ซ่อน
แสดง
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

เรียนตรีใบที่2 เภสัช แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม [ยินดีให้แชร์]

Wit
Guest IP
วิว
เรื่องมีอยู่ว่า ผมเรียนจบปริญญาตรีวิทยาศาสตร์มาแล้วหนึ่งใบ แต่ใจจริงผมอยากเป็นเภสัชกร ผมเลยสอบเข้าเภสัชศิลปากรโครงการปริญญาตรีสาขาอื่น แล้วผมก็สอบติด เรียน5ปี ค่าใช้จ่ายประมาณ ปีละ 150,000 บาท ซึ่งที่บ้านบอกว่าไม่มีเงินส่ง เพราะคุณแม่กำลังจะเกษียณอีก3ปีส่วนคุณพ่อเป็นเกษตรกร มีน้องอีกหนึ่งคนกำลังเรียนม.5 และไม่สามารถกู้ กยศ. กรอ. ได้ เลยอยากจะขอคำปรึกษาหน่อยครับว่าควรทำอย่างไรดี
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

12 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อืมมมม
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ขอทุนมหาลัยสิ ที่คณะหรือมหาลัยไม่มีทุนเหรอ แจ้งความประสงค์ไปเลย แล้วก็ทำงานพิเศษในส่วนอื่นเพื่อค่าใช้จ่ายต่างๆ คิดในแง่หนึ่งคือ คุณเรียนจบมาแล้ว พ่อแม่ส่งจนคุณจบมาระดับนึงแล้ว จริงแล้วควรทำมาหากินดูแลตัวเองได้นะ ตามมาตรฐานส่วนใหญ่คนไทยเลย จบปอตรีแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นเลี้ยงพ่อแม่ แต่คือควรดูแลตัวเองได้แล้วอะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      จ้า
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไปหางานทำเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ไม่น่าไปรบกวนเงินพ่อแม่แล้วนะ โตขนาดนี้ หรือถ้ามันไร้หนทางมากก็คงต้องปล่อยไปแหละ ไปหาเงินมาให้ได้ก่อนค่อยว่ากันใหม่

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าเอาตรงๆคืออยากให้ยอมรับความจริงครับ ตามปกติถ้าที่บ้านไม่ได้มีเงินเหลือใช้ พ่อแม่ก็คาดหวังว่าเมื่อเรียบจบแล้วลูกก็คงต้องหางานทำ เลี้ยงดูตัวเองได้ (หลายๆครอบครัวก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องเลี้ยงพ่อแม่ แค่ดูแลตัวเองให้ได้ก็พอ) ดังนั้น พี่ก็ไม่แปลกใจถ้าที่บ้านน้องจะไม่เห็นด้วยกับกรณีนี้ จริงอยู่ว่าคณะเภสัชศาสตร์ อาจจะเป็นความฝันอันสูงสุดในชีวิตน้อง แต่ก็อยากให้มองความจริงด้วย ว่าฐานะทางบ้านเป็นอย่างไร


      โดยปกติ คนที่จบ ป.ตรีใบแรกแล้ว ถ้าอยากเรียนใบที่สอง ก็ต้องทำงานเก็บเงินส่งเสียตัวเองครับ ไม่แน่ใจว่าก่อนที่น้องจะตัดสินใจสมัครสอบไปนั้น ได้มีการปรึกษากับทางบ้านก่อนหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ กับกรณีที่เรียนจบแล้วจะยังไม่ทำงาน แต่เลือกที่จะเรียนต่อทันที ไม่ว่าจะเป็นป.ตรีใบที่สองหรือเรียนต่อโท ก็ต้องคุยกับคนในครอบครัวก่อน


      ส่วนตัวถ้าจะให้แนะนำ คือให้น้องหางานทำจะดีกว่าครับ เพราะค่าเทอม 150,000 ต่อเทอม เรียน 5 ปี ก็คือ 1.5 ล้านบาท เป็นเงินไม่ใช่น้อยๆเลย ไหนจะมีค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่ากินอยู่ ค่าหนังสือ ค่าเอกสารประกอบการเรียนต่างๆ รวมๆแล้วก็คงไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท นับว่าสูงเอาการอยู่นะครับ ลองคิดง่ายๆ ถ้าน้องทำงานเก็บเงินเอง เพื่อให้มีเงินเก็บ 2 ล้านบาท น้องจะใช้เวลากี่ปี กับการที่น้องเดินไปบอกที่บ้านแบบนี้เป็นพี่ก็คงช๊อคครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ชะตาชีวิตลิขิตแล้ว
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      สละสิทธิ์ แล้วไปสมัครงาน เก็บเงินจนได้พอค่าเรียนเภสัช แล้วค่อยกลับมาสอบเข้าใหม่


      ทางบ้านตัดสินใจถูกแล้ว เพราะมีลูก 2 คน คุณได้ใช้สิทธิ์แล้ว สอบครั้งแรกคุณได้เพียงคณะวิทย์ (ซึ่งคุณเลือกเอง) และใช้เงินทางบ้านเรียนไปแล้ว ความจริงถ้าจะซิ่วก็ควรทำตั้งแต่เรียนปี 1 จะได้ไม่ใช้เงินไปมากนัก


      หากทางบ้านให้เรียนเภสัชอีก เท่ากับน้องของคุณจะต้องเสียสิทธิ์ในการเรียน ซึ่งไม่เป็นธรรมเลย


      คิดให้ดี จะเรียนอีกใบ นอกจากใช้เงินมาก ก็เป็นสาขาที่เรียนหนักและนานมากถึง 6 ปี ไม่สามารถทำงาน part time ให้ได้เงินพอส่งตัวเองได้


      ถ้าจะเรียนต่อจริงๆ ควรทำงานและเรียนต่อ ป.โท ภาคค่ำ จะเป็นไปได้มากว่า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ถึงว่าที่เภสัชกร
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อย่าพึ่งท้อนะคะ ลองขอคำปรึกษาจากคณะ+ถามเรื่องทุนดูนะ หรือ ถ้าไม่สามารถหาเงินได้จริงๆ ก็สอบใหม่ปีหน้าเพื่อเข้าโครงการปกติค่าเทอมจะได้ถูกลง เเต่ก็จะเรียน 6 ปี หรือจะทำงานเก็บเงินให้พร้อมเเล้วก็มาสอบโครงการป.ตรีใหม่หรือโครงการปกติ อาจจะใช้เวลาหน่อย เเต่สุดท้ายก็ได้เรียนเภสัชนะ เราขอให้คุณได้เรียนเภสัชอย่างที่คุณตั้งใจไว้ อย่าหมดฝันนะคะ เป็นกลจให้ค่ะ ที่คณะก็มีพี่จบป.ตรีมาเรียนหลายคนเลย บางคนห่างกับเราหลายปีก็มาเรียนแบบโครงการปกติพร้อมเราโดยไม่มีปัญหาเรื่องอายุเลย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้



      แปลกใจที่มีคนเชียร์ให้ดันทุลังเรียนเภสัชศิลปากรอีก อ้างความฝันลมๆแล้งๆที่จะไปขอทุนจากคณะ ไม่ทราบจริงๆเหรอว่า มหาวิทยาลัยที่จัดหลักสูตรพิเศษแพงๆ(เป็นล้านบาท)พวกนี้เขาต้องการหาเงินจากเด็กที่เรียนไม่เก่ง(เทียบกับคนอื่นที่สอบได้ภาคปกติ)แต่พ่อแม่รวย เพื่อทำกำไรไปเลี้ยงคณะเพราะเขาออกนอกระบบแล้ว เงินสนับสนุนจากรัฐน้อยมาก แล้วคณะจะให้คุณจับเสือมือเปล่าเรียนฟรีได้ยังไง มันย้อนแย้งกันไหม เพราะถ้าคุณเรียนเก่งจริงต้องสอบได้ภาคปกติไปแล้วและต้องสอบได้ตั้งแต่ครั้งแรกตอน ม.6 มิใช่เรียนจบ ป.ตรีแล้วหรือซิ่วมา 3-4 ปีระหว่างเรียนจนจบ ป.ตรี


      การที่พ่อแม่เขาสรุปแล้วว่าไม่มีเงินส่งให้เรียนแล้วเพราะลูกคนโตได้เรียนจบ ป.ตรีแล้ว นั่นน่าจะเพียงพอกับการตัดสินใจแล้วว่าควรไปหางานทำเลี้ยงตนเองด้วยคุณวุฒิที่เรียนมา มันเป็นวิถีชีวิตปกติที่บุพการีพึงสอนให้บุตรยอมรับความจริงถึงภาระหน้าที่ของบุตรตามอัตภาพก็ถูกต้องแล้ว

      ยิ่งรอนานเท่าไร ปริญญา วท.บ.ที่ได้มาก็จะด้อยค่าลงไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีประวัติการทำงานเสียที สิ่งที่ควรทำก็คือ หางานทำได้แล้ว อาจเริ่มจากงานที่เงินเดือนไม่มาก เป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ หรืออะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็ยังมีรายได้เลี้ยงตนเอง

      คนนอกครอบครัวนี้ที่มาเชียร์ให้เขาเรียนต่อโดยไม่ฟังพ่อแม่ จะรับผิดชอบส่งเสียเขาเรียนใช่ไหม?


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ช่วยตอบ
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าอยากเป็นเภสัช และมีทุนไม่มาก น่าจะต้องหาคณะเภสัชที่เป็นภาคปกติและค่าเทอมไม่แพง ถ้าผู้ปกครองบอกไม่มีเงินส่งน่าจะหมายความตามนั้นจริงๆ เพราะค่าใช้จ่ายไม่ได้จบแค่ค่าเทอม ต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัว กินที่พัก ค่ากินค่าอยู่ จบป.ตรีสายวิทย์ ลองหางานทำก่อนเพื่อรองรับค่าใช้จ่าย อีกทางลองปรึกษาทางคณะ ว่ามีแนวทางช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง (ต้องลองทำทุกทาง) โดยส่วนตัวผู้ปกครองหนูก็รับราชการ ค่าใช้จ่ายที่ให้หนูแต่ละเดือน ทั้งค่าคอนโด ค่ากิน ค่าน้ำ ไฟ ค่าเนต ค่าโทรศัพท์ ตกเกือบๆ 20,000 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมอุปกรณ์การเรียน ที่จำเป็นทั้ง Notebook ,iPad (หนูเรียนสายสุขภาพ) ..หนูว่าถ้าจะเรียนต้องพร้อมทุกด้านของครอบครัว โดยเฉพาะด้านการเงิน เพราะค่าใช้จ่ายจำเป็นต้องจ่ายทุกเดือน จนกว่าจะเรียนจบ ต้องคำนวนให้ดีๆนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      วิด
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราอยากสอบเข้ามากๆ แต่ติดรายวิชาที่เค้ากำหนด

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        ช่วยตอบ
        Guest IP
        #8-1

        เข้าใจแล้วค่ะ เพราะเภสัชรับเฉพาะสายวิทย์ ตอนจบม.ปลายหน่วยกิตวิทย์ไม่ถึงที่กำหนดใช่มั๊ยคะ แต่การเรียนต่อหลังป.ตรี ค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยสำคัญมากๆ พี่อาจต้องทบทวนใหม่ เพราะถ้าเข้าไปเรียนแล้วตังค์ไม่พอจ่าย เรียนไม่จบก็จะยิ่งเสียใจ หนูว่าทำงานเก็บเงินก่อน แล้วค่อยเรียนดีกว่ามั๊ยคะ ..การเรียนไม่มีคำว่าสาย

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ไรสาระ
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไปหางานทำ เลี้ยงดูตัวเอง ครอบครัว ถ้าเหลือก็ให้พ่อแม่ ถ้าเหลืออีกก็เอามาเรียน

      จบ อย่าไรสาระ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ฝันแทนกัน
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ที่บ้านไม่เห็นด้วย ก็ต้องสละสิทธิ์
      หากเรียน ป.ตรี เภสัช ค่าใช้จ่ายมันเยอะ

      ไหนจะค่าหอ ค่าหน่วยกิต ค่าอยู่ ค่ากิน

      ค่าเทอมปีหนึ่ง 150,000
      ค่าอยู่หอ 4,000 ต่อเดือน (ปีหนึ่งประมาณ 48,000)

      ค่ากินเดือนละ 8,000 (ปีหนึ่งประมาณ 96,000)

      150,000+48,000+96,000 = 1,470,000 ( 5 ปี)

      คิดเป็นรายเดือน 24,500 บาท (มันก็หนักนะครับ)

      สำหรับผู้ปกครองที่เป็นข้าราชการ

      เบิกค่าเล่าเรียน น่าจะเบิกได้ไหม ?

      ไม่แน่ใจ ถ้าคุณใช้สิทธิ์เบิกแล้วในตอน ป.ตรี วิทยาศาสตร์ แล้ว


      ทำใจ ทำใจ ทำใจ ทำใจ

      หางานทำซะ แล้วส่งน้องเรียนเภสัชแทนเรา อิอิ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      อืมมมมมมม
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      จริงๆ เข้าใจ จขกท นะ คือบ้านที่พ่อแม่ยังส่งเรียนทั้งที่ลูกจบ ปอตรี แล้วก็ยังมี บ้านที่ส่งลูกเรียนตลอดยันจบเอกก็มี คือถ้าบ้านมีจะส่งเสียมันก็ไม่แปลก แต่ถ้าที่บ้านไม่ส่งเสีย แล้ว จขกท เองก็ยังหาทางส่งตัวเองในช่องทางอื่นไม่ได้ ก็คิดว่าควรที่จะรอปีหน้า สอบใหม่ ทำงานเก็บเงินก่อนในทิศทางที่ไปได้กับวุฒิที่มีตอนนี้อะนะ


      เอาจริงคือ วิทย์ จบอะไรมา ถึงไม่ได้เป็นเภสัช แต่ถ้าเรียนปอโท ด้านเคมีที่เกี่ยวกับยา ต่างๆ ก็ได้นะ เป็นนักวิทย์ที่วิจัยยาก็มี (ไม่ได้ทำยาเองในแง่นำยาไปใช้ได้จริงแบบเภสัช แต่วิจัยเพื่อการสร้างยางี้อะ)


      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        IP
        #11-1



        จากการคำนวณของ #10

        ค่ากินเดือนละ 8,000 (ปีหนึ่งประมาณ 96,000)

        150,000+48,000+96,000 = 1,470,000 ( 5 ปี)


        ถ้าทำตามความเห็น #11 ว่าไปทำงาน 1 ปีเก็บเงินให้ได้พอค่าเรียน 1,470,000 บาทภายในปีเดียว แล้วสอบเข้าเภสัชใหม่ปีหน้า


        คงต้องเป็น พระเอก ณเดชน์ คูกิมิยะ ถึงจะหาเงินได้มากขนาดนั้น 555

        .....


        ถ้าไม่ใช่ ณเดชน์ แต่เป็นคนทั่วไป จบ ป.ตรีคงได้เงินเดือนละ 15,000 ถ้าไม่ต้องจ่ายอะไรเลย(ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ฯลฯ) เก็บเงินเดือนทั้งหมด ก็ต้องใช้เวลา 8 ปีกว่าจึงจะได้เงินพอค่าเรียนเภสัช 1,470,000 บาท


        รออีก 8 ปีแล้วไปสอบเข้าเภสัชแล้วกัน

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      วิด
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป