ซ่อน
แสดง
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ประสบการณ์ซิ่ว 2 ปี เพื่อทำตามความฝัน [ยินดีให้แชร์]

วิว
#dek63 #dek62 #dek61 #tcas #เด็กซิ่ว



สวัสดีค่ะ เปิดหัวข้อมาก็เด็กซิ่วเลยเนาะ55555   ต้องแนะนำตัวกันก่อน   (ขอแทนตัวเองว่าเรานะ)   เราชื่อก้านพลูน้า   เราเป็นเด็ก61   ซึ่งวันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์การซิ่ว คำแนะนำ และการเตรียมตัวกันจ้า
  
1.มาเริ่มจากประเด็นแรกกันก่อนว่า “ ทำไมถึงซิ่ว?
 
เริ่มมาจากตัวเราอยากเรียนสัตวแพทย์มาตั้งแต่ประถมเลยค่ะ   เลยสนใจทางด้านการช่วยเหลือสัตว์   ซึ่งเราก็มองว่ามันคือความฝันของเราเลย  ช่วง   ม.4-5   ไม่ได้เรียนเก่งมาก ถือว่ากลางๆ เพราะตัวเราเรียนโครงการ วมว.ด้วย การเรียนก็จะแอดวานซ์หน่อย เรียนลึกกว่า นร.ปกติ ทำให้ต้องพยุงหลายๆอย่าง ทั้งเกรด ทั้งเนื้อหา ซึ่งบวกกับตัวเราไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าที่ควรด้วยค่ะ ผลเลยออกมาไม่ค่อยดี ซึ่งช่วง ม.ปลาย เราเรียนพิเศษอยู่ 2 วิชา คือ ฟิสิกส์กับอังกฤษ ถามว่าเก่งขึ้นไหม ก็ไม่ได้มากขนาดนั้น55555 โดยจริงๆแล้วเคมีกับคณิตก็เป็นหนึ่งในวิชาเจ้าปัญหาเหมือนกัน (สอบตกณิตทุกเทอม5555 เคมีพอถูกไถ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่รอด55555) พอถึงสอบจริงๆคะแนนก็ออกมาไม่ดีทุกอันเลยค่ะ ทั้ง gat pat สามัญ โอเน็ต และ กสพท. ดีสุดแค่ gatไทย เต็ม นั่นแหละค่ะ คะแนนเหมียนหมาเลย แงงงง ทำให้เรารู้แล้วว่าไม่ได้เรียนอย่างที่ฝันแน่ๆ เลยตัดสินใจซิ่วค่ะ
 
2.ความรู้สึกตอนซิ่วครั้งแรก
 
บอกเลยค่ะว่าร้องไห้หนักมาก หนักจริงๆค่ะ คือจำได้ว่าหลังจากออกจากห้องสอบสามัญมา (สามัญเป็นสนามสุดท้าย) เดินร้องไห้ออกมาเลยค่ะ แล้วโทรไปหาแม่เพื่อขอซิ่วเลยค่ะ เพราะรู้ตัวแล้วว่าไม่ได้แน่ๆ  แต่แม่ไม่ให้ค่ะ พ่อก็ไม่เห็นด้วยในช่วงแรก ทำให้ทะเลาะกับพ่อกับแม่แทบทุกวันเลยค่ะ ร้องไห้ก็แทบทุกวันเหมือนกัน คือไม่รู้จะหาทางออกยังไง เพราะเป็นครั้งแรกที่สอบแล้วขอซิ่วด้วย แต่สุดท้ายก็หาทางออกของการซิ่วครั้งนี้ได้ค่ะ 
 
3.TCASครั้งแรกและการยื่น
 
ต่อมาจากข้อ 2 แน่นอนว่าคะแนนหลายๆอย่างไม่ดีแล้ว โอเน็ตก็ไม่ถึง 60%  ด้วย แล้วปี 61 เปลี่ยนระบบค่ะ พึ่งเปลี่ยนมาเป็น TCAS ครั้งแรก ซึ่งการยื่นจะแบ่งเป็น 5 รอบ แน่นอนรอบสามยื่นไม่ได้ค่ะ (รอบ กสพท.เอา O-Net 60% up) ก็เลยรอยื่นรอบ 4 ค่ะ ซึ่งลงได้ 4 อันดับ การเรียงคือเอาอันที่อยากเรียนไว้ต้นค่ะ แล้วสองอันดับท้ายคือคณะที่คิดว่าพอได้ ชอบอยู่ และต้องติดแน่นอน ตอนนั้นลง 1.สัตตะ มก. 2.สัตตะ(จำม่ายด้าย) 3.วิทย์มหิดล 4.วิทย์ชีวะ มข. ด้วยความที่พึ่งเปลี่ยนระบบ การรอแต่ละรอบนานพอสมควรเลยค่ะ กว่าจะมาถึงรอบ4 ก็เกือบๆ 2 เดือนเลยค่ะ แต่ช่วงนั้นก็หาอะไรทำค่ะไม่ให้เบื่อ
 
4.ซิ่วไปเรียนไปรอดไหม?
 
หลังจากที่ยื่น 4 อันดับในรอบ 4 ไป เราได้วิทย์มหิดลค่ะ ซึ่งพ่อแม่ดีใจมากๆค่ะ แต่ในใจเราก็ยังอยากจะเรียนสัตวแพทย์และทำตามความฝันอยู่ ถึงอย่างนั้นเราก็ตกลงเรียนปี 1 ให้พ่อกับแม่ไปค่ะ ซึ่งที่วิทย์มหิดล ปี 1 จะยังไม่มีสาขาค่ะ ค่อยมาแยกตอนปี 2 (ถ้าใครสนใจสามารถสอบถามได้นะคะ) ในการเรียนปี 1 ของเราคือจะเรียนไปซิ่วไปค่ะ คุยกับพ่อแม่แล้วเค้าอนุญาต เลยตามแผนนั้นไป เนื้อหาปี 1 จะยากขึ้นกว่าตอน ม.ปลายระดับนึงเลยค่ะ ถ้าพื้นไม่ดีก็ยากพอตัวค่ะ แล้วความตึงมันมาอยู่ที่ ถ้าเราเรียนไปซิ่วไปไม่รอด เราก็ยังมีคณะรองรับ ไม่หลุดแน่นอน แต่ปัญหาคือปี 2 แยกสาขา ถ้าอยากได้สาขาที่ต้องการ ต้องทำเกรดดีๆค่ะ เพราะเค้าคัดคนเข้าจากเกรด ซิ่วก็อยาก แต่ถ้าซิ่วหลุดก็อยากได้สาขาที่ชอบอีก เหมือนจับปลา 2 มือ ยากค่ะ ยากมากๆ เพราะเหมือนเราอ่าน นส. 2 เท่าไหนจะห่วงสอบที่มอ ไหนจะห่วงสอบซิ่วอีก ไม่ใช่จะบอกว่าทำไม่ได้ ทำได้นะคะ แต่ก็ยากพอสมควร ต้องอดทน ขยัน และมีวินัยจริงๆ ซึ่งรายนี้ไปไม่รอด555555 นี่เด็กกิจกรรมมากค่ะ ทั้งลงชมรมสัน ทั้งไปคอนไม่หยุดเลยแทบทุกคอน55555 (ศิลปินมาบ่อยมากกกก) ยังมีโครงงานมูเก้อีก แลปที่ถ้าไม่ไปเกินกำหนดจะติดF คือหลายเรื่องเลยค่ะ สรุปมันก็ไปไม่รอด55555555555
 
5.การตัดสินใจซิ่วรอบที่2
 
หลังจากที่เรียนไปซิ่วไปไม่รอด เลยต้องตัดสินใจครั้งใหญ่อีกครั้งค่ะ ที่ตัดสินใจซิ่วรอบที่ 2 เพราะ 1.เพื่อนในคณะซิ่วเยอะมากๆ 2.เราไม่รอดแล้วแน่ๆ  3.การสอบมหาลัยและการสอบสามัญต่อกัน(รวมแล้วจะสอบติดกัน 7 วัน) เลยต้องรีบตัดสินใจค่ะ คือยิ่งช่วงใกล้สอบพวกTCASเข้ามา เราก็เร่งอ่าน นส.เข้าไปอีก ตอนนั้นเรียนพิเศษคณิตกับชีวะด้วยนะคะ แต่เป็นการเรียนที่กะเอาให้ครบ ถามว่าเข้าใจครบหมดไหม ก็ไม่ค่ะ ทำให้ประสิทธิภาพลดลง รีบ ลน อยากให้จบๆจะได้ไปสอบ สรุปคือสอบออกมาก็ไม่รอดเลยค่ะ แถมหนักกว่าปี 61 อีกค่ะ55555  ละถ้าถามว่าไม่เรียนไปซิ่วไปแล้วหรอ ด้วยความที่งานทางมหาลัยถาโถม บวกกับเราก็อยากเรียนในสิ่งที่ชอบ เลยตัดสินใจขอดรอปกับทางมหาลัยค่ะ แต่ทางมหาลัยไม่ให้ดรอป เราเลยไม่เข้าเรียนเลยค่ะ เพื่อจะทุ่มให้กับการซิ่วเต็มๆ เลยมีความคิดนี้โผล่มาค่ะว่า ถ้าไม่ให้ดรอป ก็ลาออก แล้วซิ่วแบบ 100% ไปเลยค่ะ เราเลยคุยกับพ่อกับแม่ โดยทางพ่อเค้าจะช่วยตัดสินใจ ซึ่งครั้งนี้เค้าอนุมัติค่ะ เพราะเค้าเห็นคนลาออกเยอะ เด็กซิ่วเยอะ คือหมายความว่าเด็กยังอยากทำตามความฝัน และอีกอย่างคือเค้าเห็นว่าเราไม่ไหว ไม่รอด ฟีลทรมานทางใจ55555 คราวนี้ไม่มีใครห้ามค่ะ ได้ลาออกสมใจเลย ซึ่งตอนนั้นดีใจมากๆ ไม่ดีใจที่ได้ลาออก แต่ดีใจที่พ่อและแม่เข้าใจและสนับสนุนให้เราได้ทำตามความฝันค่ะ นั่นเลยเป็นที่มาของการซิ่วรอบที่ 2 และรอบสุดท้ายค่ะ โดยในรอบแรกนี้ เราไม่ลงซักคณะเลยค่ะ คือไปซิ่วแล้วลงปี 63 ดีกว่า
 
6.ซิ่วรอบที่2และเป็นรอบสุดท้าย
 
ในการตัดสินใจซิ่วครั้งนี้ถือว่าลาออกก่อนจบปี 1 และพ่อกับแม่ก็ให้เงื่อนไขว่า ถ้าจะลาออก นี่จะเป็นการซิ่วครั้งสุดท้าย ถ้าติดสัตตะ ก็ลงสัตตะ แต่ถ้าไม่ติดพ่อกับแม่จะจับลงให้เลย ซึ่งเรายอมรับเงื่อนไขนี้ค่ะ เราซิ่วโดยการไปเรียนพิเศษอยู่ที่ จ.อุบลค่ะ เพราะบ้านญาติอยู่ที่นั่น และอุบลก็มีที่เรียนเยอะด้วยค่ะ ซึ่งเริ่มซิ่วตอนช่วงปลายเดือนเมษาค่ะ เราเรียนพิเศษแทบทุกวิชาเลยค่ะ เว้น ไทย สังคม (อ่านเองค่ะ) ซึ่งช่วงซิ่วครั้งนี้ทรมานมากๆ เพราะเราไม่มีเพื่อนเลย ไม่มีคนที่คอยคุยด้วย เรียกง่ายๆว่าเหงาเลยค่ะ เกือบได้ซึมเศร้า เพราะการซิ่วครั้งนี้จิตใจอ่อนแอมากค่ะ คือเรื่องนิดๆหน่อยๆมาให้คิดมาก ก็ร้องไห้ได้เลย ดังนั้นเราต้องจัดการความเครียดให้ได้มากที่สุด เรื่องมากระทบต้องรีบเคลียร์ เรียกง่ายๆ จะไม่คิดอะไรมากกว่าการอ่าน นส.สอบ ช่วงแรกๆมีไฟค่ะตั้งใจดีมาก ทำสรุปดึกๆดื่นๆ ตื่นเช้าไปเรียน พอมาช่วงกลางๆก็เริ่มเหงา ไม่มีเพื่อน การเรียนก็เริ่มหนักขึ้น ทั้งทำข้อสอบอีก เลยจะเครียดเป็นพิเศษ เลยเล่นเกมส์ค่ะ555555 แต่ไม่ได้เล่นจนเสียการเรียนนะคะ เล่นให้หายเครียดแล้วมาเรียนต่อ ไม่ก็ฟังเพลง ซึ่งฟังเพลงจะมีการโยกๆตอนนั่งด้วย คือเพลงสนุกมากแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงจะมีเล่นเกมส์บ้าง โทรหาเพื่อนบ้าง แต่ก็ไม่ให้เสียการเรียนค่ะ หลายๆครั้งการโทรคุยกับเพื่อนคือการติวหนังสือด้วย เพราะเพื่อนเราซิ่วด้วยกันค่ะ เลยจะช่วยผ่อนความเครียดลงค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราต้องมีวินัยมากๆนะคะ เราไม่เคยขาดเรียนพิเศษเลย ถ้าไม่ติดธุระ หรือนัดเพื่อน ก็จะไม่ขาดค่ะ จะเรียนให้ครบ ตอนเรียนถ้าง่วงมากๆก็จะฝืนให้ได้ค่ะ ถ้าหลับ พอตื่นมาก็ย้อนกลับไปเรียนใหม่ คือครั้งนี้เนื้อหาต้องแน่น และเข้าใจจริงๆ ทำข้อสอบได้จริงๆ ซึ่งการสอบครั้งนี้ผลออกมาดีเกินคาดเลยค่ะ จากที่ซ้อมทำโจทย์มา อ่านหนังสือ จำทริคต่างๆมา คะแนนออกมาดีเกินคาด ทำให้ในการซิ่วครั้งนี้ประสบผลสำเร็จค่ะ เราได้เรียนสัตวแพทย์ที่ มมส.ค่ะ ปีนี้คะแนนแอบเฟ้อโหด ตอนแรกตั้งใจจะเอา มข. แต่หลุดค่ะ เลยได้ มมส.แทน แต่ไม่ได้เสียใจเลยค่ะ เพราะสัตวแพทย์คือความฝันของเรา แล้วเราทำให้ฝันเป็นจริงได้ ถือว่า complete ในชีวิตเลยค่ะ
 
**การจัดการความเครียด**
 
อย่างที่กล่าวไปค่ะ ช่วงซิ่วรอบที่ 2 จะเครียดมากเป็นพิเศษ เครียดถึงขณะที่ว่ายืนร้องไห้ไปผัดมาม่ากินไปอะค่ะ555555 คือร้องไห้บ่อยมาก บางคนจะบอกว่าการร้องไห้คือคนอ่อนแอ แต่เรามองว่ามันคือการปลดปล่อยอารมณ์ภายในที่เราเก็บเอาไว้ค่ะ ร้องแปปๆ ปรึกษาเพื่อนที่ซิ่ว สุดท้ายก็สบายใจขึ้น อย่างน้อยๆเราต้องหาเพื่อนที่คอยเป็นกำลังใจให้เราได้ เผื่อวันไหนเรารู้สึกท้อแท้ หรือเหนื่อยมากๆ เราจะได้มีคนคอยรับฟังค่ะ หรือถ้าไม่มีจริงๆแนะนำคนไม่ไกลตัวค่ะ ครอบครัวหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจก็ได้นะคะ ตามที่เราสบายใจที่จะปรึกษาค่ะ ในการซิ่วครั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแนวคิดค่ะ เราเป็นคนที่ชอบคิดมาก คิดไปล่วงหน้า ขี้กังวลมากๆค่ะ คิดลบมากกว่าคิดบวก มีช่วงนึง เหลือเวลา 3 เดือนจะสอบ เราเครียด คิดไปว่าไม่ทันแน่ๆ เหลือเนื้อหาอีกเยอะเลย ทำยังไงดี ล่ก กังวลไปหมด สุดท้ายจบที่ร้องไห้555555 เพราะมันหาทางแก้ไม่ออกแล้ว (จริงๆมันก็มีทางแก้นะคะ แต่ตอนนั้นเรากังวลจนคิดอะไรไม่ออก) แต่พอมาช่วงหลังๆ เราได้เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนมุมมองไป เรากลับมองว่า เนี้ย ยังไงก็ทัน สามเดือนเหลือเวลาตั้งเยอะนะ เราแค่ต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้ เราจะไม่ต้องกังวลอะไร เราทำได้ สู้!! จริงๆนะคะ แนวคิดสำคัญมากๆ ขึ้นกับว่าเราเลือกที่จะมองมุมไหน เอาจริงๆที่เรียนพิเศษที่เราเรียนก็แอบกดดันเด็กๆหน่อยนึง วันไหนเรารับไม่ไหว ก็จะระบายออกมา ซึ่งเราก็มองว่าเด็กบางคนต้องการให้กดดันจะได้ดี แต่เราไม่ใช่เด็กในกลุ่มนั้น เราก็จะหาวิธีที่เหมาะกับเรา เช่น ถ้าวันไหนที่เรียนกดดันมากๆ เราก็จะไม่เลือกรับข้อมูลนั้นค่ะ คือรับแค่ข้อมูลที่ควรรับ เช่น เนื้อหาที่สอน พอเราเปลี่ยนความคิดได้ เราก็มองความกดดันเป็นแค่สิ่งที่ผ่านมาและผ่านไป แล้วเราก็ทำตามแผนที่เราเซ็ตไว้ เชื่อมั่นในตัวเอง และอดทนค่ะ อ้อที่สำคัญ อย่าดูถูกตัวเองเป็นอันขาดนะคะ เพราะการดูถูกตัวเองจะทำให้เรารู้สึกแย่และท้อแท้ค่ะ เราต้องเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำได้และต้องประสบความสำเร็จอย่างที่เราหวัง สุดท้ายเราจะผ่านมันไปได้ด้วยดีค่ะ
 
**แนะนำการเรียนพิเศษและคอสต่างๆ**
 
อย่างที่บอกไปค่ะว่าเราเรียนพิเศษทุกวิชา ยกเว้น ไทย สังคม เดี๋ยวจะมาบอกว่าเราเรียนอะไร ที่ไหน อ่านหนังสืออะไรกันนะคะ

1.ฟิสิกส์
เราเรียนฟิสิกส์เดี่ยวค่ะ ตัวต่อตัวที่บ้านของพี่ที่สอนพิเศษ ชื่อพี่ณัฐค่ะ คือด้วยความเรียนเดี่ยว เราสามารถคุยและวางแผนการการเรียนการสอนกับพี่เค้าได้ค่ะ อยากให้เค้าเร่งหรือสอนช้าลง เน้นเนื้อหาตรงไหน เราสามารถบอกได้เลยค่ะ ซึ่งถือว่าดีมากๆค่ะ ความเรียนเดี่ยวทำให้พี่เค้าสามารถเทรนเราได้ ว่าเราต้องเน้นอะไร เพิ่มตรงไหน หรือแนวคิดคิดยังไง บอกทั้งข้อดีข้อเสียของเราและวิธีแก้ไขค่ะ ทำให้เรารู้ได้ตรงจุดทันทีและแก้ได้ทันเวลาก่อนสอบค่ะ ส่วนหนังสือ เราทำโจทย์จากที่พี่เค้ารวมมาให้กับโจทย์จากหนังสือ อ.ณัฐ ค่ะ เล่มสีเขียว (เดี๋ยวแนบภาพให้ค่ะ) ซึ่งหนังสือเล่มนี้ดีมากๆค่ะ จะเอาโจทย์แนวเมือนจริงมาให้ค่ะ แล้วก็จะให้เราฝึกทั้งแบบจับเวลาและไม่จับเวลาค่ะ (โจทย์ในหนังสือนี้มีไปออกข้อสอบด้วยนะคะ ตอนเราสอบล่าสุด ซ้อมทำมาไม่เสียเปล่าเลยค่ะ)
**ถ้าสนใจเรียนฟิสิกส์กับพี่ณัฐ ติดต่อที่ 0956236653

อ้างอิง :   
https://www.google.com/search?q=%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C+%E0%B8%AD.%E0%B8%93%E0%B8%B1%E0%B8%90&sxsrf=ALeKk03B4htFYPnWBGnervv6RJIFZ_0jmw:1590158614822&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=2ahUKEwiovf262sfpAhWCfn0KHalkBksQ_AUoAXoECAwQAw&biw=1366&bih=635#imgrc=oi_5TqnBxLo3GM

2.เคมี
เราเรียนเคมีกับพี่เก่งค่ะ จะเป็นสถาบันกวดวิชานอุบล ตอนนี้ขยายสาขาแล้วค่ะ ซึ่งคอสของพี่เก่งจะมีหลายคอสค่ะ เราเรียนคอสเอนทรานซ์ค่ะ แล้วก็ลงคอสตะลุยโจทย์ด้วยค่ะ ทางพี่เก่งจะสอนเน้นหลักการจำต่างๆให้ง่ายขึ้น แล้วก็วิธีการทำโจทย์แบบปกติกับแบบที่ทำไวๆในข้อสอบให้ทันเวลาค่ะ ส่วนหนังสือ เราหาอ่านทั่วไปค่ะ ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง เพราะในคอสพี่เก่งคือสอนครบค่ะ ถ้าอันไหนเรางงหรืออยากเพิ่มจริงๆ เราก็จะหาในเน็ตหรือหนังสือเล่มนี้ค่ะ (ซื้อมานานแล้วนะคะ) ถ้าสนใจเรื่องคอสเคมี สามารถติดตามได้ที่เพจ chem center : โรงเรียนกวดวิชาเคมีเซ็นเตอร์ อ.เก่ง
 
 
3.ชีวะ
เราเรียนชีวะกับพี่หนูดีค่ะ เป็นเครือเดียวกับเคมีพี่เก่งค่ะ ซึ่งพี่หนูดีสอนชีวะสนุกค่ะ จำได้แม่นเลยค่ะ จะมีการท่องเป็นทำนองบ้าง แนวๆแบบคล้องจอง หรือแบบเป็นคำย่อง่ายๆให้เราจำค่ะ ซึ่งตอนซ้อมทำข้อสอบคะแนนก็ออกมาดีเลยค่ะ เพราะจำได้ จำแม่น แต่ตอนสอบ 63 นี่คะแนนออกมาไม่ได้ต่างจาก 61 62 มากเพราะว่าเราจำมากไป แต่ไม่เข้าใจหลายอย่าง 63 ดันออกแนววิเคราะห์จัดเลย แต่ถ้าสมมติออกตามปี 61 62 บอกเลยว่าคะแนนไม่ต่ำว่า 60 แน่นอนค่ะ ตรงนี้ต้องเพิ่มเติมนะคะ ดังนั้นต้องเข้าใจให้มากๆด้วยสำหรับชีวะ เพราะเราประมาทข้อสอบ 63 ไปหน่อยค่ะ5555 ส่วนหนังสือ เราอ่านจากหนังสือที่พี่เค้าให้เรียน แล้วเราทำสรุปอ่านเองค่ะ ถ้าขาดตกตรงไหนก็หาในเน็ตเอาค่ะ

4.คณิต
คณิตเป็นหนึ่งในวิชาที่เรากลัวมากๆเลยค่ะ เพราได้คะแนนไม่เคยผ่านเกณฑ์ กสพท.เลยค่ะ (เกณฑ์คือต้องได้มากกว่า 30 คะแนน) เราเรียนคณิตพี่อุ๋ยค่ะ คอสสามัญ Pat1 และข้อสอบค่ะ ซึ่งพี่อุ๋ยสามารถเรียนออนไลน์ได้นะคะ หาในกูเกิลได้เลยค่ะ คือเราไม่ชอบคณิตมากๆค่ะ สอบตกตลอด แต่ได้พี่อุ๋ยมาช่วยนี่แหละค่ะ เพราะพี่อุ๋ยสอนสนุกและเป็นกันเองกับเด็กๆค่ะ (มีคำหยาบบ้างนะคะ แต่เราชอบ55555) คือพี่อุ๋ยจะรู้ว่าเด็กไม่เข้าใจตรงไหน พี่อุ๋ยจะอธิบายได้ละเอียดแล้วไม่มีข้อสงสัยเลยค่ะ ซึ่งเราชอบมาก ส่วยเรื่องโจทย์เราก็ทำการบ้านที่พี่อุ๋ยให้ซ้อมกับทำข้อสอบจริงค่ะ แล้วก็ทำสามัญย้อนหลังตั้งแต่ปี 55 ไล่มาถึงปี 61 เลยค่ะ คือข้อไหนทำได้ก็โอเค แต่ข้อไหนไม่ได้ก็ฟังพี่อุ๋ยสอนค่ะ คือเน้นคณิตมากจริงๆค่ะ เพราะกลัวไม่ผ่านเกณฑ์ ผลที่ออกมาคือดีเลยค่ะ เดี๋ยวจะแนบคะแนนเปรียบเทียบไว้ให้นะคะ

5.อังกฤษ
เราเรียนกับเจ้บิวค่ะ เป็นกวดวิชาไม่ใหญ่มากในอุบค่ะ ชื่อ LEARN ENG แต่เด็กเยอะค่ะ การสอนของเจ้บิวจะเน้นสอนให้เราเข้าใจ จับแนวโจทย์ได้ แนวทางการทำให้ทันเวลา และเจ้บิวเป็นที่ปรึกษาและเป็นคนที่ทำให้เราเปลี่ยนแนวคิดในการซิ่วครั้งนี้อย่างที่เล่าไปในการจัดการความเครียดค่ะ ซึ่งคะแนนอังกฤษของเราออกมาดีเลยค่ะ ไม่ได้หวังไว้มากขนาดนี้ แต่ออกมาเราดีใจค่ะ

6.สังคม
เราอ่านเอาในเพจ สรุปสังคม Entrance 4.0 จำง่ายด้วยภาพ โดย พี่นุ๊ก แล้วก็อ่านหนังสือ ลูกเล่นข้อสอบสังคม อ.ชัย ซึ่งหนังสือดีมากๆค่ะจะรวบรวมข้อสอบที่เคยออก จัดเป็นหมวดว่าอันไหนออกเยอะ พร้อมมีคำอธิบายให้ด้วยค่ะ

อ้างอิงhttps://www.google.com/search?q=%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1+%E0%B8%AD.%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2&sxsrf=ALeKk01UBdBqgxake2D4JTrE4U7pO4XO5g:1590158769775&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=2ahUKEwifke-E28fpAhXQdCsKHXXjBr0Q_AUoAXoECAsQAw&biw=1366&bih=586#imgrc=fCFs9vdSHcj7TM

7.ไทย
เราซ้อมทำ Gat ไทยจาก Gat เชื่อมโยงพี่นกหวีด เล่มสีแดงค่ะ เล่มนี้เล่มเดียวมาตั้งแต่ ม.6 ไม่เคยเปลี่ยน ได้เต็มติดกัน 2 ปีค่ะ แต่ปี 63 มาตกม้าตายค่ะเพราะข้อสอบซับซ้อนมากๆค่ะ

อ้างอิง : https://www.google.com/search?q=gat+%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%87+%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%94&sxsrf=ALeKk01OpzVuHUxHMH6bCFxkAYgMmUPh_g:1590158848579&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=2ahUKEwj89riq28fpAhVDbysKHYfOCZ0Q_AUoAXoECAsQAw&biw=1366&bih=586#imgrc=SnhO7fHiiEJ8NM&imgdii=MXlMFujIV2zDyM

**คะแนนสอบ**
ปี 61
Gat Pat


 9 สามัญ
 

ปี 62
Gat Pat

 9 สามัญ

ปี 63
Gat Pat

9 สามัญ


***ที่ลงคะแนนให้ เพื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวเราค่ะ ถึงอาจจะไม่ได้คะแนนสูงมาก แต่ว่าเราภูมิใจมากๆค่ะที่เราได้พยายามมาถึงจุดนี้แล้วเราได้เรียนในสิ่งที่เราฝันไว้***

สุดท้ายนี้อยากจะขอฝากไว้นะคะ ว่าไม่มีอะไรเกินตัวเราได้  ขอแค่เราตั้งใจ ไม่ดูถูกตัวเอง อดทน และพยายาม เราก็จะประสบความสำเร็จได้ค่ะ ขอฝากกระทู้นี้ไว้ด้วยนะคะ เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกๆคนที่กำลังจะตัดสินใจซิ่วหรือลังเลที่จะซิ่วนะคะ 

FB : Kacia Garz สามารถปรึกษาเพิ่มเติมได้นะคะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

8 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป