Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ทำไมแนวพระเจ้าสร้างโลกส่วนใหญ่ถึงมักเป็นแฟนตาซีมากกว่าวิทยาศาสตร์ [ยินดีให้แชร์]

วิว
ทำไมนิยายแนวพระเจ้าสร้างโลกส่วนใหญ่ถึงมักจะเป็นแนวแฟนตาซีต่างโลกมากกว่าวิทยาศาสตร์,Speculative Evolution และสารคดีครับครับ

ผมเห็นมาหลายเรื่องแล้ว มักจะเน้นส่งคนมาต่างโลกมากกว่าที่จะเล่าแบบสารคดีดูวิวัฒนาการของสิ่งมีชีัวิตไปจนกว่าจะสูญพันธุ์

ทางนี้เคยเขียนอยู่นะผสมกับแนวเกมออนไลน์ มีแพลนจะรีเม็คในช่วงเฟส 1 ตอนปลายเป็แนวไซไฟแฟนตาซีน่ะชื่อ
Evolution:Ecosystem Creator God
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

9 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เพราะถ้าเป็นแนววิทยาศาสตร์น่าจะต้องคิดเยอะนะ แบบ ความสมเหตุสมผลก็จะถูกตีอยู่ในกรอบของวิทยาศาสตร์ที่สมควรเป็นไป(แบบในperceptionของโลกปกติของเรา) อะไรไม่สมเหตุสมผลนิดนึง อาจจะทำให้โลก(แบบ โลกของนิยาย ไม่ใช่โลกในนิยาย)มันดูพังไปหมด
      กลับกันถ้าเป็นแฟนตาซี เราสามารถสร้างกฎเกณฬ์ขึ้นมาเอง โดยที่อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับความเป็นจริงก็ได้
      ทีนี้คำถามที่น่าสนใจคือ คำว่า"วิทยาศาสตร์"ที่ว่า ต่างจากความเป็นจริงได้ขนาดไหน? อะไรที่ยอมรับได้ว่าไม่ใช่แฟนตาซี? น่าคิดเหมือนกัน

      ปล.ความเห็นส่วนตัว ผิดพลาดยังไงขออภัย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      วิทยาศาสตร์เขียนยาก ต้องอาศัยความเข้าใจ เรื่องวิวัฒนาการ การเอาตัวรอด การปรับตัว ภัยธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ พืช และอีกมากมายที่ทำให้การวิวัฒนาการไปข้างหน้า


      แฟนตาซี = ยังไงก็ได้ มันเลยเขียนง่ายกว่าเยอะ


      คำว่าสร้างโลก ในนิยายเว็บ ความหมายอาจแตกต่างไปจากการ สร้างโลก ในความหมายของวิทยาศาสตร์ หรือศาสนา เป็นผลมาจากการตั้งชื่อเรื่องของคนเขียนหลากหลายคน จนนิยามคำว่าสร้างโลกผิดแปลกไปจากอันเดิม


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เขียนยาก + ขายยากครับ


      แฟนตาซีเป้าหมายมันสั้น ผจญภัยแล้วตัดจบในห้วงอายุตัวละครยังได้

      แต่ถ้าจะเล่นใหญ่ขนาดสิ้นสูญสิ่งมีชีวิต ประเด็นคือเราจะขายอะไรให้คนอ่านครับ และสิ่งที่ขายนั้นจะทำให้คนอ่านประทับใจได้แค่ไหน ยิ่งถ้าบอกว่าเป็นสารคดียิ่งแล้วใหญ่...


      อันที่จริงพล็อตแบบนี้ มันเคยมีผสมผสานอยู่นะ

      เรื่องหนึ่งที่ผมนึกถึงก็คือ Ponkotsu megami no isekai sousei-roku เป็นเทพธิดาที่ดันตื่นมาก่อนยุคประวัติศาสตร์มนุษย์... เรื่องนี้แทรกทฤษฎีพอตัวเลย แต่เห็นแบบนั้นก็ยัดความกาวไปไม่น้อย หลัง ๆ มาเหมือนจะมีปมให้ชวนคิดเรื่อง NTR อีก...


      ก็อ่านสนุกอยู่นะ แต่ก็ทำให้รู้สึกได้ว่า แค่ขายวิวัฒนาการหรือความรู้อย่างเดียวมันไม่พอครับ แต่ต้องมีอะไรอีกหลายอย่างร่วมด้วย


      และส่วนตัวก็มองว่าหากจะเล่นแนวผสมผสานแบบนี้ การใช้ธีมต่างโลกจะเป็นอะไรที่ง่ายกว่าครับ ความพร้อมต่อการเริ่มเรื่อง และเส้นทางจุดจบมันลงได้ง่ายกว่า

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ จขกท. สื่อครับ ถ้าหมายถึงนิยายที่พระเอกไปต่างโลก มันก็ควรจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเพื่อให้มีตัวดำเนินเรื่อง มีความขัดแย้งให้แก้ไข ถ้าเป็นแนวอื่นอย่างสารคดีคงไม่มีสิ่งน่าสนใจหรอก จะเป็นได้ก็คือหมายเหตุหรือภูมิหลังของนิยายนะ

      ---

      อีกอย่างหนึ่งคือความสามารถของคนเขียน ก็ถ้าตีความพระเจ้าเป็นผู้มีฤทธิ์ดลบันดาลสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นไป มันก็ต้องเป็นแฟนตาซีอยู่แล้ว แต่ถ้าตีความพระเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา เรื่ิื่องที่เล่าออกมาจะเป็นเหมือน Prometheus

      ---

      สุดท้ายนี้ขอฝากคลิปตัวอย่างของ "พระเจ้า" ในจักรวาลที่ชื่อ Theros ครับ ผมชอบนะ มันอลังการมากมาย





      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เอาจริงๆ เคยเขียนต่างโลกแบบแนวกึ่งไซไฟอยู่นะครับ


      คือไม่มีอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เวทมนตร์ อะไรทั้งนั้น เหมือนมันเป็นรูหนอน เป็นรอยบิดเบี้ยวของจักรวาลที่พระเอกหลุดเข้าไป


      และโลกที่หลุดเข้าไปนี่คือเถื่อนมากๆ เอาชีวิตรอดกันแบบหืดขึ้นคอจริงๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้







      ทำไมแนวพระเจ้าสร้างโลกส่วนใหญ่ถึงมักเป็นแฟนตาซีมากกว่าวิทยาศาสตร์


      สวัสดีค่ะ



      ทำไมนิยายแนวพระเจ้าสร้างโลกส่วนใหญ่ ถึงมักจะเป็นแนวแฟนตาซีต่างโลก มากกว่าวิทยาศาสตร์,Speculative Evolution และสารคดีครับครับ


      ตอบคุณว่า เพราะนักเขียนเขาอาจจะเข้าใจดีพอ แบบนั้นมั้งคะ


      คือเขาคงจะเข้าใจว่า แนวพระเจ้า...นั้นแท้จริงเป็นแนวแฟนตาซีนะคะ


      มากกว่าวิทยาศาสตร์,Speculative Evolution และสารคดีครับ


      จริงแล้ว Speculative -ความหมายของคำ คำนี้ ใช้ได้ทั้ง ในแฟนตาซี และโลกแห่งความจริงนะคะ


      สำหรับคำ คำนี้ ก็เช่นกันค่ะ Evolution คือ ความหมายของคำนี้ คือวิวัฒนการ...นะคะ


      คือจริงแล้วการวิวัฒนาการ...ต่างๆ นั้น แท้จริงแล้วนะ มาวันนี้แม้เราๆ จะรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับธรรมชาติโดยทั่วไป


      จากช่วงหลายๆ ร้อยปีที่ผ่านมา...จนถึงวันนี้...คือจนถึงปัจจุบันนะคะ


      คือเราๆ สามารถรู้ได้จากการค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์


      หากแต่ ที่แน่ๆ เรายังไม่สามารถรู้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคะ


      คือเราไม่รู้ได้แน่นอนว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไป...ในรูปใด หรือในทิศทางใด ของสิ่งล้อมต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติ ในช่วงเวลาของอนาคตนะคะ


      ซึ่งในความจริง แม้ว่านักวิทยาศาตร์ หรือนักค้นคว้าจะพยายามตามจี้ ตามดู ตามศึกษา หรือเฝ้าค้นคว้าแบบจริงจัง แต่ที่แน่ๆ เรายังไม่สามารถรู้ได้แน่นอนค่ะ ว่าการวิวัฒนการต่างๆ ของธรรมชาติ นั้นจะออกมาในรูปแบบไหนในอนาคต


      ที่ทำได้ หรือรู้ได้ คือ พอรู้ได้ และตามแก้ไขไปเรื่อยๆตามวาระ ตามเหตุการณ์ แบบนั้นนะคะ


      ยกตัวอย่างนะคะ เราไม่สามารถรู้ว่าพายุใต้ฝุ่นลูกโตๆ จะกระหนํ่าโลกเมื่อไร เราไม่สามารถรู้ได้จริงนะคะ


      อาจจะรู้ได้ในช่วงระยะเวลาอันสั้นๆ เมื่อมันก่อตัว (ทั้งนี้เพราะด้วยเทคโนโลยี่ ได้พัฒนามาได้ระดับหนึ่ง เรารู้ได้เพียงการเตือนภัย หรือเพื่อการหลบหนี เพื่อพ้นภัย หากแต่การที่จะรู้ได้ เพื่อการแก้ไขที่แท้จริงนั้น เรายังไม่สามารถรู้ได้นะคะ)


      หรือว่าเมื่อไรลูกอุกกาบาตโลกมหึมา จะหลุดเข้ามาในห้วงแรงดึงดูดโลกของเรา และกระแทกลงหนักๆ จนโลกนี้ แตกเป็นเสี่ยงๆ หรือแตกกระจาย คือเหตุเช่นนี้ ก็สามารถเกิดขึ้นได้


      และจะเกิดขึ้น หรือไม่ และเมื่อไร? เราไม่รู้ได้ค่ะ


      หรือว่า...วัคซีน เพื่อการรักษาโรคร้ายที่กำลังเล่นงานเหล่ามนุษยชาติอยู่ขณะนี้ นั้น นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า ทั่วโลกกำลังทำงานกันอย่างหนัก หามรุ่ง หามคํ่า เพื่อค้น เพื่อผลิต เพื่อนำมารักษา เพื่อเยียวยา เพื่อปกป้องเพื่อนมนุษยชาติด้วยกัน แต่ก็ยังไม่สำเร็จ


      และจะสำเร็จได้หรือไม่...? เราไม่สามารถรู้ได้เช่นกันค่ะ


      โควิด โรคร้ายที่อันตรายต่อชีวิตนี้ จะถูกจำจัดโดยวัคซีนได้ หรือไม่? หรือว่าในที่สุด เราๆ จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับมัน ไม่ต่างจากโรคมะเร็ง หรือโรคเอดส์ คือมีเพียงการเยียวยา เพื่อบรรเทาอาการ คนที่โชคดี ก็อยู่ได้นานหน่อย คนที่โชคร้ายก็ตายไป


      คือตายด้วยอาการของโรคในขณะที่เขาเจ็บป่วยด้วยโรค คือรักษาไม่ได้ คือไม่มียาที่จะรักษาได้ แบบนั้นนะคะ


      คือไม่มียาที่จะสามารถรักษาได้หายขาด ด้วยการกำจัดโรคดังกล่าวนี้ให้หายดับไปจากโลกได้ นั้นไม่มีนะคะ


      แบบนั้นนะคะ


      และ ในเคสโควิดนี้ ก็เช่นกันค่ะ(เรามาคอยดูกันต่อไปค่ะ)


      คือแม้มนุษยชาติจะมีการพัฒนามากมายมาได้ระดับหนึ่ง ซึ่งเราจะเรียกว่า เราสามารถรู้ได้ว่า ทุกอย่างมีวิวัฒนการ คือมีการเปลี่ยนแปลง...ไป จากที่มันเคยเป็น หากแต่ เราเพียงรู้ได้ จากอดีต ถึงปัจจุบัน....เท่านั้น คือความแน่นอน ในการรู้ ของเหล่ามนุษยชาติ เกี่ยวกับสัพสิ่ง หรือธรรมชาติ ในวันนี้ค่ะ


      เราๆ ไม่สามารถรู้ได้ว่า...ในอนาคตทุกอย่างจะออกมาในรูปแบบไหน และจะดำเนินไปในทิศทางใด ในแบบรู้ได้ร้อยเปรอร์เซ็นต์นั้น มนุษยชาติยังไม่มีทักษะพอ เกี่ยวกับเหตุดังกล่าวมานี้ได้ค่ะ


      เพราะฉะนั้น การที่นักเขียนเขาจะแยก ระหว่างแฟนตาซี กับโลกแห่งความจริง...แม้ว่า คำบางคำ ที่เขาใช้นั้น เขาอาจจะเข้าใจได้ดีพอว่า สามารถใช้ร่วมกันได้เท่านั้นเอง มั้งคะ


      คือเจ้าของเม้นต์เข้าใจแบบนั้น จากโจทน์ และคำบอกเล่าของคุณค่ะ


      คือจริงแล้ว โลกนี้ ห้วงจักวาลนี้ เป็นอะไรที่มีแก่นสารแห่งความไม่แน่นอน มีอยู่เป็นความแน่นอน เป็นธรรมชาติ ในตัวตนของมันเอง


      และในธรรมชาตินี้ ในภพนี้...อะไรๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น ใครคนหนึ่งเคยกล่าวไว้...เมื่อนานๆ มาแล้วนะคะ


      คือเป็นแนวความเชื่อ ความศรัทธา ก็จริง แต่จริงแล้ว แนวพระเจ้า คือแนวแฟนตาซีค่ะ



      ผมเห็นมาหลายเรื่องแล้ว มักจะเน้นส่งคนมาต่างโลกมากกว่าที่จะเล่าแบบสารคดีดูวิวัฒนาการของสิ่งมีชีัวิตไปจนกว่าจะสูญพันธุ์


      จริงแล้วมีหนังฮอลลีวูดฟอร์มใหญ่ หลายๆ เรื่องถูกสร้าง ทำ และนำเสนอก็มีมากมายหลายๆ เรื่องนะคะ


      และมีหลายเรื่อง ซึ่งมีนักวิทยาศาตร์นำข้อมูลจริงเข้าไปมีส่วนนำเสนอ ทั้งนี้ ก็เพื่อการเตรียมพร้อม การให้ข้อมูลแก่ผู้คน ด้วยการสื่อผ่านความบันเทิง นั้นมีทำขึ้น สร้างขึ้นมาแล้วนะคะ

      (เช่น องค์การนาซ่า เคยออกมาเผยกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือเป็นคล้ายการแฝงไว้ด้วยสารคดีค่ะ เห็นแล้วพลอยสนุก และเกิดเป็นแรงบันดาลใจได้ดี สำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องราวแบบนี้ คุณลองๆ ค้นหาข้อมูล และติดตามดูนะคะ หากคุณสนใจค่ะ)


      เชน เรื่องนี้...ขอนุญาตยกตัวอย่างนะคะ


      เรื่องราวเช่นนี้...อาจจะ สามารถเกิดขึ้นได้นะคะ หากเราจะใช้คำว่า...Speculative - คือการเดา การคาดคะเน เหตุการณ์อนาคต....คือความคิด ที่ว่าอะไร ก็กิดขึ้นได้ ไม่แน่นอนนะคะ


      Elysium

      หนังที่มีการจำลองโลกอนาคต เมื่อโลกกลายเป็นที่อยู่ของคนจน ส่วนคนที่มีชนชั้นสูงก็จะได้ขึ้นไปอยู่ที่ “Elysium” ตัวพระเอกต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองขึ้นไปที่นั่นให้ได้ เป็นหนังที่ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ดีเลยทีเดียว ทั้งในด้านของเนื้อเรื่อง ฉาก และซีจีที่สมจริง รวมถึงบทแอ็คชั่นที่มันส์ ระห่ำ


      ข้อมูล ในวรรคข้างบนนั้น นำมาจากเพจในลิงค์นะคะ


      ขออนุญาต และขอบคุณเจ้าของเพจค่ะ


      https://mono29.com/program/99024.html



      ทางนี้เคยเขียนอยู่นะผสมกับแนวเกมออนไลน์ มีแพลนจะรีเม็คในช่วงเฟส 1 ตอนปลายเป็แนวไซไฟแฟนตาซีน่ะชื่อ

      Evolution:Ecosystem Creator God


      ดูคุณจะชอบ และสนใจแนวดังกล่าวนี้นะคะ


      เจ้าของเม้นต์นี้ ก็ชอบด้วยเช่นกันค่ะ


      ชอบอ่านค่ะ


      คุณเขียนแล้ว นำมาลงให้เพื่อนๆ ช่วยซื้อ ช่วยอ่านนะคะ


      เป็นกำลังใจให้คุณเจ้าของกระทู้ค่ะ


      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-01.png



      ปล. เม้นต์นี้อาจจะมีคำผิดมากมาย เป็นเม้นต์ยาวๆ รีบๆ(ต้องออกเดินทางแล้วขออภัยค่ะ) จะกลับเข้ามาแก้ไขอีกครั้ง ขออภัยค่ะ)



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เพราะว่าแนววิทยาศาสตร์ พูดง่ายแต่เขียนยาก


      เอาแค่เริ่มจากความสมเหตุสมผล ที่มาที่ไป ทฤษฎีอ้างอิง หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้มันดูน่าเชื่อถือ มันก็ยากในตัวมันเองอยู่แล้ว


      การปูเรื่องพอต้องมีเรื่องรายเอียดที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร


      ผู้เขียนต้องค้นคว้าหลักต่างๆ แนวทางทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เพื่อใช้อ้างอิง เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ และดูสมจริง


      เวลาในการค้นคว้าใช้เวลานาน และมันอาจจะไม่ใช่แนวตลาดที่คนส่วนใหญ่ชอบอ่าน (อาจจะมีคนชอบเยอะรึเปล่า ไม่แน่ใจ)


      ถ้าแฟนตาซีมันไม่ต้องลงรายละเอียดขนาดนั้น และ จินตนาการได้ไม่จำกัดโดยที่ไม่ต้องมีทฤษฎีหลายๆ อย่างมารองรับ


      สุดท้ายสรุปจากที่พูดมาทั้งหมด ลงทุนเวลาไปเยอะมาก แต่ไม่รู้ผลตอบรับจะเป็นอย่างไร


      แต่ถ้าชอบเรื่องวิทยาศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว มันก็คงเป็นเรื่องสนุกสำหรับนักเขียน และอาจจะได้นิยายดีๆ สำหรับนักอ่านอีก 1 เรื่อง


      ความเห็นส่วนตัว ผิดถูกยังไงอย่าว่ากันนะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คิดว่าแฟนตาซีเป็นอะไรที่​ไม่ได้อยู่ในกรอบคือเราสามารถคิดขึ้นมาเองได้​ ไม่ต้องสนเรื่องหลักการและเหตุผลต่างๆมากมายละมั้ง​ อีกทั้งถ้าจะให้ทั้งเรื่องมีแต่วิทยาศาษตร์มันก็ดูน่าเบื่อด้วย​แหละ

      ปล.อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะมาแลกเปลี่ยนเฉยๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      Because God is saying "yes, I DO LOVE" you and you can write about MY LOVE as you like. The true message is be kind to one another, do good to one another because HIS LOVE for mankind conquers all.

      Because GOD is saying "fear not na ja", do what is good and what is right. And when you can't, well, there is no condemnation. Every time you say "sorry" to someone, God takes it personally, and accepts that apology as for HIM.

      "Ecosystem Creator God" sounds great ja. Mine is "ONE - The Builder and the Carpenter's daughter / teacher mostly". Still is in the process because i can't make up my mind, they are all beautiful. WHY? Because it is focused on "HIS LOVE" which can be seen, experienced and felt in every moment.

      SO, science or fantasy, no matter, write what you can, focus on the message :)

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป