Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ทำยังไงถึงจะ"รัก"และ"มั่นใจ"ในนิยายของตัวเองมากๆคะ [ยินดีให้แชร์]

นักเขียนกลมๆคนหนึ่ง
Guest IP
วิว
เราเป็นคนที่เขียนจบมาหลายเรื่องแล้ว แต่เราไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลยค่ะ ทั้งระหว่างเขียนและตอนเขียนจบ ต้องรอให้มีคอมเมนต์จากนักอ่านชมมาก่อนว่ามันดียังไงบ้าง เราถึงจะรู้สึกว่านิยายเราดี พอจนเรารักมันได้
มันทำให้เรากังวลใจเกินไปอ่ะค่ะ แล้วพอเจอคำติ เราก็ยิ่งเฟลไปยาวๆเลย เห็นนักเขียนบางท่านมั่นใจมากๆ รักนิยายตัวเองมากๆ เลยอยากรู้ว่าทำได้ยังไง

หรือใครผ่านมามีเคล็ดลับอะไรช่วยแก้นิสัยขาดความมั่นใจนี้ ก็ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ

ขอบพระคุณมากค่ะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ที่จริง ขาดความมั่นใจก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ เราว่ามันธรรมดามากเลยนะ


    เชื่อเถอะว่า คนเขียนน่ะ ยิ่งผ่านสมรภูมิการเขียนเท่าไหร่ ยิ่งน้อยคนที่จะมั่นใจว่าเรื่องข้าดี เรื่องข้าเจ๋ง เพราะเมื่อไหร่ที่มั่นใจแบบนั้น ไม่นานเขาจะพบความจริงว่า นิยายเรามันไม่ได้ดีเริ่ดอย่างที่เราเข้าใจไปเองหรอก เจอคำวิจารณ์ตบเข้าบ่อยๆ เดี๋ยวก็รู้แจ้งเอง


    พอเจอแบบนั้นบ่อยเข้า สิ่งตั้งต้นที่คนเขียนซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมา คงน้อยคนที่จะมั่นใจในเรื่องตัวเองว่าเรื่องข้าดี เรื่องข้าเจ๋งแบบนั้นอีก (ยกเว้นบางเรื่องที่ทำการบ้านมาดี ทำงานกับมันหนักมาก เล่มง่อยๆ เล่มเดียวแต่ใช้เวลาเขียนมันถึงห้าปี ก็เป็นไปได้ที่เขาจะมั่นใจกับเรื่องนั้น)


    ดังนั้นสิ่งที่คุณจขกท เป็นน่ะ ปกติมากเลยค่ะ แล้วเราก็ไม่เห็นว่าเป็นนิสัยที่ควรแก้ไขอะไรอย่างนั้น


    มันคงเหมือนกับมีใครสักคนหนึ่งบอกว่า 'น้ำบนเตานี้ร้อนนะ' ถ้าคนนั้นยังไม่เคยมีประสบการณ์โดนลวก ก็หัวเราะเย้ยว่ามันจะสักแค่ไหนกันเชียว ข้าเก่ง ข้าเจ๋ง หนังข้าหนา อะไรก็ทำอันตรายข้าไม่ได้


    แต่เมื่อถูกลวกครั้งหนึ่ง คนเรามันมีการเรียนรู้ค่ะ มันจะเริ่มแหยงเมื่อจุ่มมือครั้งที่สอง สาม สี่ มันทำให้รู้เองแหละว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น และหนังเราไม่ได้หนาอย่างที่คิด ทุกครั้งที่จุ่มมือ จะเกิดอาการแหยง ไม่ได้มั่นใจอีกว่าเราเจ๋งพอเหมือนเมื่อตอนแรก


    จนกระทั่งมีคนบอกว่า 'เก่งนะ ทั้งที่ร้อนแต่ก็ยังเลือกจุ่มมือลงน้ำร้อนนั้นต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นฉัน ฉันทำไม่ได้หรอก' เมื่อนั้นคนนั้นจึงรู้ว่า 'เออ ตัวเองก็นับว่าใช้ได้แฮะ' แบบนี้


    ฉันใดฉันนั้นค่ะ คนเขียนที่เจอคอมเมนต์ เจอคำวิจารณ์ หรือแม้แต่ตัวเองที่ย้อนกลับมาอ่านงานตัวเองแล้วรู้สึกว่ามันไม่ดีพอ บ่อยเข้าก็เหมือนเราถูกน้ำร้อนนั่นแหละ คนยิ่งโดนมามาก จะมีสักกี่คนอีกที่คิดว่าตัวเองดี ตัวเองเจ๋งได้อีก


    ถ้ายังคิดแบบนั้นได้ แสดงว่ายังเจอประสบการณ์ลวกมาน้อยอยู่สักหน่อย ซึ่งถ้าใครที่เป็นแบบนั้น เราก็ยินดีด้วยอย่างยิ่งค่ะ เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างราบรื่นทีเดียว เพียงแต่เราว่านักเขียนหลายคนน่าจะไม่ได้มีชีวิตที่เป็นแบบนั้น


    คุณจขกท เก่งมากค่ะ ทั้งที่ไม่มั่นใจ แต่ก็ยังคงเลือกที่จะเขียนนิยายเรื่องแล้วเรื่องเล่าแบบนี้


    You are the best!


    ตอบกลับ

17 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เหมือนลูกรึเปล่า สร้างเองมากับมือจะบอกว่าลูกเราไม่ดี ไม่เก่ง ไม่ได้เรื่องเลยเหรอ


      รึว่าจะให้ใครมาบอกว่าลูกเราไม่ดีอย่างนั้น อย่างนี้ เราก็ไม่พอใจหรือเฟลเป็นธรรมดา


      ในทางกลับกันถ้าใครมาชมลูกเราคงรู้สึกดีมากๆ ใช่มั้ยล่ะ ชมลูกเราก็เหมือนกับชมพ่อแม่นั่นแหละ ว่าเลี้ยงลูกดีจริงๆ


      เกี่ยวรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่น่าจะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย อาจจะจะช่วยทำให้รักและเชื่อมั่นในนิยายของตัวเองมากขึ้น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      วิธีการแก้ก็คือต้องเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองก่อนค่ะ

      เราคิดว่านิยายก็เหมือนตัวเราอ่ะค่ะ ถ้าเราไม่รักมันก่อนแล้วใครจะรัก ประมาณนี้มั่งคะ

      เรารักนิยายของเราทุกเรื่องนะ

      เวลามีคนติเราก็น้อมรับเอาไว้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะชอบงานของเรา

      เพราะงั้นเราเลยรักนิยายของเราเหมือนตอนที่เรารักตัวเองค่ะ ไม่รู้ว่าที่เราบอกไปจะพอช่วยได้ไหม แต่ก็เป็นกำลังใจให้เขียนต่อเรื่อยๆนะคะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      รักนิยายไม่ต้องทำอะไรคะ เพราะถ้าไม่รัก เราจะไม่เขียนออกมาตั้งแต่แรก ไม่มีพลังมาเขียน

      เรื่องความมั่นใจ เราไม่เคยมั่นใจเรื่องไหนร้อยเปอร์เซ็นต์เลย จะมีช่วงที่มั่นใจ บางช่วงก็หวั่นๆ ทุกเรื่องเป็นงี้หมด แต่เราก็แต่งต่อไป

      ทำยังไงให้มั่นใจ ก็ตั้งใจที่สุด ไม่ทำออกมาลวกๆ ใส่ใจกับมันที่สุด แล้วเราก็จะมั่นใจว่ามันดี อย่างน้อยไม่ดีสำหรับใคร ก็ดีสำหรับเรา

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เขียนจบมาหลายเรื่องแล้วเหมือนกันค่ะ ยอดวิวอาจจะไม่ได้มากมายแต่ทุกเรื่องที่เขียนขึ้นจะมาจากความตั้งใจและรักจะเขียนออกมาค่ะ ทุกคนมีความคาดหวังกับนิยายของตัวเองทั้งนั้นคะ แต่เราจะไปบังคับให้เขาชอบหรือไม่ชอบนิยายของเราไม่ได้ค่ะ ถ้าถามว่ามั่นใจมั้ยกับเรื่องที่เขียนออกไปสำหรับTARAมั่นใจทุกเรื่องคะเพราะแต่ละเรื่องมันออกมาจากความรู้สึกของเราที่อยากจะเขียนค่ะ และมีความสุขทุกครั้งที่เขียนออกมา

      ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะ
      แต่อย่าบอกว่าไม่มั่นใจงานเขียนของตัวเองนะคะ..
      บันทอนจิตใจยังไงไม่รู้..
      สู้ๆค่ะ ^_^"

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ที่จริง ขาดความมั่นใจก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ เราว่ามันธรรมดามากเลยนะ


      เชื่อเถอะว่า คนเขียนน่ะ ยิ่งผ่านสมรภูมิการเขียนเท่าไหร่ ยิ่งน้อยคนที่จะมั่นใจว่าเรื่องข้าดี เรื่องข้าเจ๋ง เพราะเมื่อไหร่ที่มั่นใจแบบนั้น ไม่นานเขาจะพบความจริงว่า นิยายเรามันไม่ได้ดีเริ่ดอย่างที่เราเข้าใจไปเองหรอก เจอคำวิจารณ์ตบเข้าบ่อยๆ เดี๋ยวก็รู้แจ้งเอง


      พอเจอแบบนั้นบ่อยเข้า สิ่งตั้งต้นที่คนเขียนซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมา คงน้อยคนที่จะมั่นใจในเรื่องตัวเองว่าเรื่องข้าดี เรื่องข้าเจ๋งแบบนั้นอีก (ยกเว้นบางเรื่องที่ทำการบ้านมาดี ทำงานกับมันหนักมาก เล่มง่อยๆ เล่มเดียวแต่ใช้เวลาเขียนมันถึงห้าปี ก็เป็นไปได้ที่เขาจะมั่นใจกับเรื่องนั้น)


      ดังนั้นสิ่งที่คุณจขกท เป็นน่ะ ปกติมากเลยค่ะ แล้วเราก็ไม่เห็นว่าเป็นนิสัยที่ควรแก้ไขอะไรอย่างนั้น


      มันคงเหมือนกับมีใครสักคนหนึ่งบอกว่า 'น้ำบนเตานี้ร้อนนะ' ถ้าคนนั้นยังไม่เคยมีประสบการณ์โดนลวก ก็หัวเราะเย้ยว่ามันจะสักแค่ไหนกันเชียว ข้าเก่ง ข้าเจ๋ง หนังข้าหนา อะไรก็ทำอันตรายข้าไม่ได้


      แต่เมื่อถูกลวกครั้งหนึ่ง คนเรามันมีการเรียนรู้ค่ะ มันจะเริ่มแหยงเมื่อจุ่มมือครั้งที่สอง สาม สี่ มันทำให้รู้เองแหละว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น และหนังเราไม่ได้หนาอย่างที่คิด ทุกครั้งที่จุ่มมือ จะเกิดอาการแหยง ไม่ได้มั่นใจอีกว่าเราเจ๋งพอเหมือนเมื่อตอนแรก


      จนกระทั่งมีคนบอกว่า 'เก่งนะ ทั้งที่ร้อนแต่ก็ยังเลือกจุ่มมือลงน้ำร้อนนั้นต่อไปครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นฉัน ฉันทำไม่ได้หรอก' เมื่อนั้นคนนั้นจึงรู้ว่า 'เออ ตัวเองก็นับว่าใช้ได้แฮะ' แบบนี้


      ฉันใดฉันนั้นค่ะ คนเขียนที่เจอคอมเมนต์ เจอคำวิจารณ์ หรือแม้แต่ตัวเองที่ย้อนกลับมาอ่านงานตัวเองแล้วรู้สึกว่ามันไม่ดีพอ บ่อยเข้าก็เหมือนเราถูกน้ำร้อนนั่นแหละ คนยิ่งโดนมามาก จะมีสักกี่คนอีกที่คิดว่าตัวเองดี ตัวเองเจ๋งได้อีก


      ถ้ายังคิดแบบนั้นได้ แสดงว่ายังเจอประสบการณ์ลวกมาน้อยอยู่สักหน่อย ซึ่งถ้าใครที่เป็นแบบนั้น เราก็ยินดีด้วยอย่างยิ่งค่ะ เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างราบรื่นทีเดียว เพียงแต่เราว่านักเขียนหลายคนน่าจะไม่ได้มีชีวิตที่เป็นแบบนั้น


      คุณจขกท เก่งมากค่ะ ทั้งที่ไม่มั่นใจ แต่ก็ยังคงเลือกที่จะเขียนนิยายเรื่องแล้วเรื่องเล่าแบบนี้


      You are the best!


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้



      เราไม่เคยเป็นแบบนั้น แต่จะลองคิดตามนะคะ


      ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจ ก็ลองย้อนกลับไปคิดถึงอารมณ์แรกที่เราอยากจะเขียนมัน ว่ามันเกิดจากอะไร ทำไมเราถึงเขียน


      มันเป็นความอยากเขียนแนวตามกระแส อยากเขียนอะไรก็ได้ให้จบ อยากเขียนตามที่คนอ่านชอบเพื่อจะได้เพิ่มโอกาสขายหรือเปล่า


      ถ้าใช่ ก็ไม่แปลกที่ความมั่นใจจะถูกผูกไว้กับคนอื่น


      แต่ถ้าไม่ใช่ เราอยากเขียนเพราะเราอยากเขียนมันจริง ๆ เราชอบ เราจินตนาการเองแล้วมันน่าสนุก เราเลยเขียนออกมา ค่อย ๆ ปลุกปั้นตัวละครให้มีตัวตน เหมือนเลี้ยงลูก เพียงแค่นี้เราก็จะรู้สึกรักมันเอง แม้ว่าผู้อ่านจะไม่ชอบมัน


      สรุป

      ลองย้อนคิดดูนะคะ ถ้าคุณจำความรู้สึกตอนเริ่มเขียน หรือตอนคิดพล็อตได้ ว่ามันสนุกมากแค่ไหน บางทีความมั่นใจอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ค่ะ


      ส่วนเรื่องที่ว่านักเขียนที่มั่นใจในงานตัวเองมาก ๆ ทำได้ยังไง สำหรับเราเองก็ไม่ได้มั่นใจว่างานตัวเองดีเริ่ด แต่มั่นใจว่าทำดีที่สุดแล้ว รักและภูมิใจกับมันมาก ตลอดเวลาที่คิดพล็อต วางตัวละคร วางเหตุการณ์ในหัว มันสนุกมาก ๆ เลยค่ะ ใครจะไม่ชอบก็ช่าง เรามีความสุขแล้ว อิอิ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราจะเขียนนิยายในแบบที่เราชอบอ่าน

      แต่ต้องเข้าใจก่อนว่านิยายเรื่องใดก็ตาม ย่อมมีคนที่ชอบและไม่ชอบการเขียนในแบบของเรา


      ดังนั้น ..หากเราอ่านแล้วสนุก เราก็ย่อมมั่นใจแล้วว่านักอ่านจะต้องสนุกไปกับมันครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราไม่ได้รักนิยายเหมือนกัน แต่เขียนเพราะมันท้าทายดี การเขียนนิยายเป็นแค่ความสามารถอย่างหนึ่ง ทักษะหนึ่งแค่นั้น สำหรับเราอะค่ะ


      ส่วนเรื่องมั่นใจ คุณสำรวจจุดแข็งตัวเองว่าเก่งเรื่องอะไร การวางพล็อตหรือการเขียน ส่วนตัวเรามีจุดแข็งที่การวางพล็อต แต่การเขียนแค่พอถูไถ พล็อตเราเลยแน่นมาก มีที่มาที่ไป สมเหตุสมผล ส่วนถ้านักอ่านติเราเรื่องการเขียนอันนี้เรายอมรับว่ากากจริง แต่เรื่องพล็อตนี่เราไม่มีหลุดแน่นอน

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เห็นด้วยกับคุณเป่ยหนิงค่ะ เราก็เป็นคนที่ยิ่งเขียนยิ่งไม่มั่นใจ เหมือนกับกำลังขึ้นภูเขาลูกใหญ่อยู่น่ะค่ะ ตอนเริ่มปีนตีนเขาก็รู้สึกสบาย ๆ ไม่มั่นใจก็อาจจะถอยหลังกลับไปเตรียมพร้อม แต่พอเดินขึ้นมาสูง ๆ แล้วเจอความหนาว เจอพายุ เจอสัตว์ร้าย จะกลับไปจุดเริ่มต้นก็ยาก ไปต่อก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไร หยุดอยู่กับที่ก็ไม่ได้ เราว่างานเขียนคืองานที่เราไม่มีทางรู้ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง พยายามเท่านี้แล้วผลลัพธ์ที่ได้จากนักอ่านจะเป็นแบบไหน เราเขียนนิยายมาหลายเรื่อง เรียนทางวรรณกรรมโดยตรงด้วย ยิ่งลงลึกยิ่งกลัวว่างานตัวเองจะดีไม่พอ เวลาอาจารย์ให้วิจารณ์วรรณกรรมเราจะกลัวเสมอว่านิยายที่เราเขียนคือนิยายแบบที่ถูกวิจารณ์ว่าเขียนบกพร่องไหม ทุกวันนี้เราเขียนนิยายทุกวัน อารมณ์ไม่เคยนิ่งเลย บางทีก็ดี บางทีก็แย่ เราปรับแก้อะไรไม่ได้ค่ะ ได้แค่เขียนไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยเราก็จะมีต้นฉบับนิยายอยู่ในมือนะ ผลจะออกมายังไงก็ช่างมันเถอะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราเป็นหน้าใหม่แต่รักนิยายตัวเองมาก555 เรื่องมั่นใจนั้นไม่เคยทะนงตนว่าเขียนได้งาม เพราะบทบรรยายเราไม่ได้ปูมากปูมายอะไรขนาดนั้นค่ะ เขียนๆไปแล้วมีความสุขก็หล่อเลี้ยงใจไปได้เท่านั้นเอง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราว่ามันก็เป็นเรื่องปกติของคนเรานะคะ ที่จะเกิดความไม่มั่นใจขึ้น สมันหัดเขียนเราก็ชอบถามเพื่อนว่ามันสนุกจริงไหม ดีจริงหรือเปล่า?

      แต่พอโตมา ทำงานที่ต้องเป็นเหมือนแนวกันชน ติดต่อประสานงานหน่วยงานราชการเอย ในบริษัททุกชั้นทุกแผนก ลูกค้า ฯลฯ จนเริ่มรู้จักที่จะช่างมัน ช่างแม่ม เลิกคิดเล็กคิดน้อยไป


      ส่วนเรื่องรักงานของตัวเอง เราว่ามันเป็นพื้นฐานนะคะ เราคิดว่าต่อให้นิยายเราจะไม่มีคนอ่านไม่มีคนสนใจ อย่างน้อยที่สุดมีตัวเราละหนึ่งที่เขียนต่อจนจบเพราะอยากอ่านจนจบ ไม่ต้องมีแฟนพันธุ์แท้แต่เราก็เป็นแฟนพันธุ์แท้นิยายตัวเองนี่แหละ เหมือนที่คนชอบพูดกันว่า มันต้องมีแพชชั่น ถ้าไม่มีแพชชั่นต่องานตัวเองมากพอคงไม่อาจเริ่มเขียนได้ ในบรรดาพล็อตมากมายที่นึกขึ้น เราจะเขียนจากเรื่องที่มีแพชชั่นค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      การที่ 'รัก' และ 'มั่นใจ' ในนิยายตัวเอง

      เรามองว่านักเขียนทุกคนมีทั้งสองอย่างนี้อยู่แล้วค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ


      สำหรับเรา เราเองก็รักและมั่นใจในนิยายตัวเองมาก

      จนกระทั่งเกิดความรู้สึก 'อ่อนไหว' ขึ้นมากับฟีดแบคของนักอ่านบางท่าน

      ทำให้เกิดการตั้งคำถามกับนิยายของตัวเอง และเกิดไม่มันใจขึ้นมาว่าดีจริงไหม

      ความรู้สึกนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าต้องจัดการยังไง

      แต่คุณต้องพยายามผ่านมันไปให้ได้ด้วยตัวเองนะคะ


      วิธีเผชิญหน้ามีหลายรูปแบบด้วยกัน

      สำหรับเรา เราเอาตัวเองออกมาจากปัญหาก่อนค่ะ ไปเที่ยวเล่นทำอย่างอื่น

      รอจนใจเย็นลง ค่อยกลับมาพิจารณาว่า 'ความไม่มั่นใจ' มันเกิดขึ้นจากอะไร? จากจุดไหน?

      และถามตัวเองค่ะว่าแก้ไขได้ไหม เพื่อทำให้ตัวเองรักและมั่นใจในนิยายตัวเองได้มากขึ้น


      อย่างกรณีเรา มีคนบอกว่าเรา 'ลอก' ผลงานท่านอื่นมา

      ตอนนั้นเราเฟลมาก เพราะเราตั้งใจเขียนมาก สิ่งที่ทำมาไม่มีความหมายเลยเหรอ?

      หมดความมั่นใจไปเลยล่ะค่ะ

      แต่พอตั้งสติได้ เราเพียงได้ 'แรงบันดาลใจ' มาค่ะ ไม่ใช่ลอก

      แต่คนในเน็ตน่ะเนอะ เขียนอะไรก็เขียนได้ คอมเมนท์ที่ทำร้ายจิตใจกันก็แค่พิมพ์ง่าย ๆ

      หลังจากนั้นเราจึงพิสูจน์ตัวเอง ด้วยการเป็นฝ่ายชี้แจงกับนักอ่าน และรีไรท์บางตอนในนิยายที่มีกลิ่นอายคล้ายคลึงกัน > นั่นเพราะเรา 'รัก' และ 'เคารพ' นิยายตัวเองมาก > หลังจากนั้นความมั่นใจก็กลับมาค่ะ


      แล้วต่อมาหลังผ่านความไม่มั่นใจ เผชิญหน้าความอ่อนไหวทั้งปวง

      คุณจะค่อย ๆ พบว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้น เติบโตขึ้น และแข็งแกร่งขึ้นจนมากพอที่จะไม่จำเป็นต้องใส่ใจคอมเมนท์เชิงลบพวกนั้นแล้ว และต้องจำใส่ใจให้ดีค่ะ ไม่มีใครรักเราทั้งหมด และไม่มีใครเกลียดเราทั้งหมด


      > คอมเมนท์เหล่านั้นสร้างความอ่อนไหวให้เรา ถ้าเราเห็นดีเห็นงามว่าการแก้ไขสามารถทำให้ผลงานพัฒนา ก็น้อมรับฟัง แต่ถ้าพบเจอถ้อยคำขยะ ที่มีเจตนาร้าย สักแต่พูดเอาสนุกปาก ตอนนั้นเราก็ไม่ต้องไปใส่ใจคนกลุ่มนั้นค่ะ เรารักนิยายของตัวเองมากพอที่จะสามารถเมินเฉยถ้อยคำบั่นทอนจิตใจได้


      สู้ ๆ นะคะ เขียนยาวไปหน่อย พอดีตรงกับประสบการณ์ตัวเองน่ะค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ช่างต่างกับผมลิป ผมนี่รักมาก รักจนหวง แบบ "ใจคอจะมิมีผู้ใดติเลยฤ" คือไม่มีใครติเลยครับ แล้วมันทำให้งานของผมไม่พัฒนาเลย เศร้ามาก ผมโรคจิตมากชอบนักอ่านมาบอกไม่ดี ผมจะรีบหาจุดบอดของตัวเอง


      เป็นธรรมดาน่ะครับ ก่อนอื่นนะครับ คุณจขกท สร้างพวกเขาเองกับมือเลยนะครับ จะมิรักเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพียงแต่ไม่มั่นใจเท่านั้น ผมท่องเสมอว่า "นักอ่านคือครูชั้นดี" ถูกผิดเราจะได้เรียนรู้ระหว่างเขียนครับ พอมีคนติ คนชมเราก็จะมั่นใจ สำหรับผมนะ ผมพอใจตั้งแต่จรดปากกาแล้วอะครับ หลายเรื่องเขียนจบไม่ลงอ่าน เพราะหวงมาก ๆ รักมากจนฝุ่นเกาะไปแล้ว 555

      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      งดการเชื่อมโยงลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น

      ถูกลบเนื่องจาก:
      งดการเชื่อมโยงลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      Your share is the great knowledge I have gathered, you are an important person I admire, thank you https://run3sonline.com

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราต้องหลงรักในตัวละครที่เป็นต้นเรื่องนั้นๆนะคะ

      ส่วนตัวเราเขียนนิยายจากเรื่องราวที่ได้รับฟังจากคนที่ถ่ายทอดมา

      ตอนฟังทั้งหลงรักในความเป็นน้าภูผา และแม่ไพริน

      แม้จะมีคนอ่านน้อยเราก็จะดันเขาไปให้สุดทางเพราะรักเขาทั้งสองนั้นค่ะ

      รักในตัวละครแบบที่เราปลื้มใครสักคนนะคะ เขียนไปก็คิดถึงเขาไปประมาณนั้น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้



      พล็อต เป็นตัววัดว่าผมควรทุ่มเทให้มันขนาดไหน พล็อตที่ดีมาก ๆ ไม่มีคำว่าเสียเวลา หรือเปล่าประโยชน์ ยิ่งแต่ง ยิ่งดี


      หากมั่นใจว่าพล็อตดี ต่อให้มีคนตำหนิ ก็จะไม่กระทบ (ที่จริงไม่ฟังอยู่แล้ว อิอิ)


      แถมพล็อตที่ดี ยังทำลายอาการตันได้เร็วอีกด้วย เพราะไม่ว่าอะไรที่เอามาลงในนิยาย มันก็ดูเวิร์คไปหมด


      เมื่อไม่ตัน ไม่อ่านคอมเม้นติ ก็ทำให้สมองปลอดโปร่ง ทำงานได้อย่างราบลื่น


      ที่เหลือก็แค่ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เงิน งาน สุขภาพของตัวเองและครอบครัว เรื่องพวกนี้อยู่เหนือการควบคุม แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อไฟในการเขียนเท่าไหร่ ก็แค่รอเวลากลับมาเขียนเท่านั้น

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมเองก็เป็นหนึ่งในมนุษย์ประเภท Self Esteem ต่ำจมดิน ผลงานที่สร้างมาก็ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะถูกใจหรือเปล่า หรือแค่ผลงานที่ทำออกมาให้ตัวเองดู Cringe ในสายตาคนอื่น ยิ่งฝากความหวังไว้กับผลงานตัวเองมากขึ้นเท่าไร มันยิ่งรู้สึกกดดัน ยิ่งอยากมองโลกในแง่ลบมากขึ้นทุกวัน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็มีแค่เรื่องเดียวคือ ก้มหน้าก้มตาทำต่อไปเรื่อยๆ แบบ เราทำแล้วรู้สึกสนุกไปกับมันก็ทำต่อไป ไม่ต้องคาดหวังอะไรมากมายให้ทรมานตัวเองเปล่าๆ

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป