/>

[ไม่ระบุให้แชร์]

วิว
ข่าวหน้าหนึ่งขึ้นติดกันหลายต่อหลายวัน
เกี่ยวกับเรื่องของ "หมูแฮม" อายุ 20 ปี ที่เป็นเด็กพิเศษ แต่กลับได้รับความไว้วางใจให้ขับรถเพียงลำพัง ทำให้ควบเบนซ์คู่ใจพุ่งขึ้นฟุตบาททับคนตาย 1 เจ็บสาหัสอีก 2
สาเหตสั้นๆ จากการที่ถูกรถเมล์คู่กรณีเฉี่ยวชน แล้วหนี ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ตัดสินใจทำโศกนาฏกรรม ที่สะท้อนถึง ปัญหาการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กพิเศษในประเทศไทย ยังไม่แพร่หลายเพียงพอ

ข้อมูลจาก internet จากการสืบค้นผ่าน google.com โดยใช้คำว่า เด็กพิเศษนั้น พบว่ามีหลายเวบไซต์ ได้กล่าวถึงดังนี้

เด็กพิเศษ ( Special Child ) เริ่มเป็นคำที่คุ้นหูมากขึ้นในปัจจุบัน หลายคนอาจสงสัยว่าพวกเขาคือใคร และเด็กแบบไหนหรือที่เป็นเด็กพิเศษ เด็กกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างไร

เด็กพิเศษ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

  1. เด็กที่มีความสามารถพิเศษ
  2. เด็กที่มีความบกพร่อง ................
  3. เด็กยากจนและด้อยโอกาส

2. เด็กที่มีความบกพร่อง

มีการแบ่งหลายแบบ ในที่นี้จะยึดตามแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ ที่แบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม ดังนี้

  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการสื่อสาร
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และการเคลื่อนไหว
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์ และพฤติกรรม
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา  ...
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ...
  • เด็กออทิสติก และความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้านอื่นๆ (PDDs) ...
  • เด็กที่มีความพิการซ้อน

   ภาวะปัญญาอ่อน หมายถึง ภาวะที่สมองหยุดพัฒนา หรือพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดความบกพร่อง ของทักษะด้านต่างๆ ในระยะพัฒนาการ และส่งผลกระทบต่อระดับเชาวน์ปัญญาทุกๆ ด้าน

   โรคออทิซึม  คือ  โรคทางจิตเวชเด็กที่สามารถตรวจและวิเคราะห์ได้ว่า  เด็กมีพัฒนาการล่าช้าทางด้านสังคม  การสื่อความหมายและจินตนาการ  แสดงให้เห็นได้โดยมีพฤติกรรมที่ผิดไปจากเด็กในวัยเดียวกัน  เช่น  การแยกตัวอยู่โดยลำพังของโลกส่วนตัว  เสมือนกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นตัวเด็กเหล่านี้ออกจากสังคมรอบด้าน  ทำให้เด็กขาดการรับรู้จนไม่สามารถเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเหมือนเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน  ไม่สามารถสื่อความหมายกับบุคคลรอบตัว  เมื่อถึงวัยที่ควรจะพูดก็พูดไม่ได้  ทั้ง ๆ ที่หูไม่หนวก  เล่นกับใครไม่เป็น 

  แอล.ดี. (L.D. - Learning disabilities) เป็นที่รู้จักกันมาประมาณ 100 ปีแล้ว แต่คำจำกัดความ และการแบ่งกลุ่ม ยังคงมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ

  โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit / Hyperactivity Disorder-ADHD) เป็นความผิดปกติของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับอายุ และระดับพัฒนาการ อาการเกิดก่อนอายุ 7 ปี แสดงออกอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน จนทำให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และการเรียน โดยมีอาการหลักอยู่ 3 อาการ คือ

  กลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ (Asperger Sydrome) คือ กลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติ ทางการทำงานของระบบประสาทที่จัดอยู่ในกลุ่มของโรคกลุ่มออทิสติค (Autistic spectrum disorders) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของโรคที่มีปัญหาทางด้านพฤติกรรมและพัฒนาการทางด้านการพูด เช่น โรคออทิสติค (Autism) และพฤติกรรมแปลกอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายออทิสติค

ที่มา http://www.tamdee.net/diary/mummy/index.php?datestamp=20050530&thisday=1&dfMonth=5&dfYear=2005

ซึ่งจากความรู้ที่เรียนมาใน วิชาการจัดการศึกษาเพื่อเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอขยายความและสรุปโดยย่อเกี่ยวกับ เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ หรือที่รู้จักกันในเรื่องของ เด็กพิเศษดังนี้

เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ จะแบ่งเป็นสองประเภทหลักที่เกี่ยวข้องกับความพิเศษจากพัฒนาการ นั่นคือ เด็กที่มีความสามารถพิเศษ หรือที่เรียกว่า Gifted, Genius คือบุคคลที่มีพรสวรรค์ เฉพาะด้าน หรือมีไอคิวที่สูงกว่าเด็กปกติทั่วไป ซึ่งจะมีลักษณะ เรียนรู้ได้เร็ว แต่ไม่เข้าสังคมกับเด็กวัยเดียวกัน คุยหรือเล่นกับเด็กวัยเดียวกันไม่รู้เรื่อง  ชอบคุยหรือเล่นกับเด็กที่โตกว่า ไม่ให้ความสนใจในชั้นเรียน  รู้สึกว่า บทเรียนน่าเบื่อ จำเป็นที่จะต้องจัดแผนการเรียน เพื่อตัวเด็กโดยเฉพาะ

ประเภทที่สองเป็นประเภทที่จัดไว้ในตอนต้น นั่นคือ เด็กที่มีความบกพร่องในด้านต่างๆ ซึ่งจะพูดถึงในความบกพร่องบางอย่าง ที่อาจไม่คุ้นเคยกัน

เช่น ความบกพร่องทางด้านการสื่อสาร หลายคนอาจมองว่า ต่างจากการบกพร่องทางการมองเห็น (ตาบอด สายตาสั้น สายตายาว ตาบอดสี ความบพกร่องทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคกับการมองเห็น และส่งผลต่อการเรียนรู้) และ การบกพร่องทางการได้ยิน(ความบกพร่องทุกอย่างเกี่ยวกับการได้ยินและส่งผลต่อการเรียนรู้) อย่างไร การบกพร่องทางด้านการสื่อสาร คือ ไม่สามารถสื่อสาร พูดคุย เรียนรู้ได้เหมือนเด็กปกติ เช่น พูดติดอ่าง พูดสลับคำ เขียนสลับคำ เขียนตัวหนังสือกลับหลัง อ่านหนังสือไม่ได้ ผสมคำไม่เป็น ก็ถือว่า เป็นการบกพร่องทางการสื่อสารเช่นกัน

ใกล้เคียงกับการบกพร่องทางการเรียนรู้ ซึ่งส่วนใหญ่ เด็กที่มีปัญหาด้านการสื่อสาร มักจะมีปัญหาอย่างยิ่งในการเรียนรู้ ทำให้เรียนรู้ได้ช้ากว่าเด็กอื่นๆ และจำเป็นที่จะต้องวางแผนการสอน เพื่อฝึกพัฒนาการในการ ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยเฉพาะ

มาถึง แอสเพอร์เกอร์ กับ ออทิสติก

จริงๆแล้ว ออทิสติก เป็นชื่อเรียก ของคนที่มีอาการ ออทิสซึม โดยจะมีอาการ ย้ำคิดย้ำทำ มักจะชอบทำอะไรซ้ำๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เล่นกับเด็กคนอื่น ไม่มีการเข้าสังคม มักเล่นคนเดียว ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ บางรายมีอารมณ์รุนแรง ทำร้าย ตัวเอง ทำร้ายผู้อื่น อาจารย์ท่านหนึ่งที่ดูแลเด็กพิเศษในโรงเรียนสาธิตเกษตร เคยโดนเด็กออทิสติกคนหนึ่งทุบตี จนเขียวช้ำไปทั้งตัวมาแล้ว ไม่สนใจที่จะเรียนรู้ แต่บางรายกลับมีความสามารถพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ มากกว่า เด็กทั่วไป

ส่วนกลุ่ม แอสเพอร์เกอร์ จะเข้าใจง่ายๆ นั่นก็คือ คนที่เป็นออทิสติกคุยรู้เรื่อง แต่มีอารมณ์รุนแรง นั่นเอง

เอาละ ทำความรู้จักกันไปแล้ว พูดถึงกรณีของ หมูแฮม บ้าง

ตามความคิดของเราโดยใช้ความรู้ที่เรียนมา เราคิดว่า เขาน่าจะอยู่ในกลุ่มที่มีความบกพร่องด้านอารมณ์และพฤติกรรม เพราะหนึ่งคือ เขารู้เรื่อง รู้ว่าต้องไปแจ้งตำรวจนะ แต่เมื่อเขาโกรธแล้ว ก็เข้าไปทำร้าย คนขับรถเมล์ แล้วก็ยังขับเบนส์ ไปทับผู้บริสุทธิ์ อีก คิดว่าน่าจะเป็นความบกพร่องทางอารมณ์ตรงนี้

แต่ก็เป็นไปได้ ที่เขาจะอยู่ในกลุ่ม แอสเพอร์เกอร์ คือ มีอาการของ ออทิสติก ร่วมด้วย

การเป็นออทิสติก แอสเพอร์เกอร์ และความบกพร่องทางอารมณ์ ไอคิว ต่างๆ จนปัจจุบันนี้ ก็ยังพูดไม่ได้เต็มปากว่า พบสาเหตุและแนวทางแก้ไขแล้ว ได้แต่การสันนิษฐานเพียงเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันกลับพบว่า สถิติของเด็กออทิสติก แอสเพอร์เกอร์ และอารมณ์รุนแรง เพิ่มสุงขึ้นเรื่อยๆ

เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และคนรุ่นต่อไปแล้วละ ที่จะช่วยในการให้การดูแล เป็นพิเศษ กับคนเหล่านี้

เพื่อไม่ให้ เกิดปัญหา สังคม ลุกลามใหญ่โต เหมือนในกรณ์ หมูแฮม นี้อีก


เยอะไม๊ ^^ แต่ถ้าอ่านจบก็จะเข้าใจอะไรมากขึ้นนะ (ทำไมไม่ได้ A ฟร่ะ วิชาเนี้ย- -')

ประกาศ โปรด ฟังอีกครั้งหนึ่ง - -'

จุดประสงค์ของกระทู้นี้ไม่ได้ชี้ประเด็น ใครถูกใครผิดนะ  ใครที่ทำอะไรกันไว้ก็ต้องรับผิดชอบไป เป็นส่วนๆ เป็นคนๆ

เราขอเน้นย้ำ** ว่า เราต้องการให้ทุกคน รู้ัลักษณะ ของคนที่เรียกว่า "เด็กพิเศษ" ไว้บ้าง เพราะจริงๆแล้ว เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก เด็กพิเศษมีเพิ่มขึ้นทุกวัน หากวันใดวันหนึ่ง เราต้องเจอกับคนที่เรียกว่า เป็น เด็กพิเศษ แล้ว เจอพฤติกรรมที่โมโหร้าย รุนแรง คุมสติไม่อยู่พูดจาไม่รู้เรื่อง จะได้ีระวังแล้วใจเย็นๆ ค่อยๆพูดจากลับเขา ไม่ใช้อารมณ์ คำพูดที่รุนแรงในการยั่วยุให้หนักขึ้นไปอีก เหตุการณ์อย่างนี้ มันจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก จะได้ไม่ต้องมีคนตาย หรือแม้แต่คนเจ็บ เพราะ "เด็กพิเศษ" อีก

รับทราบโดยทั่วกัน นะ ขอร้องละ

และ กราบเรียนเชิญทุกท่านที่
ไดอารี่ ด้วยนะคะ มีความอัดอั้นตันใจอยากจะบอก T^T


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 กรกฏาคม 2550 / 00:00

PS.  ..อยากจะขอ เพียง ให้เธอคืน กลับมาได้ไหม..
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

68 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป