Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ
ซ่อน
แสดง

พี่ๆที่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศสมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังหน่อยค่ะ

ตั้งกระทู้ใหม่

คืออยากฟังประสบการณ์ของพี่ๆที่เคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศฝรั่งเศสในโครงการ AFS อ่ะค่ะ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะนี่กำลังสมัครเลยค่ะ เลยอยากลองฟังประสบการณ์จากคนที่เคยไปมาแล้วบ้างค่ะ

ถ้าใครมีประสบการณ์อะไรก็สามารถแชร์กันได้นะคะ แล้วก็หากมีคำแนะนำอะไรก็สามารถแนะนำได้ค่ะ ^^

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น

>

1 ความคิดเห็น

KKannika 14 ก.ค. 63 เวลา 02:54 น. 1

พี่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศสมาค่ะ(แต่ไม่ใช่ AFS ยังไงก็คงไม่ต่างกันมาก)


1.ภาษา

คือไปตอนแรกเหมือนเพื่อนในโรงเรียนก็สนใจเรากันใหญ่เพราะเป็นเด็กเอเชีย เขาก็พยายามเข้ามาพูดมาคุยนะคะ แต่พอเราพูดภาษาเขาไม่ได้(เรียนเอกฝรั่งเศสไปอยู่แล้ว แต่เจอของจริงก็งงไปเลยเหมือนกัน) ตอนนั้นก็ลำบากเหมือนกันค่ะเพราะคนที่นู่นไม่ค่อยมีใครพูดอังกฤษกัน ทำให้แรกๆจากที่มีคนอยากมาคุบด้วยก็หายกันไปหมดเลย แต่พี่ยังโชคดีที่มีคลาสเมดเก่งอังกฤษหลายคนเลยผ่านเรื่องเพื่อนมาได้


2.เรียน

ไปแรกๆก็ culture shock เหมือนกัน เพราะว่าเขาเรียนกันแบบย้ายห้องไปหาอาจารย์ แล้วก็ทุกอย่างสอนเป็นฝรั่งเศสหมดเลยยกเว้นวิชาอังกฤษ(แต่อังกฤษเขาค่อนข้างยากกว่าที่ไทย ส่วนเลขหมูๆเลยแบบเขาไม่รู้จักสูตรลัดอะไรกันเท่าไหร่) คืออย่างตอนพี่ไปได้ไปเรียนสายภาษา(เด็กแลปเปลี่ยนส่วนใหญ่ก็น่าจะได้สายภาษากัน เพราะสายอื่นจะยากไปหน่อย)

แต่ทีนี้ความยากง่ายก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้ไปอยู่ชั้นไหน ถ้าเรียน premiere หรือ terminal (เหมือนม.5 ม.6 ไทย) ก็จะโหดหน่อยเพราะเขาจะเตรียมสอบ BAC (เป็นสอบเพื่อเอาคะแนนเข้ามหาลัย) กัน ตอนพี่ไปเขาลดชั้นให้ไปเรียน premier เลยยังถือว่าไม่โหดมากเท่าไหร่


3.วัฒนธรรม

-> ในหมู่เพื่อนๆ

อันนี้คือช็อคไปหลายอย่างเหมือนกัน อย่างแรกการทักทายที่เขาหอมแก้มกัน(แต่ช่วงนี้โควิด เขาน่าจะไม่หอมแก้มกันแล้ว) เจอเพื่อนผู้ชายมาหอมแก้มทักทายทุกเช้าแรกๆก็เกร็งๆ พออยู่ไปก็ชินไปเอง อีกอย่างก็คือหน้าโรงเรียนจะเป็นสถานที่"สูบบุหรี่" เขาจะสูบกันเสรีมาก สูบทุกครั้งที่มีเวลาว่างเลยบางคน และการเถียงกับครูเหมือนตะโกนด่ากันก็แอบเป็นเรื่องที่เห็นได้บ่อยเหมือนกัน แล้วก็ทุกคืนวันศุกร์สุดท้ายของแต่ละเทอม(ในเมืองใหญ่ๆ) พวกเด็กๆม.ปลายจะออกไปรวมตัวปาร์ตี้กันในเมือง เรียกว่า soiree cartable ถ้าไม่มีคนไว้ใจได้ไปด้วยไม่แนะนำให้ไป เพราะว่าค่อนข้างอันตราย(มีตำรวจคอยวนดูตลอดก็ยังอันตราย) บางทีมีคนถูกหามส่งดรงบาลด้วยเพราะเมาแล้วเล่นแผลงๆอะไรแบบนี้

-> ทั่วไป

ถ้าเดินๆอยู่ตามถนนแล้วมีผู้ชายเข้ามาทักเข้ามาจู่โจมก็จะบอกว่าเจอได้บ่อย(ขนาดพี่ไม่ใช่คนหน้าตาดีด้วยซ้ำ ยังเจอเกือบจะเดือนละครั้งได้) เหมือนเขาค่อนข้างเปิดเผยกันมากพอสมควร

แล้วก็ ไม่รู้เมืองอื่นเป็นมั้ย แต่พี่ไปอยู่เมืองที่แอบใหญ่นิดนึง มีประท้วงเป็นว่าเล่น แก๊สน้ำตานี่เห็นจนชิน แล้วที่นู่นเขาประท้วงกันค่อนข้างรุนแรง ถ้าเป็นไปได้เห็นคนประท้วงเลี่ยงไปให้ไกลสุดๆ แต่ถ้าได้ไปเมืองเล็กๆไม่น่าเจอ

->ในบ้าน

อย่างพี่จะเป็นคนติดขี้เกรงใจอะไรจัดการเองได้ก็จัดการเองไปซะหมด แล้วก็ความวัฒนธรรมไทยเราอะนะ แบบบางทีเด็กๆก็ออกความคิดเห็นมากไม่ได้ พี่ก็ติดนิสัยแบบนั้นไป จนโฮสเขาไม่โอเค เขาบอกว่าเนี่ยแบบนี้เสียมารยาทนะที่ฝรั่งเศส ยูต้องแสดงความคิดเห็นออกมา แล้วด้วยความที่ทำอะไรเองเพราะเกรงใจเขาก็บอกว่าพี่ทำเหมือนเขาเป็นคนอื่น เขาไม่ได้ทำหน้าที่โฮสเต็มที่อะไรแบบนี้(อันนี้ก็ลองคุยกับโฮสดู ลองคุยบ่อยๆ เพื่อนหลายคนก็เจอปัญหาเดียวกัน เรื่องการสื่อสารนี่แหละ ถ้ารู้สึกว่ามีปัญหาอะไรให้คุยตรงๆเลย ฝรั่งเขาค่อนข้างแฟร์ในเรื่องนี้)


4.การเดินทาง

อย่างพี่อ่ะจะมีเจ้าหน้าที่โครงการทางนู้นเขาจะมีจัดทริปบ่อย(เหมือนเราซื้อทัวไปเที่ยวกับพวกเด็กแลกเปลี่ยนคนอื่นๆ ไม่รู้ของAFSจะเหมือนกันมั้ย) เลยทำให้ต้องนั่งรถไฟ(TGV)บ่อยพอสมควรโฮสเลยแนะนำให้ทำบัตรเยาวชน เหมือนสมัครสมาชิคไปเลยแล้วเวลาซื้อตั๋วแต่ละครั้งจะได้ลดราคา บางทีก็ซื้อเฟิร์สคลาสในราคาที่แพงกว่าแบบปกติแค่ไม่กี่ยูโรเอง

แล้วระบบขนส่งเขาดีมาก อย่างเมืองที่พี่อยู่มันมีแอพของรถเมล์เลยว่า สายนี้วิ่งจะถึงตอนกี่โมง วิ่งถึงไหนบ้างอะไรแบบนี้ สะดวกมาก(รถเมล์เขาจะมีบัตรที่เราใช้เติมแบบซื้อเที่ยวเอา แต่พี่นั่งไปบ่อยปกติก็จะขึ้นไปขอซื้อตั๋วกับคนขับ(ถ้าจำไม่ผิด หลายปีแล้ว5555))

>>>แชร์ประสบการณ์ระทึกขวัญ<<<

เจ้าหน้าที่ที่ต้องมารับเราที่สนามบินมาช้า เดินออกมาไม่เจอใคร แอบกลัวเลยจ้า5555

ให้เตรียมเงินสดถือติดตัวไปจากเมืองไทยด้วยส่วนนึงสัก 100-200 ยูโรอย่างน้อยก็น่าจะซื้อตั๋วรถไฟได้ จดเบอร์หรืออะไรก็ตามขององค์กรที่ต้องดูแลเราให้ดี เบอร์โฮสหรืออีเมลโฮส ให้จดแยกไว้ทั้งในโทรศัพท์ กับในสมุดเล็กๆพกติดตัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆอย่างน้อยเราจะได้ติดต่อเขาได้

>>> แล้วก็จะมีตม.ที่แบบว่าโหดมากๆ(ไม่รู้เปลี่ยนคนไปรึยัง) เขาจะถามเยอะมาก อย่างน้อยเราต้องจะให้ได้ว่า เราจะไปเมืองไหนต่อ จะเดินทางไปยังไง มาทำอะไร อยู่กับใคร เอกสารยืนยันหรือที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้เอาใส่กระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องในช่องที่หยิบง่ายที่สุด เพราะพอเราเป็นผู้หญิงวัยรุ่นเดินทางตามลำพังไม่มีผู้ปกครองเขาจะถามเยอะหน่อย แต่ถ้ามีเอกสารยืนยันครบก็ไม่มีอะไร


5.ซื้อของ

อย่างพวกเครื่องสำอางค์ หรือพวกสกินแคร์ที่เป็นของฝรั่งเศส ลองเช็คราคาก่อนอย่าใจด่วนใจเร็วรีบซื้อ แต่ละร้านจะขายไม่เท่ากัน และในแต่ละเมืองราคาก็จะไม่เท่ากัน แล้วพอไปเช็คตามร้านขายของหรือsuperแล้ว ให้ลองไปเช็คราคาในร้านขายยาใหญ่ๆดู หลายอย่างร้านขายยาถูกกว่า(เท่าที่เจอมานะ) แล้วก็พวกเสื้อผ้า ถ้าซื้อไปแล้วไม่ถูกใจสามารถเอาไปคืนร้านได้(โดยที่สภาพต้องยังสมบูรณ์ทุกอย่าง)อันนี้เพื่อนบอกมานะไม่เคยทำเองหรอก แล้วก็ ร้านเครื่องสำอางค์แต่ละร้านเขาจะมีโปรโมชั่นไม่เหมือนกัน เข้าไปลองถามเขาก่อนก็ได้ว่ามีโปรโมชั่นอะไรมั้ยช่วงนี้


6.ความปลอดภัย

เมืองที่พี่อยู่มีคนไร้บ้านเยอะมาก ทำให้ตอนกลางคืนถ้าออกมาคนเดียวคือไม่ควรอย่างยิ่ง แล้วถ้าไปเที่ยวปารีสนะ ตอนกลางคืนคือเปลี่ยวเลย จะมีแค่พวกโซนที่เที่ยวเท่านั้นที่จะมีคนหน่อย อย่างปารีสขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือนักล้วงกระเป๋า แนะนำให้แยกเงินไว้หลายๆส่วน อย่าถือกระเป๋าพวกแบรนด์เนมเก็บไว้เอากลับมาใช้ที่ไทยดีกว่าปลอดภัยกว่า พาสปอตแนะนำให้ถ่ายเอกสารไว้หลายๆชุด ผ่อนหาย ที่ฝรั่งเศสจะไม่ค่อยมีโจรที่เราเจอจะๆ ส่วนใหญ่เขาจะอาสัยจังหวะเผลอเอาไปแบบเราไม่รู้ตัว ตอนอยู่ไทยถ้าเดินชอบเล่นมือถือไปอยู่ที่นู่นพยายามเดินชมนกชมไม้สนใจรอบข้างเยอะ โจรจะไม่ค่อยเข้ามา(โจรที่นู่นส่วนใหญ่เล็งคนเอเชีย เพราะคนเอเชียที่ไปเขาจะมองว่าเป็นคนมีเงิน ) พยายามอย่าพกเงินสดเยอะ


7.อาหาร

อาหารอร่อยมากกกกกกกกก(เป็นคนถูกจริตกับอาหารฝรั่ง) น้ำหนักขึ้นแน่นอน ชีสคือตัวการสำคัญ ที่culture shock เรื่องอาหารคือ พิซซ่านี่สุดละ ที่ไทยก็คือไปกินกับเพื่อน พิซซ่าถาดนึงมาแบ่งกัน ที่นู่นคือคนละถาดนะคะ แล้วถาดนึงคือถาดใหญ่เมืองไทยอ่ะค่ะ (พิซซ่าที่นู่นเหมือนจะมีแต่บางกรอบ) แล้วก็ถ้าโหยอาหารไทย แนะนำฝึกทำเอง ร้านอาหารไทยที่นู่นคือไม่ไทยเลย555 แบบมันไม่ถึงใจคนไทยอย่างเราๆเท่าไหร่ หรือลองหาร้านที่เจ้าของเป็นคนไทยดูเขาน่าจะเข้าใจเราว่าเราต้องการอะไร

>>>แนะนำว่าอยากลองอะไร ลองเลย เพราะมาหากินที่ไทยมันก็จะไม่เหมือนต้นตำหรับ พี่กลับมาคือคิดถึงอาหารที่นู่นหลายอย่างมากเพราะหลายร้านที่ไทยก็ทำได้ไม่เหมือน


8.สภาพอากาศ

ก็จะขึ้นอยู่กับว่าเราได้ไปอยู่ส่วนใน ถ้าฝั่งตะวันตกจะติดทะเล ลมแรงแล้วก็ฝนตกเยอะ(เมืองที่พี่ไปอยู่คือเห็นแดดเหมือนเห็นทอง) ถ้าทางใต้แดดแรงจริง แรงแบบไม่มีครีมกันแดดคือจบผิวไหม้กันไปข้าง ทางตะวันออกก็จะหนาวหน่อยเพราะเป็นภูเขาอะไรประมาณนี้

แต่รวมๆแล้วคืออากาศเขาจะแห้งมากกกก หน้าหนาวหน้าพี่ลอกเป็นแผ่นเลย โบกม้อยเจอไรเซอร์ไปค่ะ จากคนที่ไม่ดูแลตัวเอง โบสกินแคร์ไปเยอะเหมือนกันตอนอยู่นู่น แล้วก็บอดี้โลชั่น เพราะผิวแตกไม่ไหว (ช่วงที่มีหิมะ หรือหน้าหนาว ควรซื้อรองเท้าหนัง เพราะผ้าใบธรรมดาแบบคอนเวิร์สคือเท้าแฉะกันไปข้าง)


นึกออกเท่านี้ 55555 ถ้ามีอะไรทักมาถามส่วนตัวได้เลยน้าาาา เข้าใจมากๆเพราะตอนจะไปพี่ก็หาข้อมูลอะไรไม่ได้เหมือนกัน เจอแต่ของเมกา 5555555

joker_10 14 ก.ค. 63 เวลา 20:46 น. 1-1

ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ช่วยเล่าประสบการณ์ของพี่ ได้ความรู้ใหม่ๆเพิ่มมากเลยล่ะค่ะ^^ แต่ก็เจอแต่ของเมกาจริงนั่นแหละค่ะ 555555 https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-06.png

KKannika 15 ก.ค. 63 เวลา 00:36 น. 1-2

นั่นแหละก็เป็นประสบการณืที่แปลกใหม่ดี ถ้าอยากลองก็ไม่มีอะไรเสียหาย โอกาสมันมีครั้งเดียวในชีวิต มีอะไรทักส่วนตัวมาก็ได้ ถ้าอยากถามอะไรเพื่มน้าาาา