Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

รบกวนช่วยวิจารณ์นิยายให้หน่อยได้ไหมคะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#หัดเขียนนิยาย #วิจารณ์นิยาย #ฝึกเขียนนิยาย

มาตั้งให้วิจารณ์บ่อยๆก็แอบเขินหน่อยๆ 
ตอนนี้เริ่มเขียนความรู้สึกออกมาได้เป็นรูปร่างแล้วนิดนึง แม้จะยังรู้สึกขัดๆเวลาเขียนก็ตาม  เลยอยากจะให้คนในเด็กดีช่วยวิจารณ์ ว่าควรปรับปรุงตรงไหนอีก


ตัวอย่างนิยาย

 " จะไปไหนอีก! พึ่งกลับมาเองนะ " 
  " อะไรของคุณเนี้ย ผมก็เป็นแบบนี้ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยังไม่ชินอีกหรอ " 
" อย่าออกไปนะ ! " 
" ปล่อย ! " 
ตุบ 

ฉันลืมตาขึ้น เนื่องจากเสียงที่ดังอยู่ข้างล่างปลุก บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ ยิ่งทำให้เสียงอะไรกระแทกพื้นดังคูณสอง ตามจริงหากเป็นช่วงเวลาอื่น คงไม่มีผลอะไรกับฉันหรอก  มันเหมือนเรื่องปรกติสำหรับฉันแล้ว
แต่นี้ตอนเช้าไง ก็ดีแหละนะ จะได้ไม่ต้องรอให้นาฬิกาปลุก อีกอย่างมีเวลาทำอะไรมากขึ้นด้วย 
ฉันเอนตัวขึ้น ก้าวเท้าลงเตียง จัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ก็เดินลงบันไดมาชั้นล่าง ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นภาพแสนคุ้นตา ' แม่ ' นั่งฟุบกับโต๊ะทานอาหาร มือซ้ายถือแก้วเหล้า 
" แม่ดื่มอีกแล้วหรอ " แม้จะคุ้นตาแต่ฉันก็อดถามไม่ได้ 
 " เรื่องของฉัน เงินอยู่ในกระเป๋า ไปหยิบเอง " นี้ก็เป็นประโยคที่ฉันคุ้นชินเช่นกัน 
" เลิกเถอะค่ะ ถ้ามันไม่มีอะไรดี " แม่คงเข้าใจที่ฉันพูดนะ ว่าฉันหมายถึงอะไร 
แม่หันมามองฉัน ท่านเหงยตัวขึ้นจากโต๊ะ 
ก่อนจะขว้างแก้วในมือ เพล้ง เสียงแก้วกระทบลงพื้นไม้ไม่ไกลตัวฉันนัก ฉันปรายตามองมันเล็กน้อย แม้ภายในใจสั่นไหว แต่ฉันก็ทำเป็นใจแข็งมองไปที่แม่เหมือนเดิม 
" แกจะไปรู้อะไร แกไม่เคยมีความรักนิ " แม่ตวาดใส่ฉัน ดวงตาท่านเออล้นไปด้วยน้ำใสๆ ก็จริงที่แม่พูด ฉันไม่เคยมี แต่ถ้าเกิดขึ้นกับฉัน แล้วขมขื่นเพียงนี้ พนันเลย ฉันไม่มีทางทนอย่างแม่แน่ๆ

" จะไปไหนก็รีบๆไป " เสียงไล่ของแม่ ทำให้ฉันหลุบตามองพื้น กัดปากตัวเอง อีกครั้งที่คำพูดฉัน ไม่สามารถทำให้แม่คล้อยตามได้ ซ้ำถูกไล่เหมือนทุกๆครั้ง 
ฉันเดินเศร้าๆ อ้อมไปข้างหลังแม่ กระเป๋าวางอยู่ตรงที่ทำครัว ฉันหยิบกระเป๋าใส่ธนบัตรโดยเฉพาะขึ้นมา หยิบเงินมาสองร้อย แบบเดิมเหมือนทุกวัน ก่อนจะหันไปมองแม่อีกครั้ง แล้วก็ถอนหายใจ ไม่ใช่เพราะฉันไม่เคยมีความรักหรอก แม่ต่างหากที่รักเขามากเกินไป 

ครืน ครืน  สองเท้าปั่นจักรยานไปตามถนน  ด้านขวามีต้นไม้ระดับเท่ากันเรียงรายอยู่ ด้านซ้ายเช่นกัน ฉันปั่นไปชิวๆ มองธรรมชาติรอบกายด้วย ฉันน่ะชอบตอนขี่จักรยานที่สุดเลย นอกจากเย็นสบายแล้ว ยังช่วยเยียวยาเวลาเจ็บกระดองใจได้พอสมควร เหมาะสำหรับคนโดดเดี่ยวอย่างฉันมากเลยล่ะ 
นึกถึงความโดดเดี่ยว ดวงตาทั้งสองก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบดบัง  ถนนข้างหน้าเริ่มพร่ามัวระยิบระยับ เฉกเช่น มองแม่น้ำกระทบแสงพระอาทิตย์ มันเกิดอะไรกับดวงตาของฉัน ฉันหลับตาลง ลืมขึ้นมาใหม่ มองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ เพิ่มแรงสองเท้าให้ปั่นเร็วกว่าเดิม จับแฮนด์จักรยานให้มั่นยิ่งขึ้น ข้างหน้าเห็นป้ายสี่เหลี่ยมสีขาวลิบลับ แสดงว่าปั่นมาเกือบครึ่งทาง ของการไปเรียนพิเศษแล้วสินะ 
แปะ แปะ  
ฝนตกงั้นหรอ ฉันมองไปบนท้องฟ้าครู่หนึ่ง ท้องฟ้ามีเมฆดำหนาครอบคลุมไม่มีช่องโหว่    อย่างนี้ จะไปถึงที่เรียนพิเศษทัน ก่อนฝนลงเม็ดหนักไหมเนี้ย ไม่ได้ละ ต้องปั่นให้เร็วกว่าเก่าอีก ฉันก้มลงตั้งใจปั่น สองมือสองเท้า เริ่มทำหน้าที่ อย่างสุดกำลังของมัน 
ครืน ครืน 
ฉันซิ่งจักรยานไปบนถนนไร้สิ่งกีดขวางแห่งนี้ 
ซ่า ซ่า 
ใกล้แล้ว เคยได้ยินเสียงฝนตกหนักไกลๆ  แล้วกำลังจะครอบคลุมมาตรงคุณไหม นั้นแหละ
ครืด ครืด ฉันเร่งสปีดเท้าต่อ
แป๊ป 
กรี๊ด ฉันเห็นแสงสีขาว เกิดขึ้นบนถนนประมาณวิ ไม่รู้อะไรทำให้ฉันจอดจักรยานมองไปข้างหลัง เม็ดฝนที่ตกลง หนาจนมองเห็นเหมือนหมอก ใกล้เข้ามามากเหลือเกิน ขืนไปต่อก็คงไม่พ้นเม็ดฝนเหล่านี้ มาแค่ฝนก็พอรับได้ แต่ฟ้ามาด้วยเนี้ยสิ ไม่ปลอดภัยต่อชีวิตมากๆ ทำไงดี ทำไงดี ฉันทึ้งผมตัวเองราวคนไร้สติ สมองน้อยนิดผุดความคิดขึ้นมา ต้องหาที่หลบ ใช่ ไม่มีอย่างอื่นแล้ว ฉันมองด้านข้างเลื่อนไปจรดอีกข้างหนึ่ง ตรงหน้าว่างเปล่า ถนนทอดจนสุดลูกหูลูกตา ด้านข้างทั้งสองก็มีแต่ต้นไม้ ไม่มีอะไรพอหลบฝนฟ้าได้เลย ความหมดหวังคืบคลานเข้าภายในจิตใจ ตา และ ตัว เฉาลงอัตโนมัติ 
จริงด้วย ฉันเปิดตากว้างเมื่อนึกอะไรออก กว่าจะไปถึงที่เรียนพิเศษ ต้องขี่ผ่านบ้านประมาณสามหลัง หรือสองนะ ฉันตั้งสมาธิพยายามเรียบเรียงความจำ ขี่ออกมาจากที่เรียนพักหนึ่งก็จะเห็นบ้านสีขาวหลังคาสีออกแดงหน่อยๆ ไม่ๆบ้านหลังนี้ตัดทิ้ง อยู่ไกลเกินไป ฉันคิดถึงหลังถัดมาอีก ขี่มาอีกเป็นบ้านมีระเบียงหลังคาสีเลือดหมู บ้านหลังนี้ตั้งอยู่น่าจะเกินครึ่งทางไปอีกพอสมควร ส่วนอีกหลังหนึ่งฉันผ่านมาแล้ว หลังนี้หลังคาสีเลือดหมูเช่นกัน ลักษณะคล้ายตึก ฉันหันไปมองข้างหลังอีกครั้ง เห็นหลังคาสีเลือดหมูโผล่ขึ้นเล็กน้อยจากต้นไม้ ถ้าไปที่บ้านหลังนี้ก็ต้องเปียก เพราะฝนครอบคลุมแล้ว ฉันหันไปข้างหน้า ถนนยาวสุดลูกหูลูกตา มองไม่เห็นแม้ปลายหลังคาบ้านมีระเบียงโผล่ ต้องตัดสินใจแล้ว ไปบ้านหลังไหนดี ฉันกัดปากตัวเอง 
ควับ ฉันตัดสินใจเลี้ยวแฮนด์จักรยานกลับ แม้จะเปียกแต่ก็มีจุดหมายกว่าบ้านหลังนั้นแหละนะ 

ตึก ตึก ตึก ฉันเอามือบังหัวจากฝน สาวเท้า กำลังมุ่งหน้าเข้าบ้านเสมือนตึกแห่งนี้ วิ่งไปแอบรู้สึกเสียวๆไป ก่อนจะวิ่งมาอยู่ตรงนี้ ฉันกระโดดข้ามรั้วประตูไม้ที่อยู่หน้าบ้าน ส่วนสูงประมาณกลางตัวฉัน ช่างเป็นผู้ลี้ภัยที่เหมือนโจรซะจริง หวังว่าเจ้าของบ้านเห็น จะไม่แจ้งตำรวจจับนะ
ถึงแล้ว ฉันหมุนตัวเลี้ยวออกจากผนังบ้าน  มามองดูฝนแทน ฝนกระหน่ำตกลงมา น้ำที่ไหลลงจากหลังคาบ้านก็ไหลไม่ขาดสาย ฉันเอื่อมมือข้างหนึ่งไปแตะเล่น ทันใดก็ฉุนคิดขึ้น ฉันควรบอกเจ้าของบ้านด้วยสิ ว่ามาทำอะไรน่ะ คิดแล้วก็หันตัวมาทางผนัง 
" เจ้าของบ้านคะ ฉันขออนุญาตหลบฝนแปปนึงนะ " ฉันตะโกนออกไป แต่เงียบไม่มีเสียงใดตอบกลับมา  เขาไม่ได้ยิน หรือไม่มีคนอยู่นะ ลองเพิ่มเสียงดูหน่อยดีกว่า เผื่อฝนกลบเสียง

" เจ้าของบ้านคะ ขออนุญาตหลบฝนแปปนึงนะคะ ! "  ...... เช่นเดิมไม่มีอะไรตอบกลับมา
" เจ้าของบ้านคะ !! " 
" เจ้าของบ้านคะ !!! " 
แค๊ก แค็ก ฉันไอออกมา ตะโกนจนแสบคอหมดแล้ว เจ้าของบ้านคงไม่อยู่มั้ง ถึงไม่ตอบ  

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ฝนยังไม่หยุดตกเลย ฉันนั่งยองๆเหงยขึ้นไปมองท้องฟ้าสีเทาหม่นๆ ที่มีเม็ดฝนพรั่งพรูลงมา



' แม่กินข้าวหน่อยนะคะ ' ฉันวางกับข้าวที่ทำมา วางไว้ตรงพื้น ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร รู้แค่ว่าเหนื่อยใจ เศร้า หดหู่ ผสมปนเปกันไปหมด 
' ..... ' แม่ไม่ตอบอะไร ท่านทำแค่นอนกระพริบตาบนพื้นห้อง ทำอย่างฉันไม่เคยพูด ไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ 
' แม่.... ' ฉันพูดเสียงยาน แต่แม่ก็ยังนอนกระพริบตาเหมือนเดิม ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย นี่แหละแม่ของฉันท่านไม่เคยสอน ไม่เคยคุยเล่นกับฉัน ท่านเอาแต่นอนหมดอาลัยตายอยาก ร้องไห้คร่ำครวญ ไม่เอาการเอางาน ดีที่บ้านมีมรดกตกทอด เลยไม่ลำบาก

เช้าวันหนึ่งฉันเดินไป ซื้อของที่ตลาดและกำลังจะกลับ แต่เผอิญเห็นพ่อเดินสวน ท่านไม่ถามอะไรเลย ท่านมองฉันครู่หนึ่งก็ก้มลงไปพูดจากระหนุงกระหนิง กับผู้หญิงสองคนที่ควงมา จากนั้นก็เดินต่อหน้าตาเฉย จนฉันต้องเอ่ยปากเรียก 
' พ่อคะ ' 
ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อจะหยุดหรือเปล่า เพราะฉันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ทุกวันนี้ ฉันกับพ่อเหมือนคนรู้จักซะมากกว่า ฉันค่อยๆหันตัวไปมองคนที่เดินผ่าน
เกินคาด พ่อหันตัวและผู้หญิงที่ควงสองคนมาทางฉัน 
' มีอะไร ' พ่อเอ่ยเสียงขุ่น สีหน้าไม่สบอารมณ์นัก แต่แค่หันมา ฉันก็ดีใจมากแล้ว 
' พ่อไม่กลับบ้านไปดูแม่หน่อยหรอคะ แม่ไม่สบายมาเกือบอาทิตย์แล้วค่ะ  ' ฉันพูดออกไป ด้วยความหวังน้อยนิด แม้รู้อยู่ลึกๆว่าพ่อจะปฏิเสธก็ตาม 
' เฮ้อ อุตส่าห์หันมา เรื่องไร้สาระจริง ถ้าแกจะบอกให้ฉันกลับบ้าน หรือเรื่องแม่แก อย่าเรียกฉันอีกเข้าใจไหม นึกว่ามีอะไรซะอีก  ไปกันเถอะค่ะ ' พ่อก้มลงหอมแก้มผู้หญิงของพ่อ คนละฟอด ก่อนจะหมุนตัว เดินห่างจากฉันออกไปเรื่อยๆ 
  

              นี่แหละครอบครัวของฉัน




ชีวิตฉันช่างเหมือนท้องฟ้านี้เสียจริง หม่นๆเศร้า ๆ พ่อเป็นเสือผู้หญิง แม่ก็เอาแต่นอนระทมเพราะความรัก ที่โดนทำร้ายแล้วทำร้ายอีก ส่วนฉันน่ะหรอ ...... ชีวิตเหมือนอยู่คนเดียว 



ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

5 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป