Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ก็แค่กระทู้ของนักเขียนชั้นต่ำคนนึง

ตั้งกระทู้ใหม่
ตั้งกระทู้ใหม่

Warning : เนื้อหากระทู้อาจมีการตอกย้ำจิตใจ , ทำให้รู้สึกดาวน์ , ทำให้รู้สึกโกรธ ไม่พอใจและอยากด่าคนเขียน , เนื้อหาในกระทู้อาจทำให้คนเศร้ากับตนเอง








ผมจำได้ว่า ตอนเริ่มเขียนนิยาย แล้วนิยายมีคนสนใจเยอะ ผมสนุกกับการเขียนมาก ทุกวันที่มีการตอบรับดี ผมกล้าพูดว่าสนุกกับการคิดพล็อต สนุกกับการบรรจงใส่รายละเอียดให้เนื้อเรื่องและตัวละคร แต่เมื่อเวลาผ่านไป นิยายเริ่มได้รับความสนใจน้อยลง ผมจึงได้แต่หมดไฟ จุดอย่างไรก็ไม่ติด จากยอดวิวมากมาย สู่ยอดวิวที่ต่ำจนน่าเศร้า ทำให้ผมขี้เกียจที่จะคิดพล็อตและใส่รายละเอียดให้กับงาน มันได้แต่ทำให้ผมสงสัยว่าผมจะเขียนต่อไปทำไม เขียนให้ใครอ่าน? ณ จุดนั้น ผมยอมรับได้ว่าผมไม่สนุกกับการเขียนเลย แต่กลับยังสนุกที่ได้อ่านนิยายสนุกๆจากต่างประเทศและยกย่องคนเขียน

"สู้ต่อไปนะ" "รอตอนต่อไปอยู่นะ" คอมเม้นต์เทือกนี้แทบจะไม่มีเลยในช่วงหลัง ผมรู้ตัวว่าขาดพลังและควรเติมพลัง แต่ความจริงมันไม่ง่ายเหมือนที่คนปลอบบอกเลย มันยากเหลือเกินกว่าจะฟื้นฟูใจได้สักครั้ง ยากมากๆ... สิ่งที่ผมมีให้คนติดตามนิยายของผมคือ ความสงสาร ไม่ใช่ความสุขที่เห็นคนรอนิยาย ผมสงสารที่พวกเขายังติดตามผม ทั้งที่ผมหมดไฟจนอยากจะเลิกเขียน พอผมคิดจะทิ้งงานก็ไม่ได้ เพราะสงสารคนอ่าน พอความสงสารขัดแย้งกับความต้องการในใจก็เกิดความทุกข์ แต่ยิ่งเขียน คนอ่านก็ยิ่งน้อย สิ่งต่างๆเช่น คอมเม้นต์ กำลังใจและการกดติดตามนิยาย นั้นไม่ใช่ความสุขของผมเลย สิ่งเดียวที่ผมหวังไม่ใช่การเห็นนักอ่านมีความสุขอีกต่อไป แต่เป็นการคิดว่าเมื่อไหร่นิยายเราจะจบเสียที

บ่อยครั้งที่ผมโกรธแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ผมโกรธมากเหลือเกินเวลาที่มีนักเขียนด้วยกันมาให้กำลังใจผม แต่นักเขียนเหล่านั้นยังละทิ้งงานเขียนของตนที่มีคนอ่านมากมาย กำลังใจมีให้ล้นหลาม เขาทิ้งได้ยังไง มีแนวคิดอะไรทั้งที่มีแรงหนุนมากมายขนาดนั้น ผมไม่เคยยกย่องและเก็บคำพูดของพวกที่แฟนคลับเยอะแต่ทิ้งผลงานตนเองเลย คำพูดที่ผมยอมรับคือคำพูดจากคนที่ไม่มีกำลังใจ ขาดไฟแบบผม แต่ก็ยังสู้ไปต่อได้ ผมนับถือมาก นับถือพวกเขาราวกับพวกเขาคือยอดนักเขียน ทั้งที่ไม่มีใครรู้จักหรืออยากสนพวกเขาด้วยซ้ำ

เขียนนิยายเพื่อความสนุก ตอนผมเริ่มหมดไฟ ผมมักใช้คำนี้ปลอบใจตนเอง แต่มันไม่ได้ผลเลย เพราะผมรู้อยู่แก่ใจว่าตัวผมเองไม่ได้เขียนเพื่อความสนุกเลย ที่ผ่านมาผมไม่ได้เขียนนิยายเพราะสนุกกับมัน ผมแค่ชอบที่มันมียอดวิวเยอะ

ผมเป็นคนที่ไม่เอาไหน... สมมุตินักเขียน A มีคนอ่านนิยายเขา 1ล้าน คน , ผมชื่นชมเขา และเมื่อผมท้อแท้ เขาก็มาให้กำลังใจผม ถ้าเป็นคนอื่นอาจฮึดสู้ แต่ถ้าผมได้รับคำชมจากเขา ผมจะเกลียดเขามาก ด้วยแนวคิดที่ว่าเขาอยู่บนเครื่องบินบนฟ้า แต่ตะโกนบอกให้คนที่ยืนอยู่ริมเหวอย่างผม "สู้ๆนะ อย่ายอมแพ้" ... สำหรับผม เขาคิดรึเปล่า ว่าผมอยู่จุดไหนและมีสภาพอนาถขนาดไหน คุณบอกให้ผมสู้ทั้งที่คุณอยู่ในจุดอิ่มตัว คุณบอกให้ผมไปต่อทั้งที่คุณมีแรงหนุนมากมาย แต่ผมไม่มี ... "ก็เขาผ่านจุดนั้นมาแล้ว รับไปเถอะคำแนะนำจากเขาน่ะ" ผมอยากจะตอบแบบเด็กๆว่า "แล้วไง เขาอยู่ในจุดเดียวกับผมไหม ตอนนี้? เขาตกต่ำเหมือนผมไหม ตอนนี้?"


ผมเริ่มการเขียนด้วยความสุข
แต่ตอนนี้ผมแทบจะเกลียดทุกอย่างเกี่ยวกับการเขียน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนบางคน , การเขียนนิยาย , ความรับผิดชอบที่นักเขียนเราพร่ำบ่น แต่มากคนก็ละทิ้ง , คำให้กำลังใจที่มันไม่ได้ต่างบ้าอะไรไปจาก คนรวยล้นฟ้าจับมือยาจกข้างถนนแล้วบอกว่า "ผมเข้าใจคุณ" , การได้เห็นนักเขียนบางคนไม่แคร์ ไม่สนบ้าอะไรเกี่ยวกับคุณภาพ คำผิดเป็นกอง ละทิ้งคนอ่านแฟนคลับนับไม่ถ้วน แต่สร้างงานใหม่ทีไรก็ยังดัง แล้วก็ทิ้งงานใหม่วนลูป อิจฉาเหลือเกิน น่าอิจฉาจริงๆที่ทำแบบนั้นแล้วยังมีนักอ่านรักและห่วงใย , ความอิจฉา ความโง่ ความเศร้าในตัวของผมเอง , พวกที่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งนิยาย แต่ก็ทิ้ง , พวกที่แต่งนิยายมาได้สักพักก็หยุดแล้วก็หายไปได้โดยไม่มีเรื่องอะไรให้คิดมาก

นักเขียนที่ผมรักที่สุดนั้น ไม่มีเลย

แต่นักเขียนที่ผมเกลียดที่สุดก็คือ ตัวผมเอง


กระทู้นี้อาจมีจุดที่วกวน เพี้ยน ไม่สมประกอบ ทำให้คนขุ่นเคือง หรือ ไม่พอใจ แน่นอนครับเพราะสิ่งที่เขียนออกมานี้ มันมาจากใจจริงของนักเขียนชั้นต่ำคนนึง ไม่ใช่นักเขียนใจสะอาดปานเทพ

แสดงความคิดเห็น

>

42 ความคิดเห็น

babybaby1234 10 ต.ค. 64 เวลา 22:56 น. 1

ชอบกระทู้นี้นะ


ชัดเจนดี


ซัดออกมาตรงๆ


อย่างน้อยคุณก็ยังชอบเขียน


ไม่อย่างนั้น คงเขียนยาวๆแบบนี้ไม่ได้


นักเขียนก็เหมือนนักวาดภาพ


เหมือนนักร้องนักแต่งเพลง


เหมือนนักกีฬา


มีไม่กี่คนหรอก ที่จะคว้าชัย


https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-12.png

1
Loniae 11 ต.ค. 64 เวลา 09:00 น. 1-1

ขอบคุณที่แนะนำครับ

0
เลซซี่ >< 10 ต.ค. 64 เวลา 23:10 น. 2

ขอมาแสดงความเห็นสักนิด กับตรงที่คุณสงสัยว่า "แต่นักเขียนเหล่านั้นยังละทิ้งงานเขียนของตนที่มีคนอ่านมากมาย กำลังใจมีให้ล้นหลาม เขาทิ้งได้ยังไง มีแนวคิดอะไรทั้งที่มีแรงหนุนมากมายขนาดนั้น" เราขอแชร์ในความคิดเรานะคะ คือต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนนึงที่คอมเม้นต์แห้งเหือดมากกกก ฉะนั้นเราไม่ได้ตรงตามเคสที่คุณพูดถึงซะทีเดียว

เราก็เป็นคนที่เขียนมาเรื่อยๆ แต่มีช่วงที่หายไปเป็นเดือนเหมือนกัน เพราะขาดกำลังใจเหรอ? เปล่าค่ะ ไม่เกี่ยวเลย แต่เพราะ "ชีิวิตข้างนอกนั่น" ของเราต่างหาก นักเขียนทุกคนก็มีชีวิต ช่วงการเรียน การสอบ การงานต่างๆ มันถาโถม คนเราก็ต้อง prioritize และเลือกไปทำสิ่งที่ "ต้องทำ" ในชีวิต

เราเชื่อว่านักเขียนหลายคน แม้จะได้รับกำลังใจเยอะแต่เมื่อถึงคลื่นบางลูกของชีวิต เขาก็ต้อง manage ชีิวิตตัวเองก่อน

เรารู้ว่าสำหรับบางคน อาจมองว่า มันดูไม่มีความผิดชอบที่ลงนิยายไม่จบ แต่ถ้าถามว่า มีแนวคิดอะไรถึงเบรคการอัพนิยาย เราก็ขอแชร์ส่วนนี้ค่ะ เพราะเราขอหายไปมีความรับผิดชอบในหน้าที่อื่นๆ ก่อนสักแวบบบบค่ะ

(แงงงงง แต่นี่อาจจะส่งผลทำให้คอมเม้นต์นิยายเราแห้งมากเหมือนกันค่ะ 555555 ชีวิตมันวุ่นวาย T^T)

1
Loniae 11 ต.ค. 64 เวลา 09:00 น. 2-1

ขอบคุณมากๆครับสำหรับคอมเม้น

0
varunyanee 10 ต.ค. 64 เวลา 23:23 น. 3

ใครจะดูถูกเราก็ได้ แต่เราไม่ควรดูถูกตัวเอง...เช่นนั้นเราจะมีแรงฮึดสู้ได้อย่างไรล่ะ

ย้อนกลับไป....ย้อนไปเยอะๆเลย

ย้อนไปก่อนที่ตัวเองจะตัดสินใจหยิบปากกา หรือกดแป้นพิมพ์ เพื่อแต่งนิยาย

เรา....ทำเพื่ออะไร

- อยากดัง อยากมีเงิน อยากให้มียอดวิวเยอะ .....งั้นเหรอ

หรือ...เราก็แค่อยากเขียน อยากระบายจินตนาการ

ไปคิดดู .....เนื้อหาที่อ่านได้ ....จับความผิดหวัง น้อยเนื้อต่ำใจกับโชคชะตาได้...

1) ช่วงนี้เซ็งเบื่อ ทำอะไรก็ไม่เพลิน หรือไม่

2) หดหู่ ท้อแท้หรือไม่

ถ้าครบ 2 ข้อ โทรไปสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ///ขอให้โชคดีค่ะ

1
Loniae 11 ต.ค. 64 เวลา 08:58 น. 3-1

ขอบคุณมากจริงๆครับ

0
Quantum 10 ต.ค. 64 เวลา 23:45 น. 4

ส่วนตัวผมมองว่ามันคือ "การเปลี่ยนผ่าน" จากยุคหนึ่งไปสู่ยุคหนึ่งนะ ซึ่งใช่ ครั้งหนึ่งเว็บเด็กดีเคยเต็มไปด้วยนักอ่านที่ชอบคอมเมนต์ แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมกับเนื้อเรื่องในนิยายให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อการเปลี่ยนผ่านมาถึง ตอนนี้นักอ่านเปลี่ยนพฤติกรรมไปแล้ว (ซึ่งอาจจะเป็นนักอ่านเดิมที่เปลี่ยนไป กับนักอ่านรุ่นใหม่ที่มีนิสัยชอบอ่านเงียบๆ ถือกำเนิดเยอะขึ้น) สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้ก็คือลองปรับโฟกัสครับ งานเขียนเรื่องหลังๆ ผมก็มีคอมเมนต์น้อยลงเหมือนกัน แต่ผมหันไปสนใจ "ยอดวิวรายตอน" โดยเฉพาะเมื่อลงตอนล่าสุด ยอดวิวขึ้นไหม ขึ้นไวแค่ไหน มันแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของนักอ่านที่ติดตามอ่านอยู่ครับ


"การกดหัวใจ" ในตอนต่างๆ ก็ช่วยได้ นักอ่านที่เขาชอบแต่ไม่รู้จะเม้นอะไร เขามักจะแสดงออกตรงนั้น ตอนไหนคนกดหัวใจเยอะ แสดงว่าตอนนั้นค่อนข้างอิมแพคนักอ่านพอสมควร


"คนติดตาม" ระบบนี้มีมานานแล้ว แต่การเห็นจำนวนคนติดตามเพิ่มขึ้นกี่ครั้งก็ยังทำให้ดีใจทุกครั้งครับ เท่ากับว่านักอ่านรับเรื่องของเราเข้าไปอยู่ในระบบแจ้งเตือนของเขา


"อ่านล่วงหน้า" อันนี้ผมพิสูจน์ฝีมือตัวเองไปเลยว่าสนุกพอให้คนอ่านเปย์ไหม ซึ่งมีคนตามซื้อตลอดนะ บาทสองบาทก็หยอดกระปุกไปจนกว่าจะเต็ม ให้กำลังใจด้วยเงินนี่ผมค่อนข้างชอบเป็นพิเศษ 555


สุดท้าย ผมเลยมองว่า "คอมเมนต์" เป็นรางวัลแจ็กพอร์ต ได้ยากหน่อย แต่ถ้าได้ก็ดีใจ เปิดแชมเปญฉลองรอบบ้านแค่นั้นเอง

1
Loniae 11 ต.ค. 64 เวลา 08:57 น. 4-1

ขอบคุณมากครับ

0
Blackturtle2017 10 ต.ค. 64 เวลา 23:57 น. 5

อยากจะพูดอะไรยาว ๆ ซึ่งอาจจะทำให้เรากลายเป็นนักเขียนที่คุณเกลียด (แต่เราว่าไม่น่าจะเกลียดหรอก งานเราไม่ดัง พูดถึงแง่นี้แล้วอยากโดนเกลียดแฮะ)

เราว่าคุณไม่ใช่นักเขียนชั้นต่ำ ตอนนี้คุณแค่เป็นนักเขียนจิตตก ช่วงจิตตกมันจะมืดมน มันจะไร้ทางออก และเหมือนจะเป็นเช่นนั้นตลอดกาล แต่พึงระลึกไว้ว่าสถานะไม่ได้สถิตถาวร

การอิจฉาเส้นทางของคนที่สำเร็จไปแล้วไม่ได้ช่วยอะไร เพราะนั่นไม่ใช่เส้นทางของคุณ สิ่งที่คุณทำได้คือมองหาเส้นทางที่คุณต้องการแล้วก้าวเดินออกไป คุณกำลังหยุดอยู่กับที่เพราะคิดว่าทางตรงหน้าคุณเป็นทางตัน และมีแนวโน้นว่าคุณกำลังจะวิ่งหนีมัน

เราว่าคุณซื่อสัตย์กับตัวเองนะ อะไรที่คิดว่าไม่ดีก็กล้าชี้จุดบอดออกมา เพราะงั้นมองดูดี ๆ คุณไม่ได้เขียนนิยายเพื่อความสนุก คุณเขียนนิยายเพื่อจะได้รับความรักหรือการยอมรับต่างหาก

เวลาที่คุณสงสารนักอ่าน ใจของคุณก็กลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถรักษาความรักที่ได้รับนี้ไว้ได้ ไม่ก็สงสัยว่าคนพวกนี้จะรอจะรักคุณได้จนถึงเมื่อไหร่

เขียนเพื่อให้ได้รับความรักเป็นไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันเป็นเรื่องที่ทรมานมาก ทำให้ริษยามากเมื่อเห็นคนอื่นได้รับความรักมากกว่า ทั้งที่คุณก็คิดว่าเขาไม่ได้ทุ่มเทมากเท่าคุณด้วยซ้ำ และยิ่งเจ็บมากตอนที่ตัวเองถูกเมินเฉยพาให้สงสัยเคว้งในตัวตนของตัวเอง

ที่เกลียดตัวเองก็เพราะว่าคาดหวัง เพราะว่ารู้ว่าตัวเองสามารถเป็นคนที่ดีกว่านี้ได้ เพราะรู้ว่าคุณสมควรได้รับความรัก

แค่ตอนนี้ยังไม่ได้รับ

ถึงมันจะบัดซบ แต่ถ้าไม่เขียนต่อ คุณจะหาความรักได้จากที่ไหนอีกไหม?

เพราะงั้นในฐานะนักเขียนที่ต้องการความรัก จงเขียนต่อไปจนกว่าจะได้รับความรักมากพอ

ถ้าต้องการก็ไปไขว่คว้ามา จะด้วยคุณภาพหรือปริมาณงาน ด้วยเล่ห์กล ด้วยหัวใจบริสุทธิ์ ไปเอามันมานั่นคือลิขิตแห่งชีวิตคุณ

2
Loniae 11 ต.ค. 64 เวลา 08:56 น. 5-1

ขอบคุณสำหรับคำเตือนมากครับ

0
Rujinpie 11 ต.ค. 64 เวลา 22:34 น. 5-2

กล่าวได้เยี่ยม!

0
WHITEROST 11 ต.ค. 64 เวลา 00:38 น. 6

การดูถูกและเกลียดตัวเองไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นนะคะ เพราะทุกอย่างเริ่มขึ้นจากตัวเรา ถ้าเกลียดตัวเองก็เท่ากับว่าชีวิตนี้จบสิ้นแล้วจริงมั้ยคะ คุณไม่ได้เลียดตัวเองหรอกค่ะ คุณแค่ยอมรับตัวเองในตอนนี้ไม่ได้เท่านั้นเอง จริงๆคำว่า "มีสติ รู้ตัว ยอมรับความจริง" อาจจะมีประโยชน์กับคุณตอนนี้ก็ได้นะคะ เพราะคุณยึดติดกับนักอ่านหรือคอมเม้นเหลือเกิน วันนึงที่มันหายไปคุณเลยไม่อยากเขียน แล้วมันก็พาบให้ไม่ชอบนักเขียนที่หยุดเขียนไปแต่ยังคอมเม้นให้กำลังใจคนอื่น


ยอมรับความจริง แล้วคิดสิคะว่าควรทำอะไรต่อไป ถ้าเหนื่อยก็พัก นักอ่านเขาเข้าใจค่ะ เขียนแจ้งเขาดีๆ การมาขุดหลุมฝังตัวเองแบบนี้ไม่ได้อะไรหรอกค่ะ นอกจากเสียเวลากับสุขภาพจิต


การที่คุณเกลียดการเขียนที่คุณเคยชอบมันก็มาจากความคิดดิ่งๆแบบนี้แหละค่ะ ลองปล่อยสิค่ะ ไม่ต้องเอาตัวเองไปเทียบกับเขา ไม่ต้องสนใจใคร ถ้าคุณบอกว่าตอนแรกคุณมีความสุขกับการเขียน คุณก็กับไปรักไปชอบได้ แค่ปล่อยความคิดลบๆต้อนนี้ให้ได้ แค่นั้นเองค่ะ

1
Loniae 11 ต.ค. 64 เวลา 08:55 น. 6-1

ขอบคุณมากจริงๆครับ

0
White Frangipani 11 ต.ค. 64 เวลา 02:46 น. 7

ก็แค่กระทู้ของนักเขียนชั้นต่ำคนนึง


สวัสดีค่ะ คุณเจ้าของกระทู้


เม้นต์นี้ เม้นต์เข้ามาให้กำลังใจนะคะ


แม้ว่าคุณอาจจะจงเกลียด จงชังเจ้าของเม้นต์เพียงไรในการที่คุณได้รับกำลังใจนี้ แต่ก็อยากที่จะให้กำลังใจคุณอยู่ดีค่ะ

(คือ เห็นคุณบอกว่าโกรธ เกลียดผู้ที่ให้กำลังใจคุณนะคะ ในยามที่คุณเหนื่อยหน่ายเช่นนี้ แต่เจ้าของเม้นต์จะไม่โกรธ ไม่เคืองคุณแต่อย่างใดนะ เพราะสิ่งที่เจ้าของเม้นต์จะให้คุณได้ ก็คือเพียงกำลังใจจริงๆ ค่ะ ในโอกาสนี้)


คือเพียงกำลังใจ และคำแนะนำเท่านั้น ที่จะให้คุณได้


คำแนะนำ ที่อาจจะช่วยให้คุณดีขึ้นได้ในชั่วเวลาที่คุณยํ่าแย่ เหนื่อหน่าย ท้อแท้ สับสนนี้นะคะ อยากบอกคุณว่า "คุณนะคะจงตั้งสติ และจงหยุด ที่จะฟุ้งซ่าน สับสน คล้ายคุณกระจัดกระจาย และพยายามที่จะละลายตัวตนของคุณเองลง ให้จงได้นะคะ"


คือ อ่านจากคำบอกเล่าของคุณแล้ว รู้สึกว่าคุณสับสน เหนื่อยหน่าย อ่อนล้า อ่อนแรง จนคุณรู้สึกว่าการเขียน งานเขียนเป็นอะไรที่ไม่สนุกสนานอีกต่อไป และยังก่อเกิดเป็นสิ่งที่ทำให้คุณกลายเป็นคนที่มีความเกรี้ยวกราด จนเกิดความโมโหโทโส และพาลไปทั่ว(แบบนั้นไหมคะ?)


ดูคุณกำลังเหนื่อยมากๆ จริงด้วยนะคะ


เหนื่อยจนไม่มีแรงจะไปต่อ แบบนั้นไหมคะ?


คุณไม่รู้ได้หรือคะว่า ความเหนื่อยหน่าย เหนื่อยเพลียนะคะ สามารถเกิดขึ้นได้ในคนเป็นธรรมชาตินะคะ


และเมื่อความเหนื่อยหน่ายบังเกิด คุณก็ต้องหยุด และต้องพักด้วย คุณจึงจะมีอาการดีขึ้นค่ะ


คือ ในยามที่คุณเหนื่อยหน่ายท้อแท้ คือคุณไม่มีความรู้สึกว่ามีความสุขสนุกสนานได้ นั้นแสดงว่าคุณต้องพักแล้วค่ะ


คือจิตใจ ร่างกาย มันให้สัญญาณกับคุณแล้วนะคะ ว่าคุณต้องพักค่ะ


เจ้าของเม้นต์อ่านๆ ข้อความของคุณทั้งหมดนั้นแล้ว ก็เข้าใจว่าคุณเพียงเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ หมดอารมณ์ คือคุณเหนื่อยจนทำให้ชีวิตหมดรสชาติ


คุณกำลังแย่มากๆ คือคุณเหนื่อยจนเกิดความพาล จนไร้ซึ่งเหตุผลอีกด้วย คือ แม้จะมีผู้ที่หวังดี ให้กำลังใจคุณ คุณก็ยังมีพาลโกรธ พาลโมโหเป็นการตอบรับ หรือตอบแทน


คือคุณนะคะ เหนื่อยจนหลุด...ไปจากที่คนสติดีๆ ควรจะเป็นแล้วนะคะ


ยังเห็นคุณหยามหมิ่นตัวคุณเองด้วย ในประโยคที่เป็นหัวข้อของกระทู้นะคะ


คือนี่ค่ะ


ก็แค่กระทู้ของนักเขียนชั้นต่ำคนนึง


คุณตีค่าของคุณเองยํ่า แย่ ตํ่าต้อยมากๆ แบบนี้ เท่ากับคุณนะคะ ควรจะหยุดพักก่อนนะคะ


คุณมีอาการไม่ดีนักเข้าให้แล้วนะคะ

(คุณต้องตื่นนะคะ)


คนเรานะคะเหนื่อยหน่าย ท้อแท้กับชีวิต กับทุกอย่างที่เราทำ เหตุเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คนเป็นธรรมดานะคะ เพียงแต่คุณจะยอมอยู่ในสภาพเช่นนี้ต่อไปจนคุณแย่กว่านี้ หรือว่าคุณจะหยุดพักก่อน เพื่อให้อาการดีขึ้น แล้วคุณไปต่อคะ?

(คุณเลือกนะคะ)


เพราะ อาการแบบนี้ มีทางเดียวที่จะช่วยได้ คือคุณต้องหยุดก่อน และพักก่อนนะคะ คือคุณกำลังเหนื่อยมากๆ นะคะนี่ เหนื่อยกาย เหนื่อยใจด้วยสินะคะ คุณจึงแย่ได้แบบนี้


อยากแนะนำ ให้คุณเข้ารับการตรวจเช็คร่างกายจากหมอนะคะ ทั้งนี้ การตรวจเช็คคุณภาพของเลือด เช่นคุณขาดสารจากวิตามินต่างๆ หรือขาดแร่ธาตุใดๆ ในเลือดไปบ้างหรือไม่?


เช่น แร่ธาตุเหล็ก วิตามินบีเป็นต้น(หรือแร่ธาตุแม้ชนิดอื่นๆ) คุณขาดไปหรือไม่ ?เพราะบางครั้งนะคะ หากเมื่อร่างกายพล่องไป ขาดไป จากวิตามิน หรือแร่ธาตุต่างๆ ร่างกายจะเหนื่อยเพลียง่ายๆ และเมื่อร่างกายเหนื่อยเพลีย จิตใจมันก็เข้าไปมีส่วน เพราะด้วยที่ร่างกาย และจิตใจมันมีส่วนร่วมกันและกันเป็นธรรมชาตินะคะ


และ การนอนให้พอเพียงก็เป็นสำคัญด้วยค่ะ คุณเหนื่อยเพลียมากๆ จนพาลพาโลโกรธเคืองทั้งตนเองและคนรอบตัวทั่วไปหมดแบบนี้ อาจจะมีสาเหตุมาจาก ร่างกาย ของคุณเหนื่อยมาก หรือเหนื่อยเกินไป ก็ได้นะคะ (คือลองๆ ค้นหาสาเหต ที่อาจจะเป็นปัจจัย ที่ทำให้คุณเหนื่อย จนท้อ จนไม่รู้สึกสนุกสนานก่อน ก็ดีนะคะ)


และการออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อการที่ร่างกายมีพลัง...ในทุกๆ วัน นั้นก็ช่วยให้เราสดชื่นได้ คุณนะคะ ออกกำลังกายบ้างหรือไม่คะ?


คุณต้องออกกำลังกายบ้างนะคะ


คุณลองๆ หยุดพักบ้าง คือลองทิ้งงานเขียนไปสักพัก ไปทำอย่างอื่นดูบ้างก็ได้ค่ะ หายเหนื่อยเมื่อไร และรู้สึกดีขึ้นแล้ว คุณกลับมาเขียนต่อก็ได้ค่ะ


คุณเจ้าของกระทู้มีแฟนหรือเปล่าคะ?

(ขออภัยนะคะ ที่ต้องถามเรื่องส่วนตัว และถ้าคุณมีแฟนนะคะ ยิ่งจะช่วยให้คุณเติมพลังได้เร็วขึ้นค่ะ เพราะคนที่มีคนรัก หรือมีความรักนะ คล้ายมีขุมพลังเลยด้วย เพราะความรักนะ เป็นขุมพลังธรรมชาติค่ะ)


หากคุณมีแฟนนะคะ คุณพาแฟนของคุณไปเที่ยว ในที่ ที่คุณคิดว่าเป็นสถานที่ที่คุณชอบ หรือ ในที่ ที่เป็นธรรมชาติ เช่น ภูเขา ทะเล ป่าเขา หรือชนบท ดูบ้าง และไปหลายๆ วันนะคะ หาอะไรๆ ที่คุณชอบ และสนุกๆ ทำด้วยกันเป็นเรื่องสนุกสนาน ในแบบที่คุณชอบ กับคนที่คุณรัก จะช่วยให้อาการเหนื่อยเพลียของคุณหายเป็นปลิดทิ้งเลยด้วยค่ะ


และหากร่างกายของคุณไม่ขาดแร่ธาตุใดๆ หลังให้คุณหมอตรวจเลือดแล้ว การไปเที่ยวพักผ่อนกับคนที่คุณรัก มีความผูกพันธ์ที่คุณจะท่องเที่ยวไปด้วย(ในที่นี้ คือแฟนของคุณนะคะ) ได้พักผ่อนบ้าง ทั้งร่างกาย และจิตใจ รวมการนอนให้เต็มอิ่ม สักอาทิยต์ หรือสักสิบวันนะคะ


คุณจะรู้สึกดีขึ้นมากๆ คุณจะร่าเริง มีพลัง เห็นโลกนี้สวยงาม มีความหวัง มีพลัง คล้ายเกิดใหม่เลยด้วยค่ะ (คุณทดลองนะคะ)


คุณจะมีพลังดีๆ ที่จะเดินหน้า ในการใช้ชีวิต และทำทุกอย่างต่อไป...ได้ ด้วยความสนุกสนาน ได้ชนิดเป็นปาฎิหารย์เลยทีเดียวค่ะ


คือ ทั้งหมดนี้นะคะ เป็นวิธีแนะนำให้คุณแก้ไขปัญหา...ที่เกิดขึ้น ที่ตัวคุณก่อนให้ถูกจุด หรือให้ถูกต้องนะคะ


คือเมื่อคุณเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ในระดับที่แย่ คล้ายไม่เหลืออะไรอยู่เลยในความรู้สึกแบบนี้ ของคุณ ในขณะนี้


ก็คงต้องแนะนำให้คุณแก้ไขที่ตัวคุณก่อนอื่นใด เป็นสำคัญ และน่าที่จะเป็นวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง เป็นที่สุดค่ะ(คือการที่จะลองสำรวจที่ตัวตนของเราก่อน แบบนั้นนะคะ)


คุณหยุดพักผ่อนก่อนนะคะ ไปพักผ่อน โรแมนติกกับแฟนคุณ และสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นธรรมชาติ จะช่วยได้ดีมากๆ ค่ะ จงตักตวงพลังด้วยจิต และใจให้เต็มที่ สักพักคุณจะดีขึ้นค่ะ


และอย่าลืมนะคะ นอนให้พอด้วยนะคะ

(และเหตุการณ์ของคุณเป็นเช่นไรต่อไป คุณอย่าลืมกลับมาบอกกล่าวเพื่อนๆ ในบอร์ด ผู้ที่ห่วงใยคุณด้วยนะคะ เขาทั้งหลายได้หายห่วงค่ะ )


ขอให้คุณดีขึ้น และ สามารถกลับมาเขียนนิยายได้ด้วยความสุข สนุกสนานต่อไปนะคะ


(และหากคุณจะติดเหรียญ ก็ขอให้ขายได้เงินเยอะๆ นะคะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png)



เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ


https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png



---------------------


กลับเข้ามาช่วยแนบสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าเที่ยว มีธรรมชาติที่สวยงาม เป็นสถานที่ ที่จะช่วยปลดปล่อยอารมณ์ที่ตกตํ่าได้ดีค่ะ สถานที่เหล่านี้ เมื่อเที่ยวแล้วน๊าจะช่วยให้ผ่อนคลายดีค่ะ


ในยามที่มีความเหนื่อยหน่าย จนหาความรู้สึกสนุกสนานในการทำสิ่งใดๆ ไม่ดี ไม่ได้ เช่น อาการของคุณเจ้าของกระทู้นี้นะคะ คือ ในกรณีนี้ เจ้าของเม้นต์คิดว่าการพักผ่อน ด้วยการท่องเที่ยวไปในสถานที่เช่นในคลิป เพื่อปลดปล่อยอารมณ์บ้าง อาจจะช่วยได้ดีค่ะ


คิดแบบนี้แล้ว ก็ขออนุญาตช่วยแนบสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นธรรมชาติ ที่ดียิ่งของไทยมาให้คุณด้วยนะคะ(ขอนุญาตนะคะ หวังว่าจะไม่โกรธเคืองกัน ด้วยที่มีความหวังดี ต่อคุณนี้นะคะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png)


นี่เลยค่ะ สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าเที่ยวมากๆ


https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png



ที่เมืองไทยก็มีแบบนี้ด้วย



2
Loniae 11 ต.ค. 64 เวลา 08:53 น. 7-1

ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคำแนะนำมากจริงๆครับ

0
Rujinpie 11 ต.ค. 64 เวลา 22:36 น. 7-2

เห็นด้วยมาก ๆ เลยครับ

0
เมล่อนเมย์ 11 ต.ค. 64 เวลา 05:15 น. 8

ชอบก็เขียนไป ไม่ชอบหรือเบื่อแล้วก็พักเติมแรงบันดาลใจ แนะนำให้ไปกินไอติมไม้ละ5บาทก่อน รสทุเรียนอร่อยมาก แฮร่

0
SayWindy 11 ต.ค. 64 เวลา 07:46 น. 9

ความรักที่นักอ่านมอบให้มีค่าค่ะ แต่ว่าบางทีโลกก็ไม่ได้ใจดีกับทุกคน

ทุกคนมีช่วงตกต่ำ การจะลุกขึ้นมาได้อีกครั้งก็ต้องใช้เวลา จนเมื่อมองกลับไปข้างหลังนั่นล่ะถึงจะเพิ่งรู้ตัวว่ามันก็แค่นี้เองนี่หว่า


0
smiley_moon 11 ต.ค. 64 เวลา 09:36 น. 10

มันชัดเจนดีที่ เรารู้ตัวว่าเราเกลียดอะไร

งานเขียน คงไม่มีชนชั้น

0
23Warapon 11 ต.ค. 64 เวลา 10:42 น. 11

นิยายเรื่องแรกของเราตอนแรกมีคนติดตาม 12 คน เราร้องไห้หนักมากอยู่ 4 วัน แล้วก็ตัดสินใจพยายามเขียนต่อไปจนจบ พอนิยายจบ เราก็ร้องไห้อีกสี่วันเพราะผลลัพธ์ไม่ดีค่ะ


แต่เราก็ตัดสินใจเขียนนิยายต่อไป โดยฝึกตัวเองมากขึ้น อ่านนิยายของคนอื่น สะสมคลังศัพท์ แล้วสังเกตว่านักเขียนดังเขาเรียงฉากยังไง เราจดลงสมุดเป็นร้อยกว่าฉากค่ะ จนจับแนวทางได้


พอเขียนนิยายเรื่องที่สอง ตอนแรกก็ยอดวิวเยอะค่ะ ต่อมายอดวิวก็น้อยลงไปเรื่อยๆ เราก็จิตตกจนหยุดเขียนไปพักหนึ่ง แล้วโหมอ่านนิยายคนอื่นจนมาจับจุดได้ว่านิยายที่สนุกต้องเขียนจากใจ มองเห็นภาพในใจก่อนแล้วเขียนออกมา ไม่ใช่ตั้งใจประดิษฐ์ตัวอักษรอย่างเดียว


ตอนนี้ก็กลับมาเขียนนิยายต่อค่ะ แม้ยอดวิวจะน้อยกว่าตอนต้นเรื่อง แต่เราเขียนเพื่อฝึกฝนฝีมือตัวเองค่ะ


ยิ่งเขียนมาก อ่านมาก ก็ยิ่งเก่งขึ้น วันนี้เราเขียนแล้ว ยอดวิวอาจจะน้อย แต่ถ้าเราฝึกเขียนไปเรื่อยๆ เราก็จะเก่งขึ้นจนยอดวิวมากขึ้นเอง


เราได้ดูคลิปของหมอสมอง หมอบอกว่ายิ่งเราฝึกทำอะไรบ่อยๆ สมองส่วนนั้นก็จะพัฒนาขึ้น เช่น สมองส่วนทิศทางของคนขับแท็กซี่ในลอนดอนจะใหญ่กว่าสมองส่วนทิศทางของคนทั่วไป เพราะการฝึกขับบ่อยๆ ค่ะ


ตัวเราเองนั้น ทั้งอาชีพในชีวิตจริงและการเขียนนิยาย เราไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่แรก เราล้มเหลวประจำ แต่เราพยายามต่อ เพราะเราไม่อยากแพ้ ตราบที่เรายังพยายามต่อไป เรายังมีโอกาสชนะ เราหาความรู้เพิ่ม และเปลี่ยนวิธีการบ่อยๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ใหม่


เราเขียนนิยายแล้วยอดวิวน้อย เราเขียนต่อไปได้ เพราะเราเขียนเพื่อฝึกตัวเองให้เก่งขึ้นค่ะ แล้วเราก็พยายามจับจุดด้วยว่านิยายเราต่างจากนิยายดังยังไง เราสังเกตว่านิยายดังจะทำให้คนอ่านฟินค่ะ ไม่ดราม่า ตัวละครมุ่งไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อ่านแล้วมีความหวังน่ะค่ะ ตัวเราเองพอเขียนฉากดราม่าปุ๊บ ยอดวิวหายไปประมาณ 300 คน ก็จ๋อยเลยค่ะแต่ก็ได้บทเรียนที่มีค่าค่ะ


ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ เราเข้าใจคุณค่ะ

ในส่วนของตัวเราเองนั้น ถึงเราจะไม่ใช่นักเขียนดัง ยอดวิวไม่เยอะ แต่เราก็คิดว่าเราไม่ใช่นักเขียนชั้นต่ำ เพราะแค่เขียนด้วยใจรักและสามารถให้กำลังใจตัวเองได้ ก็เพียงพอที่จะเป็นนักเขียนที่ดีแล้วค่ะ
3
ริญญดา 12 ต.ค. 64 เวลา 18:14 น. 11-1

กลับมาเขียนแล้วหรือคะ ดูเหมือนไม่เห็นอัปเดทนานอยู่

ยังเป็นกำลังใจให้นะคะ


เราไม่ได้เขียน เพี่ยงเพราะไม่มีเวลาและที่ทำงานมีปัญหาเยอะ

การเขียนนิยายสำหรับเราตอนนี้วางมือก่อน กำลังสนุกกับการท้าทายอำนาจผู้บริหารหน่วยงานอยู่

ดูเหมือนชีวิตมีสีสันไม่น้อยเลยช่วง 2-3 เดือนมานี้

แม้บางทีเราก็เลือดอาบอยู่บ้าง

แต่ยังไงเราก็เชื่อเสมอว่า.. ความถูกต้อง ถูกระเบียบ

มันคือจุดยืนที่มั่นคงที่สุด หากเราไม่ยอมแพ้ไปกับการถูกบีบให้หุบปากแล้วยอมแพ้กับความไม่ถูกต้อง/คนที่ทำไม่ถูกไปเสียก่อน



0
23Warapon 14 ต.ค. 64 เวลา 14:15 น. 11-2

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะคุณริญญดา กลับมาเขียนเรื่องใหม่น่ะค่ะ =)


เห็นด้วยกับคุณริญญดาค่ะว่าความถูกต้องคือความมั่นคงที่สุด ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณที่ยังจำเพื่อนเก่าได้ค่ะ =)

0
ริญญดา 15 ต.ค. 64 เวลา 12:59 น. 11-3

เราไม่ได้แตะนิยายมา 6 เดือนแล้วค่ะ

ยังไม่ว่างจากงานและร้อยประการที่เหนื่อยใจ


อยากบำบัดสมองด้วยการเขียนนิยาย แต่ยังไม่สะดวกจะทำเลยค่ะ

เวลาที่ได้เขียนนิยาย จะลืมเรื่องอื่นไปทุกสิ่ง

แต่ตอนนี้ชีวิตจริงต้องเอาให้รอดก่อนค่ะ 555+


0
MonThan* 11 ต.ค. 64 เวลา 11:12 น. 12

เราให้กำลังใจได้ไหม เพราะว่าเรายังเป็นนักเขียนอ่อนหัดอยู่เลย ยังไม่ค่อยมีคนอ่านงานเลยค่ะ

เราเข้าใจความรู้สึกนะคะ เราคิดว่าเราแกร่งพอสมควร พอมาลองลงนิยายจริงๆ มันก็มีช่วงรู้สึกดาวน์อยู่บ่อยครั้งเหมือนกัน แต่เราคิดเสียว่ามันเป็นแค่ความรู้สึกหนึ่ง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ผสมๆ กัน

เราเพิ่งมาคิดได้ว่า

ถ้าเราอยากจะได้แต่ความสุขเพียงอย่างเดียวจากการเขียน ก็อย่าเอามาลงให้คนอื่นอ่าน พอเอานิยายมาลงแล้วมันจะมีความคาดหวังอยู่เสมอ เหมือนกับว่า ถ้าเลือกที่จะเผยแพร่ให้คนอื่น ก็ต้องยอมรับให้ได้ว่า มันจะต้องมีทั้งความสมหวัง ผิดหวัง ทุกข์ใจ สุขใจ โผล่เข้ามาแน่ๆ เราเรียกว่าหลักการ All or Nothing (หลักการมั่วๆ สำหรับปลอบใจตัวเอง)


ถ้าคุณทุกข์ใจ เอามาเขียนระบายนะดีแล้วค่ะ เราเชื่อว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้น

0
F e n g M i i 11 ต.ค. 64 เวลา 12:31 น. 13

ไม่รู้ว่าถ้าให้กำลังใจมากไปจะถูกเกลียดไหมนะคะ 555


เราเป็นนักเขียนที่อยู่กับเว็บนี้มาตั้งแต่ยังมีเด็กหญิงนำหน้าค่ะ นิยายเรื่องแรกๆยอดวิวยอดเฟบไม่เยอะเลย แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร คงเพราะตอนนั้นเด็กมากมั้งคะ555

พอนิยายเรื่องต่อๆมาเริ่มมีคนกดติดตามเยอะมากขึ้น เราก็รู้สึกดีใจมากๆและเริ่มมองในแง่ที่ว่า “ตอนนี้น่าจะมีคนอ่านประมาณเท่านี้ในหนึ่งวัน” หรือ “น่าจะมีคนกดเฟบมากขึ้นกี่คนในหนึ่งวัน” ผ่านไปสักพัก ยอดวิวก็เริ่มน้อยลงค่ะ จนปัจจุบันนี้มีคนอ่านแค่ไม่ถึง 10% ของจำนวนคนติดตามทั้งหมด…หน้าชาเหมือนโดนตบเลยค่ะ555


มันท้อจริงๆนะคะ55555//แอบปาดน้ำตา


เคยคิดจะเลิก ดองนิยายไปสองสามเรื่อง แต่ก็คิดถึงใจคนอ่านว่าเค้าจะรู้สึกยังไง ในเมื่อมันยังมีคนอ่านอยู่ ต่อให้มีแค่หนึ่งวิว ก็ยังมีหนึ่งคนที่รอเราอยู่ค่ะ เราไม่ได้จะให้กำลังใจคุณแบบจับมือแล้วบอก “ฉันเข้าใจคุณ” หรอกนะคะ แต่อยากให้รู้ไว้ว่าเราจะพยายามไปกับคุณค่ะ เส้นทางนักเขียนของเราตอนนี้กำลังมีอุปสรรคและเราก็อยากจะผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปให้ได้และเติบโตขึ้นทั้งในความเป็นนักเขียนและความเป็นคนธรรมดา เราคิดว่านี่ก็คืออีกหนึ่งบททดสอบชีวิตของคุณด้วยค่ะ และเรามั่นใจว่าคุณจะต้องผ่านมันไปได้ด้วยดีแน่ๆ (//สะบัดพู่) ตอนนี้สิ่งที่คุณอาจต้องการมากที่สุดคือการนอนพักผ่อนสบายๆ ขนมอร่อยๆหรือหนังเรื่องโปรดที่ดูแล้วผ่อนคลาย ทำสิ่งที่คุณคิดว่าทำแล้วมีความสุข และได้โปรดอย่าเกลียดตัวเองเลยนะคะ เพราะต่อให้ทุกคนในโลกนี้เกลียดคุณ มันก็จะยังไม่น่าเจ็บใจเท่าการที่คุณเกลียดตัวเอง เราไม่เข้าใจหรอกนะคะว่าความเกลียดของคุณที่มีต่อตัวเองตอนนี้มันถึงขั้นไหน เพราะเราไม่ค่อยรู้สึกแบบนั้น(บอกตรงๆเลยแล้วกัน 555) แต่เราพอจะรู้ว่าความท้อแท้มันทำอะไรกับคนเราได้บ้าง


อ.ชีวะของเราเคยบอกนะคะว่า “นักเรียนเคยชนะมาแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ตอนที่เสปิร์มที่จะมาเป็นนักเรียนวิ่งชนะทุกตัวที่เหลือ” ตอนนั้นทั้งขำทั้งฮึกเหิมค่ะ ไม่รู้ว่ามาบอกแบบนี้กับคุณ คุณจะรู้สึกว่าเหมาะมั้ย แต่ทุกครั้งเวลาที่เรารู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็น loser ก็จะคิดถึงประโยคนี้แล้วก็ขำจนอารมณ์ดีขึ้นมาตลอดเลยค่ะ ลองหาประโยคที่จะช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นแล้วพูดกับตัวเองบ่อยๆนะคะ อย่าลืมยิ้มให้ตัวเองบ่อยๆด้วยน้าาาาา


ปล. ถ้าคำไหนที่เราพิมพ์ไปแล้วมันไปสะกิดใจคุณในทางที่ไม่ดี ขอโทษมาตรงนี้ด้วยใจจริงเลยนะคะ

0
11 ต.ค. 64 เวลา 12:54 น. 14

ในคำพูดที่ว่า"นักเขียนเหล่านั้นยังละทิ้งงานเขียนของตนที่มีคนอ่านมากมาย กำลังใจมีให้ล้นหลาม เขาทิ้งได้ยังไง มีแนวคิดอะไรทั้งที่มีแรงหนุนมากมายขนาดนั้น" เรื่องนี้ผมมองว่ามันเป็นเหตุผลส่วนบุคคลเสียมากกว่า บางคนก็มีหน้าที่การงาน บางคนก็ไม่ได้คิดอะไร บางครั้งแค่ได้เขียนก็พึงพอใจแล้ว ส่วนตัวผมก็เคยเขียนนิยายที่ดูท่าทางว่าจะรุ่งอยู่เรื่องหนึ่งแต่ผมไม่ได้เขียนต่อแล้วเททิ้งไป เหตุผลแก้ตัวง่าย ๆ ของผมคือผมไม่พึงพอใจกับนิยายของตัวเอง ตอนแรก ๆ ในความคิดของตัวเองผมคิดว่าผมทำออกมาได้ดีจนกระทั้งตอนต่อ ๆ มา ยิ่งเขียนผมก็ยิ่งได้พบข้อผิดพลาดของตัวเอง มันทำให้ผมคิดว่านิยายของผมนั้นมันแย่จนไม่ผ่านมาตรฐานแล้วก็หมดไฟไป โดยส่วนตัวแล้วผมมีนิสัยที่ไม่ชอบกับความผิดพลาดของตัวเองทำให้ชอบลบนิยายทิ้งบ่อย ๆ ถามว่ารู้สึกผิดไหม ตอบเลยว่ารู้สึก แต่ผมใส่ใจกับความรู้สึกของตัวเองมากกว่าจะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่โดยแรกแล้วผมเขียนนิยายก็เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง การที่นักอ่านได้อ่านแล้วมีความสุขนั้นเป็นผลตอบแทนส่วนหนึ่งของความพยายาม ปล.ถึงเหตุผลส่วนหนึ่งจะมีส่วนเกี่ยวกับเกมก็เถอะ ให้มองว่านี่เป็นความคิดเห็นจากนักเขียนที่ไร้ความรับผิดชอบคนหนึ่งก็ได้ ปล2.มาหาที่ระบายความคิดเฉย ๆ ปล3.แล้วก็ไม่มีนักเขียนคนไหนที่ชั้นต่ำหรอกนะ มีแต่นักเขียนที่ดูถูกตัวเองเท่านั้นแหละที่กล่าวอย่างนั้น หากนักเขียนไม่เชื่อในตัวเองแล้วนักอ่านจะเชื่อในนักเขียนได้ยังไงล่ะ?

0
11 ต.ค. 64 เวลา 12:57 น. 15

พักก่อนค่ะ แล้วเลิกโทษตัวเอง เลิกโกรธตัวเอง เลิกเกลียดตัวเอง มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยค่ะ ใช้เวลานี้ไปทำให้ตัวเองดีขึ้น ใช้เวลานี้ไปพักผ่อน หายไปสักสามเดือนก็คงไม่เป็นไรหรอก แจ้งคนที่ติดตามผลงานตัวเองไว้ แล้วก็ใช้เวลานั้นไปรักษาตัวเอง ให้ดีขึ้น พักผ่อนให้พอเพียง ดูหนังฟังเพลงที่ทำให้ผ่อนคลายค่ะ แล้วมันก็จะดีขึ้นเอง และอย่าคิดมากในเรื่องเดิมๆ ถ้าซึมซับความรู้สึกนั้นมากไป มันคงไม่ดีค่ะ อาจจะทำให้ตัวคุณเอง เกิดเป็นโรคซึมเศร้าได้ค่ะ


ใช้เวลาที่คุณไปพักนี้ ให้เป็นประโยชน์ พักและก็คิดว่าจะกลับมาทำยังไงให้ตัวเองรู้สึกดีในการเขียนค่ะ


0
이브KazYuto 11 ต.ค. 64 เวลา 14:14 น. 16

กาลผ่านไปของเวลามีขึ้นทุกวัน ต่างคนต่างมีความคิดของตน แต่สิ่งสำคัญคืออย่าได้ดูถูกตนเองเพราะมันจะเปรียบเสมือนหลุมดำที่ดูดเอาตัวตนของคุณไป อาจรู้สึกท้อแท้แต่ความสำเร็จมันรเราอยู่เพราะงั้น ต้องสู้ให้กับอุปสรรคตรงหน้านี่ครับ ผมก็เคยรู้สึกนอย ๆ ไป 2ปีกว่า พึ่งกับมาได้ไม่กี่ปี แล้วก็ำให้เรารู้ว่า เราปล่อยเวลาผ่านไปโดยเสียเปล่า พลาดอะไรไปหลาย ๆ อย่าง เพราะงั้นมาทำความฝันและสิ่งที่รักให้มีความสุขกันดีกว่าครับ!

0
ยืนงงในดงแมวP 11 ต.ค. 64 เวลา 14:55 น. 17

ขอแชร์มุมมองในฐานนะ คนอ่าน แล้วกันนะคะ

เราอ่านนิยายเยอะมาก อ่านเกือบทุกแนว

ส่วนมากจะเป็นช่วงๆ ตามอารมย์ เบื่อแนวนี้ก็ไปแนวนู้น

เรื่องไหนสนุกจะค่อยๆ ละเมียดอ่าน

ช่วงไหนเบื่อมากๆ แต่ยังอยากอ่านอยู่ เพราะติดเป็นนิสัยว่าต้องได้อ่านนิยาย

ก็หาเปิดอ่านเรื่องใหม่ตามเวปอ่านนิยายไปเรื่อยๆ

เจอเรื่องสนุกน่าสนใจหลายเรื่อง นิยายแปลสนุกๆ ก็เยอะ

หลายเรื่องที่โดนนักเขียนเท และหลายเรื่องเราก็เทเอง

ซึ่งมีเหตุผลคร่าวๆ คือ

1. ทำให้รอนานเกิน (บางเรื่องนักเขียนอาจจำเป็นจริงๆ หรือบางคนเราไม่รู้ แต่ที่รู้คือ พอสนุกๆ มา คอมเสียบ้าง มือถือเสียบ้าง กลับบ้านต่างจังหวัดไม่มีเนตบ้าง ...)

2. โดนสำนักพิมพ์เอาไปดอง

3. ขาดความสมเหตุสมผลของต้นเรื่อง กลางเรื่อง

4. ออกทะเล

5. ผูกปมไปเรื่อย แบบไม่มีสาระสำคัญ

6. มีตัวที่เด่นกว่าตัวเอกของเรื่อง โดยส่วนตัวแล้วว่ามันไม่ควร เช่น นางเอกเป็นพี่สาวคนกลาง แต่เรื่องปูมาเสมือนน้องสาวคนเล็กจะเป็นนางเอก อะไรจะน่าเอ็นดูขนาดนั้น


เราในฐานะคนอ่านเชื่อว่า นักเขียนทุกคนทุ่มเท

กลั่นทุกถ่อยคำมาจากสมองให้นักอ่านอย่างเราได้เสพความสนุก

แต่ทุกบท ทุกคำ อาจไม่ตรงใจใคร หากมีใครติเพื่อก่อ

ก็อยากให้ท่านนักเขียนโปรดรับฟัง เพื่อจะได้พัฒนาในงานเขียนตัวเอง

เราเป็นแค่คนอ่าน ที่ไม่มีพรสวรรค์หรือความทุ่มเทแบบนักเขียนหลายๆ ท่าน

ได้แต่มาให้กำลังใจสำหรับนักเขียนที่ทำเต็มที่ ได้แต่ขอบคุณที่ทำให้เรามีนิยายสนุกๆ อ่าน

ขอบคุณค่ะ


0
Amasu 11 ต.ค. 64 เวลา 14:58 น. 18

ถ้าไม่อยากเขียน งั้นก็ไม่ต้องเขียนมันซะก็สิ้นเรื่อง


ถ้าแม้แต่ตัวเองเขียนนิยายออกมาโดยไม่มีความสนุก หวังแต่เพียงยอดไลค์เป็นจุดหมายที่ตั้ง สุดท้ายความสนุกที่จะมอบให้แก่คนอื่นผ่านงานเขียนของตัวเองมันก็ล้มเหลวทั้ง-สิ่งที่เรียกว่า "ยอดไลค์" และ "ความสนุก"


ไม่ต้องเอาคนอื่นมาเปรียบเทียบเลย พวกนั้นจะทำอะไรหรือจะคิดอะไร จะเขียนอะไรเราไม่สามารถรู้ได้ และไม่ต้องขวางโลกบอกว่า "รับไม่ได้กับคนที่พยายามแต่สุดท้ายก็ทิ้งความพยายามเหล่านั้น" คนที่ทิ้งความพยายามเหล่านั้นไม่มีวันให้กำลังใจคนอื่นหรอก


เพราะอะไรเหรอ? เพราะคนที่ทิ้งความพยายามของตัวเองเขาจะเห็นคนอื่นขัดตา รู้สึกอยากขัดแข้งขัดขาคนอื่น เห็นคนอื่นดีไม่ได้มันต้องซ้ำเติม ทำไมเราทำไมไม่ได้แต่-หมอนี่มันทำได้ ไม่ยอมเด็ดขาด


นั้นต่างหากคือคนที่ทิ้ง "ความพยายามของตัวเอง" ไม่เคารพตัวเองไม่พอ โทษตัวเองไม่พอ ยังจะฉุดคนอื่นให้เกลือกกลิ้งไปด้วย นั้นเป็นคนที่สมควรจะโกรธและชักสีหน้าใส่


จะว่าเรารุนแรงก็ได้ จะว่าไร้หัวใจและโวยวายไร้สาระก็ได้นะ แต่เราไม่ชอบคนที่ออกมาโทษนู่น โทษนี่ โทษคนอ่านอย่างนั้น โทษคอมเม้นท์อย่างนี้


ในเมื่อเราเกิดข้อสงสัยว่า ทำไม? เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงคนอ่านน้อยลง? มันไม่สนุกเหรอ? มันไม่สนุกตรงส่วนไหน(คำหยาบ)?


เราก็แค่เอางานเขียนของเราขึ้นมาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ หาจุดผิดและเปรียบเทียบกับคำวิจารณ์(ในกรณีที่เขียนเพื่อเอาเงิน)ว่าตรงส่วนไหนที่ทำให้อารมณ์ของคนอ่านมันลดลง


ถ้าหามันไม่เจอก็หยุดเขียนไปซะ หาอะไรอย่างอื่นทำ เดินเล่น ทำกับข้าว นั่งอยู่เฉยๆผ่านไปวันๆ ถ้ามีสัตว์เลี้ยงก็เล่นกับมันสักหน่อย วันดีคืนดีก็หยุดพักสักระยะ(กี่วันกี่เดือนก็ได้) หานิยายเรื่องไหนก็ได้ที่เราอยากจะอ่านมันจริงแล้วอ่านมันไปเรื่อยๆ วันนี้อ่านถึงบทนี้ วันนี้จบถึงเล่มนี้ หรืออ่านสักหน้าละกัน(ฮา แต่เราทำนะ)


ถ้าอยากจะเอ็กซ์ตรีมก็ง่าย ลุกจากหน้าจอคอมแล้วออกไปใช้ชีวิตซะ ออกไปทำอะไรก็ได้ ช่างหัวนิยายที่เขียน ช่างมันทุกอย่าง ออกไปใช้ชีวิต ถ้าอยากจะเขียนก็กลับมาเขียนมันซะ


จำเอาไว้ อย่าให้อะไรมาผูกมัดเรา ถ้าเป็นนักเขียนอาชีพก็อย่าพยายามกดดันตัวเองหรือฝืนดันทุรัง ไม่งั้นงานที่เขียนออกมามันจะ ห่วย โคตรห่วย โคตรของโคตรห่วย จนเราย้อนกลับไปอ่านมันอีกครั้งเมื่อผ่านไปหลายปี จะมีความรู้สึกอยากจะต่อยหน้าตัวเองสักหมัด กระทืบมันสักเท้าหรือสองเท้าข้อหา "ตอนนั้นเขียนอะไรลงไป?"


ดังนั้นถ้าไม่อยากเขียน ก็ไม่ต้องเขียนมันซะ ไม่มีใครบังคับมือเรา ไม่มีใครมาหยุดความคิดของเรา ไม่มีใครมาหยุดจินตนาการของเรานอกจากตัวเราเองที่จะผูกมัดมันไว้แล้วกระโดดลงน้ำจมไปด้วยกัน


จะ ขอบคุณเหรอ? ไม่ต้องการ ถ้าจะขอบคุณก็ไปเขียนงานเขียนซะ เขียนได้ และเขียนออกมาดีเมื่อไหร่นั้นละถือว่าได้รับคำขอบคุณ


https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-07.png

1
♡โรสลิน ผู้ใฝ่ฝัน♡ 11 ต.ค. 64 เวลา 19:50 น. 18-1

สุดกับเม้นนี้ค่ะ เราเห็นด้วยกับเม้นนี้นะ เพราะถ้ามองผลงานคนอื่น เพ่งเล็งแต่ผลงานคนอื่นเอามาเปรียบเทียบ มันก็ไม่ได้อะไรหรอกค่ะ นอกจากความอิจฉา เนื้อน้อยใจต่ำใจตัวเอง จนแทบจะไม่เห็นว่าผลงานของตัวเอง จะมีดีอย่างไร แล้วก็มานั่งน้อยใจอยู่อย่างนั้น สู้เอาความน้อยต่ำใจมาเขียนนิยายให้มันดีกว่านะคะ เชื่อเถอะว่าคนที่ติดตามคุณจะกลับมาติดตามคุณ เหมือนเดิมแหละค่ะ

0
หัวหอมซ่าส์ 11 ต.ค. 64 เวลา 16:19 น. 19

เราเป็นรักอ่านไม่ใช่นักเขียน แต่เราอยากจะบอกว่า นักเขียนมันน้อยกว่านักอ่านมากๆๆๆๆ บางคนชอบที่จะเขียน เลยมาเขียนแต่อาจจะได้คำติบ้าง ชมบ้าง รับได้บ้างไม่ได้บ้าง เลิกเขียนไปเยอะก็มี การที่จะประสบความสำเร็จเรยมันไม่มีทางลัดหรอก คุณต้องพยายาม พยายามอีก พยายามมากขึ้นอีก ต้องเจอความกดดันมากมาย ขี้นอยู่กับคุณจะมีวิธีการจัดการแบบไหนถึงจะผ่านไปได้ คุณอาจจะหาคนช่วยอ่านก่อนลงเผยแพร่ก่อนก็ได้ จะได้ช่วยลดความกดดัน ขอให้นักเขียนทุกคนสู้ๆนะคะ ยิ่งดังยิ่งกดดัน คนคาดหวังเยอะ

0
กชพร / เสี่ยวเหลียน 莲花 11 ต.ค. 64 เวลา 22:17 น. 20

ถ้าแม้แต่คุณที่เป็นคนสร้างนิยายยังไม่รักมัน แล้วใครจะรักมันละคะ ก่อนรักมันต้องรักตัวเอง อย่างน้อยถ้าไม่รักก็อย่ากดค่ามัน ความผิดหวังเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ อยู่ที่ว่าคุณอยากผ่านมันไปได้หรืออยากจมกับมัน เราไม่เข้าใจคุณหรอกนะบอกตรงๆ คุณกำลังสับสน คำพูดเรียงมาอ่านพอรู้เรื่องแต่จับจุดไม่ได้ รู้แค่ว่าคุณกำลังเหนื่อย คุณกำลังไม่ไหว ในใจคุณเอาแต่ถามว่าก็ทำดีแล้ว ทำไมผลตอบรับไม่ดีใช่มั้ย เริ่มแรกเราก็เคยเขียนงานเพราะความสนุก พอโดนรีแอค สิ่งที่เจอคือความ-ของคนเม้นท์ค่ะ555 เคยต้องหยุดเขียนไปหลายปีเพราะรับไม่ได้ เราว่างเปล่า เรารู้สึกแย่ เราคิดเหมือนคุณเลยตอนนั้น งานฉันแย่สินะถึงเจอแบบนี้ แต่พอเราสะสม เราอ่านงานคนอื่น เราอิจฉาค่ะ ทำไมเขาเขียนได้ ทำไมเขาไปต่อได้ แล้วมองมาที่ตัวเอง พอดีเราเป็นคนชอบเอาชนะ เลยเอาชนะตัวเองเลย เจ็บเหมือนกันกว่าจะได้ เหนื่อยด้วย ตอนนี้ก็ยังมีคำถามแบบนี้ในใจตลอด สิ่งเดียวที่ทำได้ถ้ายังอยากเขียนต่อไปคือทำใจ ว่าเราอาจเจอภาวะนี้บ่อยๆ ความเครียด กดดัน คาดหวัง มันจะมาในทุกๆครั้ง เราไม่บังคับให้คุณเขียนต่อหรือจะรู้สึกดีขึ้น คนที่ทำให้มันรู้สึกดีขึ้นคือตัวคุณเอง ในเมื่อคุณอิจฉาเขา คุณก็ต้องเหนือกว่าเขาให้ได้ คุณต้องเก่งให้ได้กว่าตัวเองในเมื่อวานที่ขี้อิจฉาไปวันๆ ผลลัพธ์ไม่ได้เห็นในวันสองวัน คุณกล้าพอจะสละเวลาสักปีสองปีเพื่อลองมั้ยละ ถ้ากล้าก็เอาเลย พิสูจน์ตัวเองเลยว่าเจ๋งพอ รอดูนะ

0