Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

รีวิวสถาบัน เตรียมเข้า Bir และ รัฐศาสตร์ มธ โดยเฉพาะ ดือมากก [ยินดีให้แชร์]

วิว
#รัฐศาสตร์ มธ. #birtu #รัฐศาสตร์ #dek63 #dek64

รีวิวสถาบันสอบตรง BIR, รัฐศาสตร์  Thammasat : Ralph Academy

สวัสดีทุกคน วันนี้จะมารีวิวช่วงชีวิตที่ช่วง .ปลายประมาณ 3 ปี ที่เราได้ตัดสินใจเรียนมหาวิทยาลัยไหน หรือคณะไหน แล้วมาเจอกับสถาบันสอนพิเศษที่เตรียมตัวการรับเข้า BIR Thammasat กับ รัฐศาสตร์ภาคไทยตั้งแต่ปี 2020 ขึ้นไปนั่นเอง

สำหรับผู้ใหญ่หรือคนที่ไม่ได้ใช้เวลาในช่วงชีวิตเดียว กับเราๆ คงไม่มีวันเข้าใจ ว่าช่วงเวลานี้สำคัญแค่ไหน และการตัดสินใจนี้ของเราจะสำคัญไปตลอดชีวิต

ต้องปูมาก่อนว่า

เราก็เป็นนักเรียนในเมือง ย่านอโศก โรงเรียนหนึ่งที่มีสังคมค่อนข้างแข่งขันกันไม่ต่างอะไรกับโรงเรียนเตรียมอุดม อีกทั้งยังเจอการแข่งขันทางชนชั้นซึ่งส่วนมากๆๆๆๆ จะเป็นฐานะทางสังคมและฐานะตั้งแต่กลางไปจนถึงบนๆเลย นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดันที่เราจะต้องประสบความสำเร็จในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยด้วย ไม่ต่างจากโรงเรียนชื่อดังอื่น ๆ ค่านิยมในการเข้ามหาวิทยาลัย คงไม่หลุดพ้นมหาวิทยาลัยชื่อดัง อย่าง จุฬา และ มธ. จนไปถึง มหิดลและค่านิยมการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ ซึ่งตัวเราเองเป็นคนเรียนสายทางภาษามา ตัวเลือกในส่วนมากก็คงไม่หลุดพ้น นิเทศ จุฬาอักษรจุฬา BALAC ,BJM ( วารสารมธ. อินเตอร์) , BBA-BE จุฬา มธ. นั้นเองเราเองก็โดนอิทธิพลเหล่านี้ครอบงำ เพราะยังตัดสินใจไม่ชัดเจนเวลาคนถามก็ตอบโดยไม่คิดว่าจะเข้า อักษรจุฬา แต่พอเอาเวลามานั่งคิดจริงๆมันไม่ไช่ทางด้วยเหตุผลหลายๆประการ  เรามานั่งถามตัวเองว่า เฮ้ยเราชอบ เราสนใจ เราหลงใหล ในอะไรกันแน่    

     

First question : จนเราได้คำตอบว่า เราชอบฟังข่าวสาร ศึกษาข่าวต่างประเทศ การเมือง การทูต , globalization , capitalism ,และมีความเชื่อว่าทุกอย่างในสังคมขึ้นอยู่กับการเมือง คณะที่ตรงกับเรามากที่สุดนั่นก็คงชัดเจนแล้วว่า รัฐศาสตร์ 

Second question : มหาวิทยาลัยไหนดี จุฬา หรือ มธคงปฎิเสธไม่ได้ว่า จุฬาและมธ. มี advantage และ disadvantage ที่แตกต่างกัน เปรียบเสมือน ถ้านึกถึง อักษร นิเทศ บัญชี และอื่นๆอาจจะนึกถึงจุฬาแต่ถ้า นิติ รัฐศาสตร์ และอื่นๆ คงต้องนึกถึง มธ.

ด้วยความที่ระบบ และสังคมภายในที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ย้ำว่าดีทั้งคู่ เกณฑ์การเข้าที่ต่างกัน

 ( จะมาเขียนบอกทีหลัง )

ทำให้เราชัดเจนในการเข้า รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากยิ่งขึ้น

Third questionจะหาที่เรียนพิเศษที่ไหนดี และเลือกเรียนเป็นภาค

อินเตอร์ หรือภาคไทยดี  ตอนแรกจนถึง ก่อนสอบ เดือนเราตั้งใจที่จะเข้าภาคไทยเต็มที่ (แต่หลักจากนั้นจะมาเล่าว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลง)

มันก็มีแน่นอน คนที่ไม่เรียนพิเศษ นั่งอ่านหนังสือเอง จนสอบติด แต่มันแน่นอนว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ทุกคนอีกทั้งเราอยาก take sure เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัย มันสำคัญจริงๆ ตัวเลือกที่เรียน เข้า รัฐศาสตร์ กับ Bir ก็มีไม่กี่ที่ซึ่งเราจะเขียนรีวิวแบบไม่อวย และเรียล ซึ่งตัวเราเรียนมาหมดแล้วทุกสถาบัน

   1.Da vance โรงเรียนชื่อดังเกี่ยวกับวิชาสังคมของพี่ปิง และการสอบ GAT PAT Onet 9 วิชาสามัญ ต้องยกให้สถาบันนี้ ในช่วงนั้นแต่ช่วงนั้น พี่ที่สอนเกี่ยวกับรัฐศาสตร์ของสถาบันโดยตรงช่วงนั้นบรรจุเข้าราชการพอดี ทำให้หาคอรส เรียนสดไม่ได้ แล้ว

 2. Topic academy อันนี้ชื่อดังมีมานาน เรียนกับ พี่ทาม ก็มีทั้งคอรสสดและออนไลน์ ทั้ง bir และภาคไทย แต่ก็มีตัวเลือกกับอินเตอร์อื่นด้วยๆ เช่น SEAS, ASEAN, BAS, BEC ,PBIC, SPD, BSI

แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าดีในเรื่อง โจทย์แบบฝึกหัด การcatch up ข่าวสารโดยเฉพาะ

    3  .Triamdome อันนี้ก็ขึ้นชื่อเกี่ยวกับรัฐศาสตร์มากๆ สอนโดยพี่วิน แต่ด้วยความที่มันเน้นไปทางเนื้อหาภาคไทยซึ่งดีมาก แต่ส่วนในภาคอินเตอร์ก็มีเนื้อหาน้อยมาก แต่สถาบันนี้มีชื่อดังจากคณะ อย่าง สังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ อีกมาก

   4. Tutorrus สถาบันชื่อดังนี้อยู่ย่านวงเวียนใหญ่ สอนโดยพี่แนต ขึ้นชื่อเกี่ยวกับการติดคณะอินเตอร์ดังๆทั้ง จุฬา และ มธไม่ว่าจะเป็น BIR ,BALAC ,BE ,BJM,BBA ,PBIC และเรื่อง gramma ,writing ทั้งหลาย เพื่อเตรียมสอบ writing ตรงเข้าแต่ละคณะและสอบ Tu get ,Ielts เค้าเน้นย้ำตัวอังกฤษค่อนข้างดี 

     5.Ralph Academy ที่จะเล่าต่อไปนี้

ด้วยตัวเราเองกระตือรือร้นที่จะเค้าคณะ จนไปเข้าค่ายติว ( จำชื่อไม่ได้แล้ว) แล้วเจอพี่ติวคนหนึ่งปกติเวลาติว มันจะค่อนข้างง่วงวิทยากรพูดเรื่อยๆไช่ไหมในแต่ละเนื้อหา IR ,ปกครอง, PA แต่มาเจอพี่คนหนึ่งสอนแบบว้าว อะ จากบรรยากาศน่าเบื่อ เค้าดึง mood  กลับมาจนได้ซึ่งแกไม่ได้พูดเก่ง แต่แกมีเทคนิค และเนื้อหาและเรื่องเล่าที่เป็นประโยชน์ที่แบบ มันโอเคเลยอะ สำหรับจะสอบเข้า เราเลยขอ contact กลับมา ซึ่งมารู้อีกที่พี่แกเป็นคนสอนเด็กสอบตรงเข้ารัฐศาสตร์ด้วยตัวเอง อีกทั้งพี่แกเป็นนักศึกษาอยู่ในคณะอีกด้วยจากนั้นเราก็ติดต่อเพื่อที่จะเรียนกับพี่เค้ามาตลอด

ครั้งแรกเราไปเรียนกับพี่เค้าตอน ม5 พี่เค้าเช่าที่สอนพิเศษที่ตึกข้างโรงแรม เอเชียตรงสถานี BTS ราชเทวีเลยซึ่งก็แฮปปี้มากๆเจอเพื่อนที่อยากเข้าสอบคณะเดียวกัน อยู่กับคนที่ passion มันก็ยิ่งกระตุ้นความขยันของเราแต่ด้วยวีรกรรมซ่าๆของพวกเด็ก ทำให้ตอน มเราต้องย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยเลย ซึ่งส่วนมากที่เรียนเรากันก็คงหนีไม่พ้น ธรรมศาสตร์

ท่าพระจันทร์เพราะถ้าจะไปเรียนที่รังสิตเลยคงลำบาก และสถานที่ต่าง มากมายตามสยาม ต้องยอมรับเลยบรรยากาศตอนเรียนดีมากๆ ตอนเรียนก็แอบจริงจัง พี่เค้าพูดอะไรที่ค่อนข้างตรง ไม่ดีก็ไม่ดี เรียงความแกแก้ให้เป็นบรรทัดต่อบรรทัด ตัวต่อตัวเลย อีกทั้งเด็ก ๆ ที่เรียนกันตอนนั้นก็สนิทสนมกันดีมาก นัดกันเดินทางไปก่อนเรียน หรือเรียนเสร็จก็ไปทานอาหาร ไปเที่ยวไหนด้วยกันต่อซึ่งพี่ที่สอนเค้าก็ไปด้วย เพราะอายุต่างกันไม่มาก ทำให้ตอนเรียนค่อนข้างมีความสุขเลย แต่เราเองโดนเข้มงวดเรื่อง writing และเรียงความตลอดซึ่งเป็นผลให้เกิดผลดีต่อมา เดี่ยวเราเล่าให้ฟังต่อ พี่เค้า take care เด็กๆดีมากจนถึงวันสุดท้าย 2 วัน เรานั่งเรียนกันทั้งวันทั้งคืน แต่ก็อย่างว่าเรียน ชม พักครึ่งชมซึ่งเด็กที่เรียน เกิน 80 percent ต่างฉลองต่อผลสอบเมื่อประกาศผล แต่ชีวิตจริงเปรียบเสมือนกับหนังที่ทุกเรื่องไม่ได้จบhappy ending เสมอไป แต่สุดท้ายตัวแปรหลักในการสอบเข้านั่น อยู่ที่ตัวคนเรียนว่า มีความขยัน มี progressive ต่อการเรียนมากน้อยเพียงไหน

       จนมาถึงการสอบเข้าของ ปี 2020 ที่ผ่านมา ปัจจุบันพี่เค้าได้เปิดเป็น สถาบันเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย ไม่ต้องห่วงเรื่องสถานที่อีกต่อไป จะคุย เรียนหรือทำกิจกรรมเสียงแค่ไหนก็ไม่โดนไล่อีกต่อไปแล้ว อีกทั้งนั่ง MRT มาลงสถานี บางขุนนนท์ได้สะดวกสบาย และสถาบันพี่เค้าก็ชื่อ Ralph academy นั้นเอง

       ต้องบอกก่อนว่าสถาบันของพี่เค้า สอนแค่สอบตรงเข้ารัฐศาสตร์ และ BIR ภาคอินเตอร์โดยเฉพาะไม่เหมือนที่อื่นๆที่ อาจจะมีนิติ คณะอินเตอร์อื่นๆด้วย ซึ่งมันเป็นข้อดีมากสำหรับเราๆที่ตั้งใจจะเข้าคณะนี้โดยตรงทั้งภาคไทยและอินเตอร์ การเรียนการสอนของพี่เค้านั้นจะแบ่งเป็นภาค ไทย และภาคอินเตอร์ โดยภาคไทยจะเรียนเนื้อหาเจาะไปที่ เรื่องหลัก

1. เนื้อหาการปกครอง 2. เนื้อหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3. เนื้อหาบริหารรัฐกิจ

4.การเขียนเรียนความ ตั้งแต่วิธีการเขียน การเลือกใช้คำ ไปจนถึงเนื้อหาเรียงความ

5. การอัพเดทข่าวทั้งในประเทศ ข่าวสากล และข่าวการเมืองทั้งหมด

6. การทำแบบทดสอบหลายๆฉบับ และ Final test ก่อนไปสอบจริง

ส่วนภาคอินเตอร์ ก็จะมีลักษณะเนื้อหาที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่scope เนื้อหาสามารถอ่านร่วมกันได้จะแตกต่างตรงที่เนื้อหาบางส่วนจะมากน้อยแตกต่างกันออกไป

t1.World history, meaning and introduction of political science

2.tInternational relation and vital political person

3. Public administration 

4.News, important number and stats for politics

5.Exercises and test 

6.Academic writing for test

การเรียนเหล่านี้ที่เจาะจงแค่เฉพาะคณะรัฐศาสตร์นั้นทำให้เรามั่นใจกับสถาบันของพี่เค้า แค่นั้นไม่พอพี่เค้าจะเอาเพื่อนที่เรียนในคณะมาเยี่ยมเยียน ตั้งแต่ปี จนถึง ปี เลยเค้าไม่ได้มาตามหน้าที่หรือมาเพราะแค่พี่เจ้าของสถาบันขอ ให้มา แต่พวกแกมาแบบมาแวะหา มาเยี่ยมพี่น้องๆ จนถึงมาหาน้องๆว่าที่สิงห์แดงว่าน่ารักไหม ก็ว่าไป ซึ่งโดยปกติ ในคอรสจะมีนักเรียนไม่เกิน 15 -20 คนอยู่แล้วทำให้ ตัวนักเรียนกับพี่ที่สอน สนิทกันพอสมควร เวลาพักกลางวันก็จะตะลุยออกไปหาอะไรทานกัน บางวันเราเรียนกันจนถึงเวลา 2-3 ซึ่งทุ่มคนที่ยังไม่รีบกลับบ้านก็จะออกไปทานข้าวเย็นกันต่อกับพี่เค้า สรุปมาเรียนหรือมากินข้าวเนี่ย แต่เอาเป็นว่า การมาเรียนที่นี่ไม่ได้ได้มาเอาแค่เนื้อหาแค่นั้น เพราะยังได้กลุ่มเพื่อนตั้งแต่ยังไม่เข้าคณะ และยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับคณะและมหาลัยแบบเรียล ๆอีกด้วย เพราะนอกจากเนื้อหาที่พี่เค้าสอนแล้ว พี่เค้ายังพาทัวร์ มหาลัย พาไปไหว้อาจารย์หลายๆท่าน จนถึงตะลุยกินของอร่อยๆรอบๆมออีกต่างหากนับว่าเป็นโบนัสไปอีกก

       แล้วมาเป็นรุ่นน้องสิงห์แดงกันนะ

       ทั้งที่ เป็น ภาค BIR และ ภาคไทยเลย

       โพสต์นี้อัพเดทให้ตั้งแต่ Dek- 63 และน้องๆตั้งแต่ปี 2020 ขึ้นไปเลยน้า

       อยากได้คำแนะนำ หรือปรึกษาอะไรทัก comment บอกกันได้น้า

      

 

อันนี้เป็นภาพที่เราถ่ายออกตอนไปนัดเรียนกันนอกสถานที่

 

 

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

4 ความคิดเห็น

กระทู้ที่คนนิยมอ่านต่อ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เด็กดี TCAS

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป