Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

พี่ๆที่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศสมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังหน่อยค่ะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ฝรั่งเศส #แลกเปลี่ยน #โครงการafs #นักเรียนแลกเปลี่ยน #นักเรียนทุน

คืออยากฟังประสบการณ์ของพี่ๆที่เคยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศฝรั่งเศสในโครงการ AFS อ่ะค่ะ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะนี่กำลังสมัครเลยค่ะ เลยอยากลองฟังประสบการณ์จากคนที่เคยไปมาแล้วบ้างค่ะ

ถ้าใครมีประสบการณ์อะไรก็สามารถแชร์กันได้นะคะ แล้วก็หากมีคำแนะนำอะไรก็สามารถแนะนำได้ค่ะ ^^

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    พี่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศสมาค่ะ(แต่ไม่ใช่ AFS ยังไงก็คงไม่ต่างกันมาก)


    1.ภาษา

    คือไปตอนแรกเหมือนเพื่อนในโรงเรียนก็สนใจเรากันใหญ่เพราะเป็นเด็กเอเชีย เขาก็พยายามเข้ามาพูดมาคุยนะคะ แต่พอเราพูดภาษาเขาไม่ได้(เรียนเอกฝรั่งเศสไปอยู่แล้ว แต่เจอของจริงก็งงไปเลยเหมือนกัน) ตอนนั้นก็ลำบากเหมือนกันค่ะเพราะคนที่นู่นไม่ค่อยมีใครพูดอังกฤษกัน ทำให้แรกๆจากที่มีคนอยากมาคุบด้วยก็หายกันไปหมดเลย แต่พี่ยังโชคดีที่มีคลาสเมดเก่งอังกฤษหลายคนเลยผ่านเรื่องเพื่อนมาได้


    2.เรียน

    ไปแรกๆก็ culture shock เหมือนกัน เพราะว่าเขาเรียนกันแบบย้ายห้องไปหาอาจารย์ แล้วก็ทุกอย่างสอนเป็นฝรั่งเศสหมดเลยยกเว้นวิชาอังกฤษ(แต่อังกฤษเขาค่อนข้างยากกว่าที่ไทย ส่วนเลขหมูๆเลยแบบเขาไม่รู้จักสูตรลัดอะไรกันเท่าไหร่) คืออย่างตอนพี่ไปได้ไปเรียนสายภาษา(เด็กแลปเปลี่ยนส่วนใหญ่ก็น่าจะได้สายภาษากัน เพราะสายอื่นจะยากไปหน่อย)

    แต่ทีนี้ความยากง่ายก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้ไปอยู่ชั้นไหน ถ้าเรียน premiere หรือ terminal (เหมือนม.5 ม.6 ไทย) ก็จะโหดหน่อยเพราะเขาจะเตรียมสอบ BAC (เป็นสอบเพื่อเอาคะแนนเข้ามหาลัย) กัน ตอนพี่ไปเขาลดชั้นให้ไปเรียน premier เลยยังถือว่าไม่โหดมากเท่าไหร่


    3.วัฒนธรรม

    -> ในหมู่เพื่อนๆ

    อันนี้คือช็อคไปหลายอย่างเหมือนกัน อย่างแรกการทักทายที่เขาหอมแก้มกัน(แต่ช่วงนี้โควิด เขาน่าจะไม่หอมแก้มกันแล้ว) เจอเพื่อนผู้ชายมาหอมแก้มทักทายทุกเช้าแรกๆก็เกร็งๆ พออยู่ไปก็ชินไปเอง อีกอย่างก็คือหน้าโรงเรียนจะเป็นสถานที่"สูบบุหรี่" เขาจะสูบกันเสรีมาก สูบทุกครั้งที่มีเวลาว่างเลยบางคน และการเถียงกับครูเหมือนตะโกนด่ากันก็แอบเป็นเรื่องที่เห็นได้บ่อยเหมือนกัน แล้วก็ทุกคืนวันศุกร์สุดท้ายของแต่ละเทอม(ในเมืองใหญ่ๆ) พวกเด็กๆม.ปลายจะออกไปรวมตัวปาร์ตี้กันในเมือง เรียกว่า soiree cartable ถ้าไม่มีคนไว้ใจได้ไปด้วยไม่แนะนำให้ไป เพราะว่าค่อนข้างอันตราย(มีตำรวจคอยวนดูตลอดก็ยังอันตราย) บางทีมีคนถูกหามส่งดรงบาลด้วยเพราะเมาแล้วเล่นแผลงๆอะไรแบบนี้

    -> ทั่วไป

    ถ้าเดินๆอยู่ตามถนนแล้วมีผู้ชายเข้ามาทักเข้ามาจู่โจมก็จะบอกว่าเจอได้บ่อย(ขนาดพี่ไม่ใช่คนหน้าตาดีด้วยซ้ำ ยังเจอเกือบจะเดือนละครั้งได้) เหมือนเขาค่อนข้างเปิดเผยกันมากพอสมควร

    แล้วก็ ไม่รู้เมืองอื่นเป็นมั้ย แต่พี่ไปอยู่เมืองที่แอบใหญ่นิดนึง มีประท้วงเป็นว่าเล่น แก๊สน้ำตานี่เห็นจนชิน แล้วที่นู่นเขาประท้วงกันค่อนข้างรุนแรง ถ้าเป็นไปได้เห็นคนประท้วงเลี่ยงไปให้ไกลสุดๆ แต่ถ้าได้ไปเมืองเล็กๆไม่น่าเจอ

    ->ในบ้าน

    อย่างพี่จะเป็นคนติดขี้เกรงใจอะไรจัดการเองได้ก็จัดการเองไปซะหมด แล้วก็ความวัฒนธรรมไทยเราอะนะ แบบบางทีเด็กๆก็ออกความคิดเห็นมากไม่ได้ พี่ก็ติดนิสัยแบบนั้นไป จนโฮสเขาไม่โอเค เขาบอกว่าเนี่ยแบบนี้เสียมารยาทนะที่ฝรั่งเศส ยูต้องแสดงความคิดเห็นออกมา แล้วด้วยความที่ทำอะไรเองเพราะเกรงใจเขาก็บอกว่าพี่ทำเหมือนเขาเป็นคนอื่น เขาไม่ได้ทำหน้าที่โฮสเต็มที่อะไรแบบนี้(อันนี้ก็ลองคุยกับโฮสดู ลองคุยบ่อยๆ เพื่อนหลายคนก็เจอปัญหาเดียวกัน เรื่องการสื่อสารนี่แหละ ถ้ารู้สึกว่ามีปัญหาอะไรให้คุยตรงๆเลย ฝรั่งเขาค่อนข้างแฟร์ในเรื่องนี้)


    4.การเดินทาง

    อย่างพี่อ่ะจะมีเจ้าหน้าที่โครงการทางนู้นเขาจะมีจัดทริปบ่อย(เหมือนเราซื้อทัวไปเที่ยวกับพวกเด็กแลกเปลี่ยนคนอื่นๆ ไม่รู้ของAFSจะเหมือนกันมั้ย) เลยทำให้ต้องนั่งรถไฟ(TGV)บ่อยพอสมควรโฮสเลยแนะนำให้ทำบัตรเยาวชน เหมือนสมัครสมาชิคไปเลยแล้วเวลาซื้อตั๋วแต่ละครั้งจะได้ลดราคา บางทีก็ซื้อเฟิร์สคลาสในราคาที่แพงกว่าแบบปกติแค่ไม่กี่ยูโรเอง

    แล้วระบบขนส่งเขาดีมาก อย่างเมืองที่พี่อยู่มันมีแอพของรถเมล์เลยว่า สายนี้วิ่งจะถึงตอนกี่โมง วิ่งถึงไหนบ้างอะไรแบบนี้ สะดวกมาก(รถเมล์เขาจะมีบัตรที่เราใช้เติมแบบซื้อเที่ยวเอา แต่พี่นั่งไปบ่อยปกติก็จะขึ้นไปขอซื้อตั๋วกับคนขับ(ถ้าจำไม่ผิด หลายปีแล้ว5555))

    >>>แชร์ประสบการณ์ระทึกขวัญ<<<

    เจ้าหน้าที่ที่ต้องมารับเราที่สนามบินมาช้า เดินออกมาไม่เจอใคร แอบกลัวเลยจ้า5555

    ให้เตรียมเงินสดถือติดตัวไปจากเมืองไทยด้วยส่วนนึงสัก 100-200 ยูโรอย่างน้อยก็น่าจะซื้อตั๋วรถไฟได้ จดเบอร์หรืออะไรก็ตามขององค์กรที่ต้องดูแลเราให้ดี เบอร์โฮสหรืออีเมลโฮส ให้จดแยกไว้ทั้งในโทรศัพท์ กับในสมุดเล็กๆพกติดตัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆอย่างน้อยเราจะได้ติดต่อเขาได้

    >>> แล้วก็จะมีตม.ที่แบบว่าโหดมากๆ(ไม่รู้เปลี่ยนคนไปรึยัง) เขาจะถามเยอะมาก อย่างน้อยเราต้องจะให้ได้ว่า เราจะไปเมืองไหนต่อ จะเดินทางไปยังไง มาทำอะไร อยู่กับใคร เอกสารยืนยันหรือที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้เอาใส่กระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องในช่องที่หยิบง่ายที่สุด เพราะพอเราเป็นผู้หญิงวัยรุ่นเดินทางตามลำพังไม่มีผู้ปกครองเขาจะถามเยอะหน่อย แต่ถ้ามีเอกสารยืนยันครบก็ไม่มีอะไร


    5.ซื้อของ

    อย่างพวกเครื่องสำอางค์ หรือพวกสกินแคร์ที่เป็นของฝรั่งเศส ลองเช็คราคาก่อนอย่าใจด่วนใจเร็วรีบซื้อ แต่ละร้านจะขายไม่เท่ากัน และในแต่ละเมืองราคาก็จะไม่เท่ากัน แล้วพอไปเช็คตามร้านขายของหรือsuperแล้ว ให้ลองไปเช็คราคาในร้านขายยาใหญ่ๆดู หลายอย่างร้านขายยาถูกกว่า(เท่าที่เจอมานะ) แล้วก็พวกเสื้อผ้า ถ้าซื้อไปแล้วไม่ถูกใจสามารถเอาไปคืนร้านได้(โดยที่สภาพต้องยังสมบูรณ์ทุกอย่าง)อันนี้เพื่อนบอกมานะไม่เคยทำเองหรอก แล้วก็ ร้านเครื่องสำอางค์แต่ละร้านเขาจะมีโปรโมชั่นไม่เหมือนกัน เข้าไปลองถามเขาก่อนก็ได้ว่ามีโปรโมชั่นอะไรมั้ยช่วงนี้


    6.ความปลอดภัย

    เมืองที่พี่อยู่มีคนไร้บ้านเยอะมาก ทำให้ตอนกลางคืนถ้าออกมาคนเดียวคือไม่ควรอย่างยิ่ง แล้วถ้าไปเที่ยวปารีสนะ ตอนกลางคืนคือเปลี่ยวเลย จะมีแค่พวกโซนที่เที่ยวเท่านั้นที่จะมีคนหน่อย อย่างปารีสขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือนักล้วงกระเป๋า แนะนำให้แยกเงินไว้หลายๆส่วน อย่าถือกระเป๋าพวกแบรนด์เนมเก็บไว้เอากลับมาใช้ที่ไทยดีกว่าปลอดภัยกว่า พาสปอตแนะนำให้ถ่ายเอกสารไว้หลายๆชุด ผ่อนหาย ที่ฝรั่งเศสจะไม่ค่อยมีโจรที่เราเจอจะๆ ส่วนใหญ่เขาจะอาสัยจังหวะเผลอเอาไปแบบเราไม่รู้ตัว ตอนอยู่ไทยถ้าเดินชอบเล่นมือถือไปอยู่ที่นู่นพยายามเดินชมนกชมไม้สนใจรอบข้างเยอะ โจรจะไม่ค่อยเข้ามา(โจรที่นู่นส่วนใหญ่เล็งคนเอเชีย เพราะคนเอเชียที่ไปเขาจะมองว่าเป็นคนมีเงิน ) พยายามอย่าพกเงินสดเยอะ


    7.อาหาร

    อาหารอร่อยมากกกกกกกกก(เป็นคนถูกจริตกับอาหารฝรั่ง) น้ำหนักขึ้นแน่นอน ชีสคือตัวการสำคัญ ที่culture shock เรื่องอาหารคือ พิซซ่านี่สุดละ ที่ไทยก็คือไปกินกับเพื่อน พิซซ่าถาดนึงมาแบ่งกัน ที่นู่นคือคนละถาดนะคะ แล้วถาดนึงคือถาดใหญ่เมืองไทยอ่ะค่ะ (พิซซ่าที่นู่นเหมือนจะมีแต่บางกรอบ) แล้วก็ถ้าโหยอาหารไทย แนะนำฝึกทำเอง ร้านอาหารไทยที่นู่นคือไม่ไทยเลย555 แบบมันไม่ถึงใจคนไทยอย่างเราๆเท่าไหร่ หรือลองหาร้านที่เจ้าของเป็นคนไทยดูเขาน่าจะเข้าใจเราว่าเราต้องการอะไร

    >>>แนะนำว่าอยากลองอะไร ลองเลย เพราะมาหากินที่ไทยมันก็จะไม่เหมือนต้นตำหรับ พี่กลับมาคือคิดถึงอาหารที่นู่นหลายอย่างมากเพราะหลายร้านที่ไทยก็ทำได้ไม่เหมือน


    8.สภาพอากาศ

    ก็จะขึ้นอยู่กับว่าเราได้ไปอยู่ส่วนใน ถ้าฝั่งตะวันตกจะติดทะเล ลมแรงแล้วก็ฝนตกเยอะ(เมืองที่พี่ไปอยู่คือเห็นแดดเหมือนเห็นทอง) ถ้าทางใต้แดดแรงจริง แรงแบบไม่มีครีมกันแดดคือจบผิวไหม้กันไปข้าง ทางตะวันออกก็จะหนาวหน่อยเพราะเป็นภูเขาอะไรประมาณนี้

    แต่รวมๆแล้วคืออากาศเขาจะแห้งมากกกก หน้าหนาวหน้าพี่ลอกเป็นแผ่นเลย โบกม้อยเจอไรเซอร์ไปค่ะ จากคนที่ไม่ดูแลตัวเอง โบสกินแคร์ไปเยอะเหมือนกันตอนอยู่นู่น แล้วก็บอดี้โลชั่น เพราะผิวแตกไม่ไหว (ช่วงที่มีหิมะ หรือหน้าหนาว ควรซื้อรองเท้าหนัง เพราะผ้าใบธรรมดาแบบคอนเวิร์สคือเท้าแฉะกันไปข้าง)


    นึกออกเท่านี้ 55555 ถ้ามีอะไรทักมาถามส่วนตัวได้เลยน้าาาา เข้าใจมากๆเพราะตอนจะไปพี่ก็หาข้อมูลอะไรไม่ได้เหมือนกัน เจอแต่ของเมกา 5555555

    ตอบกลับ

1 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พี่เคยไปแลกเปลี่ยนที่ฝรั่งเศสมาค่ะ(แต่ไม่ใช่ AFS ยังไงก็คงไม่ต่างกันมาก)


      1.ภาษา

      คือไปตอนแรกเหมือนเพื่อนในโรงเรียนก็สนใจเรากันใหญ่เพราะเป็นเด็กเอเชีย เขาก็พยายามเข้ามาพูดมาคุยนะคะ แต่พอเราพูดภาษาเขาไม่ได้(เรียนเอกฝรั่งเศสไปอยู่แล้ว แต่เจอของจริงก็งงไปเลยเหมือนกัน) ตอนนั้นก็ลำบากเหมือนกันค่ะเพราะคนที่นู่นไม่ค่อยมีใครพูดอังกฤษกัน ทำให้แรกๆจากที่มีคนอยากมาคุบด้วยก็หายกันไปหมดเลย แต่พี่ยังโชคดีที่มีคลาสเมดเก่งอังกฤษหลายคนเลยผ่านเรื่องเพื่อนมาได้


      2.เรียน

      ไปแรกๆก็ culture shock เหมือนกัน เพราะว่าเขาเรียนกันแบบย้ายห้องไปหาอาจารย์ แล้วก็ทุกอย่างสอนเป็นฝรั่งเศสหมดเลยยกเว้นวิชาอังกฤษ(แต่อังกฤษเขาค่อนข้างยากกว่าที่ไทย ส่วนเลขหมูๆเลยแบบเขาไม่รู้จักสูตรลัดอะไรกันเท่าไหร่) คืออย่างตอนพี่ไปได้ไปเรียนสายภาษา(เด็กแลปเปลี่ยนส่วนใหญ่ก็น่าจะได้สายภาษากัน เพราะสายอื่นจะยากไปหน่อย)

      แต่ทีนี้ความยากง่ายก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้ไปอยู่ชั้นไหน ถ้าเรียน premiere หรือ terminal (เหมือนม.5 ม.6 ไทย) ก็จะโหดหน่อยเพราะเขาจะเตรียมสอบ BAC (เป็นสอบเพื่อเอาคะแนนเข้ามหาลัย) กัน ตอนพี่ไปเขาลดชั้นให้ไปเรียน premier เลยยังถือว่าไม่โหดมากเท่าไหร่


      3.วัฒนธรรม

      -> ในหมู่เพื่อนๆ

      อันนี้คือช็อคไปหลายอย่างเหมือนกัน อย่างแรกการทักทายที่เขาหอมแก้มกัน(แต่ช่วงนี้โควิด เขาน่าจะไม่หอมแก้มกันแล้ว) เจอเพื่อนผู้ชายมาหอมแก้มทักทายทุกเช้าแรกๆก็เกร็งๆ พออยู่ไปก็ชินไปเอง อีกอย่างก็คือหน้าโรงเรียนจะเป็นสถานที่"สูบบุหรี่" เขาจะสูบกันเสรีมาก สูบทุกครั้งที่มีเวลาว่างเลยบางคน และการเถียงกับครูเหมือนตะโกนด่ากันก็แอบเป็นเรื่องที่เห็นได้บ่อยเหมือนกัน แล้วก็ทุกคืนวันศุกร์สุดท้ายของแต่ละเทอม(ในเมืองใหญ่ๆ) พวกเด็กๆม.ปลายจะออกไปรวมตัวปาร์ตี้กันในเมือง เรียกว่า soiree cartable ถ้าไม่มีคนไว้ใจได้ไปด้วยไม่แนะนำให้ไป เพราะว่าค่อนข้างอันตราย(มีตำรวจคอยวนดูตลอดก็ยังอันตราย) บางทีมีคนถูกหามส่งดรงบาลด้วยเพราะเมาแล้วเล่นแผลงๆอะไรแบบนี้

      -> ทั่วไป

      ถ้าเดินๆอยู่ตามถนนแล้วมีผู้ชายเข้ามาทักเข้ามาจู่โจมก็จะบอกว่าเจอได้บ่อย(ขนาดพี่ไม่ใช่คนหน้าตาดีด้วยซ้ำ ยังเจอเกือบจะเดือนละครั้งได้) เหมือนเขาค่อนข้างเปิดเผยกันมากพอสมควร

      แล้วก็ ไม่รู้เมืองอื่นเป็นมั้ย แต่พี่ไปอยู่เมืองที่แอบใหญ่นิดนึง มีประท้วงเป็นว่าเล่น แก๊สน้ำตานี่เห็นจนชิน แล้วที่นู่นเขาประท้วงกันค่อนข้างรุนแรง ถ้าเป็นไปได้เห็นคนประท้วงเลี่ยงไปให้ไกลสุดๆ แต่ถ้าได้ไปเมืองเล็กๆไม่น่าเจอ

      ->ในบ้าน

      อย่างพี่จะเป็นคนติดขี้เกรงใจอะไรจัดการเองได้ก็จัดการเองไปซะหมด แล้วก็ความวัฒนธรรมไทยเราอะนะ แบบบางทีเด็กๆก็ออกความคิดเห็นมากไม่ได้ พี่ก็ติดนิสัยแบบนั้นไป จนโฮสเขาไม่โอเค เขาบอกว่าเนี่ยแบบนี้เสียมารยาทนะที่ฝรั่งเศส ยูต้องแสดงความคิดเห็นออกมา แล้วด้วยความที่ทำอะไรเองเพราะเกรงใจเขาก็บอกว่าพี่ทำเหมือนเขาเป็นคนอื่น เขาไม่ได้ทำหน้าที่โฮสเต็มที่อะไรแบบนี้(อันนี้ก็ลองคุยกับโฮสดู ลองคุยบ่อยๆ เพื่อนหลายคนก็เจอปัญหาเดียวกัน เรื่องการสื่อสารนี่แหละ ถ้ารู้สึกว่ามีปัญหาอะไรให้คุยตรงๆเลย ฝรั่งเขาค่อนข้างแฟร์ในเรื่องนี้)


      4.การเดินทาง

      อย่างพี่อ่ะจะมีเจ้าหน้าที่โครงการทางนู้นเขาจะมีจัดทริปบ่อย(เหมือนเราซื้อทัวไปเที่ยวกับพวกเด็กแลกเปลี่ยนคนอื่นๆ ไม่รู้ของAFSจะเหมือนกันมั้ย) เลยทำให้ต้องนั่งรถไฟ(TGV)บ่อยพอสมควรโฮสเลยแนะนำให้ทำบัตรเยาวชน เหมือนสมัครสมาชิคไปเลยแล้วเวลาซื้อตั๋วแต่ละครั้งจะได้ลดราคา บางทีก็ซื้อเฟิร์สคลาสในราคาที่แพงกว่าแบบปกติแค่ไม่กี่ยูโรเอง

      แล้วระบบขนส่งเขาดีมาก อย่างเมืองที่พี่อยู่มันมีแอพของรถเมล์เลยว่า สายนี้วิ่งจะถึงตอนกี่โมง วิ่งถึงไหนบ้างอะไรแบบนี้ สะดวกมาก(รถเมล์เขาจะมีบัตรที่เราใช้เติมแบบซื้อเที่ยวเอา แต่พี่นั่งไปบ่อยปกติก็จะขึ้นไปขอซื้อตั๋วกับคนขับ(ถ้าจำไม่ผิด หลายปีแล้ว5555))

      >>>แชร์ประสบการณ์ระทึกขวัญ<<<

      เจ้าหน้าที่ที่ต้องมารับเราที่สนามบินมาช้า เดินออกมาไม่เจอใคร แอบกลัวเลยจ้า5555

      ให้เตรียมเงินสดถือติดตัวไปจากเมืองไทยด้วยส่วนนึงสัก 100-200 ยูโรอย่างน้อยก็น่าจะซื้อตั๋วรถไฟได้ จดเบอร์หรืออะไรก็ตามขององค์กรที่ต้องดูแลเราให้ดี เบอร์โฮสหรืออีเมลโฮส ให้จดแยกไว้ทั้งในโทรศัพท์ กับในสมุดเล็กๆพกติดตัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆอย่างน้อยเราจะได้ติดต่อเขาได้

      >>> แล้วก็จะมีตม.ที่แบบว่าโหดมากๆ(ไม่รู้เปลี่ยนคนไปรึยัง) เขาจะถามเยอะมาก อย่างน้อยเราต้องจะให้ได้ว่า เราจะไปเมืองไหนต่อ จะเดินทางไปยังไง มาทำอะไร อยู่กับใคร เอกสารยืนยันหรือที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้เอาใส่กระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องในช่องที่หยิบง่ายที่สุด เพราะพอเราเป็นผู้หญิงวัยรุ่นเดินทางตามลำพังไม่มีผู้ปกครองเขาจะถามเยอะหน่อย แต่ถ้ามีเอกสารยืนยันครบก็ไม่มีอะไร


      5.ซื้อของ

      อย่างพวกเครื่องสำอางค์ หรือพวกสกินแคร์ที่เป็นของฝรั่งเศส ลองเช็คราคาก่อนอย่าใจด่วนใจเร็วรีบซื้อ แต่ละร้านจะขายไม่เท่ากัน และในแต่ละเมืองราคาก็จะไม่เท่ากัน แล้วพอไปเช็คตามร้านขายของหรือsuperแล้ว ให้ลองไปเช็คราคาในร้านขายยาใหญ่ๆดู หลายอย่างร้านขายยาถูกกว่า(เท่าที่เจอมานะ) แล้วก็พวกเสื้อผ้า ถ้าซื้อไปแล้วไม่ถูกใจสามารถเอาไปคืนร้านได้(โดยที่สภาพต้องยังสมบูรณ์ทุกอย่าง)อันนี้เพื่อนบอกมานะไม่เคยทำเองหรอก แล้วก็ ร้านเครื่องสำอางค์แต่ละร้านเขาจะมีโปรโมชั่นไม่เหมือนกัน เข้าไปลองถามเขาก่อนก็ได้ว่ามีโปรโมชั่นอะไรมั้ยช่วงนี้


      6.ความปลอดภัย

      เมืองที่พี่อยู่มีคนไร้บ้านเยอะมาก ทำให้ตอนกลางคืนถ้าออกมาคนเดียวคือไม่ควรอย่างยิ่ง แล้วถ้าไปเที่ยวปารีสนะ ตอนกลางคืนคือเปลี่ยวเลย จะมีแค่พวกโซนที่เที่ยวเท่านั้นที่จะมีคนหน่อย อย่างปารีสขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือนักล้วงกระเป๋า แนะนำให้แยกเงินไว้หลายๆส่วน อย่าถือกระเป๋าพวกแบรนด์เนมเก็บไว้เอากลับมาใช้ที่ไทยดีกว่าปลอดภัยกว่า พาสปอตแนะนำให้ถ่ายเอกสารไว้หลายๆชุด ผ่อนหาย ที่ฝรั่งเศสจะไม่ค่อยมีโจรที่เราเจอจะๆ ส่วนใหญ่เขาจะอาสัยจังหวะเผลอเอาไปแบบเราไม่รู้ตัว ตอนอยู่ไทยถ้าเดินชอบเล่นมือถือไปอยู่ที่นู่นพยายามเดินชมนกชมไม้สนใจรอบข้างเยอะ โจรจะไม่ค่อยเข้ามา(โจรที่นู่นส่วนใหญ่เล็งคนเอเชีย เพราะคนเอเชียที่ไปเขาจะมองว่าเป็นคนมีเงิน ) พยายามอย่าพกเงินสดเยอะ


      7.อาหาร

      อาหารอร่อยมากกกกกกกกก(เป็นคนถูกจริตกับอาหารฝรั่ง) น้ำหนักขึ้นแน่นอน ชีสคือตัวการสำคัญ ที่culture shock เรื่องอาหารคือ พิซซ่านี่สุดละ ที่ไทยก็คือไปกินกับเพื่อน พิซซ่าถาดนึงมาแบ่งกัน ที่นู่นคือคนละถาดนะคะ แล้วถาดนึงคือถาดใหญ่เมืองไทยอ่ะค่ะ (พิซซ่าที่นู่นเหมือนจะมีแต่บางกรอบ) แล้วก็ถ้าโหยอาหารไทย แนะนำฝึกทำเอง ร้านอาหารไทยที่นู่นคือไม่ไทยเลย555 แบบมันไม่ถึงใจคนไทยอย่างเราๆเท่าไหร่ หรือลองหาร้านที่เจ้าของเป็นคนไทยดูเขาน่าจะเข้าใจเราว่าเราต้องการอะไร

      >>>แนะนำว่าอยากลองอะไร ลองเลย เพราะมาหากินที่ไทยมันก็จะไม่เหมือนต้นตำหรับ พี่กลับมาคือคิดถึงอาหารที่นู่นหลายอย่างมากเพราะหลายร้านที่ไทยก็ทำได้ไม่เหมือน


      8.สภาพอากาศ

      ก็จะขึ้นอยู่กับว่าเราได้ไปอยู่ส่วนใน ถ้าฝั่งตะวันตกจะติดทะเล ลมแรงแล้วก็ฝนตกเยอะ(เมืองที่พี่ไปอยู่คือเห็นแดดเหมือนเห็นทอง) ถ้าทางใต้แดดแรงจริง แรงแบบไม่มีครีมกันแดดคือจบผิวไหม้กันไปข้าง ทางตะวันออกก็จะหนาวหน่อยเพราะเป็นภูเขาอะไรประมาณนี้

      แต่รวมๆแล้วคืออากาศเขาจะแห้งมากกกก หน้าหนาวหน้าพี่ลอกเป็นแผ่นเลย โบกม้อยเจอไรเซอร์ไปค่ะ จากคนที่ไม่ดูแลตัวเอง โบสกินแคร์ไปเยอะเหมือนกันตอนอยู่นู่น แล้วก็บอดี้โลชั่น เพราะผิวแตกไม่ไหว (ช่วงที่มีหิมะ หรือหน้าหนาว ควรซื้อรองเท้าหนัง เพราะผ้าใบธรรมดาแบบคอนเวิร์สคือเท้าแฉะกันไปข้าง)


      นึกออกเท่านี้ 55555 ถ้ามีอะไรทักมาถามส่วนตัวได้เลยน้าาาา เข้าใจมากๆเพราะตอนจะไปพี่ก็หาข้อมูลอะไรไม่ได้เหมือนกัน เจอแต่ของเมกา 5555555

      ตอบกลับ

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป