้นใต้key word (เหมือนข้อสอบจริง) ทั้งความยาวและระดับความยากใกล้เคียงกับข้อสอบจริงที่สุด เราชอบเล่มนี้มากค่ะ
2. IQ focus : เป็นแนวข้อสอบไอคิวเอาไว้ฝึกทำเพลินๆ ได้ค่ะ  เล่มนี้เราแอบชอบพาร์ทที่เป็นการอ่านจับใจความด้านหลังมากกว่าค่ะ  แนวประมาณข้อสอบเชาว์พาร์ทไทย
3. พิชิตวิชาเฉพาะแพทย์, แนววิชาเฉพาะแพทย์ : สองเล่มนี้ข้อสอบพาร์ทเชาว์เยอะพอตัวเลยค่ะ

สุดท้ายแล้วถึงคะแนนเราจะไม่ได้เยอะเว่อวังอะไร แต่ก็ถือว่าเยอะเกินคาดแล้วสำหรับเรา หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนทั้งที่ได้คะแนนเยอะและน้อย สำหรับใครที่กำลังผิดหวังหรือเสียใจ เราเข้าใจคุณนะ เราเคยอยู่จุดนั้นมาแล้ว แต่เราอยากจะบอกว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมันมีข้อดีอยู่ในนั้นเสมอค่ะ ล้มได้แต่ต้องลุกขึ้นมานะ วันนึงจะเป็นวันของคุณ เราเชื่อว่าคุณต้องทำได้แน่ค่ะ  heart
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

13 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป