Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

เล่าเรื่องซัมเมอร์ที่ฮาร์บิน 1 เดือนกับ SummerJeen

ตั้งกระทู้ใหม่
ตั้งกระทู้ใหม่
สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ที่เราไปเที่ยว+เรียนที่ฮาร์บิน 1 เดือนกับ พี่ก้อย-พี่โจอี้ Summer Jeen ตั้งแต่วันที่ 2 เมษาถึง 2 พฤษภา 2023

แนะนำตัวก่อน ปีนี้เราอายุ 16 ปี กำลังขึ้นม.5 ซึ่งก็เป็นปิดเทอมท้ายๆแล้ว ก่อนจะขึ้นหมาลัย เราก็เลยอยากออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งส่วนตัวเราเคยไปซัมเมอร์ต่างประเทศมาแล้วหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ไปจีน ไปฮาร์บิน! จะบอกว่าแตกต่างกับครั้งก่อนๆอย่างสิ้นเชิง

ช่วงที่ผ่านมาเราตามไอดอลจีน ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจให้เรากลับมาอยากเรียนจีนอีกครั้ง เมื่อปีที่แล้วเราก็เลยตั้งใจอ่านหนังสือเอง และผ่าน hsk4 ไปจีนครั้งนี้เป้าหมายของเราคืออยากรู้ว่าความรู้ที่เรามีสามารถดึงออกมาใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้มากเท่าไหร่ เพราะเรารู้สึกว่าถ้าเรามีความรู้แค่สอบ เราก็คงล้มเหลวในการเรียนภาษาจีนเอง

ตอนแรกปิดเทอมนี้เราจะไปนิวซีแลนด์ เพราะตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าประเทศจีนเปิดประเทศแล้ว เป็นแม่ของรุ่นน้องที่มาชวนว่าอยากไปจีนรึเปล่า พอได้ยินปุ้ป เราก็เปลี่ยนใจทันที (ใครจะไม่อยากไปอยู่ประเทศเดียวกับหวานใจบ้าง5555)

มาพูดถึงเมืองฮาร์บินกันบ้าง หลายๆคนก็คงนึกถึงอากาศที่หนาวจัดๆ แต่โชคดีที่เรามาช่วงเมษา เป็นต้นฤดูใบไม้ผลิ ทำให้อากาศไม่หนาวมากสำหรับคนแถวนั้น เพราะสำหรับเรามันยังหนาวมากๆ5555 ตอนช่วง 2 สัปดาห์แรกที่เราไป อากาศตอนกลางคืนติดลบ ส่วนตอนกลางวันเลขตัวเดียว แถมลมแรงด้วย หนาวสุดๆๆๆ ตัวแถบจะปลิวไปพร้อมลม แต่พอช่วงสัปดาห์หลังเหมือนจะดีขึ้น แต่ฝนตกบ่อย ก้เลยหนาวเหมือนเดิม แงงงง เมืองนี้ก็จะเป็นจีนผสมรัสเซีย แล้วก้มีอาหารเกาหลีเยอะมากๆ ฮาร์บินใช้ภาษาจีนกลาง ส่วนค่าครองชีพก็ประมาณประเทศไทย

ก่อนที่เราจะเริ่มรีวิว เราอยากจะขอบคุณพี่ก้อย กับพี่โจอี้ที่ช่วยดูแลพวกเรา ตั้งแต่เรื่องเอกสารทุกอย่างและตั๋วเครื่องบินก่อนไป พอไปถึงที่นั่นก็พาพวกเราไปซื้อซิมทรศ พาทัวร์มหาลัย พาทัวร์โรงอาหาร จัดการเรื่องหนังสือที่ต้องใช้ รวมถึงพี่ๆเค้าพาพวกเราไปเที่ยวที่ต่างๆ พาไปแนะนำห้างและตลาดดังๆหลายอัน สอนการนั่งรถไฟใต้ดิน เสาร์อาทิตย์ข้าวเช้าที่พี่เค้าเลี้ยงก้อร่อยมาก ถ้าไม่ได้พี่ๆเค้า เราคงจะใช้ชีวิตที่นี่ลำบาก และไม่สนุกเท่านี้ ขอบคุณพี่ก้อยกับพี่โจอี้นะคะ ถ้าใครอยากไปเรียนที่จีน แล้วยังหา agency ไม่ได้ เราแนะนำ summer jeen กินดี อยู่ดี เที่ยวสนุก~

 

เริ่ม!

หลังจากที่เราสมัครไปแล้ว พี่ๆเค้าก็จะนัดวันไปสแกนนิ้วทำวีซ่า แล้วเค้าก็จะนัดอีกรอบคือวันปฐมนิเทศก่อนไป เค้าจะอธิบายรายละเอียดมหาลัย การเรียนที่นั่นต่างๆ รวมถึงจะเป็นวันที่เราได้รู้รูมเมทด้วย เราจะบอกว่ารูมเมทเราดีสุดๆ เข้ากันได้ ไม่มีปัญหา

หลังจากนั้นก็จะถึงวันที่เราเริ่มเดินทาง ขาไปเราเดินทางจากกรุงเทพ ไปเปลี่ยนเครื่องที่กว่างโจว หลังจากนั้นก็ไปพักเครื่องที่มองโกเลียใน แล้วค่อยไปถึงฮาร์บิน ก็คือเหนื่อยสุดๆ ตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึง 6 โมงเย็น พอลงเครื่องปุ้ปวันนั้นเป็นวันที่อากาศร้อนพอดี ร้อนแบบฮาร์บิน ก็เลยคิดว่าจะเป็นแบบนี้ทุกวัน แต่ทว่า… นี่ช่างห่างไกลความจริง
: สนามบินกว่างโจว

ส่วนขากลับ ใช้เวลาแค่ 13 ชั่วโมง จากฮาร์บิน มาเปลี่ยนเครื่องที่เซี่ยงไฮ้ แล้วต่อยาวถึงกรุงเทพเลย
: บ้ายบาย ฮาร์เอ๋อบินง์

เราไปเรียนที่ 哈工程大学 (heu) 

วันต่อมาพี่เค้าไปสอบวัดว่าเราจะได้เรียนคลาสไหน จะมีคลาส 0, แล้วก็คลาส a,b,c,d,e,f เราได้อยู่คลาส d ซึ่งคนจากกรุ้ปที่เราไปด้วยมีได้อยู่คลาสนี้อีก 2 คน หลังจากสอบเสร็จพี่เค้าก็จะพาไปซื้อซิมโทรศัพท์ จะได้ติดต่อพ่อกับแม่ได้

ต่อไปเราจะมาพูดถึงข้างในมหาลัย

  1. เรื่องเรียน
  2. เรื่องหอพัก
  3. เรื่องอาหาร
 
  1. เรื่องเรียน

แต่ละคลาสก็จะมีตารางเรียนไม่เหมือนกัน ของเราคลาส D จะเรียนทั้งหมดสัปดาห์ละ 10 คาบ แต่ละวันก็จะเรียนไม่เท่ากัน แต่เฉลี่ยนแล้ววันละประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง แต่ในแต่ละคาบก็จะมีพักเบรค คลาสของเรามีทั้งหมด 6 คน เป็นคนไทย 4 คนที่มาเรียนระยะสั้น ส่วนพี่เกาหลีกับพี่รัสเซียมาเรียนระยะยาว การที่คนน้อยก็เป็นเรื่องดี เพราะอาจารย์เค้าก็จะโฟกัสกับนักเรียนทุกคน พยายามให้ทุกคนตามทัน

เนื้อหาของคลาส D จะเป็นประมาณ Hsk 5-6 โดยส่วนตัวเราแล้วโอเคเลย ไม่ได้ยาก แต่ก็ยังน่าสนใจ สนุก เหมือนได้เก็บรายละเอียดสิ่งที่เข้าใจมาก่อนหน้านั้นด้วย จะมีเรียนทั้งหมด 5 วิชา การอ่าน การฟัง-พูด การเขียน ไวยากรณ์ และ 综合 เราว่าวิชาที่ยากที่สุดคือการอ่านเพราะเราไม่เคยอ่านบทความวิชาการมาก่อน คำศัพท์ในบทความก็หรูหราสุดๆ แต่สนุกๆมากเวลาได้ศัพท์ใหม่แต่ละคำ ถ้าวิชาไหนที่เราตามไม่ทันในห้อง เวลาทำการบ้านก็จะกลับมาย้อนอ่านอีกรอบ และก็จะเตรียมอ่านล่วงหน้าไปด้วย เวลาไปเรียนจะได้เข้าใจมากขึ้น

: โน้ตบางอันของเรา เป็นเนื้อหาคร่าวๆ



: รูปห้องเรียน ที่ใหญ่เกินไปสำหรับ 6 คน


นอกจะเรียนภาษาจีนแล้ว ช่วงบ่ายบางวันก็จะมี ตัดกระดาษ เขียนพู่กันจีน ทำ(กิน)อาหารจีน และเรียนวัฒนธรรมจีน
  1. เรื่องหอพัก

ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือสิ่งที่เราช้อคที่สุด55555 ขำแห้ง เปิดประตูห้องเข้ามา ก็สัมผัสได้ถึงฝุ่น แล้วคนแพ้ฝุ่นอย่างเรา แทบอยากมุดกลับไปประเทศไทย แต่ยังไม่จบเท่านั้น รูมเมทเราไปเปิดประตูห้องน้ำ กลิ่มก็คือลอยออกมาอย่างรุนแรงเหมือนถูกขังไว้ 10 ปี แต่!!! ทุกอย่างงก็จะดีขึ้นเมื่ออยู่ไปซักพัก ห้องจะดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ห้องน้ำก็แก้ปัญหาด้วยการเอาถุงมายัดท่อไว้ แล้วก็ปิดเครื่องดูดอากาศ อีกเรื่องก็คือที่นี่ฝุ่นเยอะมาก อจจะเป็นเพราะลมแรง ตรงหน้าต่างฝุ่นก็จะเยอะ ถ้าจะใช้วางของก็ไม่ค่อยแนะนำ
: อันนี้เตียงของเรา

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกในหอพักก็จะมีซุปเปอร์ด้านล่าง ที่จะขายพวกน้ำ อาหารแห้ง และก็ขนมต่างๆ แต่ส่วนตัวเราว่าซุปเปอร์หลักของใหม่และสะอาดกว่า แต่ถ้าจำเป็นจริงๆที่นี่ก็ได้ อีกอย่างคือเครื่องซักผ้า หอที่นี้จะมีเครื่องซักผ้าชั้นละ 2 เครื่อง ต้องใช้ Alipay จ่ายเท่านั้น อย่าลืมสมัครก่อนมา ราคาก็ตามแต่โหมดที่เลือก ถ้าเราจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 3-6 หยวน

  1. เรื่องอาหาร

เริ่มจากอาหารในมหาลัย ในมหาลัยจะมีทั้งหมด 3 โรงอาหาร แต่ปกติเราจะกินแค่ 2 โรง คือโรงที่ใกล้หอ กับโรงที่ใกล้ตึกเรียน อาหารจีนนั้นเรื่องลือเรื่องน้ำมัน อาหารแต่ละจานน้ำมันท่วมสุดๆ กินทีเหมือนทาลิปมัน นี่คือเรื่องจริง รวมถึงอาหารจีนจะ portion ใหญ่มากๆ ตอนแรกเรามักจะแบ่งกิน 2 มื้อ แต่พอหลังๆกระเพราะเราก็จะขยายเอง แล้วก็จะกินหมด เราจะมาแนะนำอาหารที่เราประทับใจมาก บอกเลยว่าอร่อยมากๆ

อย่างแรกคือเกี้ยวนึ่ง เรากิน 猪肉大葱水饺 เป็นไส้หมูสับผสมกับต้นหอม รสชาติจะคล้ายๆกับเสี่ยวหลวเปาบ้านเรา จะมีความ juicy อยู่ข้างใน เราคาจะประมาณ 15 หยวน ถ้าเทียบกับข้างนอกก็ไม่ค่อยแพงแต่ในมหาลัย ก็จะราคาสูงนิดนึงเมื่อเที่ยบกับอาหารอย่างอื่น เราเคยลองใส้หมู-ข้าวโพด หมู-พริกหยวก แต่ก็ไม่อร่อยเท่า

อย่างที่ 2 คือซาลาเปา มีหลายใส้หลายแบบมากๆ แต่ที่เราจำได้จะเป็นไส้หมู/ไส้ไก่กับเห็ด/ไส้เนื้อวัว ราคาเบาสุดๆ ลูกละหนึ่งหยวน เรากินบ่อยมากๆ กินเป็นอาหารเช้า บางวันก็กินตอนเย็นด้วย ตอนแนกก้กินไม่เกิน 3 ลูก แต่หลังๆไม่อิ่มกิน 4-5 ลูก

อย่างที่ 3 มันจะเป็นคล้ายชาบู คือเราเลือกเนื้อสัตว์และผักไปให้เขาชั่งน้ำหนักให้ แล้วก็เลือกน้ำซุป ราคาก็จะคิดตามน้ำหนัก ปกติที่เรากินมื้อหนึ่งก็จะประมาณ 8-14 หยวน ข้อดีก็คือเราสามารถเลือกได้ว่าวันนี้เราจะกินเยอะแค่ไหน

นอกจากอาหาร 3 อย่างนี้ก็มีอย่างอื่นที่กินได้เช่น

  1. ข้าวผัด เราสามารถเลือกได้ว่าจะใส่อะไรเพิ่ม เช่นเนื้อสัตว์ ไข่หรือผัก ราคาเริ่มต้น 8 หยวน
  2. เกี้ยวในน้ำซุป กับเกี้ยวร้านบะหมี่ เราคิดว่าก็โอเค แต่เค็มไปนิดหนึ่ง + เนื้อสัตว์น้อยด้วย ราคาประมาณ 12 หยวน กับ 14 หยวน
  3. ไข่ต้ม หรือพวกซาลาเปาทอดที่กินง่ายๆช่วงเช้า
  4. แฮมเบอร์เกอร์ เรากินเป็นข้าวกลางวันบ่อย อันไม่ใหญ่มาก เอาไว้ถือเดินกินได้ เรากินแฮมเบอร์เกอร์เนื้อ อันละ 8 หยวน
  5. อาหารตัก เราสามารถเลือกเองได้เลยว่าจะกินอะไร แล้วก็เอาไปชั่งน้ำหนัก

เวลากินที่มหาลัยถ้าเราจะเอากลับหอจะมี 2 แบบ แบบแรกคือใส่ถุง ถุงอันนี้สำหรับใส่อาหารโดยเฉพาะ 0.1 หยวน กับกล่องพลาสติก 1 หยวน เราสามารถบอกเค้าได้จะเอาอะไร

ที่ขายของกินอีกอันหนึ่งก็จะเป็นซุปเปอร์ของมหาลัย ที่นี่เค้าขายทุกอย่างตั้งแต่เครื่องเขียน ของใช้ ยันของกิน ปกติเราจะซื้อแค่ น้ำกับนม ส่วนตัวเป็นคนชอบกินนมมากๆก็ขอมาแนะนำหน่อย นอนแรกเราซื้อเป็นขวดใหญ่ แต่เวลากินทีจะยากมากเพราะไม่มีแก้ว ก็เลยเปลี่ยนมากินแบบถุงแทน

พูดถึงอาหารนอกมหาลัย ที่เรากินก็จะมีแฮมเบอร์เกอร์ของ McDonald’s อร่อยมาก ตัวเนื้อจะไม่เหมือนที่ประเทศไทย เรากินเป็น double cheese แนะนำเลย แล้วก็จะมีเนื้อหรือแกะย่างเสียบไม้ขายที่ตลาด อร่อยเหมือนกัน ไม้ละ 10 หยวน เปลือกหอยที่มีวุ้นเส้นก็อร่อย

อีกอันที่พลาดไม่ได้คือ 鸡丝拌面 ของร้าน 正剧 เป็นอะไรที่กินแล้วหยุดไม่ได้ เป็นอาหารที่หากินที่ประเทศไทยไม่ได้ แล้วเหมือนบะหมี่แบบนี้จะมีแค่ฮาร์บิน บะหมี่อันนี้จะเป็นบะหมี่แห้ง ที่ไก้ฝอยกับเห็ดที่ถูกดองให้เค็มมาวางไว้อยู่ข้างบน โรยด้วยถั่วบด เวลากินก็เอามาคลุกให้เข้ากัน ความเค็มของไก่กับเห็นก็จะพอดีกับรสชาติเส้น แต่ถ้าใครขอบกินแบบน้ำซุปก็ให้สั่งเป็น 鸡丝汤面 เหมือนกันแต่จะมีน้ำซุปเพิ่มมาด้วย ราคาก็ดีมาก 14 หยวนเท่ากัน ร้านนี้อยู่ใกล้มหาลัยด้วย เดินไปได้ ถ้ากลับไปฮาร์บินอีกจะแวะร้านนี้แน่นอน รักมากกกก

พอมาถึงตอนนี้แล้ว บางคนอาจจะยังจินตนาการชีวิตที่มหาลัยไม่ออก เราเลยจะมาแชร์วันๆหนึ่งของเราคร่าวๆ

เราจะตื่นประมาณ 7:00 โมงแล้วก็แต่งตัวเก็บของออกจากหอประมาณ 7:30 เดินไปโรงอาหาร 10 นาที ไปซื้อซาลาเปา แล้วก็ขอเค้าใส่ถุงเดินไปที่ตึกเรียนก็จะทันเริ่มเรียนพอดี 8 โมง ปกติเราจะเรียนแค่ครึ่งเช้า ตอนเที่ยงก็จะไปกินข้าวที่โรงอาหาร ถ้าวันไหนจะไปห้างก็จะนัดกันไปกับเพื่อนหลายๆคน แต่ถ้ารู้สึกเหนื่อยก็จะนอนเล่นที่หอ แล้วค่อยออกไปกินข้าวเย็น ตอนค่ำๆก็จะไปซุปเปอร์ซื้อน้ำ ซื้อนมมาตุนไว้ แล้วก้ทำการบ้าน คุยกับพ่อแม่ อาบน้ำ เล่นกับเพื่อน นอน ประมาณนี้ ชีวิตค่อนข้างที่จะอิสระมากๆ 
 

เรื่องอื่นๆในมหาลัย

  • อย่างที่รู้ว่าคนจีนสูบบุหรี่กันเยอะมากๆ ในมหาลัยก็เช่นกัน เห็นคนสูบบุหรี่ได้ตลอด ไม่เว้นแม้แต่ในตึกเรียน ถึงแม้จะมีป้ายห้ามสูบก็ตาม สิ่งที่ทำได้ก็คือทำใจ
  • ห้องน้ำในตึกเรียนกลิ่นแรงมากๆ แล้วไม่มีทิชชูให้ เราต้องพกเองตลอด เพราะฉะนั้นคนที่ไม่สบาย คัดจมูก นั้นคือเรื่องที่ดี เพราะจะได้เข้าห้องน้ำอย่างสบายใจ5555
  • คนที่นี่ขอวีแชทกันง่ายมาก เรามาที่นี่มีคนขอไปประมาณ 10 คน แต่เราไม่ได้ให้ไปซักคน แต่ถ้าใครอยากลองเมคเฟรนก็ลองได้ มีอยู่ 2 แบบคือเค้ามาขอให้เพื่อนกับเค้ามาขอเอง 
  • ห้องสมุด(เอาจริงๆคือตึกอ่านหนังสือเพราะมี 6 ชั้น) ที่นี่เงียบมากๆ ถ้าเข้าไปแล้วก็เกรงสุดๆ ไม่กล้าหายใจ แต่ถ้าคนตั้งใจจะมาอ่านหนังสือ ก็เหมาะสุดๆ

การออกไปเที่ยวข้างนอกก็จะมีหลายวิถีเช่น รถไฟใต้ดิน รถบัส และรถแท็กซี่

แต่เราเคยไปแต่รถไฟใต้ดิน ซึ่งพี่ก้อยกับพี่โจอี้ก็เทรนมาดี เพราะเรากับเพื่อนๆสามารถไปเองได้แล้ว ทีนี้ก็ไปได้ตามใจเลย แต่ห้ามกลับหอเกิน 3 ทุ่ม ไปงั้นจะต้อง… ด้านล่างเลยTT

เรากับเพื่อนชอบไปห้างกัน ไปหาซื้อของจุกจิ้กเล็กๆน้อย ร้านที่นี่น่ารักมา เหมือนยก shopee ออกมาตั้ง พวกจิ้กซอ อุปกรณ์ diy ต่างๆน่ารักมาก อยากเหมามาทั้งร้าน ตัวต่อที่นี่ก็มีหลายแบบ ราคาไม่แพงมาก

ถ้าพูดถึงฮาร์บิน ก็คงขาดถนนจงยางไม่ได้ 中央大街 เป็นถนนคนเดินที่จะมีขยายอาหาร ขนม และเสื้อผ้า ที่ดังมากๆก็น่าจะเป็นไอศกรีม signature แต่เราไม่ได้กิน เรากินขนมปังหมูหยองไปก็รู้สึกโอเค แต่ไม่ได้ว้าว ราคาเสื้อผ้าที่นี่ก็ไม่ได้ถูกมาก ราคาเท่าสยามบ้านเรา
 

ที่นี่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นๆเช่น โบสถ์เซนโซเฟีย สวนสัตว์ไซบีเรียน สวนสัตว์น้ำ สวนสนุก วัดจีน โอเปร่าเฮาส์ ฯลฯ
 

สิ่งที่เราอยากบอก

  • ที่นี่เป็นสังคนไร้เงินสด คือทุกร้านเค้ารักแสกน แต่จะมีแค่บ้างร้านที่รับเงินสุด เพราะชั้นนั้นเราต้องเตรียนแอปให้พร้อม สมัครให้เรียนร้อย ที่นี่จะใช้เป็น WeChat pay กับ Alipay 
  • คนที่นี่ค่อนข้างใจดี ถ้าเรากับเค้าก็พยายามพูดดังนิดนึง เค้าพร้อมฟังเราอยู่
  • อยู่ที่นี่ให้พกทิชชู่เอง เพราะห้องน้ำส่วนใหญ่ไม่มีให้
  • ที่นี่เค้าไม่ใส่แมสต์กันแล้ว แต่ถ้าเรายังอยากใส่ก็ได้ ถ้าในมหาลัย 90% ไม่ใส่กัน

เรารู้สึกว่ามาที่นี่ เราได้ประสบการณ์เยอะมากๆ ทั้งความรู้ในและนอกห้องเรียนความกล้าที่จะคุยกับคนจีน และได้เพื่อนดีๆมากมาย เราสนุกมากๆ ต้องขอบคุณพี่ก้อย-พี่โจอี้ที่ดูแลพวกเราตลอดทริป เพื่อนๆที่ไปเที่ยวด้วยกัน เพื่อนในคลาสที่ไม่ใช่คนจีนแต่คุยกันเป็นภาษาจีน555 และอาจารย์ที่สอนที่แนะนำอะไรต่างๆในฮาร์บิน ถ้ามีโอกาศเราไปจีนอีกรอบแน่นอน!

แสดงความคิดเห็น

>