Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

นิยาม “ความสำเร็จ” [ยินดีให้แชร์]

วิว
#ชีวิตประจำวัน #ชีวิตวัยรุ่น #ชีวิตจริง #ความฝัน #ความคิดเห็น
ค่ะ เนื้อหาก็ไม่มีอะไรมาก เเค่อยากรู้ว่าเเค่ละคนมอง ถึงความสำเร็จของตัวเองอย่างไร เเล้ว ถ้าความสำเร็จกับความสุขมันอยู่คนละทาง คุณจะเลือกอะไร??
ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

6 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรามองว่าความสำเร็จคือความจุดที่เราพอใจ ดังนั้นต่อให้เลิศเลอแค่ไหน แต่ไม่มีความสุขหรือความพอใจ เราก็ไม่เรียกว่าประสบความสำเร็จ


      ถ้าความสำเร็จกับความสุขอยู่คนละทาง คนต้องกลับมาถามตัวเองอีกที ว่าความเร็จที่ว่าคือสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ รึเปล่า หรือนั่นคือสิ่งที่สังคมบอกว่ามันคือความสำเร็จ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ความสำเร็จคือ สามารถตีพิมพ์นิยายเป็นภาษาต่างประเทศขายไปทั่วโลก

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ความสำเร็จของเราคือ อยู่อย่างมีความสุข โดยไม่สร้างความเดือดร้อน และไม่เป็นภาระใครค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      คะเมียวตำปรู้
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ความสำเร็จของเราคือรักตัวเองมากพอที่จะรักคนอื่น มีความสุขมากพอที่จะแบ่งปันให้คนอื่นๆ ได้ค่ะ เรียกว่า อยาก'มี' ไม่ว่าจะทรัพย์สินหรือความสุข จนช่วยเหลือคนที่เรารักได้ ไม่โอนเอนตามคนอื่น เชื่อมั่นในตัวเอง มี mindset ที่ดี ควบคุมอารมณ์ได้ เป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ ไม่ถูกหลอกง่ายๆ มีแต่คนดีรายล้อม ไร้คนที่เป็น toxic บั่นทอนกัน ถ้ามีได้ครบแบบนี้เราก็พอใจแล้วค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้




      นิยาม “ความสำเร็จ”


      สวัสดีค่ะ


      ค่ะ เนื้อหาก็ไม่มีอะไรมาก เเค่อยากรู้ว่าเเค่ละคนมอง ถึงความสำเร็จของตัวเองอย่างไร


      จริงด้วยสินะ นิยามของคนเราแตกต่างกันได้จริงด้วยสิ


      โดยส่วนตัวนิยาม ความสุขที่แท้จริง คือความว่างเปล่าเท่านั้นเองค่ะ


      ความว่างเปล่าในที่นี้ ก็คือ ไม่ยึดถือในสิ่งใดๆ ไว้ในจิตใจของเราทั้งสิ้นค่ะ


      ไม่ว่ามีทรัพย์สมบัติ หรือไม่มี ไม่ว่าจะทุกข์ หรือสุข ไม่ยึดติดกับมัน คือความว่างเปล่าที่จิตใจที่เกิดขึ้นได้


      หากรู้สึกได้แบบนี้ คือความสุขที่แท้จริง และเป็นความสำเร็จที่สูงสุดในส่วนบุคคล

      (เป็นการหลุดพ้นแล้วในจิตใจ แบบนั้นค่ะ)

      กับครั้งหนึ่ง ที่เกิดขึ้นได้ ในคนบนโลกนี้ค่ะ


      ทั้งที่ไม่ง่าย แต่ก็พยายามค่ะ


      คือ พยายามที่จะหาหนทาง ที่จะดำรงไปให้ได้ ในแบบการมีน้อย ใช้น้อย กินน้อย กิจกรรมต่างๆ น้อย

      (คือหากกิจกรรมเยอะนะคะ ก็ต้องใช้เงินเยอะ เพราะกิจกรรมต่างๆ ในวันนี้ ล้วนเกิดเป็นธุระกิจ คือเมื่อต้องใช้เงิน ก็ต้องเหนื่อยเพิ่ม ในการที่ต้องดิ้นรนหานะคะ เพราะฉะนั้น พยายามมากๆ ที่จะไม่มีกิจกรรมเยอะๆ เช่น กิจกรรมการแข่งรถ เป็นต้น ก็ลดๆ ค่ะ เพราะมาวัันนี้ รถดีๆ เครื่องแรงๆ ก็ราคาแพงมากๆ นะ และการดูแลสึกหรอ อะไหล่แท้ ก็แพง สนุก และเป็นสุขนะ เมื่อได้ทำ แต่แพงเนาะ เหนื่อย ทุกข์ที่ต้องดิ้นรนหาเงินเพิ่มตลอดเวลาhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-10.png )


      ข้างบนนั้น ยกตัวอย่างนะคะ


      คือ มีนิยามที่ว่า การที่จะสามารถใช้ชีวิตในแบบเรียบง่าย ไปตามวาระที่ทำได้ คือไม่ต้องดิ้นรน ก็เป็นสุขสงบได้


      เพราะแท้จริงแล้ว การมีชีวิตอยู่ด้วยความสุขได้ดีที่สุดคือ อยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ต้องดิ้นรน กระเ ส ื อ ก กระสนให้มากมายนัก เพียงหายใจเข้าออกสบายๆ มีหน้าที่ ภาระ ที่จะสามารถทำรายได้เพื่อเลี้ยงชีพ ในแบบเรียบง่าย มีค่าอาหาร มีค่ายา(หากป่วยไข้)ค่านํ้า ไฟ เน็ต(นิดหน่อย) มีไว้ทำบุญสูนทาน ในวาระที่อยากทำ เพื่อเป็นอาหารให้กับจิตใจ และ จิตวิญญาณบ้างเท่านั้น ก็พอค่ะ


      เพียงดำรงไปในระบบดังกล่าว เท่านี้ เป็นวัฎจักรในส่วนบุคคล จนวันสิ้นลมได้


      เท่านั้นก็จะเป็นสุขได้อย่างยิ่ง หรือที่สุดแล้ว


      ทั้งหมดนี้ เท่านี้ คือการที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น มีเพียงการรับภาระ หน้าที่ในส่วนบุคคล ในการดำรงอยู่ ... และเพื่อไม่ให้เป็นภาระสังคม และครอบครัว คือความสุขที่แท้จริงค่ะ


      หากจะตอบเป็นคำตอบสั้นๆ โดยรวม คือการที่จะมีโอกาสห่มขาว นุ่งขาวไปบวชชี หรือชีพราหมณ์ไปอยู่วันป่า อยู่อย่างสมถะ ไม่ยึดถือสิ่งใดๆ เลย หากแต่อาจจะทำประโยชน์ได้บ้าง เช่น การดูแล ป่า เขา ลำธาร ในสถานที่ใกล้เคียง ตามโอกาสที่เราจะทำได้


      ปลูกผัก ผลไม้ เป็นอาหาร เลี้ยงไก่ ไว้กินไข่ เลี้ยงแพะไว้รีดนม ปลูกสมุนไพรไว้รักษาโรค คือทำเพียงเลี้ยงชีพ การอยู่อย่างสงบ เงียบ และเรียบง่าย ไปจนวันตาย จนถึงวันที่หยุดหายใจ


      คงจะเป็นความสำเร็จแห่งจิตใจ และเป็นสุขที่สุด ในชีวิตค่ะ


      เพราะจริงแล้วนะ เราเกิดมาก็ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย


      คือ การมีชีวิตอยู่ในแบบสมถะ หรือการเลี่ยงไปเป็นเช่นสันโดษ ไม่ยึดมั่นในวัตุ และ ไม่เวียนว่ายในวัฎจักรที่ต้องตกอยู่ในสังคม หรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งเต็มไปด้วย ความรัก โลภ โกรธ หลง


      จะเป็นความสุข...ที่สุด ที่น่าจะเกิดขึ้นได้ในคน บนโลกนี้ค่ะ

      ทั้งหมดนี้คือนิยาม แห่งความสุข ที่แท้จริงค่ะ


      ----------------------



      หากแต่เมื่อเติบโตมาในสังคมในวันนี้ เป็นคล้ายคนบ้าหอบฟางเลยด้วยค่ะ


      ฮ่า ฮ่า ฮ่า

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-13.png

      อะไรหนักหนา ก็ไม่รู้ด้วย มากมายล้นเหลือ ยังจะมีการแข่งขันที่ต้องได้มาเพิ่มเติมตลอดเวลาอีกด้วยนะคะ


      หากแต่สิ่งของ ฐานะ เงิน ทองทั้งหลายนั้น กลับเป็นภาระ ที่ต้องเหนื่อยยาก ที่ต้องเฝ้าดูแล รักษา เกิดเป้นภาระ ที่ต้องแบกหามไม่จบสิ้นจนวันตายอีกด้วย


      คือทั้งหมดนั้น คือทุกข์ค่ะ เข้าใจแบบนั้นค่ะ


      เพราะในความจริงนะ ชีวิตของคนเราไม่จำเป็นที่จะต้องการไปมากกว่า ที่กล่าวมาในช่วงบนๆ นี้


      คือ ในความจิงนะ เมื่อตาย ก็เอาอะไรไปไม่ได้ด้วยเนอะ


      -------------------


      หากแต่ มาวันนี้


      การที่จะเลือกทางเดินในแบบนั้น คือในแบบที่กล่าวมาในช่วงแรกนั้น กลับเป็นอะไรที่ทุกข์ทรมาน คือเกิดเป็นเหตุที่กลับตรงข้ามกับความสุขนะคะ ทั้งนี้ อาจจะด้วยที่ว่า อันควมเป็นจริงนะ สังคม หรือวาระของการเป็นไป หรือการอยู่ หรือเป็น ที่ถูกดำเนินของมนุษยชาตินี้ได้เปลี่ยนไป(เปลี่ยนไป)ตามที่ถูกสร้าง และถูกกำหนด ดลกอุปโลกขึ้น โดยคนมานานพอสมควรแล้ว...นี้


      คือจริงแล้ว โลกนี้มิได้วุ่นวายนะคะ หากแต่ คนส่วนมากเกิดความวุ่นวาย...จนเกิดเป็นทุกข์ทรมานถ้วนหน้า


      หลายคนเกิดความสับสน อะไรคือสุข อะไรคือความสำเร็จ ไม่รู้ได้ ไม่รู้จัก ทำให้คนเราไร้จุดปลายปลายทางของชีวิต...ที่แท้จริง เกิดขึ้น ดังที่เห็นๆ นี้ค่ะ


      หลายๆ คนสับสน เวิ้งว้าง เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เหงาหงอยเพราะไม่เข้าใจ ในเหตุแห่งความหมายของคำว่าสุข


      และความหมายของคำว่าความสำเร็จที่แท้จริง

      (มาวัันนี้ จึงเกิดการคร่าชีวิตของตนเอง คือการห่าตัวตาย มีเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นทั่วโลก ทั้งที่ โลกนี้เจริญมากๆ ในด้านวัตถุ


      สาเหตุเพราะด้วย วัฒนธรรมการคิด การทำ การดำรงไปนั้น...ไร้ซึ่งแก่นสาร แห่งความเข้าใจ ในคำ ที่ให้ความหมายถึงอาการที่ว่า ความสุขที่แท้จริง หรือแก่นสาร ที่แท้จริง ในความเป็นคน เป็นสมบัติ นั้นเองค่ะ


      คือ ในวันนี้ คนส่วนหนึ่ง ที่อาจจะยังคงมีความหวัง เป็นผู้ที่เข้าใจ และรักสันโดษ รักที่จะยึดมั่นในระบบความคิด การเป็นอยู่ ซึ่งเป็นกลไกที่จะนำพาคนเราพบความสุขได้ นั้นก็ยังพอดี คือเขาเหล่านี้ ยังไม่หลงไป และยังไม่ไหลตาม คลื่น ในความหลง หรือ ไม่หลงไปในวังวนแห่งทุกข์


      คือ หากผู้ที่เข้าใจเช่นที่ว่า การรักความสงบ การหลบเลี่ยงสังคม เพื่อความสุขส่วนตนที่แท้จริง โดยทิ้งหลายๆ คนให้สับสนวุ่นวายไว้ข้างหลัง นั้นเท่ากับเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ


      คือ กลับคล้ายที่จะเป็นความอ่อนแอ หรือเป็นคนที่เห็นแก่ตัว


      ทั้งหมดนี้ ทำให้ผู้ที่รักสันโดษ รักสมถะ กลับทุกข์ทรมานขึ้นได้


      คือเห็นแล้วคล้ายถูกเผาไหม้


      เกิดเป็นความร้อนรน ทุกข์ร้อน ในจิตใจ เกิดความห่วงใย...ขึ้นในเพื่อนมนุษยชาติด้วยกัน

      (คือ จริงแล้วนะ เมื่อทุกข์เกิด เหล่าผู้คน ซึ่งมีธรรมชาติ เป็นสัตว์ฝูง ก็พากันทุกข์ถ้วนหน้า ก็ว่าได้...ค่ะ)


      คนเหล่านี้ อาจจะคิดว่าการที่เขาหลบเลี่ยง หลีกหนี คือความพ่ายแพ้ คือความอ่อนแอ คือความล้มเหลว เหตุเหล่านี้ อาจจะเกิดเป็นนิยามแห่งความทุกข์ขึ้นมา เหตุเช่นนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ค่ะ


      เพราะฉะนั้น


      อัน


      นิยาม “ความสำเร็จ”


      มาวัันนี้ในความจริง ความสุข กับความสำเร็จ อาจจะไม่สามารถมีโอกาสรวมมันไว้ด้วยกันได้ ในคนหนึ่งๆ นั้น ก็เป็นได้ค่ะ


      ขออนุญาตยกตัวอย่างนะคะ


      เช่น นักการเมืองดีๆ มีศีลธรรม หลายๆ คนต้องรับหน้าที่(ทั้งที่อยู่ในวัยเกษยณแล้ว เขาก็เลิกไม่ได้) ทั้งนี้ ก็เพื่อใช้อำนาจต่อต้าน ต่อสู้ เพื่อให้สังคม ประชาชนของเขาได้เป็นสุข


      ทั้งที่เขาไม่ต้องการ


      นักธุระกิจหลายๆ คนทั้งที่รํ่ารวยมากๆ คือรวยมากแล้ว ก็เลิก หรือวางมือไม่ได้ ทั้งนี้ด้วยสาเหตุที่ว่า เขาอาจจมีประสบการร์ รู้ได้ถึงกลไกของเหล่านักธุระกิจ ซึ่งมีความแตกต่าง เป็นแก่นสาร


      มาวัันนี้นักธุระกิจลิง คือคล้ายผู้คนที่ไม่มีศีลธรรม ตักตวง เอารัด เอาเปรียบผู้ที่ยากจน ข้นแค้น และไร้เดียงสา ทุกวิธีทาง ภายใต้เหตุการณ์ การดำเนินไปของธุระกิจ นั้นมีเกิดขึ้นมากมาย


      เหตุนี้ ทำให้เขา นักธุระกิจตงฉิน หลายๆ คนก็หยุด หรือเลิก หรือพักไม่ได้ ที่จะขัดผลประโยช์ของนักธุระกิจลิง ที่คอยเฝ้าเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และผู้คนยากไร้นักลงทุนที่มีอยู่น้อยนิด


      ทั้งที่เหนื่อยหนัก หรือรวยล้นฟ้าแล้ว แต่เขาก็เลิกไม่ได้ หยุดไม่ได้ เพราะต้องคอยงัดง้างกับนักธุระกิจที่หวังจะเอาเปรียบคนไร้เดียงสาเพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง


      เหตุเช่นนี้ ก็มีอยู่จริงนะคะ


      ดังที่เราๆ เห็นว่า คนรวยบางคนรวยมากแล้ว เพราะอะไรเขาไม่เลิก ไม่หยุดได้สักที


      ซึ่งเจ้าของเม้นตนี้เคยพบเจอคนเช่นนี้ คือเขามิได้ยึดมั่นในเงิน ในทรัพย์สมบัติอีกต่อไป แต่อย่างใดเลย เพระเขามีจนล้นหัวใจ หากแต่เขาเลิกไม่ได้ เพราะเขาต้องแบกหาม...เช่น ที่กล่าวมาค่ะ


      เหตุเช่นนี้หรือ ก็เกิดขึ้นได้จริง


      เพราะฉะนั้น ในความเป็นจริง โดยรวม เจ้าของเม้นต์นี้เข้าใจว่า...มาวันนี้ ยุคนี้ ไม่ง่าย ที่คนเราจะสามารถมีความสำเร็จ และ เป็นความสุขได้พร้อมๆ กันค่ะ


      เพราะในความจริงนะคะ หลายๆ คนมีทุกอย่างที่ชีวิตต้องการ แต่เขาก็หยุดหรือเลิกหรือสงบไม่ได้...ซึ่งระบบ หรือวาระของสังคมบังคับเขา หรือคํ้าคอเขาอยู่นั้นเองค่ะ


      ตราบใด ที่เขามีจิตใจที่ดี และ ที่คํ้าจุนต่อเพื่อนมนุษยชาติด้วยกัน


      เข้าใจว่า นิยามต่างๆ นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามเวลา สถานที่ และยุคสมัย นั้นก็เป็นความจริงค่ะ


      เเล้ว ถ้าความสำเร็จกับความสุขมันอยู่คนละทาง คุณจะเลือกอะไร??


      ตอบคุณว่า โดยส่วนตัวพยายามมากๆ ที่จะแยกแยะมันค่ะ


      ด้วยสาเหตุที่เข้าใจในเหตุแห่งความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ดังที่กล่าวมายาวๆ ข้างบนนั้น


      จึงพยายามใช้สติ ให้มีสมาธิ ที่จะแยกแยะมันออกให้เห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา


      ให้ตนรู้ว่าเหตุใด หรือต้องทำอย่างไร หรือต้องหลีกเลี่ยงอะไร แบบไหน คือความสุข หรือที่จะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง


      และไหนคือความสำเร็จ และความสำเร็จ...ที่จะเกิดขึ้นนั้น มันสามารถแปรเป็นความสุขได้ด้วยหรือไม่? นั้นเป็นสำคัญ


      คือเห็นๆ นะคะว่า มาวันนี้ ไม่ง่ายนะ ที่จะทำให้ความสำเร็จเกิดเป็นความสุขได้ หรือไม่ง่ายนะคะ ที่จะทำให้สองอย่างนี้มีสถานเป็นเหตุเดียวกัน


      แต่ ก็พยายามค่ะ


      การปฎิบัติตาม ขั้นตอน ของคำสั่งสอนของพุทธศาสนาจะช่วยได้เป็นอย่างดี มาวันนี้ก็คงยึดมั่น ถือมั่นไว้เสมอค่ะ


      คือ ยังพอรู้ได้ว่า ตนต้องการอะไร...และกำลังทำอะไรอยู่...เมื่อรู้สึกได้เช่นนี้แล้ว รู้สึกว่าเป็นสุขได้ในระดับหนึ่งค่ะ


      สรุปโดยรวม คือ ทำวันนี้ ให้ดีที่สุด ด้วยการเอาสมธิ สติ เป็นแสงสว่างส่องทาง...ไม่ว่าจะต้องทำให้สำเร็จ หรือไม่ก็ตามที... ต้องทำด้วยการมีสติ


      ไม่อย่างนั้น เกิดหลงไปกับความทุกข์ค่ะ เพราะจริงแล้วนะคะ ทุกข์กับสุขเป็นของคู่กัน หรือ มันเป็นสิ่งดียวกันด้วยซํ้า เพียงมันอยู่คนละด้าน คือ ไม่ต่างจากเหรียญที่มีสองด้านเสมอ


      ซึ่งนั้นก็เป็นธรรมชาติของมันด้วย


      ตราบใดที่เรากล่าวถึงสุข...นั้นคือ เราได้ทำการแตะต้องเข้ากับความทุกข์ ด้วยเช่นกัน ชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้


      คือจะลืมไม่ได้ หรือจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย


      เพราะเหตุดังกล่าวนี้ เป็นกลไก และเป็นธรรมชาตินะคะ


      คือต้องระวังทุกๆ นาทีค่ะ


      อันความรู้สึกดังกล่าวนี้ ตราบใดที่มันยังอยู่ และสว่างไสวในจิตใจ เข้าใจว่าตนเป็นสุข และสงบ สันติด้วยค่ะ


      ทั้งหมดยาวววนี้ เป็นความเห็น ซึ่งเป็นส่วนบุคคล เป็นคำตอบให้ ในคำถามของคุณค่ะ



      -------------------------------------------


      หมายเหตุ.เม้นต์นี้ ก็ยาวมากๆ หากคุณรู้สึกว่ายาวไป ต้องขออภัยด้วยค่ะ



      ตอบกลับ
    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      กระทู้หรือความคิดเห็นอยู่ผิดบอร์ด โดยมีเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกันกับบอร์ด กรุณาโพสเนื้อหาใหม่อีกครั้ง

      ถูกลบเนื่องจาก:
      กระทู้หรือความคิดเห็นอยู่ผิดบอร์ด โดยมีเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกันกับบอร์ด กรุณาโพสเนื้อหาใหม่อีกครั้ง
      IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      For me, success is an achievement, doesn't matter whether the achievement is big or small. Success also includes continuous learning, and growing in respective interest zone. Success can be achieved in career, studies, personal life, overcoming and recovering from any health issue, etc. https://zealthy.in/en/topic/guide-to-get-pregnant

      ตอบกลับ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป