Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

รีวิวฝึกงาน+สัมภาษณ์งานประจำที่ Fujitsu ประเทศญี่ปุ่น [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ฝึกงานต่างประเทศ #fujitsu #ฝึกงานญี่ปุ่น #ปิดเทอมทำอะไรดี
สวัสดีค่ะ หลังจากเขียนกระทู้ที่แล้วเกี่ยวกับ Engineering Summer Education Program ไป เราเริ่มสนุก 555 มีหลายๆ คนอ่านแล้วอยากลองสมัครไปดูบ้าง ครั้งนี้เราก็เลยจะมารีวิวการฝึกงานที่บริษัท Fujitsu ที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ขอแนะนำตัวก่อนเลยนะคะ เราชื่อบัว กำลังจะจบจากภาควิชา Electronics and Communication Engineering สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ที่หลายๆ คนรู้จักกันว่า SIIT มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างที่เคยบอกไปในกระทู้ที่แล้ว ตอนปิดเทอมก่อนขึ้นปีสี่ นักศึกษาเอสไอไอทีทุกคนต้องฝึกงาน เราสนใจอยากลองไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นก็เลยสมัคร Engineering Summer Education Program ของ The University of Tokyo ที่เรารีวิวไปในกระทู้ก่อนหน้านี้ ระหว่างที่รอผล ช่วงกลางเดือนมกราคม เราก็บังเอิญเห็นโพสที่ของเพจ SIIT Corporate Relations ลงประชาสัมพันธ์รับสมัครนักศึกษาปีสามและสี่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝึกงานที่บริษัท Fujitsu ประเทศญี่ปุ่น แถมยังดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีในการเข้าร่วมโครงการให้ แล้วยังมีโอกาสสัมภาษณ์งานประจำกับบริษัทอีกด้วย หลังจากอ่านรายละเอียดเราก็ลงมือสมัครเลย

 เอารายละเอียดคร่าวๆ ของโครงการก่อนเลยนะ โครงการนี้บริษัท Fujitsu มีความตั้งใจที่จะสรรหาชาวต่างชาติที่มีความสนใจจะทำงานประจำในบริษัท Fujitsu ประเทศญี่ปุ่นโดยบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในช่วงฝึกงานให้คือค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางไป-กลับ ที่พัก ค่ารถไฟจากที่พักไปบริษัทและค่าอาหาร 3000 เยนต่อวัน บริษัทยังมี Pocket wifi และโทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ให้ด้วย ภาษาที่ใช้ในการทำงานและสัมภาษณ์ทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษ ขั้นตอนต่างๆ ของโครงการอย่างที่เห็นใน Flow chart เลย เริ่มที่ทางบริษัทจะ screen เอกสารที่ใช้สมัครก่อน ขั้นต่อไปก็คือ สัมภาษณ์กับ HR และ สัมภาษณ์กับแผนกที่เลือก ซึ่งการสัมภาษณ์ทั้งสองครั้งนั้นเป็นภาษาอังกฤษ หลังจากนั้นผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์ก็จะได้ไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างการฝึกงาน ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถสัมภาษณ์งานประจำกับบริษัทได้ ซึ่งถ้าผ่านจะได้ทำงานที่บริษัท Fujitsu ประเทศญี่ปุ่นเลย ขั้นตอนเยอะขนาดนี้ เราจะมารีวิวไปทีละขั้นเลยนะ กระทู้นี้อาจจะยาวหน่อยแต่เราหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่สนใจนะคะ

ขั้นตอนของโครงการ
ขั้นตอนของโครงการ การสมัครเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครมีสองอย่างคือ ใบสมัคร และ CV การกรอกใบสมัคร ด้านบนก็รายละเอียดทั่วไปเกี่ยวกับเรา ภาษาต่างๆ ที่เราเขียนได้ แล้วก็โปรเจคที่เคยเข้าร่วม ด้านล่างจะมีช่องให้เราเขียนถึงสามอันดับของ Theme ที่เราสนใจจะไปฝึกงาน ในปีที่เราสมัครมี Theme (แผนก) ฝึกงานให้เลือกสมัครถึง 33 แผนก ตอนแรกเรางงมากไม่รู้จะเลือกอันไหนดี เราเลยอ่านรายละเอียดของแต่ละแผนก ดูว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น ภาษาที่เขียนโปรแกรมได้ ทีนี้ลิสก็จะสั้นลงละ สุดท้ายเราก็ดูว่าเราสนใจด้านไหนที่สุดแล้วก็กรอกลงไปเลย ในส่วนของ CV อาจารย์ที่ปรึกษาของเราแนะนำให้ทำไว้ตั้งแต่เริ่มปีสามแล้วเพราะต้องเตรียมตัวสมัครฝึกงาน ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะเราเห็นประกาศในวันที่ 11 ม.ค. และเอกสารต้องส่งภายใน 15 ม.ค. เราเลยขอแนะนำรุ่นน้องทุกคนไว้ตรงนี้เลยว่าเตรียม CV ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่เสียหาย  ใน CV ก็มีรายละเอียดเช่น Education, Activities, Skills เป็นต้น พอเตรียมเอกสารทั้งสองอย่างเรียบร้อยก็ส่งอีเมลไปตามที่ประกาศระบุไว้ หลังจากนั้นก็รอการติดต่อกลับจากทางบริษัท และแล้วอีเมลที่เรารอคอยก็มาถึง สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ เราได้อีเมลจาก HR แจ้งว่าเราผ่าน Application Screening ขั้นตอนต่อไปคือการสัมภาษณ์กับ HR ตอนปลายเดือนกุมภาพันธ์ เราตื่นเต้นมากๆ สัมภาษณ์รอบนี้เราจะได้สัมภาษณ์กับ HR ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น 1 คน คำถามที่เจอตอนสัมภาษณ์รอบแรก เราจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ แต่คร่าวๆ ก็คือ เริ่มด้วยการแนะนำตัวเอง เค้าจะถามถึงกิจกรรมที่เราเขียนไว้ใน CV ถามถึงทำไมเราถึงสนใจทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ในส่วนของเราสามแผนกที่เราเลือกไปมีความต่างกันมาก เราเลยโดนถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ประมาณนี้นะ หลังจากนั้นสัปดาห์นึง เราได้รับผลการสัมภาษณ์รอบแรก ทาง HR ก็นัดสัมภาษณ์รอบที่สองเลย คราวนี้เป็น Matching interview กับแผนกที่เราเลือกไว้ ตอนสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราได้เจอสมาชิกของแผนก เค้าอธิบายงานคร่าวๆ ของแผนกที่กำลังทำอยู่ให้เราฟังแล้วก็ถามถึงความสนใจของเราว่าเราอยากลองทำส่วนไหน หลังจากนั้นเราก็ได้รับผลการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายตอนกลางเดือนมีนาคม สรุปว่าเราผ่าน ได้ฝึกงานกับ Platform Software Business Unit, Product strategy & Planning Office Platform Software Planning Department ชื่อยาวมากๆ 555 หลังจากนั้นเราก็ได้อีเมลตอบรับจาก The University of Tokyo พอดี เราก็คิดเลยว่าจะทำยังไงดี แต่พอลองเช็คดู เอ๊า สองโครงการนี้ไม่ทับกัน !! ฝึกงานที่ Fujitsu เสร็จเราสามารถไปเข้าร่วมโครงการ ESEP ที่ UTokyo ได้พอดี โอ้โห อะไรจะพอดีขนาดนั้น เราเลยตัดสินใจยืนยันไปกับทั้งสองโครงการทันทีเลย หลังจากนั้นทางบริษัทก็จะส่งเอกสารมา เพื่อให้เราเอาไปยื่นขอวีซ่า

การฝึกงาน
พอเราเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น เราก็ต้องขึ้นรถไฟไปเจอพี่จาก HR ที่สถานี Kawasaki ตอนนั้นเราจำได้ว่าลำบากมากเพราะช่วงนั้นหลายๆ สถานีกำลังปรับปรุงอยู่ทำให้หาลิฟท์หรือบันไดเลื่อนยากมาก พอเราไปถึงสถานี เราก็เจอ HR ตามสถานที่ที่รานัดไว้ เค้าจะพาเราไปรับกุญแจเข้าที่พักที่บริษัทเตรียมไว้ให้ อธิบายการเดินทางไปทำงานวันต่อไปแล้วก็เซ็นต์เอกสารรับทราบกฎระเบียบของบริษัท Apartment ที่บริษัทหาให้เราอยู่ดีมากๆ มีครบครันทุกสิ่งอย่างเหมือนในรูปเลย มีให้ทั้งครัวที่มีอุปกรณ์พร้อมทำอาหาร ในห้องน้ำก็มีเครื่องซักผ้าให้ ในห้องนอนก็มีเตียง โต๊ะ เก้าอี้ ทีวี ที่เราตื่นเต้นที่สุดเลยคือตรงห้องอาบน้ำ เราสามารถไปตากผ้าข้างในแล้วกดปุ่มให้ผ้าแห้งได้ มีเราคนเดียวไหมอ่ะที่ไม่เคยเจอ 555 ที่พักเราสามารถเดินไปสถานีรถไฟได้สองสถานี แล้วก็ห่างจากออฟฟิสที่เราต้องไปทำงานแค่สถานีเดียวเอง สะดวกสุดๆ ไปเลย ตลอดทางมีฟุตบาท บางวันเราก็เลยเดินจากบริษัทกลับบ้านใช้เวลาประมาณสี่สิบนาทีเอง 

          
 ภาพในที่พัก
 
ทางเดินจากบริษัทกลับที่พัก
 
ไปต่อกันที่การทำงานวันแรกกันเลย แผนกที่เราไปฝึกงานตั้งอยู่ในตึกในรูป วันแรกที่ไปถึงเราก็ไปแลกบัตรแล้วก็เข้าไปรอที่ Lobby สักพัก HR กับพี่เลี้ยงมารับเราไปอธิบายงาน พี่เลี้ยงเราเค้าพาไปแนะนำตัวแล้วก็ทำความรู้จักกับทุกคนในทีม ทีมที่เราไปฝึกงานมีสมาชิกประมาณสิบห้าคน ทุกคนใจดีกับเรามากๆ บางคนอาจจะพูดภาษาอังกฤษไม่คล่องแต่ก็ยินดีช่วยเราเสมอ ตอนกลางวันพี่ๆ ก็จะเวียนกันพาเราออกไปรู้จักร้านอาหารรอบๆ บริษัทด้วย บรรยากาศโดยทั่วไปในออฟฟิสคือเงียบมาก ทุกคนก้มหน้าก้มตาทำงาน ในเวลางานทุกคนมักจะพกคอมพิวเตอร์ติดตัวไปประชุมตลอด แผนกที่เราทำงานอยู่หน้าที่หลักๆ เลยคือการวางแผนพัฒนาซอฟท์แวร์ ตอนที่เราไปฝึกงานทางทีมกำลังวางแผนพัฒนา middleware ตัวนึงอยู่ส่วนรายละเอียดว่าเป็นตัวไหนหรือว่าเป็นยังไงเราพูดถึงไม่ได้เพราะว่าเป็นความลับของบริษัท งานที่เราทำก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละสัปดาห์ ทั้งหมดเกี่ยวของกับการหาไอเดีย ศึกษา และทำ demo โดยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Amazon Web Services เช่น Cloudsearch, ElasticSearch และ DynamoDB ตอนสัปดาห์สุดท้ายเราได้ทำ User interface โดยใช้ React.js ด้วย มาถึงตรงนี้อาจจะมีคนสงสัยว่าเอ๊ะ เราเรียนวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวข้องกับงานแบบนี้ด้วยหรอ เราตอบตามตรงเลยว่าต้องขอบคุณหลายๆ รายวิชาที่เรียนที่ SIIT ทำให้เรามีพื้นฐานเพียงพอที่จะไปศึกษาเพิ่มเติม พี่ๆ ในทีมก็ตั้งใจตอบข้อสงสัยของเราเป็นอย่างดี แถมข้อมูลหลายๆ อย่างเราก็ศึกษาจากอินเตอร์เน็ตเองได้ ส่วนตัวเราชอบการมีประสบการณ์ที่หลากหลายอยู่แล้วเลยรู้สึกว่าสนุกที่ได้เปิดโลกเรียนรู้ด้านที่ไม่เคยทำ

ตึกที่เราไปฝึกงาน
 
  นอกจากงานที่เราได้รับมอบหมายให้ทำในแต่ละอาทิตย์แล้ว ก่อนจะเริ่มงานในแต่ละวัน ทีมของเราจะมีการประชุมกันสั้นๆ ประมาณ 10 นาที อัปเดตว่าสมาชิกแต่ละคนเมื่อวานทำอะไรบ้างแล้ววันนี้กำลังจะทำอะไร ติดปัญหาต้องการไอเดียอะไรเพิ่มเติมบ้าง ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในภาษาญี่ปุ่น มีแต่เราที่พูดภาษาอังกฤษ ตลอดเวลาหนึ่งเดือน เราเรียนรู้คำว่า  kino wa แล้วก็   kyou wa  ที่แปลว่าเมื่อวานแล้วก็วันนี้ 555  แล้วในวันศุกร์ก็จะมีการประชุมของทีมอีกรอบ ในการประชุมอันนี้ในฐานะที่เราเป็นนักศึกษาฝึกงาน เราต้องนำเสนอรายละเอียดของผลงานในที่เราทำในสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกในทีมก็จะคอมเม้นหรือแก้ไขข้อมูลบางอย่างที่เราเข้าใจผิด ส่วนสมาชิกอื่นๆ ก็อาจจะมีชี้แจงรายละเอียดสำคัญของงานหรือสรุปการประชุม เขียนไปเขียนมา เอ๊ะ เราเข้าประชุมเยอะมากเลยนี่หน่า 555 บางวันพี่ๆ ในทีมจะจัดบรรยายให้เราฟัง ส่วนหัวข้อก็จะเกี่ยวข้องกับผลงานก่อนๆ ที่ทีมเคยทำ รายละเอียดเกี่ยวกับองค์กร แล้วก็บางครั้งก็เชิญพี่จากแผนกอื่นมาบรรยายให้ฟังถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่บริษัทกำลังพัฒนาอยู่ เรามองว่ามันน่าสนใจมากๆ เลย ได้เห็นถึงงานจริงๆ แล้วก็คุยกับผู้เชี่ยวชาญ เราได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับ super computer ของบริษัทด้วย รวมๆ แล้วในเวลางาน นอกจากนั่งทำงานที่ได้รับมอบหมายที่โต๊ะ เราก็เข้าออกห้องประชุมนั่นแหละ แต่มีครั้งนึงที่เราประทับใจมาก คือพี่เลี้ยงเราพาเราไปเข้าประชุมของทีมที่ร่วมกันทำโปรเจคนี้ที่อยู่ในต่างปะรเทศ การประชุมครั้งนี้เลยเป็นภาษาอังกฤษ เย่ๆ ทีมที่ว่านี้ก็มีทั้งคนที่เป็นนักวิจัยโปรแกรมเมอร์และก็ผู้จัดการแผนกที่เกี่ยวข้อง การเข้าประชุมครั้งนั้นเราได้เห็นภาพรวมของโปรเจคทั้งหมด ได้เห็นว่าสิ่งที่เรากำลังทำมีโอกาสจะได้ใช้ตรงไหน สิ่งนี้จะเกิดประโยชน์อะไรกับองค์กรและลูกค้าบ้าง แล้วก็ได้เห็นบทบาทหน้าที่ของทีมที่เราไปอยู่ เราเลยประทับใจมากๆ ตอนท้ายโครงการเราต้องเตรียมนำเสนอสรุปการฝึกงานให้ HR และเพื่อนๆ ที่มาฝึกงานในแผนกอื่นฟังด้วย เรื่องที่เอามานำเสนอก็ครอบคลุมไปถึงชีวิตในประเทศญี่ปุ่น ผลงานที่เราทำ culture shock แล้วก็ความต่างของประเทศไทยกับญี่ปุ่นที่เรารู้สึก

เราพูดถึงงานเยอะมากเหมือนหนึ่งเดือนที่ Fujitsu เราทำงานสลับกับประชุม 555 เรามาต่อกับความสนุกสนานอย่างอื่นนอกจากงานกันดีกว่า นอกเหนือจากกิจกรรมในแผนก ทาง HR ก็จัดให้เราได้เรียนภาษาญี่ปุ่นอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งช่วยเราไว้ได้มาก เพราะเป็นการสนทนาที่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันแล้วเรายังได้เจอแล้วก็ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมโครงการที่ทำงานในแผนกอื่นด้วย คนที่เราเจอมีความหลากหลายมากๆ ทั้งในแง่ของสัญชาติแล้วก็สาขาที่เรียน เพื่อนๆ ชอบนัดกันไปกินข้าว ร้องคาราโอเกะแล้วก็ไปเกมเซนเตอร์ เพลงที่ร้องก็บันเทิงมาก มาทุกภาษา 555 จากที่เราไม่ค่อยเล่นเกมก็ติดใจเลย มีที่นึงที่เพื่อนๆ เราชอบนัดกันไปมากคือ Kawasaki Warehouse เพราะใกล้  Kawasaki station เป็นสถานีใหญ่ที่ไม่ไกลจากที่ทำงานของทุกคนมากนัก ข้างในตกแต่งดีสุดๆ มีตู้เกมเต็มไปหมด พวกเรายังตีปิงปองแล้วก็เล่นดาร์ทที่นี่ด้วย น่าเสียดายมากๆ ที่ที่นี่ถูกปิดไปแล้ว พอวันเสาร์อาทิตย์บางทีเราก็นัดออกไปเที่ยวด้วยกัน ก็มีทั้งไป Asakusa แล้วก็ไป พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ Miraikan แต่ส่วนใหญ่ด้วยความที่ที่พักเราแล้วก็ที่ทำงานห่างจากเพื่อนๆ เราเลยออกไปเที่ยวคนเดียวบ่อย ทั้งไปเดินเล่นแถว Yokohama ไปดูดอก Ajisai หรือที่รู้จักว่าดอกไฮเดรนเยียที่ Meigetsuin (พี่ในแผนกแนะนำ) แล้วก็ไปเดินเล่นริมหาดแถว Kamakura พี่ๆ ในแผนกก็ดูแลเราอย่างดี สัปดาห์แรกที่ไปถึงก็พาไปเลี้ยงอาหารต้อนรับ มีวันนึงเราบ่นคิดถึงอาหารเกาหลี พี่ที่ทำงานก็แนะนำให้รู้จัก Shin Okubo ที่เป็นเหมือน Korean Town แล้วยังอาสาพาเราไปอีก สนุกแล้วอาหารก็อร่อยมากๆ เลย วันสุดท้ายที่เราไปทำงานพี่ๆ จัดงานเลี้ยงลาให้ที่ชั้นบนสุดของตึกที่ทำงานอยู่ พี่ๆ ให้ของที่ระลึกเราเยอะมาก อาหารมากมายแล้วบรรยากาศก็ดีสุดๆ เห็นเราประทับใจขนาดนี้ เราก็เลยตัดสินใจลองสัมภาษณ์งานประจำดู

    
  Kawasaki Warehouse

  กิจกรรมที่เรากับเพื่อนๆ ชอบไปทำหลังเลิกงาน
อาหารต่างๆ ที่พี่ๆในแผนกพาไปกิน (samgyeopsal - okonomiyaki - ramen)

 
ภาพจากที่เราไปเดินเล่น (Yokohama - Meigetsuin)
 
 อย่างที่เราบอกไปตอนต้นว่าโครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์งานประจำกับบริษัทได้ การสัมภาษณ์ระหว่างที่อยู่ที่ญี่ปุ่นก็จะมีสองรอบด้วยกัน รอบแรกคือ Midterm review จะเป็นช่วงกลางๆ ฝึกงาน ทาง HR เค้าก็จะถามว่าเป็นยังไงบ้าง ปรับตัวได้ไหม ที่พักมีปัญหาอะไรไหม เจอปัญหาอะไรมาบ้างแล้วแก้ไขอย่างไรบ้าง รอบที่สองก็คือหลังจบการฝึกงาน ตรงนี้เราได้สัมภาษณ์กับหัวหน้าแผนก HR เค้าก็จะถามถึงการปรับตัวของเรากับชีวิตการทำงานของคนญี่ปุ่น ความรู้สึกที่เรามีต่องาน ต่อแผนก  เปอร์เซ็นต์ที่เราจะรับงาน ประมาณนี้นะ ผลการสัมภาษณ์อันนี้เราจะได้รับตอนปลายเดือนสิงหาคม  เราประทับใจกับโครงการนี้มากๆ ตอนนี้ก็คือครบรอบปีแล้ว เราเห็นรูปภาพกับ IG Story ที่ตัวเองลงไว้วนมาก็ยังอดคิดถึงไม่ได้ เพื่อนๆ ที่เราเจอในโครงการก็ยังติดต่อกันจนถึงทุกวันนี้ ประสบการณ์ที่ได้มาประเมิณค่าไม่ได้ เรารู้สึกขอบคุณมหาวิทยาลัยที่พาโอกาสดีๆ แบบนี้มาให้นักศึกษา การฝึกงานผ่านไปได้ด้วยดีด้วยสิ่งที่เรียนรู้จากวิชาที่เรียนในคณะ แล้วก็เพื่อนๆ และครอบครัวที่สนับสนุนในทุกๆ เรื่อง ท้ายที่สุดก็คือทุกคนที่กดเข้ามาอ่านนะคะ กระทู้ยาวมากๆ เลย เราหวังว่ากระทู้จะเป็นประโยชน์กับรุ่นน้องต่อๆ ไป ถ้าผิดพลาดตกหล่นข้อมูลประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ถ้ามีคนรู้จักที่อาจจะสนใจโครงการนี้ก็อย่าลังเล แชร์กระทู้นี้ให้เค้าอ่านกันด้วยนะคะ >~< ขอบคุณค่ะ 

(กระทู้ที่แล้ว)
- รีวิวประสบการณ์ Engineering Summer Education Program ที่ The University of Tokyo
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป