Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

++(แชร์ปสก.)เรียนที่ออสเตรเลีย และได้เป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น!!++ [ยินดีให้แชร์]

Labell
Guest IP
วิว
#เรียนต่อนอก #ออสเตรเลีย #รีวิว #ประสบการณ์ #ต่างประเทศ
สวัสดีค่า กระทู้นี้เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองกับการมาเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย และนำไปสู่การต่อยอดเป็นเชฟ ร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ

️️“มาได้ยังไง?️️
.
ตอนปี2017 เราเรียนจบมหาลัยจากที่ไทยนี่แหละค่า พอจบปุ้ป! เราไม่รอที่จะรับปริญญาแต่กลับติดต่อผ่านทางเอเจ้นเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อยื่นวีซ่า และตีตั๋วมาเรียนภาษาที่ซิดนีย์เลย เหตุผลที่มาเรียนที่นี่ก็อาจจะเหมือนหลายๆคน คืออยากลองใช้ชีวิตก่อนที่จะเริ่มต้นวัยทำงานของจริงน่ะสิ เราเริ่มด้วยการเรียนคอร์สภาษาอังกฤษค่ะ เรียนหนักเลยแหละ4วันต่อสัปดาห์ เข้ายันเย็นเลย


“พูดengได้ตั้งแต่ต้นมั้ย?”
.
บอกก่อนว่าตอนเรามาเนี่ย ภาษาอังกฤษเราแทบจะเป็นศูนย์ คือพูดไม่ได้เลย ฟังก็ไม่ค่อยจะออก กลัวมากกกกกเวลาต้องพูดกับฝรั่ง เค้าถามอะไรมาก็จะยิ้มมมม อย่างเดียว55555

แต่พอเราย้ายตัวเองมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ English only!!! มันเป็นอะไรที่เราต้องพูดให้ได้!เราต้องฟังให้ออก!!เพราะถ้าไม่ได้ก็ไม่มีใครเข้าใจเราแล้วค่ะ สลัดความกลัวทิ้งไปค่ะ! พูด!พูด!พูดเข้าไป! จะผิดถูกแกรมม่าไม่มีใครสนใจ มั่นใจเข้าไว้ เราบอกตัวเองว่าเราต้องอยู่ให้ได้ แล้วหลังจากเรียนไป3เดือน สกิลภาษาของเราก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

“ใช้ชีวิตยังไง?”
.
เราพอมีเวลาว่างหลังเลิกเรียนตอนเย็น หางานทำสิคะรออะไร ค่าห้องแพงหูแทบฉีก เงินก็ร่อยหรอ จะได้ฝึกภาษาไปด้วย ที่แรกก็เอาง่ายๆเลยร้านอาหารไทยนี่แหละ!!ฮี่ๆๆ ไม่เลือกงานไม่ยากจนค่ะ เพราะเราไม่มีประสบการณ์อะไรมาเลยจากไทยนี่เนอะ ได้พี่ๆคนไทยคอยช่วยสอนงานในครัวให้(เราชอบทำครัวค่ะไม่ขอบเสิร์ฟ>///<เขินลูกค้า) จำได้ว่างานแรกเราเริ่มจากการทำอองเทรในร้านไทยเล็กๆนอกเมือง พอมีสกิลแม่ครัวแล้ว เราก็ลองขยับย้ายร้านไปเรื่อยๆ ไปทำร้านที่ได้ค่าแรงสูงขึ้น

**สำหรับประเทศออสเตรเลีย วีซ่านักเรียนสามารถทำงานจ่ายภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย20ชม./วีค**

“หนทางก้าวสู่การเป็นซูชิเชฟ”
.
ตรงนี้คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ในเมื่อเราได้ภาษาแล้ว ประสบการณ์ในครัวก็มีแล้ว เราต้องถามตัวเองแล้วล่ะว่า ’เราชอบที่จะทำอะไร?’ เราค้นพบเราชอบกินอาหารญี่ปุ่นม้ากกกกกกกกกกกก และความชอบนี้เแหละที่เราจะอยู่กับมันได้นานและทำมันได้ดีกว่าสิ่งอื่นๆ เราคิดงี้นะ เราเลยเปลี่ยนสายจากงานร้านไทย มาสมัครงานร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ เพราะไม่อยากเสียตังซื้อซูชิกิน...ไม่ใช่!!!แรกๆก็ยอมรับเลยว่าปรับตัวยากพอสมควร เราเคยแต่กินแต่ไม่เคยทำนี่นะ ซูชิมันทำยังไงหว่า??

ถึงเราจะมีปสก.ด้านงานครัว แต่เค้าไม่ให้เราเริ่มจากการปั้นซูชิเลยหรอกค่ะ นู่นนนนนน ไปเลยจ้ะ เตรียมของสิ้ หั่นผัก ทำซุปมิโซะ พอเราเริ่มคุ้นกับเมนูและวัตถุดิบต่างๆในร้านแล้ว ก็ค่อยๆเขยิบมาลองทอดกุ้งเทมปุระ ทำพวกดนบุริ อุด้ง ราเมน เราใช้เวลาเกือบสี่เดือน กว่าจะผ่านบททดสอบนี้ จนถึงวันที่seniorเค้าเรียกเราไปสอนทำซูชิค่ะ วันนั้นจำได้เลยว่าดีใจม้ากกกกกกกกกกก กรี้ดๆๆๆได้ออกจากครัวร้อนมาครัวเย็นครั้งแรก ต้องยืนทำต่อหน้าลูกค้าด้วย เท่โคตรรรร

“ทำซูชิ ยากมั้ย?”
.
ยากค่ะ เราได้มายืนทำซูชิก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะได้ทำทุกอย่างเลยนะ เริ่มที่ต้องเป็นเด็กเตรียมเขียงค่ะ(อีกละ)5555555 อธิบายก่อนว่าร้านเราค่อนข้างจะมีแบ่งวรรณะ เชฟเก่งๆเค้าก็จะยืนตำแหน่งซาชิมิ นิกิริ อะไรงี้ ส่วนเรา55555มาใหม่ก็นู่นเลย ไปเตรียมเขียง!!ต้องมาเช้ากว่าคนอื่น มาอุ่นข้าว ซักผ้าขี้ริ้ว เตรียมของเราผ่านมันมาหมด จนพอคล่องก็ไปทำโรลง่ายๆ ขยับไปทำnigiri ไปซาชิมิ ไปจนถึงแร่ปลาค่ะ(ขั้นadvanceแล้ว)เราไม่ได้เรียนพวกนี้ในรร.สอนทำอาหารนะ แต่อาศัยการแอบมอง จำ และลองทำตามค่ะเราอาจโชคดีด้วยที่ได้ทำงานกับHead chef ซึ่งใจดีมากกก สอนเราหมดเปลือก เค้าทำอะไรเราก็ไปปั้นจิ้มปั้นเจ๋อขอดูว่าเค้าเรียงปลายังไงน้าา แต่งจานยังไงน้าา เราใช้เวลาเรียนรู้ศาสตร์ของซูชิอยู่ปีนึงเต็มๆจนเรียกได้ว่าหลับตาปั้นออกมายังสวย555555555ข้าวเนี่ยมือหยิบมาต้อง16กรัมเท่ากันทุกชิ้น

“อัพค่าตัวดีกว่า”
.
เมื่อเราแกร่งกล้าแล้ว ไปค่ะ!ฝีมือมี เงินต้องมา! ช่วงปีที่สองนี้เราเปลี่ยนมาเรียนรร.เฉพาะทางสาขาหนึ่งที่เรียนแค่1วันต่อวีค!แถมช่วงปิดเทอมยังทำงานได้40ชม./วีคอีก! เข้าทางล่ะ รวยๆๆๆ ช่วงนั้นเรารับหลายจ็อบมากค่ะ ร้านซูชิไหนขาดคนเราไปหมด วันนึงทำ3ร้านก็มี5555555ร้านในห้าง ภัตตาคารร้านหรู ร้านข้างทาง ร้านเทคอะเวย์ หาประสบการณ์จากหลายๆที่ ได้เพื่อนต่างชาติเยอะมากกกกก อัพสกิลภาษาและฝีมือรัวๆๆๆ

มาจนถึงจุดที่เราสามารถ “เลือกงาน” ได้แล้วค่ะ ฝีมือเรามีแล้วนี่นะ หลังๆเราจึงเลือกร้านที่ให้ค่าตอบแทนสูง สูงสุดที่เคยได้คือ1000$++ต่ออาทิตย์ก็มีค่ะ แต่เหนื่อยโคตร555555 (ค่าตอบแทนในที่นี้คือ เงินที่จ่ายต่อชม. ได้จ่ายtaxให้รัฐบาลด้วย และได้Superอีก ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นเงินที่เราจะได้คืนจากรัฐบาลออสในภายหลังค่ะ คุ้มๆๆๆๆ)

“เมเนเจอร์ที่เด็กสุดในร้าน”
.
และแล้วก็ถึงจุดที่เราคิดว่าเราวิ่งหาปสก.จนเพียงพอแล้ว เหนื่อยกับการวิ่งทำงานหลายร้าน เรียนก็เครียดด้วยเพราะเนื้อหามันยาก เราเลยลาออกให้เหลือทำเพียงแค่ร้านเดียวค่ะ บวกกับโชคอีกนั่นแหละ เชฟที่ร้านเราลาออกบ้างอะไรบ้าง เราเลยกลายมาเป็นseniorที่ต้องสอนงาน จนสุดท้ายพอเจ้าของร้านเห็นว่าเราทำทุกอย่างได้และทำมานาน เค้าเลยเลื่อนตำแหน่งใหม่ให้เราเป็นผู้จัดการร้านค่ะ ร้านเรามีผจก.3คนและเราคือเด็กสุดอายุ24เอง เซอร์ไพรส์มากกกกก จากเด็กหั่นผักที่ทำอะไรไม่เป็นเลย เทอให้ฉันมาเป็นเมเนเจอร์เหรอ!!!??? แน่นอนว่างานเยอะขึ้นมากก ทุกเทศกาลเราต้องคิดเมนูใหม่ๆ ต้องคิดcourseเมนูให้แขกVIP งานปาร์ตี้ต่างๆ ต้องคุมร้าน ทะเลาะกะลูกค้า(อุ้ย!!) ทำตารางงาน ใครจะลาป่วยลากิจอะไรมาลงที่เราหมด รับตำแหน่งใหม่ๆจำได้ว่าเลิกงานถึงบ้านปุ้ปสลบเลย น้ำค่อยอาบตอนเช้า

“โดนดูถูก”
.
แน่นอนว่าเราทำร้านญี่ปุ่น....แต่เราไม่ใช่คนญี่ปุ่น เราเด็กสุดในร้าน มิตรภาพอันดีงามที่พวกลุงๆเชฟในร้านเคยเอ็นดูเราก็มีสั่นคลอนบ้าง อันนี้เราไม่ได้อคตินะคะ แต่หลังจากที่เราได้เป็นเมเนฯ ลุงๆเชฟญี่ปุ่นที่ร้านก็ไม่คุยกับเราเลย....แถมยังไปเม้าท์ว่าเราน่ะเด็กเกินทำไม่ได้หร้อก เหมือนเป็นเพราะว่าเราได้เลื่อนขั้นข้ามหน้าข้ามตาพวกเค้า เราจุกถึงขนาดเกือบร้องไห้กลางร้านหลายครั้ง แต่ก็ต้องฮึบค่ะ และบอกตัวเองว่า.....ใครสนล่ะเว้ยเห้ย!! เราลำบากมามากและจะไม่ยอมหยุดแค่นี้ ไม่ถอยด้วย เราเหนื่อยมากกกในการเรียนรู้งานด้านการสั่งของ ทำสต็อก เช็คของ ทะเลาะกะบริษัทซัฟฯ ทำบิลด้วยตัวเองเพราะลุงๆในร้านเมินเราไม่ยอมสอน แต่คิดเหรอว่าเราจะยอมแพ้? ไม่ค่ะ อย่ามาดูถูกคนไทย เราถึงกับขนใบสั่งของมานั่งจัดเรียงทำไฟล์เองที่บ้านเลย ตีสองตีสามเรายังนั่งออเดอร์ของอยู่เลย5555แค้นมาก ไม่สอนเราเราเรียนรู้เองก็ได้! จนเราทำงานเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพวกเค้า จากนั้นลุงบางคนก็ค่อยๆกลับมาคุยกับเราเหมือนเดิม

เราลำบากมามาก ตั้งแต่วันที่มาแรกๆพูดกะใครไม่ได้ อยู่ห้องรูหนูต้องกินแต่มาม่า ทำร้านไทยก็ขอเค้าห่อข้าวกลับมากิน มาจนถึงวันที่เราหาเงินเลี้ยงตัวเองได้ จุนเจอที่บ้านได้ จะกลับไปเที่ยวไทยไปตปท.เราหาเงินเองหมด ที่บ้านไม่ได้ให้เงินเราเลยแม้แต่ค่าเทอม ค่ากิน ค่าห้อง

ถ้าถามว่ามาเรียนตปท.แล้วได้อะไร?
ต่างคนต่างมีแรงฮึดไม่เหมือนกัน สำหรับเรา เราบ้าพลังสุดๆในการถีบตัวเองให้สูงขึ้นๆและก้าวข้ามคำดูถูกต่างๆ
ต้องลองมาเองดูค่ะ แล้วจะรู้ว่าเราจะได้อะไรจากการใช้ชีวิตในต่างเมืองบ้าง

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตอนนี้นะคะ
ใครมีคำถามก็เม้นไว้เลยค่าเราจะตอบเท่าที่ตอบได้

ถ้ามีคนอ่าน พาร์ทหน้าจะมาแชร์การมีแฟนเป็นต่างชาติและวีรกรรมแสบๆค่ะ บอกเลยว่า11คนพี่ก็เดทมาแล้ว ฮึๆๆๆ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

2 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป