Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

คุณอ่านหนังสือเยอะแค่ไหนถึงตัดสินใจเป็นนักเขียน?

ตั้งกระทู้ใหม่
ตั้งกระทู้ใหม่

ตามหัวข้อค่ะ 
แล้วอะไรที่ทำให้รู้สึกว่า ฉันพร้อมแล้ว ที่จะเขียนเองสักเรื่องหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น

>

19 ความคิดเห็น

TheStranga 14 ต.ค. 64 เวลา 11:37 น. 1

จินตนาการบวกกับส่วนประกอบต่างๆที่เคย อ่าน ฟัง เล่น ที่ผ่านๆมาครับ เลยอยากเขียนอะไรลงไปแชร์ให้ใครสักคนอ่าน ฮ่าๆๆๆ

0
varunyanee 14 ต.ค. 64 เวลา 11:52 น. 2

ต้องได้ลองเขียนก่อนค่ะ

0
Ciel En Rose 14 ต.ค. 64 เวลา 12:18 น. 3

ครั้งแรกที่เขียน แค่อยากเขียนจินตนาการออกมาเป็นตัวอักษรค่ะ ไม่ได้คิดเรื่องพร้อมไม่พร้อม รู้แค่ต้องฝึกหัดเขียนออกมา ตอนแรกๆ โดนติเยอะมาก ต่อมาเลยหัดเขียนเป็นเรื่องสั้น ซึ่งช่วยได้สำหรับนักเขียนฝึกหัดอย่างเรามากค่ะ และตอนนั้นพบว่า นี่แหละเส้นทางที่ทำให้สามารถก้าวเดินต่อไปได้ ตอนนี้ก็พยายามฝึกฝนกับเรื่องยาวอยู่ค่ะ

ลองเขียนดูนะคะ^^

0
이브KazYuto 14 ต.ค. 64 เวลา 12:40 น. 4

อธิบายไม่ถูกแหะ แค่คิดว่า ขึ้นปี 64 ต้นปีนี้ต้องเขียนให้ได้มันก็เลยลื่นไปไกลกว่าที่คิด แทบไม่ได้คิดอะไรกับมันเลย เพราะแต่งฟิคเล่น ๆ ไปก่อน พอนานเข้าก็ผันไปเขีนเรื่องของตัวเองจริงจัง เพราะชอบแนวนี้ แต่ยิ่งเขียนมากเท่าไหร่ เราก็ต้องรู้ว่าถ้าเขียนเอาสนุกก็ได้ เพียงแตาครอบครัว ไม่ได้เห็นว่ามันเป็นงานหลักขนาดนั้นก็ต้องทำควบงานที่ชีวิตประจำวันต่อไป ง่าย ๆ ถ้าพร้อมก็ลงเลย ไม่เกี่ยวว่าจะเขียนดีไม่ดี เพราะแรก ๆ เขียนไม่ดีก็เยอะแต่ก็ปรับเปลี่ยน มาเพราะแต่ละคนอาจ จะเป็นนักอ่านมาก่อน นักวาดก็ได้เพือบางคนทำสองอย่างนี้ เหมือนออกแบบตัวละคร กับคิดบท แต่สำคัญคือความมีวินัยในชีวิต ความรับผิดชอบต่องานของตน วางพล็อตให้รัดกุมเพื่อไม่ให้ออกนอกเส้นทางในภาคหน้าครับผม! เราทุกคนมีจินตนาการ มีฝัน ถ้ารักมันก็ถ่ายทอดออกมาเลย

0
Pandanus23233 14 ต.ค. 64 เวลา 12:45 น. 5

เคยอ่านงานประเภทต่างๆเยอะมากตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ก่อนนอนจะชอบจินตนาการถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ เลยตัดสินใจเขียนมันเสียเลย พอมาเปลี่ยนเป็นคนเขียนบ้าง ก่อนนอนดันไม่มีเรื่องอะไรให้คิดเสียงั้น เพราะจินตนาการทั้งหมดที่คิดได้ พบเห็นผ่านตาล้วนเอามาใส่ในงานของตัวเองหมด

0
smileboy 14 ต.ค. 64 เวลา 13:56 น. 6

ครั้งแรกที่เริ่มแต่งพูดได้เต็มปากเลยว่าไม่เยอะเลย กำลังติดการ์ตูนจีนซะมากกว่า จากนั้นก็อ่านจนค้างคาในฉบับการ์ตูนจนต้องผันมาอ่านนิยายแทน แต่ก็กลายเป็นว่าอ่านจนนิยายอัพไม่ทันใจก็เลยตัดสินใจเขียนเองซะเลย555+

0
Miran/Licht 14 ต.ค. 64 เวลา 14:44 น. 7

เราเริ่มเขียนเพราะครูให้ทำการบ้านส่งในวิชาภาษาไทย กำหนดคำมาให้ ที่เหลือจะเขียนเป็นอะไรก็ได้ แล้วก็รู้สึกสนุกดี สำหรับคนที่นิยายไม่ค่อยได้อ่าน อ่านแต่นิทาน หนังสืออ่านนอกเวลาก็ไม่เคยอ่านจบสักเล่ม กว่าจะเขียนได้เป็นผู้เป็นคนก็ต้องอ่าน ต้องพยายามอยู่หลายปี

0
14 ต.ค. 64 เวลา 15:16 น. 8

ผมดูหนัง แล้วมาเขียนนิยาย

0
yurinohanakotoba 14 ต.ค. 64 เวลา 15:25 น. 9

เล่นเกม บ้าเกมก่อน จึงเขีย Fanfic เขียนนิยาย แล้วอยากรู้ว่านิยายจริง ๆ เขียนยังไงจึงค่อยเริ่มอ่านแล้วก็หัดเขียนนิยายใหม่

0
White Frangipani 14 ต.ค. 64 เวลา 19:06 น. 10


คุณอ่านหนังสือเยอะแค่ไหนถึงตัดสินใจเป็นนักเขียน?


สวัสดีค่ะ


แลกเปลี่ยน แบ่งปันนะคะ


โดยส่วนตัวในคราวที่อยากหัดเขียน หรือวันที่ตัดสินใจที่อยากจะเป็นนักเขียน ในวันนั้น ที่อยาก อยากเขียนจริงๆ เป็นวันที่ยังไม่เคยอ่านเลยด้วยค่ะ คือว่า ที่อยากเขียนในวันนั้นยังอ่านไม่ออกค่ะ ฮื้ออ


ความอยากที่เกิดขึ้นมากมาย คือการตัดสินใจที่อยากจะเป็นนักเขียน แบบนั้นนะคะ


คือจากคำเล่าขานของทุกคนๆ ในบ้าน ตั้งแต่อายุสามสี่ขวบก็บอกทุกๆ คน ว่าอยากเขียน อยากเขียนทุกอย่าง อยากเขียนเรื่องราวที่ตนเข้าใจ(ซึ่งเป็นความเข้าใจ และเป็นจินตนาการของตนเองค่ะ เป็นเด็กที่มีปมตั้งแต่เกิดม้างเนาะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-10.png) แต่ก็ไม่สามารถเขียนได้ เพราะเขียน ก็ยังเขียนไม่เป็น คือยังเขียนหนังสือไม่ได้ค่ะ


ฮื้อ


คือ ความอยาก อยากที่จะเขียนนะคะ มีปะทุ มีเกิดขึ้นมาตั้งแต่รู้ความ(แปลกนะ แปลกมากๆ มีอาการเผาไหม้ด้วยคืออยากเขียน อยากมาก อยากเล่าเป็นตัวอักษร เป็นเรื่องราวนะ อยากมากๆ ด้วย อยากเขียนจนเร่งเร้าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคุณยาย เร่งให้ท่านจับมือสอนให้เขียน ให้ท่านช่วยสอนให้เขียนเร็วๆ ในทุกๆ วัน หลังอนุบาล ทั้งหมดนี้จำได้ค่ะ)


และ ด้วยความที่เขียนไม่ได้ อ่านไม่ออก จึงเขียนเป็นการ์ตูน เป็นซีรีส์ เป็นเรื่องราว ด้วยภาพเรื่องเป็นตอนๆ ขึ้นมามากมายในยามที่จะทำได้(จำความได้ ด้วยว่าในวันนั้นจดจ่อมากๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มีอยู่จริง เกิดขึ้นจริงจากช่วงเวลาราวอายุประมาณที่กล่าวมา คือเห็นเป็นหลักฐานด้วยที่ว่าผู้ใหญ่ในบ้านเก็บรักษาไว้ให้ค่ะ)


ทั้งหมด อาการ ความอยาก(หรือการตัดสินใจในแบบเด็กๆ นี้นะ) เกิดขึ้นได้อย่างไรไม่มีใครรู้ แม้ตัวเราเองก็ไม่รู้ได้ ว่าเพราะอะไรจึงอยากเขียน อยากเล่า ผ่านตัวอักษร ผ่านภาพ มากมายนัก ซึ่งทุกคนในบ้านเคยบอกว่า ขอให้เล่าออกมาเป็นเรื่องราวผ่านเสียงด้วยการอัดเทปได้ไหม? แต่กลับเล่าไม่ออก ในคราวที่เป็นเด็กๆ ไม่ยอมพูดด้วย


คือคล้ายเป็นใบ้ คือพูดน้อยมากๆ จนเกิดเป็นปัญหาผู้ปกครองนำเข้ารับการตรวจเช็คอาการว่าผิดปรกติหรือไม่ คือไม่ยอมพูด หรือพูดน้อยมากๆ (เป็นไรก็ไม่รู้ ไม่ยอมพูด ไม่ชอบพูดมาก รำคาญเสียงของตนเองนะ มีเสียงใกล้ๆ หูของตนก็ไม่ชอบนะ เสียงจากปากของตน กรอกหู ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ของตน คล้ายแมลงหมี่แมลงวันที่บินๆ ทำให้เกิดเป็นเสียงสร้างความรำคาญนะ ไม่ชอบจริงๆ ชอบเงียบๆ หากแต่อยากเขียน อยากวาด อยากเล่าผ่านภาพ ในวันนั้น เหตุที่เกิดขึ้นนี้ ยังคงจำได้ดี เป็นสิ่งที่เราเองก็แปลกใจในวันนี้)


จำได้ว่า ถูกนำไปตรวจ และคุณหมอให้ยามาทา มากรวดลิ้น(คุณแม่ คุณตา คุณยายนะ กรวดลิ้นให้ด้วยยาสีฟ้าๆ กรวดจนลิ้นเป็นสีฟ้าเลยด้วยค่ะ ยังไม่ยอมพูดนะ แต่ก็ทาลิ้นให้ เกี่ยวไรกันไม่รู้ด้วยเนาะ


https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-02.png


ยังจำได้ด้วยว่า เมื่ออายุประมาณเจ็ดแปดขวบ เริ่มอ่าน และเขียนได้บ้างแล้ว คุณพ่อคุณแม่ คุณตา คุณยายพาไปทำบุญที่วัดในต่างจังหวัดที่เมืองไทย ผู้คนเขาทักทายเรา แต่เราไม่พูด ทุกคนจึงเล่าเหตุการณ์ว่าเรานะไม่ยอมพูด หรือพูดน้อยมากๆ จึงมีผู้เฒ่า ผู้แก่คนในพื้นที่แนะนำว่า ให้ใช้กบตี หรือตบปากเรา เราจะสามารถพูดได้ พูดเก่ง พูดชัด ให้คุณแม่ทดลองนะ เพราะเป็นความเชื่อ ที่เขาทั้งหลายคิดว่าน่าจะได้ผล


โอยยย เรานะเพียงได้ยิน ก็ปิดหู ปิดตาหลบอยู่หลังคุณยาย บอกว่าไม่นะ ไม่นะ กบนะทั้งเหม็นคาว และน่ากลัวเจ็บ ใช้กบตบปาก เป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้นะ ต่อไป(หนู)จะพยายามพูด และแสดงความต้องการด้วยคำพูดก็ได้นะ ทั้งหมดนี้ เป็นอาการของคนที่เคยอยากเขียน ตั้งแต่รู้ความ ทั้งที่เขียนอ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ และไม่ยอมพูด ไม่ยอมเล่า อีกด้วยค่ะ ตลกนะ (ตลกยิ่งกว่านิทานเด็กๆ เลยด้วยเนาะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-02.png)


หากแต่ จำความได้ขึ้นใจว่า ด้วยที่ตนมีความรู้สึกอยากเขียน อยากเล่า ผ่านตัวอักษร หรือผ่านภาพตั้งแต่เกิด หรือตั้งแต่รู้ความ หรือตั้งแต่ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ด้วยค่ะ


ทั้งหมดนั้น เกี่ยวกับความอยากเขียนนะคะ


หากแต่เรื่องอ่าน ตั้งแต่เริ่มอ่านได้เขียนได้ คือตั้งแต่ 5-6-7 ขวบ เริ่มอ่านได้มากขึ้น ก็อ่านมาเยอะๆ คืออ่านมากมาย(ของหลายๆ ภาษาด้วยค่ะ) และต่อมาก็อ่านเยอะจนนับไม่ถ้วน เป็นคนรักอ่านมากๆค่ะ อ่านแล้วเกิดเป็นความรู้ เกิดเป็นความสว่าง ทำให้รู้สึกดีนะ หรือแม้การอ่าน เป็นความบันเทิง เป็นความสนุกสนานก็มีมากมายตลอดเวลามากมายหลายๆ แนว ชอบอ่านมากๆ รู้สึกดีค่ะ


เป็นคนที่อ่านได้เร็วมากๆ ด้วยค่ะ และชอบอ่านเรื่องยาวๆ หนังสือเล่มหนาๆ ชอบที่จะล่องลอยลงไปในเรื่องราว ไปกับเหตุการณ์ที่นักเขียน หรือนักวิชาการต่างๆ นำเสนอค่ะ

(เพื่อนๆ เคยแซวว่าเรานะไม่ต่างจากหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งไว้ด้วยโปรแกรมการอ่าน คล้ายเปิดหน้าหนังสือผ่านรูด หรือรวดเดียวในแว็บตา ก็จดจำข้อมูลได้ดีราวถูกตั้งโปรแกรม ฮ่า ฮ่า


https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-02.png


หรือว่า เคยถูกแซวบ่อยๆ ว่าหนอนหนังสือตัวยง ไม่มีเวลาให้เพื่อนๆ นะ แต่กลับมีเวลาให้หนังสือ มีบางครั้งเคยถูกเพื่อนๆ ขู่ว่าจะไม่คบหาเราอีกต่อไปด้วย ปล่อยให้งมอยู่กับหนังสือ แบบนั้นค่ะ ฮื้อ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-13.png )



ตามหัวข้อค่ะ

แล้วอะไรที่ทำให้รู้สึกว่า ฉันพร้อมแล้ว ที่จะเขียนเองสักเรื่องหนึ่ง


ในช่วงวัยที่เป็นวัยรุ่น ในธรรมชาตินะเป็นช่วงที่คนเรานะมีไฟอุดมการณ์ หรืออุดมคติที่แรงกล้า(นั้น ยิ่งทำให้มีพลังความคิดที่อาจจะรุนแรงในมุมมองของผู้ใหญ่) ในวันนั้นยังคงมีความคิดที่อยากจะเขียน อยากจะเขียนมากๆ ถึงมากที่สุดๆ มีอาการดื้นดัน ที่จะเขียนด้วย แต่ก็มีอันต้องพับความอยาก ความฝันไป...เพราะปัจจัยมากมายค่ะ


จนมาถึงวันนี้ การเขียนก็ยังคงมีอันต้องหยุดไป(เพราะการเขียนนิยาย ต้องใช้เวลา ต้องใช้อารมณ์นะ หากไม่แล้ว ผลที่ออกมาดูคล้ายไม่ใช่นิยาย มีทั้งคำผิด ทั้งเหตุการณ์ที่ไม่ต่อเนื่อง ทั้งข้อมูลอาจจะสับสน คือรวมๆ แล้ว หากไม่มีเวลาพอที่จะสามารถทำให้ดีได้ การที่จะพับไปก่อน น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด คือรู้สึกแบบนั้นค่ะ เพราะฉะนั้น ในความฝันใฝ่ ตั้งมั่นที่เคยมี ว่าอยากจะเขียนเรื่องราวมากมาย ในแนวต่างๆ นั้น มาวันนี้พับไปโดยปริยายค่ะ เพราะมีสาเหตุ หรือมีงานอื่นๆ ที่สำคัญเป็นปัจจัยค่ะ)


เหตุการณ์ปัจจุบัน มาถึงวันนี้ หลายๆ คนในบ้าน ในครอบครัว หรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้จักเรา ตั้งคำถามเสมอว่า เมื่อไรจะลงมือเขียน คือ มาวันนี้ทุกๆ คนเห็นว่าเราโตพอที่จะเขียนได้แล้วนะ เขียนเสียทีสิ เวลาไปเร็วนะ จงจรดลงเป็นตัวอักษร หรือบันทึกสิ่งที่เราต้องการบันทึกลงหน้ากระดาษนะ จงทำนะ จงตั้งใจนะ ทุกๆ คนเป็นกำลังใจให้นะ


หากแต่ มาวันนี้นะ พลังที่ว่า ในครั้งหนึ่ง ที่เคยอยากที่จะเขียน อยากที่จะเขียนมากๆ นั้นนะ ได้หายไปไหนหมด ก็ไม่รู้ได้ค่ะ


แม้ว่าศิลปะ มุมมอง ความเข้าใจในเหตุการณ์มากมาย ที่เกิดขึ้นภายใต้สายตาของเรานะ ในทุกๆ วินาที ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ดี หรือร้ายในทุกๆ วัน ในทุกหนแห่งที่ตนมีโอกาสได้เดินทางผ่านไป...ในโอกาสต่างๆ ในเหตุการณ์ต่างๆ ที่พบเจอสามารถอ่าน เห็น รู้ เข้าใจ ตีความแตก ผ่านเหตุการณ์จริงได้ คล้ายอ่านผ่านหน้ากระดาษ และสามารถที่จักดึงมันลงมาเรียบเรียงเป็นตัวอักษร และร่าย...มันออกมาเป็นเรื่องราวที่เป็นความจริง (หรือแฝงไว้คล้ายกับว่า เป็นการจินตนาการ เป็นแฟนตาซีได้ชัดเจน ในวันนี้) หากแต่ ในส่วนลึกๆ กลับที่เบือนหน้าหนี (แปลกนะ อารมณ์ ความต้องการ ความรู้สึกของคนเรานี้นะ สามารถเปลี่ยนแปลง หรือเปลี่ยนไปได้จริง ตามกาลเวลาหรือนี่? แม้ความอยากในบางอย่าง ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จริงด้วยสิ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-03.png ทั้งที่ความอยากนะ มันเป็นพลังขับเคลื่อนอย่างแท้จริง แต่ในบางเวลา มันสามารถดับลงไปได้จริงด้วยสินะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-10.png)


คือคล้ายกับว่าไม่อยากสู้หน้ามัน ไม่อยากอะไรมากกับเหตุการณ์ต่างๆ นั้น ไม่อยาก... หรือพยายามหลบซ่อนในเซ็นส์ ต่อต้านในเหตุที่เราสามารถสัมผัสได้ คือการอ่านเหตุการณ์จริงในทุกๆ วันได้ไม่ต่างการอ่านหนังสือนั้น ไม่อยากเห็น ไม่อยากมอง ไม่อยากคิด(แปลกนะ) ที่มาวันนี้ ไม่มีความอยากที่จะตั้งรับความรู้สึกของตน ด้วยการดึงดันที่จะนำมาเขียน ที่จะเขียน เช่นที่เคยเป็นมาก่อน อาจจะด้วย เพราะมาวันนี้มีภาระ มีงานที่ต้องรับผิดชอบมากมายเป็นสาเหตุค่ะ


หากแต่. ในส่วนลึกๆ เกี่ยวกับการรักการเขียน ด้วยที่เป็นส่วนหนึ่ง ในธรรมชาติของตน (คือเข้าใจ และรู้สึกได้เช่นนั้นค่ะ)ความรู้สึกที่ว่าอยากจะเขียน และอาจจะสามารถทำได้ หากที่จะมีเวลาพอ นั้นยังคงอยู่ค่ะ และ เมื่อคิดได้ดังนี้เมื่อไร ก็รู้สึกเป็นสุข ยิ้มได้ทุกๆ ครั้งนะ(วันหนึ่งนะ เราคงจะมีโอกาสนั่งเงียบๆ และร่าย...เรียบเรียงเรื่องราว เหตุการณ์ที่เราต้องการสื่อ ได้ด้วยความสนุกสนานได้สักที เพียงระลึกได้แบบนี้ ก็เกิดเป็นความหวัง และเป็นสุขได้ค่ะ)


จริงแล้วนะ งานเขียนเป็นศิลปะ เป็นความรู้สึก เป็นความคิดเห็น เป็นมุมมอง เป็นแง่คิด เป็นแรงบันดาลใจ เป็นจินตนาการในส่วนบุคคล แม้ว่าการเขียนนั้นจะเป็นรูปแบบใด จะเป็นเรื่องสั้น หรือเป็นเรื่องยาวซึ่งเป็นแนวที่แตกต่างกันไปมากมาย หรือเป็นบทความ วิชาความรู้ หากแต่ เนื้อหา ข้อมูลที่แฝง หรือสะท้อนเข้าไว้นั้นๆ ทั้งที่ดี และไม่ ซึ่งจะเกิดเป็นความรู้ เป็นแบบอย่างที่ว่าเป็นคุณ และ โทษ ที่ดูจะมีความหมายมากๆ นั้น มีอยู่เป็นสำคัญ...


ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จึงเข้าใจว่าผลงานจากการเขียน...เป็นศิลปะที่สำคัญยิ่งในทุกๆ รูปแบบ ด้วยเหตุนี้ จึงอยากที่จะเขียน หรือเป็นแรงบันดาลใจที่เคยคิดที่อยากจะเขียนค่ะ


คือ หากมีเวลา และโอกาสที่จะทำได้ จะเขียนหลายๆ แนว และหลายๆ เรื่องด้วยค่ะ

ที่สำคัญ และสิ่งที่ดีๆ ที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการเขียน คือ ยังคงรู้สึกว่าเป็นงานที่สนุกสนาน อย่างแน่นอน ที่จะสามารถทำได้ค่ะ


สุดท้าย(หลังจากที่สาธยายมายาวๆ )นี้แล้ว ก็อยากบอกฝาก ผ่านตรงนี้ ถึงเพื่อนๆ ทุกๆ คน ผู้ที่อยากเขียน...ว่า ขอให้มีความสุข และสนุกสนานกับการเขียน...ในโอกาสที่เพื่อนๆ จะสามารถทำได้นะคะ


และขอให้งานเขียนของทุกๆ คนประสบความสำเร็จ ด้วยการมีคนอ่านเยอะๆ และขายได้เงินดีด้วยค่ะ


ขอร่วมเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ผู้ที่อยากเขียน ทุกๆ คนด้วยค่ะ


https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png



0
voltaje 14 ต.ค. 64 เวลา 22:44 น. 11

ผมใช้เวลาในการดูหนังกับอ่านหนังสือการ์ตูนบ่อยมาก จนเกิดไอเดียในหัวค่อยๆเรียบเรียงพิมพ์ลงไป แล้วค่อยๆขัดเกลาเนื้อเรื่องออกมา กว่าผมจะตัดสินใจได้ใช้เวลาตั้ง 2 ปีผมยังรู้สึกว่าช้าไปด้วยซ้ำแต่ก็ดีกว่าที่ไม่ได้เขียนอะไรออกมาเลย ฮ่าๆ

0
Phaser Lycan 15 ต.ค. 64 เวลา 11:46 น. 12

อ่านเยอะจนตัวเองสามารถคิดสำนวน และเรียบเรียงคำพูดออกมาเป็นฉากๆ ได้อย่างลื่นไหล

สามารถโยงเหตุการณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันได้โดยไม่มีสะดุด

<br>

เมื่อถึงระดับหนึ่ง คุณจะไม่เขียนตามความคิด แต่จะเขียนในมุมมองของคนเขียนนิยาย

เช่น เมื่อมาถึงบ้านซาร่าก็เลยไปที่หน้าบ้านและกดกระดิ่ง

<br>

ตำรวจนักสืบทั้งสองเดินทางไปยังบ้านพยานให้ปากคำของเด็กสาวที่มีชื่อว่า ซาร่า เธอเป็นหนึ่งในเด็กสาวที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดตรงหน้าประตู เอ็ดเวิร์ด ก็กดกริ่งหน้าประตูทันทีโดยไม่รอช้า

0
book2006 15 ต.ค. 64 เวลา 13:39 น. 13

ของผมกะจะแต่งนิยายแนวโลกหลังความตาย(ยุุค4G) เลยไปฟังเรื่องเล่าอาจารย์ยอด เรื่องผีจากหนังสือหลายๆเล่ม คำบอกเล่าจากพระเกจิอาจารย์หลายๆท่าน ประกอบกับผมเป็นชอบเรื่องผีด้วย เลยมั่นใจและแต่งนิยายครับ ตอนนี้แต่งได้ 2 ตอนแล้ว กะจะแต่ง 10 ตอน ฮ่าๆๆ

0
เป็ดน้อยคอยรัก,นิราวดี 15 ต.ค. 64 เวลา 16:39 น. 14

อ่านหลายเล่มมากเลยค่ะ ที่บ้านมีหนังสือนิยายเป็นชั้นหลายชั้น อ่านแล้วอ่านอีก จำลักษณะการเขียน ภาษา สำนวน และเทคนิคต่างๆ ค่ะ พอเข้ามหา'ลัยก็เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบซึ่งก็คือการเขียนโดยตรงเลย เพราะชอบเขียนมาตั้งแต่เด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว (แต่ตอนนั้นเขียนไม่รู้เรื่อง) อาจารย์ก็จะให้หาตัวละครต่างๆ เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นอายุ 20 กว่าปีแล้ว ด้วยความที่เป็นคนอ่านหนังสือเยอะก็เลยมีความคิดว่าทำไมเราไม่ลองเขียนดูล่ะ ตอนม.ต้นก็เคยเขียนอยู่นะ แต่ไม่จบ แถมยังหายไปแล้วด้วย (แอบเสียดายนิดหน่อย) พอได้เข้ามาเขียนจริงๆ ก็ออกไม่ได้แล้วค่ะ มันเป็นวัฏจักร 555

0
. . . 17 ต.ค. 64 เวลา 18:21 น. 15

ของเราปกติเป็นคนชอบเล่าเรื่องอยู่แล้วค่ะ ยิ่งมารู้จักกับนิยายอะไรแบบนี้ด้วยยิ่งชอบเข้าไปใหญ่เลยลองแต่งดูค่ะ

0
Ramida_Komolwit 18 ต.ค. 64 เวลา 13:48 น. 16

นิยายเรื่องที่คลิกมากๆ ค่ะ เรารู้สึกว่าอยากเขียนให้ได้บ้างเลยเริ่มเขียน(แต่เฟลนะคะTT)

1
Blue Soul 18 ต.ค. 64 เวลา 23:31 น. 17

อ่านหนังสือไม่จำเป็นต้องเยอะมาก เพราะสิ่งที่ขับเคลื่อนตัวนิยายคือจินตนาการของผู้เขียน... การอ่านนิยายหลายเล่มอย่างน้อยก็ช่วยให้เรามีคลังคำศัพท์ รวมไปถึงรูปแบบการใช้ประโยค กับการบรรยายรายละเอียด ถ้าลองอ่านนิยายของนักเขียนดัง ๆ เมื่อหลายสิบปีก่อนก็อาจจะติดรูปการใช้พรรณาโวหารมากกว่า แต่ถ้าเป็นนักเขียนรุ่นใหม่จะเน้นไปที่การบรรยายสั้น ๆ ที่รวบรัด เพราะจนถึงตอนนี้คนเขียนที่ใช้พรรณาบรรยายภาพลักษณ์ของตัวละครตั้งแต่หัวจรดเท้าแทบไม่มีเลย อย่างน้อยผมก็เคยเห็นแค่ว่า คิ้วงามระหงขมวดขึ้น กับนิยายสมัยใหม่ล่ะนะ

0
19 ต.ค. 64 เวลา 00:30 น. 18

ตั้งแต่ 14 จนปัจจุบันสามสิบปีแล้วครับ ไม่ใช่แค่หนังสือ นิยาย การ์ตูน ไลน์โนเวล นิยายจีน นิยายรัก นิยายโรมานส์ วรรณกรรมไทย หนังสือประวัติศาสตร์ ครับ นักเขียนในดวงใจ พนมเทียน ทมยันตี และผู้เขียนวนิดา ลืมไป นิยายสนุก ๆ ของต่างประเทศแปลไทยก็อ่านครับ ขอแค่มัน 'สนุก' ผมอ่านได้หมดครับ

0
ONEWON 22 ต.ค. 64 เวลา 00:50 น. 19

ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณ แต่ขึ้นกับอ่านยังไงค่ะ ถ้าอ่านถูกวิธี 5-10 เล่มก็เป็นนักเขียนได้แล้วค่ะ คำตอบอยู่ที่คลิปนี้ค่ะ "อ่านนิยายยังไงให้เป็นนักเขียน" https://www.facebook.com/Audiobookclips/videos/727636004429406/?v=727636004429406

0