/>

Harry Potter ภาค 7 ครบ 36 ตอน อยู่ในนี้แล้ว [ไม่ระบุให้แชร์]

ALiiZ'sBe3R
Guest IP
วิว
บทที่ 1 - The Dark Lord Ascending

กล่าวถึงโวลเดอมอร์ กำลังวางแผนประชุมอยู่กับพวก Death Eaters ค่ะ สเนปบอกที่ประชุมว่าแฮร์รี่จะออกเดินทางวันไหน มีบางส่วนยังไม่เชื่อสเนปแล้วก็เถียงกัน .. คุยเรื่อง Ministry of Magic .. โวลดี้ต้องการไม้กายสิทธิ์ของคนอื่นและเขาต้องการฆ่าแฮร์รี่เอง โวลดี้เลยจะเอาไม้ของลูเซียส ซึ่งลูเซียสก็ขัดไม่ได้ โวลดี้เลยกระแนะกระแหน่ลูเซียสแทน ไป ๆ มา ๆ คนอื่นก็ช่วยกันแขวะเรื่องครอบครัวมัลฟอยค่ะ ยกข่าวเรื่องท็องก์ (มีศักดิ์เป็นหลานของเบลลาทริกซ์ ลูเซียสกับนาซิสซ่าร์) ที่ไปแต่งงานกับลูปินที่เป็นหมาป่า เลยโดนหัวเราะเยาะค่ะ .. จากนั้น โวลดี้ก็เปิดเผยแขกในที่ประชุึม เป็นอาจารย์ในโรงเรียนสอนเกี่ยวกับมักเกิ้ล ชื่อว่า Charity Burbage .. แล้วก็ฆ่าเธอค่ะ

บท 2 - In memorandum

กล่าวถึงแฮร์รี่ที่ยังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ดูข้าวของเก่า ๆ และคิดถึงดัมเบิลดอร์ .. มีคอลัมม์ในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ ประมาณดัมเบิลดอร์ในความทรงจำน่ะค่ะ .. เขียนโดย Elphias Doge ที่เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกัน มาเข้าเรียนที่โรงเรียนพร้อม ๆ กัน ตอนนั้นพ่อของดัมเบิลดอร์เพิ่งถูกจับฐานทำร้ายมักเกิ้ล ถูกขังที่อัซคาบัน ทำให้ดัมเบิลดอร์ถูกมองว่าเป็นพวกเกลียดมักเกิ้ลไปด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เช่นนั้น เขาเป็นคนฉลาดที่สุดในโรงเรียน มีเพื่อนเป็นคนมีชื่อเสียงหลายคน ได้รางวัลมากมาย

สามปีหลังจากพวกเขาได้เรียนที่โรงเรียน น้องชายของดัมเบิลดอร์ชื่อ Aberforth ได้มาเข้าเรียน ซึ่งเหมือนว่าเป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยจะเหมือนกัน และดูไม่ค่อยเป็นมิตรกันเท่าไหร่ .. หลังเรียนจบ Elphias กับดัมเบิลดอร์ตั้งใจจะออกท่องเที่ยวด้วยกัน แต่เกิดเรื่องขึ้นคือแม่ของดัมเบิลดอร์ตาย และหลังจากนั้นอีกปี น้องสาวของดัมเบิลดอร์ก็ตาย พี่น้องห่างกันมากยิ่งขึ้น .. Elphias กล่าวยกย่องดัมเบิลดอร์ว่าได้ทำประโยชน์ต่อสังคมของพ่อมดแม่มดมาก ๆ แล้วก็ได้พูดถึงการประลองเวทย์ของดัมเบิลดอร์กับ Grindelwald

แล้วก็มีข่าว Interview ริต้า สคีเตอร์ ที่กำลังจะออกหนังสือประวัติชีวิตของดัมเบิลดอร์ .. ซึ่งแฮร์รี่อ่านสัมภาษณ์เสร็จก็เขวี้ยงหนังสือพิมพ์ทิ้งทันที
บทที่ 3 The Dursleys Departing ค่ะ

พวก Dursleys โดยเฉพาะลุงเวอร์นอนไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่แฮร์รี่เตือนถึงอันตรายต่อครอบครัว คิดว่าแฮร์รี่จะยึดบ้าน แต่แฮร์รี่ก็พูดกล่อมจนเขายอมไปอีกครั้งและเพราะดัดลีย์เห็นด้วยกับแฮร์รี่
แผนคือต้องให้พวก Dursleys จะไปอยู่ที่ปลอดภัย จะได้ไม่ถูกพวกโวลดี้จับไปทรมานเพื่อให้บอกที่ซ่อนแฮร์รี่ แล้วนั่นอาจคือครั้งสุดท้ายที่แฮร์รี่จะได้พบพวก Dursleys อีก แอบซึ้งเล็กน้อยเพราะอย่างน้อย ดัดลีย์ก็เหมือนจะจำได้ว่าแฮร์รี่เคยช่วยชีวิตไว้ ป้าเพ็ตทูเนียเหมือนจะพูดอะไรก่อนไป แต่ก็พูดไม่ออก พูดแต่เพียงว่าลาก่อน ...

บทที่ 4 The Seven Potters

พวก Dursleys ไปแล้ว แฮร์รี่ระลึกความหลังกับบ้านหลังนี้ขณะหนึ่งก่อนจะมีคนมารับ แผนคือให้เพื่อน ๆ ดื่มน้ำยาสรรพรสเป็นแฮร์รี่และแยกกันไปแต่ละที่ แล้วค่อยใช้กุญแจนำทางมายังบ้านโพรงกระต่ายค่ะ แฮร์รี่ไปกับแฮกริดโดยมอเตอร์ไซด์คันเดิมที่เคยใช้มาส่งแฮร์รี่ที่บ้านนี่ล่ะ สองคนนี้เดินทางไปที่บ้านพ่อแม่ของท็องก์แล้วใช้กุญแจนำทางไปบ้านโพรงกระต่าย .. มันดันกัสปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับมูดดี้ .. อาเธอร์ไปกับเฟร็ดที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. ลูปินไปกับจอร์จที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. บิลไปกับเฟลอร์ที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. เฮอร์ไมโอนี่ปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับคิงสลีย์ .. รอนปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับท๊องก์ ทั้งหมดไปโดยไม้กวาด หรือ Thestral

ทันทีที่แยกกันไปทุกคนก็ถูกโจมตีจากผู้เสพความตายค่ะ .. ทั้งหนีทั้งสู้วุ่นวายน่าดู แฮร์รี่กำลังสาปให้ผู้เสพความตายตัวแข็ง เขาหันไปเห็น Stan แฮร์รี่เลยใช้คาถาปลดอาวุธแทน สเตนเลยตะโกนบอกคนอื่นว่านี่คือแฮร์รี่ตัวจริง ผู้เสพความตายที่ล้อมอยู่หายไปพักหนึ่ง .. ก่อนจะกลับมาใหม่พร้อมกับโวลเดอมอร์ ที่พยายามจะฆ่าแฮร์รี่ ทันทีที่จะถูกคำสาป ไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ก็ เอ่อ เรียกไงดีล่ะ act of its own ทำตามใจตัวเอง โดยที่แฮร์รี่ไม่ได้ สั่งหรือโบกไม้น่ะค่ะ .. ไม้ของลูเซียสที่โวลเดอมอร์เอามาใช้ระเบิด โวลเดอมอร์ถอยทัพไป แฮร์รี่กับแฮกริดตกลงที่บ่อน้ำ ตรงบ้านพ่อแม่ท็องก์พอดีค่ะ

บทที่ 5 Fallen Warrior

แฮร์รี่กับแฮกริดมายังบ้านพ่อแม่ของท๊องก์อย่าง (ค่อนข้างจะ) ปลอดภัย คุยกันพักหนึ่ง แฮร์รี่ก็เข้าใจว่าทำไมโวลดี้ถึงถอยไป เพราะว่ามอเตอร์ไซด์พุ่มเข้ามาในเขตคาถาคุ้มครองของทางภาคีพอดีค่ะ แฮร์รี่เกือบจะพุ่งไปหาแม่ของท๊องก์เพราะเธอคล้ายกับเบลลาทริกซ์มาก

แฮร์รี่กับแฮกริดใช้กุญแจนำทางกลับไปที่บ้านโพรงกระต่ายเป็นคู่แรก ซึ่งตามที่นัดกัน พวกเขาต้องกลับเป็นคู่ที่สาม ทำให้มอลลี่กับจินนี่เป็นห่วงคนอื่น ๆ มาก .. ไม่นาน ลูปินกับจอร์จก็กลับมา โดยที่จอร์จบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย โดนสเนปทำร้ายที่ศีรษะ หูขาดไปหนึ่งข้าง  .. เฮอร์ไมโอนี่กับคิงสลีย์ เฟร็ดกับอาเธอร์ รอนกับท๊องค์ บิลกับเฟลอร์ กลับมาอย่างปลอดดภัย .. บิลเล่าว่า กลุ่มเขากับมูดดี้บินอยู่ใกล้ ๆ กัน ทันทีที่โวลเดอเมอร์โจมตี  มันดันกัสตื่นตกใจ และหายตัวไป คำสาปของโวลดี้เลยโดนมูดดี้เข้าเต็ม ๆ ที่หน้า กระแทกเขาจนตกจากไม้กวาด และ ตามที่บิลคาดการณ์ มูดดี้ได้เสียชีวิตแล้ว

พวกเขาปรึกษากันว่าแผนรั่วได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่รัดกุมและมีการเปลี่ยนกำหนดการเดินทางของแฮร์รี่ใหม่ แต่โวลดี้ก็ยังรู้อยู่ดี แฮร์รี่บอกว่าเขาเชื่อใจทุกคนในที่นั่น จนลูปินเอ่ยปากเตือนว่าเขาเหมือนเจมส์ในเรื่องการเชื่อใจเพื่อน ๆ (แต่ก็ถูกปีเตอร์หักหลังในที่สุด) ฮร์รี่พูดเรื่องไม้กายสิทธิ์ของเขาที่ร่ายเวทย์เองโดยที่เขาไม่ได้ทำ แต่เหมือนไม่มีใครเชื่อ ทำให้แฮร์รี่คิดถึงดัมเบิลดอร์มาก ๆ ว่าเขาคงต้องยอมฟังและแนะนำอะไรดี ๆ ให้ได้

แฮร์รี่เจ็บแผลเป็น แล้วเขาก็เห็นภาพในศีรษะ โวลเดอมอร์กำลังทำร้ายโอลิแวนเดอร์ เรื่องไม้กายสิทธิ์ เพราะคิดว่าโอลิแวนเดอร์โกหกตนเองให้แฮร์รี่รอด เรื่องที่เขาต้องใช้ไม้กายสิทธิ์คนอื่นแทนไม้ของโวลดี้เอง

บท 6 .. Ghoul in pajamas

อีกไม่กี่วันแฮร์รี่จะครบสิบเจ็ด มีเรื่องให้พวกเขาต้องคิดกันเยอะ ทั้งเรื่องงานแต่งของบิลกับเฟลอร์ พวกเขาต้องจัดบ้านเล็ก ๆ ต้อนรับแขกและครอบครัวเฟลอร์ การย้ายภาคีจากบ้านซีเรียสมาที่นี่ยิ่งทำให้สถานที่คับแคบขึ้นไปอีก แล้วยังมีเรื่อง Horcruxes และที่ว่าทั้งสามจะเลิกเรียนไปหา Horcruxes ซึ่งแน่นอนมอลลี่ไม่เห็นด้วย ผิดกับอาเธอร์และพี่น้องคนอื่น

ทั้งสามคุยกันเรื่องมูดดี้ ซึ่งรอนยังแอบหวังว่ามูดดี้อาจจะยังไม่ตายเพราะไม่มีใครพบศพ เฮอร์ไมโอนี่นั่งเลือกหนังสือที่จะเอาไปด้วยในการเดินทางหา Horcruxes ซึ่งแฮร์รี่ก็ยังไม่อยากให้เพื่อน ๆ ต้องมาเสี่ยงชีวิตไปกับเขา เฮอร์ไมโอนี่บอกทั้งน้ำตาว่าเธอถึงขนาดเปลี่ยนความทรงจำพ่อแม่ว่าไม่เคยมีลูกสาว เพื่อให้โวลเดอมอร์ติดตามยากขึ้น ส่วนรอนก็ให้ Ghoul ในบ้านใส่ชุดนอนของเขา หลอกคนอื่นว่าตัวเองป่วยหนักไปเรียนไม่ได้

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเธอกำลังค้นคว้าเรื่อง Horcruxes ที่เธอเคยหาอ่านในห้องสมุดแล้วไม่เจออะไรเลย หลังจากงานศพดัมเบิลดอร์ เธอนั่งเก็บของในหอหญิง แล้วนึกขึ้นได้เลยลองเสกแอ๊กซิโอดู แล้วหนังสือก็ลอยมาหาเธอจากห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ .. มันเป็นหนังสือ ความลับของศาสตร์มืดที่สุด เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องชั่วร้าย มีวิธีสร้าง Horcruxes การรวมวิญญาณและการทำลาย Horcruxes ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก เธอบอกว่าการทำลายต้องทำให้มันเสียหายเกิดกว่าที่จะใช้เวทมนต์ซ่อมแซมได้ เหมือนไดอารี่ของริดเดิ้ลที่จินนี่เอาไปทิ้งชักโครกกลับไม่เป็นไร แต่แฮร์รี่ใช้เขี้ยวบาซิลิซแทง  (พิษบาซิลิซรักษาได้ด้วยน้ำตานกฟินิกซ์ซึ่งเป็นแรร์ไอเทม) ไดอารี่ก็หมดสภาพ
บท 7 - The Will of Albus Dumbledore

รอนบอกว่าแฮร์รี่นอนละเมอพูดแต่ชื่อ Gregorovitch ซึ่งพวกเขาก็สงสัยกันว่านี่คือชื่ออะไร แต่ข้อสงสัยก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นแทนเพราะแฮร์รี่อายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว นั่นหมายถึงแฮร์รี่บรรลุนิติภาวะในโลกพ่อมดและใช้คาถาได้แ้ล้ว (โดยไม่ถูกจับ) แฮร์รี่ได้รับของขวัญวันเกิด .. จินนี่เรียกแฮร์รี่ไปคุยด้วยตามลำพัง บอกว่าเธอนึกไม่ออกว่าจะให้อะไรแฮร์รี่ เลยคิดว่าจะมอบสิ่งที่ทำให้เขาระลึกถึงเธอ พวกเขาจูบกัน กำลังหวานซึ้ง อยู่ ๆ รอนก็เปิดประตูพรวดเข้ามา .. รอนบ่น ๆ ใส่แฮร์รี่ว่าเขาไม่ควรให้ความหวังจินนี่ ซึ่งแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าตัวเขาเองอนาคตไม่แน่นอน และบอกว่าจะไม่ถือโอกาสกับจินนี่อีก  

คืนนั้นมีจัดงานวันเกิดแฮร์รี่กัน ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ Rufus Scrimgeour รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ ก็โผล่มา เรียกแฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่เข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว ซึ่งก็คือเรื่องพินัยกรรมของดัมเบิลดอร์ ที่ได้มอบของบางอย่างให้พวกเขา .. แฮร์รี่เลยตั้งข้อสงสัยว่า ดัมเบิลดอร์ตายไปตั้งหนึ่งเดือนแล้ว ทำไมเพิ่งเอามาให้ เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าทางกระทรวงคงสงสัยว่าของ ๆ ดัมเบิลดอร์จะมีศาสตร์มืด กระทรวงเลยเก็บไปตรวจสอบ

ดัมเบิลดอร์มอบ Deluminator ให้รอน .. หนังสือนิทาน Tale of Beedle, the Bard  ส่่วนของแฮร์รี่ คือลูกสนิทช์ของการแข่งขันครั้งแรกของแฮร์รี่ .. ลูกสนิทช์เป็นของวิเศษที่จดจำสัมผัสของคนที่แตะต้องมันได้คนแรก และเก็บซ่อนข้อความความลับได้ ซึ่ง Scrimgeour แน่ใจว่าในนี้ดัมเบิลดอร์ต้องซ่อนอะไรไว้ให้แฮร์รี่แน่ ๆ .. แต่พอแฮร์รี่ถือลูกสนิทช์ไว้ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ Scrimgeour หัวเสียมาก .. ของอีกอย่างที่ดัมเบิลดอร์ให้แฮร์รี่คือดาบของก๊อดดริก กริฟฟินดอร์ ซึ่ง Scrimgeour อ้างว่าดาบเป็นสมบัติอันทรงค่าทางประวัติศาสตร์ เลยไม่ยอมมอบให้แฮร์รี่ ซึ่งพวกเขาสามคนก็เถียงสู้ขาดใจ จน Scrimgeour โกรธจัดยกไม้กายสิทธิ์จิ้มไปที่อกแฮร์รี่จนเสื้อเป็นรู เสียงเอะอะทำให้อาเธอร์กับมอลลี่รีบวิ่งเข้ามาดู Scrimgeour เลยถอยกลับไป

ทั้งสามตรวจสอบของที่ดัมเบิลดอร์เหลือไว้ให้ และพยายามเชื่อมโยงกันว่าจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ .. แฮร์รี่นึกได้ว่าลูกสนิทช์ลูกนี้ ในการแข่งครั้งนั้น เขาไม่ได้ใช้มือจับมัน แต่กลืนมันไว้ต่างหาก ในลูกสนิทช์มีประโยคซ่อนไว้ว่า I open at the close. ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า เธอไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้มาก่อน รอนตกใจมากเพราะนี่คือหนังสือนิทานที่เด็กในโลกเวทมนต์ทุกคนรู้จัก แม้แต่เขาเองที่ไม่ชอบอ่านหนังสือยังรู้จักเลย เฮอร์ไมโอนี่ก็เถียงกลับว่าเธอเกิดในโลกของมักเกิ้ล ทำให้เธอฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงอยากให้เธออ่านหนังสือเล่มนี้

บทที่ 8 - The Wedding

ในงานแต่งงานของบิลกับเฟลอร์ แฮร์รี่ดื่มน้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นญาติคนหนึ่งของพวกวีสลีย์ ชื่อแบร์รี่ วีสลีย์ (แต่จริง ๆ แล้วใช้ผมจากเด็กหนุ่มมักเกิ้ลผมแดงแถวบ้าน) ทุกคนออกมารับแขกที่มางานแต่ง ซึ่งก็มีเพื่อน ๆ และคนรู้จักมากมาย .. ลูน่ากับพ่อ ชื่อว่า Xenophilius ที่ท่าทางแปลกพอ ๆ กัน .. Auntie Muriel คุณป้าปากร้ายของพวกวีสลีย์ และวิคเตอร์ ครัม ที่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดง และรอนหึงจนลมออกหู .. พิธีแต่งงานราบรื่น ระหว่างที่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ออกไปเต้นรำกัน ครัมพูดคุยกับแฮร์รี่ (ที่เขาไม่รู้ว่าคือแฮร์รี่เพราะปลอมตัวอยู่) บอกถึงความผิดปกติของพ่อลูน่าที่เขาสังเหตเห็น เพราะพ่อของลูน่าใส่สร้อยที่มีสัญลักษณ์ของ Grindelvald พ่อมดชั่วร้ายที่ดัมเบิลดอร์เคยประลองกัน แฮร์รี่จึงแก้ตัวให้ลูน่ากับพ่อ พวกนี้เป็นคนแปลก ๆ สนใจสิ่งของแปลก ๆ แบบนี้ ซึ่งครัมดูไม่ค่อยเชื่อ แล้วแฮร์รี่ก็นึกได้ Gregorovitch เป็นคนทำไม้กายสิทธิ์ของครัม ซึ่งเขาเลิกขายไปหลายปีแล้ว ของครัมเป็นไม้สุดท้ายที่เขาขายให้ ทำให้แฮร์รี่นึกเอะใจว่า Gregorovitch หายไปเพราะโวลเดอมอร์หรือเปล่า เขาจะรู้อะไรมากกว่าโอลิเวนเดอร์หรือเปล่า

ในงาน แฮร์รี่พบกับ Elphias Doge ที่เขียนคอลัมม์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่แสดงตัวกับ Elphias และพูดคุยกัน Elphias ไม่พอใจเรื่องหนังสือของริต้า สคีเตอร์ ซึ่งแฮร์รี่ถามเขาว่าสมัยก่อน ดัมเบิลดอร์เคยยุ่งเกี่ยวกับศาสตร์มืดหรือเปล่า Elpias ปฏิเสธ และยืนยันแฮร์รี่ว่าอย่าสั่นคลอนความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ พวกเขากำลังคุยเรื่องริต้าอยู่ ป้า Muriel ก็เข้ามาร่วมวงด้วย บอกว่าเธอชื่นชมและรอคอยหนังสือของริต้าอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งเธอหลุดปากออกมาว่าน้องสาวของดัมเบิลดอร์ Ariana เป็น Squib และดัมเบิลดอร์กักเธอไว้ในบ้านตลอดเวลา และแม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่น่ากลัว หยิ่งผยองและกดขี่ข่มเหง ไม่ยอมให้ลูกสาวที่แม้จะเป็น Squib ไปเข้าโรงเรียนมักเกิ้ลเด็ดขาด Elphias เถียงว่า Ariana ป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปไหนได้ ป้า Muriel ก็เถียงกลับว่าป่วยหนักแต่กลับไม่เคยไปรักษาตัวที่ St. Mango เลยสักครั้ง และขุดคุ้ยเรื่องที่ว่าแม่ของเขาอาจฆ่าลูกสาวตัวเองก็ได้ถ้าเธอไม่ตายไปซะก่อน หรือไม่ก็ Ariana ต้องการอิสระมากจนฆ่าแม่ตัวเองก็ได้ ซึ่งทำให้ Elphias โกรธจัด .. ป้า Muriel ยังเล่าต่อด้วยว่าเธอแอบฟังแม่กับ Bathilda Bagshot คุยกันว่าในงานศพของ Ariana น้องชายของดัมเบิลดอร์กล่าวโทษดัมเบิลดอร์ว่าเป็นเพราะเขา น้องถึงตายและชกดัมเบิลดอร์ซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดขืนหรือป้องกันเลยแม้แต่นิดเดียวซึ่งแปลกมากเพราะเขาสามารถจัดการ Aberforth ได้อย่างสบาย ๆ และเธอก็แน่ใจว่าริต้าได้ข้อมูลมาจาก Bathilda ซึ่ง Bathilda เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของดัมเบิลดอร์ อาศัยอยู่ที่ก๊อดดริก ฮาโลว์เหมือนกับดัมเบิลดอร์

สิ่งที่แฮร์รี่ได้รู้ทำให้เขาตกใจมาก ทั้งเรื่องอดีตของดัมเบิลดอร์ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน และที่น่าตกใจที่สุดคือ ดัมเบิลดอร์เคยอยู่ในเมืองเดียวกับพ่อและแม่ของแฮร์รี่ และเขาไม่เคยพูดหรือบอกเรื่องนี้กับแฮร์รี่เลยสักครั้งเดียว

แต่เขานั่งคิดได้ครู่เดียวเท่านั้น .. เมื่อผู้พิทักษ์ของคิงสลีย์ปรากฏตัวเพื่อส่งข่าวว่า "กระทรวงถูกยึด Scrimgeour เสียชีวิต พวกมันกำลังมา"
บทที่ 9 - A Place to Hide

ในงานแต่งงานโกลาหลมาก ๆ เมื่อทราบข่าวร้าย เฮอร์ไมโอนี่พาแฮร์รี่กับรอนไปยังถนนในเมืองมักเกิ้ล เพราะคิดว่าปลอดภัยจากพวกผู้เสพความตาย เฮอร์ไมโอนี่เตรียมของพร้อมมาในกระเป๋า ซึ่งมีหนังสือ เสื้อผ้าไว้เปลี่ยนและผ้าคลุมล่องหน (พวกเขายังอยู่ในชุดงานปาร์ตี้) เธอให้แฮร์รี่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนและพาพวกเขาไปนั่งพักในบาร์เก่า ๆ แห่งหนึ่งเพื่อปรึกษากันว่าจะซ่อนกันที่ไหนดี ในบาร์นั้น แฮร์รี่ที่ล่องหนอยู่เหลือบเห็นแขกในร้านยกไม้กายสิทธิ์จะทำร้ายรอน พวกเขาจึงต่อสู้กันจนผ้าคลุมหล่นไป แต่ก็จับผู้เสพความตายสองคนไว้ได้ พวกเขาเคลียร์พื้นที่ เปลี่ยนความทรงจำคนในนั้นใหม่ และปรึกษากันว่าจะไปไหนดี แฮร์รี่ยืนยันจะกลับไปที่บ้านเก่าซีเรียส แม้เพื่อน ๆ จะไม่เห็นด้วย แต่ก็ไป

ในบ้าน มีคำสาปของพวกภาคีใช้เพื่อดักสเนป พวกเขาปรึกษากันว่าทำไมผู้เสพความตายตามแฮร์รี่มาเจอได้ยังไง แล้วสงสัยว่าร่องรอยติดตามตัวของแฮร์รี่อาจจะยังอยู่ (เอ่อ มันคือ Trace ที่จับพวกอายุต่ำกว่า 17 แล้วใช้คาถาน่ะค่ะ มันผิดกฏหมาย และถ้ามันยังอยู่แฮร์รี่ใช้คาถาเมื่อไหร่ พวกโวลดี้ที่ยึดกระทรวงได้แล้วจะรู้ทันทีว่าแฮร์รี่อยู่ไหน) ระหว่างที่ปรึกษากันอยู่ แฮร์รี่ก็ปวดแผลเป็นและรู้สึกถึงความโกรธของโวลดี้ ที่ลูกน้องปล่อยให้แฮร์รี่หนีไปได้อีก
บทที่ 10 - Kreacher's tale

แฮร์รี่ตื่นแต่เช้า ยังคงสับสนและว้าวุ่นใจอยู่โดยเฉพาะเรื่องของดัมเบิลดอร์ เขาเดินเรื่อยเปี่อยไปในห้องนอนเก่าของซีเรียส และไปเจอจดหมายเก่าที่ลิลลี่เขียนมาหาซีเรียส เล่าถึงแฮร์รี่สมัยเด็ก ๆ ที่ชอบของขวัญ (ไม้กวาดของเล่น) ของซีเรียสมาก ๆ เล่าว่า ดัมเบิลดอร์ยังไม่ได้คืนผ้าคลุมล่องหนของเจมส์ วอร์มเทลที่มาเยี่ยมเมื่ออาทิตย์ก่อนก็ดูเศร้า ๆ ไป ... Bathilda มาเยี่ยมบ่อย ๆ และรู้สึกจะเอ็นดูแฮร์รี่มาก และได้เล่าเรื่องของดัมเบิลดอร์ให้ฟัง ... จดหมายขาดหายไปเท่านั้น แฮร์รี่พยายามหาส่วนที่เหลือของจดหมายต่อแต่ไม่พบ เนื้อความในจดหมายยิ่งทำให้แฮร์รี่สงสัยหนักขึ้นและอยากจะไปที่ก๊อกดริด ฮาโล่ว์ แต่เฮอร์ไมโอนี่ไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าผู้เสพความตายต้องไปดักรอแฮร์รี่ที่แถวหลุมศพพ่อแม่ของเขาแน่ ๆ

ระหว่างที่กำลังจะลงไปหาอะไรกิน แฮร์รี่เห็นสัญลักษณ์หน้าห้องที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน และเห็นชื่อ Regulas Arcturus Black และนึกถึงล๊อกเก็ต R.A.B. ขึ้นมาได้ จึงเข้าไปสำรวจห้องของเรกูลัส ซึ่งเก็บข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับโวลดี้เต็มไปหมด .. เรกูลัสเป็นน้องชายของซีเรียส แต่ต่างจากซีเรียสมาก ๆ อยู่บ้านสลิธีริน เคยเป็นผู้เสพความตาย แต่เมื่อพยายามถอนตัว ก็เลยถูกสังหาร .. เฮอร์ไมโอนี่เลยตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเขาเป็นผู้เสพความตาย ได้ใกล้ชิดโวลเดอมอร์ แต่กลับอยากเลิกเพราะอาจจะหมดความเชื่อถือ เขาคงต้องการจะโค่นล้มโวลเดอมอร์แน่ ๆ พวกเขาพยายามหาล็อกเก็ตในห้องแต่ไม่พบ เฮอร์ไมโอนี่เลยนึกถึงตู้เสื้อผ้าที่ใครพยายามเปิด มันจะพ่นขยะใส่ และนึกถึงครีเชอร์

แฮร์รี่เรียกครีเชอร์ออกมา ถามเรื่องล็อกเก็ตและเรกูลัส ครีเชอร์บอกว่าล๊อกเก็ตถูกมันดันกัสเอาไปแล้ว ครีเชอร์เล่าถึงเรกูลัสว่าเป็นคนที่ดีต่อครีเชอร์มาก ผิดกับซีเรียส และครีเชอร์ดีใจและยินดีรับใช้เรกูลัสมาก เมื่อเรกูลัสอายุสิบหกและเข้าร่วมกับโวลดี้ ครีเชอร์ก็ถูกเรียกไปรับใช้โวลดี้ด้วย โวลดี้พาครีเชอร์ไปที่ถ้ำแห่งนั้น และให้ครีเชอร์ดื่มน้ำยาในอ่าง เป็นการทดสอบว่าน้ำยาใช้ได้หรือเปล่า จากนั้นโวลดี้ก็ทิ้งครีเชอร์ไว้ในถ้ำ ครีเชอร์ทรมาน คลานมาดื่มน้ำที่ทะเลสาปแล้วก็ถูกพวกปีศาจดึงลงไปในน้ำ แต่ครีเชอร์รอดมาได้เพราะเรกูลัสเรียกครีเชอร์กลับไปพอดี .. .. จุดนี้แฮร์รี่สงสัยว่าทำไมครีเชอร์ถึงกลับไปได้ เฮอร์ไมโอนี่กับรอนเลยบอกว่าเวทมนต์ของเอลฟ์ไม่เหมือนกับของพ่อมด คำสั่งของเจ้านายคืออันดับหนึ่ง และเอลฟ์สามารถหายตัวได้แม้แต่ในฮอกวอกต์ หลังจากนั้น เรกูลัสขอให้ครีเชอร์พาเขาไปที่ถ้ำ ที่อ่างนั้น ... แต่เรกูลัสไม่ได้ให้ครีเชอร์ดื่มน้ำยานั่น เขาเป็นคนดื่มเอง สั่งครีเชอร์สลับล็อกเก็ตและทำลายมันทิ้ง และสุดท้ายเรกูลัสก็ถูกพวกอินเฟอรี่ดึงไปในทะเลสาป ครีเชอร์กลับมา พยายามทำลายล็อกเก็ตแต่ไม่สำเร็จ นายหญิงก็เสียใจมากที่เรกูลัสหายตัวไป ครีเชอร์ก็ทำโทษตัวเองที่ทำตามคำสั่งไม่ได้ บอกนายหญิงไม่ได้เช่นกันเพราะเรกูลัสห้ามไม่ให้ครีเชอร์บอกเรื่องนี้กับใคร

แฮร์รี่ไม่เข้าใจครีเชอร์ว่าทำไมยังช่วยบอกข่าวให้พวกโวลดี้อีก ทั้ง ๆ โวลดี้เองเคยปล่อยให้มันตาย และเรกูลัสนายของมันพยายามจะล้มล้างโวลดี้ แต่ครีเชอร์กลับทรยศซีเรียส ส่งข่าวให้นาร์ซิสซ่ากับเบลลาทริกซ์ไปบอกโวลดี้อีก เฮอร์ไมโอนี่เลยอธิบายว่าเอลฟ์ประจำบ้านเหมือนเป็นทาสรับใช้ที่ถูกข่มเหงมาตลอด มันจะดีกับพ่อมดที่ใจดีกับมันมาก ๆ เท่านั้น ซึ่งก็คือนายหญิงแบล็คและเรกูลัส ผิดกับซีเรียสทีทำไม่ดีต่อครีเชอร์มาก มันจึงมองนาร์ซิสซ่ากับเบลลาทริกซ์ดีกว่าซีเรียส และนี่คือผลตอบแทนของการกระทำไม่ดีต่อเอลฟ์ประจำบ้าน

เมื่อเข้าใจแล้ว แฮร์รี่จึงสั่งให้ครีเชอร์ติดตามมันดันกัส และค้นหาว่าล็อกเก็ตอยู่ไหน เพราะมันสำคัญมากต่อเรกูลัส และเพื่อไม่ให้เขาตายอย่างไร้ค่า แล้วแฮร์รี่ก็มอบล็อกเก็ตอันที่เรกูลัสทำปลอมเอาไว้ ให้กับครีเชอร์ และบอกมันว่า นี่เป็นของเรกูลัส มอบให้กับมันตอบแทบความภักดีที่มันมีให้ ซึ่งทำให้ครีเชอร์ซาบซึ้งใจมาก ๆ ก่อนมันจากไป มันโค้งคำนับแฮร์รี่กับรอนถึงสองครั้ง ทำเสียงตลก ๆ ใส่เฮอร์ไมโอนี่ ก่อนจะคำนับอย่างนับถือแล้วก็หายตัวไป
บทที่ 12 - Magic is might

เลยเวลาเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถไฟสายฮอกวอกต์แล้ว ทั้งสามยังคงซ่อนตัวอยู่ที่นี่โดยมีครีเชอร์ (ที่กลายเป็นด๊อบบี้เบอร์สอง) คอยรับใช้อย่างนอบน้อมและเต็มใจ รับข่าวสารข้างนอกจากหนังสือพิมพ์ที่แอบขโมยมา ซึ่งพาดหัวข่าวว่า เซเวอร์รัส  สเนป ได้ขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ฮอกวอกต์ และรับสองพี่น้อง Carrows ที่เป็นผู้เสพความตาย มาเป็นอาจารย์วิชามักเกิ้ลศึกษากับป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

พวกเขาวางแผนที่จะเข้าไปในกระทรวงเวทมนต์เพื่อหาล๊อกเก็ต ระหว่างคุยกัน แฮร์รี่เจ็บแผลเป็น และเห็นโวลเดอมอร์ฆ่าคนอื่นเพื่อตามหา Gregorovitch อีก เฮอร์ไมโอนี่เตือนให้แฮร์รี่ต้องระวังตัวและปิดกั้นไม่ให้โวลดี้เข้ามาแทรก แต่แฮร์รี่ไม่สนใจ เขาอยากรู้ว่าทำไมโวลดี้ต้องการ Gregorovitchพวกเขาโดยใช้น้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นคนในกระทรวง เฮอร์ไมโอนี่ปลอมตัวเป็น Mafalda Hopkirk ตำแหน่งผู้ช่วยในแผนกตรวจสอบการใช้คาถาไม่ถูกไม่ควร (555 Improper Use of Magic Office ในเวอร์ชั่นไทยใช้ว่าอะไรคะ ไม่ทราบน่ะค่ะ เอิ๊กกก) รอนปลอมเป็น Reg Cattermole แผนกซ่อมแซม ส่วนของแฮร์รี่ ปลอมเป็นชายตัวสูงชื่อ Albert Runcorn (ซึ่งตอนแรกพวกเขาไม่รู้ว่าคือใคร) ... ขณะที่พวกเขากำลังจะขึ้นไป ผู้เสพความตายคนหนึ่ง ชื่อ Yaxley ได้เรียกรอนในร่าง Cattermole ไว้ บอกว่าออฟฟิสเขาฝนตกมานานแล้ว และแปลกใจที่เห็นเขาตรงนี้ Yaxley บอกว่าเขากำลังจะลงไปสอบสวนเมียของ Cattermole ที่ไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์และ Cattermole ควรจะไปอยู่ข้าง ๆ เธอ และขู่ไว้ว่าถ้าออฟฟิสเขาไม่แห้งภายในหนึ่งชั่วโมง สถานะสายเลือดของเมีย Cattermole จะต้องย่ำแย่แน่ ๆ

รอนออกจากลิฟต์ที่ชั้นสองหลังจากเฮอร์ไมโอนี่แนะนำวิธีซ่อมออฟฟิสของ Yaxley และเหมือนคนที่เข้ามาในลิฟต์จะรู้จักแฮร์รี่ในร่างของ Albert จนลิฟต์เปิดที่ชั้นหนึ่ง คนสี่คนเข้ามา สองคนกำลังคุยกัน หนึ่งในนั้นแม่มดร่างเตี้ยหน้าตาคุ้นมากและตรงกับรูปพรรณสัณฐานของคนที่มันดันกัสบอกว่าให้ล็อกเก็ตไป เดินเข้ามาในลิฟต์พอดี
บท 13 The Muggle-born Registration Commission

อัมบริดจ์เข้ามาในลิฟท์พร้อมกับรัฐมนตรีแล้วทักทายเฮอไมโอนี ทำให้รูว่าเธอปลอมเป็นคนที่ต้องทำงานในศาลจดทะเบียนพวก Muggleborn พร้อมกับอัมบริด แฮรีจึงเหลือตัวคนเดียวที่ว่างไปค้นห้องทำงานอัมบริดจ์ ซึ่งอยู่ชั้นเดียวกับรัฐมนตรี พอออกจากลิฟท์มาพร้อมกันรัฐมนตรีก็ถามว่ามาทำไมชั้นนี้ เพราะไม่ใช่  แผนกของ Runcorn แฮรีก็โมเมไปว่าจะมาคุยกับ Mr.Weasley แต่ลงผิดชั้น รัฐมนตรีก็ไม่ว่าอะไร พอลับตาแฮรีก็เอา invisibility cloack มาพรางตัวแล้วเดินหาห้องอัมบริดจ์ หน้าห้องเจอพนักงานกำลังคัดลอกหนังสือของอัมบริดจ์ 2 คน คนนึงกำลังจะบ่นก็ถูกอีกคนห้ามไว้ พนักงานคนแรกเลยของขึ้นที่เพื่อนกลัวเกินเหตุ บอกว่านอกจากตาวิเศษแล้วยังมีหูวิเศษอีกเหรอถึงไม่ให้บ่น แฮรีได้ยินก็เหลือบไปเห็นตาวิเศษของ Mad-Eye ติดอยู่ที่ประตูห้องทำงานอัมบริดจ์ แฮรีจะเข้าไปค้นห้องก็ต้องไม่ทำให้พนักงานหน้าห้องรู้ตอนเปิดประตู เลยเอาระเบิดมาสร้างความวุ่นวายหน้าห้อง ระหว่างชุลมุนก็แอบเปิดประตูเข้าไปในห้อง เข้ามาถึงก็ฉกตา Mad-Eye ซึ่งอัมบริดจ์เอาไว้ใช้แอบดูพนักงงานหน้าห้องทำงานจากในห้อง แล้วใช้คาถา accio เรียก locket แต่ไม่มีอะไรมาจึงเริ่มค้นห้องด้วยตัวเอง ค้นไปค้นมาเจอแฟ้มของ Arther Weasley ให้รายละเอียดว่าเป็นครอบครัว pureblood ซึ่งกำลังถูกจับตาเพราะเคยให้ "Undesirable No.1" มาอยู่ด้วย

หลังจากค้นจนทั่วแน่ใจว่าไม่เจอแน่ รัฐมนตรีก็เข้ามาในห้อง แฮรีรีบคลุมผ้าแล้วแอบออกไประหว่างรัฐมนตรีทิ้งโน้ตไว้ให้อัมบริดจ์ ตอนนี้แฮรีคิดว่าไม่เจอ locket ในกระทรวงแน่ๆจึงจะถอยทัพ โดยลงลิฟท์ไปหาเฮอไมโอนีซึ่งตอนนี้อยู่ในศาล บังเอิญว่ารอนเข้ามาพอดีเพราะไม่สามารถแก้ฝนตกได้เลยต้องไปตามคนอื่นมาทำแทน พ่อรอนก็เข้ามาด้วยแล้วมีงกับแฮรีนิดหน่อย เพราะ Runcorn ที่แฮรีสวมรอยอยู่เป็นคนที่ทำเรื่องตรวจสอบพ่อมดที่ปลอมว่าตระกูลตัวเองเป็น pureblood แล้วเกิดไม่พอใจพ่อมดที่กระทรวงคนนึงเลยยัดข้อหาให้ไปนอนเล่นใน azkaban ทำให้พ่อรอนไม่พอใจ หลังจากแยกกันไป แฮรีสวมผ้าคลุมแล้วเดินหาศาล ระหว่างทางเจอ dementor กับพวก Muggleborn ที่กำลังรอขึ้นศาล พอประตูศาลเปิด Mary Cattemole ภรรยาของคนที่รอนสวมรอยก็ถึงคิวถูกเรียกเข้าไป แฮรีแอบตามเข้าไป พบว่าในศาลมี dementor อยู่เต็ม ส่วนคนสอบสวนก็คืออัมบริดจ์ พร้อมด้วย Yaxley (ซึ่งเป็น Death Eater) และ เฮอไมโอนี อัมบริดใช้ Patronus แมวเหมียวกันออรา dementor ไว้ระหว่างสอบสวนจึงไม่หดหู่พร้อมกับคนที่ถูกสอบ แฮรีค่อยๆปีนขึ้นไปหาเฮอไมโอนีแล้วกระซิบบอกแผน ขณะที่อัมบริดกำลังเมามันกับการสอบสวน แฮรีแอบเห็น locket อยู่กับอัมบริด เฮอไมโอนีก็แกล้งชมไปว่าสวยดี อัมบริดเลยโม้ให้ฟังว่าเป็น locket ตระกูลเธอ ซึ่งเป็นญาติกับตระกูล pureblood แฮรีได้ยินก็ฉุนขาดที่เอา locket ที่ริบมาจาก mundungus มาใช้แอบอ้าง pureblood ของตัวเอง เลยเสก stupefy ใส่ทั้งอิมบริดและ Yaxley แล้วรีบเก็บ Horcrux คืน เสก Patronus พา Mrs.Cattermole พร้อมกับ Muggleborn คนอื่นที่รอยู่หน้าศาลฝ่าฝูง dementor เพื่อหนีออกจากกระทรวง รอนเข้ามารวมด้วยแล้วบอกว่ากระทรวงรู้แล้วว่ามีคนบุกรุกเพราะเจอรูที่เคยเป็นลูกตา Mad-Eye หน้าห้องอัมบริด พอมาถึงชั้นเตาผิงก็เจอคนในกระทรวงกำลังปิดเตา แฮรีบอกให้หยุดโดยขู่จะยัดข้อหาแบบเดียวกับที่ทำกับพ่อมดคนก่อน แต่ยังไม่ทันได้หนี Yaxley ขึนลิฟตามมาทัน ทั้งสามรีบเข้าไปในเตา โดยมี Mrs.Cattermole ติดมาด้วย เพราะนึกว่ารอนเป็นสามีตัวจริง รอนจึงบอกความจริงไปว่าไม่ใช่สามี แฮรีเห็น Yaxley โผล่ตามออกมาจากเตาก็รีบจับแขนรอนกับเฮอไมโอนีแล้วพาหายตัวกลับไป Grimmald Place แต่ยังไม่ทันได้เข้าบ้านก็วูบไปซะก่อน

บท 13 จบแค่นี้ครับ ที่วูบไปอีกทีก็คือเฮอไมโอนีถูก Yaxley จับตัวไว้ ทำให้ Yaxley หายตัวมาโผล่ที่ Grimmald Place ด้วย เฮอไมโอนีรู้ว่า Yaxley ติดมาด้วยก็รีบสลัดหลุดแล้วพารอนกับแฮรีหายตัวไปโผล่ในป่าแทน การที่ Yaxley ติดมา Grimmald Place ก็คือฝ่า Fidelius Charm เข้ามาได้ ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อ Secret Keeper เป็นคนบอกเท่านั้น ในเมื่อดัมเบิลดอร์ตายไปแล้วพวกเขาที่เหลือจึงกลายเป็น Secret Keeper แทน แล้วการให้ Yaxley มาเห็น Grimmald Place ก็คือการบอกความลับให้นั่นเอง ดังนั้น Grimmald Place จะไม่ถูกซ่อนไว้อีกแล้ว ทั้งสามคนจังไม่สามารถกลับไปอยู่ได้อีก
บทที่ 14 "หัวขโมย"

แฮรี่รู้สึกตัวขึ้นมากลางป่า เฮอไมโอนี่กำลังปฐมพยาบาลรอนที่สลบอยู่ เฮอไมโอนี่บอกว่าพวกเขาอยู่ในป่าที่เคยใช้จัดงานควิชดิชเวิร์ลคัพ เฮอไมโอนี่เอาน้ำยาจากในเป้หยดใส่รอน ไม่นานรอนก็ฟื้นขึ้นมา ทั้งสามคนซักถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น เฮอไมโอนี่โทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ปล่อยให้ Yaxley จับตัวเธอได้จนทำให้บ้านที่กริมโมเพรทถูกเปิดเผย แต่แฮรี่แก้ว่าเป็นความผิดของเขาเองต่างหากที่แอบหยิบตาของแมดอายมาทำให้พวกที่กระทรวงรู้ว่ามีคนบุกรุก พวกเขาตัดสินใจค้างคืนที่ป่านี้ เฮอไมโอนี่เสกคาถาป้องกันนับสิบคาถาไปรอบๆบริเวณ จากนั้นจึงเอาเต้นท์จากในเป้มากางเพื่อใช้เป็นที่พักชั่วคราว เฮอไมโอนี่เอาล๊อกเก็ตที่ฉกจากอัมบริดมาได้ออกมาเวียนกันดู มันยังไม่บุบสลาย

ทั้งสามคนพยายามเปิดล๊อกเก็ตแต่ไม่สำเร็จไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม แฮรี่ตัดสินใจเก็บล๊อกเก็ตไว้ก่อนแล้วค่อยหาวิธีทำลายทีหลัง แฮรี่กับเฮอไมโอนี่ใช้ผ้าคลุมล่องหนออกไปสำรวจรอบๆและเก็บเห็ดมากินประทังหิว รอนต้องนอนพักอยู่ในเต็นท์เพราะยังไม่หายดี ทุกอย่างดูเงียบสงบดีมาก ทั้งสองคนกลับเข้ามานอนพักกันในเต็นท์ แฮรี่นึดเป็นห่วงครีเชอร์ว่าจะเป็นยังไงบ้าง จะถูกจับได้หรือถูกทรมานให้บอกความลับหรือไม่ ครีเชอร์จะขายเขาหรือเปล่า แล้วแฮรี่ก็เจ็บแผลเป็นขึ้นมา เขาเห็น Gregorovitch ถูกจับแขวนไว้กลางอากาศ มีเสียงโวลเดอร์มอร์สั่งให้ Gregorovitch เอาของบางอย่างมาให้ แต่ Gregorovitch บอกว่าของถูกขโมยไปนานแล้ว โวลเดอมอร์ใช้คาถาอ่านความทรงจำของ Gregorovitch จึงได้เห็นว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาขโมยของในบ้านของ Gregorovitch เป็นชายหนุ่มผมทองคนหนึ่ง Gregorovitch รู้ตัวแต่คนร้ายหลบหนีไปได้พร้อมของบางอย่าง

โวลเดอร์มอร์ถามว่าคนร้ายเป็นใคร แต่ Gregorovitch ไม่รู้ โวลเดอร์มอร์จึงลงมือทรมาน Gregorovitchเฮอไมโอนี่ได้ยินแฮรี่ร้องละเมอโวยวายจึงเรียกแฮรี่ให้ตื่นขึ้นมา เธอไม่พอใจที่รู้ว่าแฮรี่ยังเห็นภาพโวลเดอร์มอร์อยู่ แฮรี่เล่าเรื่องที่เห็นให้รอนฟัง เขาคิดว่า Gregorovitch คงถูกฆ่าตายแล้ว และของที่โวลเดอร์มอร์ต้องการต้องเป็นของสำคัญ แฮรี่คิดว่าเขาเคยเห็นขโมยคนนั้นมาก่อนแต่ยังนึกไม่ออกว่าเป็นใคร รอนเสนอความคิดว่าเป็นไปได้มั้ยว่าโวลเดอร์มอร์กำลังหาของมาทำ Horcrux อีกอันนึง แต่แฮรี่คิดว่าไม่ใช่ เพราะจากตำราที่เฮอไมโอนี่ค้นคว้า โวลเดอร์มอร์น่าจะแบ่งวิญญาณเพื่อทำ Horcrux จนถึงขีดจำกัดแล้ว

แฮรี่คิดว่าโวลเดอร์มอร์น่าจะกำลังพยายามหาทางแก้ไขข้อจำกัดของ wand ที่จะไม่ทำร้ายพี่น้องกันเองมากกว่าโดยการไปหาข้อมูลจากคนทำ wand แล้วก็ฆ่าทิ้ง แต่โวลเดอร์มอร์กลับไม่ถามถึงวิธีทำสุดยอด wand ที่แท้แล้วโวลเดอร์มอร์กำลัง

พยายามทำอะไรอยู่กันแน่ คราวนี้เป้าหมายการไล่ล่าคนต่อไปของโวลเดอร์มอร์ก็คือหัวขโมยหนุ่มผมทองคนนั้น
บทที่ 15 - The Goblin's Revenge

พวกเขาต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เปลี่ยนที่พักไปเรื่อย ๆ และหาอาหารทำกินเอง ซึ่งอัตคัดมาก ๆ แฮร์รี่ไม่สามารถเสกคาถาผู้พิทักษ์ที่เขาวชาญที่สุดได้ เฮอร์ไมโอนี่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะล๊อกเก็ต เพื่อแฮร์รี่ถอดออก เขาก็รู้สึกโล่งขึ้น พวกเขาเลยสลับกันสวมล็อกเก็ต พวกเขาปรึกษากันว่า Horcruxes ที่เหลือจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง ซึ่งก็นึกกันไม่ออก และสภาพจิตใจของพวกเขาก็ย่ำแย่มาก โดยเฉพาะเวลาที่ใส่ล็อกเก็ตและรอนก็เริ่มหงุดหงิด และเป็นห่วงที่บ้านมาก ๆ จนพาลทะเลาะในเรื่องอาหารการกินที่เฮอร์ไมโอนี่จะไม่ค่อยถนัดระหว่างที่เถียงกัน พวกเขาได้ยินเสียง จึงใช้ Extendable Ears (หูที่ฟังเสียงไกล ๆ ได้ของเฟร็ดจอร์จน่ะค่ะ) แอบฟัง พบว่าเป็นพวกก๊อบลินและชายสามคนที่กำลังหลบหนีกระทรวงอยู่ในนั่ง

พักกินอาหารกันแถว ๆ นั้น สามคนคือเท็ด (พ่อของท๊องก์) ดีน โธมัส และ เดิร์ก ทั้งสามเป็นคนที่เกิดจากมักเกิ้ล และไม่ยอมไปลงทะเบียน .. พวกก๊อบลินบอกว่าพวกเขาไม่ยุ่งหรือเข้าข้างใดเพราะเป็นเรื่องสงครามของพ่อมด แต่ Gringott ก็ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของก๊อบลินแต่เพียงผู้เดียวอีกแล้ว พวกมันไม่ชอบผู้ใต้คำสั่งพ่อมด ก็เลยถือโอกาสแก้แค้นพวกพ่อมด ก๊อบลินเล่าข่าวเรื่องจินนี่และเพื่อน ๆ พยายามขโมยดาบกริฟฟินดอร์จากห้องทำงานของสเนป (ห้องอาจารย์ใหญ่นั่นล่ะค่ะ) สเนปเลยเห็นว่าที่โรงเรียนไม่ปลอดภัย เลยเอาฝากไว้ที่ Gringott .. ดาบนั้นพวกก๊อบลินเป็นคนสร้างขึ้น ก๊อบลินได้รู้ทันทีว่าดาบเป็นของปลอม แต่พวกมันก็ไม่ได้พูดอะไร แก้แค้นพวกพ่อมดให้คิดว่าพวกเขามีดาบของจริงอยู่

หลังจากนั้น เฮอร์ไมโอนี่ก็เอารูปของ Phineas Nigellus Black ออกมาจากกระเป๋า (มหัศจรรย์) และสอบถามเขาเรื่องจินนี่กับดาบ .. จินนี่ เนวิลล์และลูน่าถูกทำโทษให้ไปทำงานให้แฮกริดในป่าต้องห้าม ส่วนเรื่องดาบ ซึ่งเขาบอกว่า ครั้งสุดท้ายที่เห็นดาบถูกเอาออกไป (ไม่นับที่จินนี่ขโมย) คือเมื่อดัมเบิลดอร์หยิบดาบไปทำลายแหวน ... นั่นทำให้แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ตกใจและตื่นเต้นมากที่ทราบว่าดาบสามารถทำลาย Horcruxes ได้ และพวกเขาพยายามนึกว่าดาบเล่มจริงตอนนี้อยู่ที่ไหน

แต่ในตอนนั้น รอน ที่ใส่ล็อกเก็ตและจิตใจห่อเ่ยวมาก กลับไม่สนใจความตื่นเต้นของพวกเขา และพูดจากระแนะกระแหน๋ ทำให้แฮร์รี่เหลืออด เพราะเขาเองก็เห็นรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ซุบซิบกันและเงียบเสียงทันทีที่เขาเข้าไปหาเหมือนกัน พวกเขาทะเลาะกันจนเฮอร์ไมโอนี่เสกโล่ห์ขึ้นกันพวกเขาออกจากกัน รอนถอดล็อกเก็ตออก และถามเฮอร์ไมโอนี่ ว่าจะอยู่หรือเปล่า เฮอร์ไมโอนี่บอกอย่างตะกุกตะกักว่าเธอจะอยู่ พวกเขาต้องอยู่ช่วยแฮร์รี่ รอนกลับบอกว่า เธอเลือกแฮร์รี่ แล้วก็เดินออกจากเต็นท์และหายตัวไปท่ามกลางพายุ

บทที่ 16 - Godric's Hollow

รอนจากไปแล้ว แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ยังคงเดินทางต่อไปด้วยกัน แฮร์รี่พยายามไม่พูดถึงรอนเพื่อไม่ให้เฮอร์ไมโอนี่คิดมาก แต่เขารู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่ยังคงเศร้าซึมอยู่ แฮร์รี่ครุ่นคิดว่าดาบจะไปอยู่ที่ไหน และคิดถึงดัมเบิลดอร์ นึกโกรธที่เขาไม่เคยถามอะไรดัมเบิลดอร์เลย ความคิดย้อนกลับไปที่ Godric's Hollow และเขาปรึกษาเฮอร์ไมโอนี่ว่าเขาอยากกลับไปที่นั่น ใจจริงคือเขาอยากกลับไปยังหลุมศพของพ่อแม่ คราวนี้เฮอร์ไมโอนี่เห็นด้วย และยกเรื่องดาบมาพูดว่า ก๊อกดริก กริฟฟินดอร์เองก็เกิดที่นี่ และยกหนังสือ History of Magic เขียนโดย Bathilda Bagshot ขึ้นมายืนยัน และบอกว่าพ่อแม่หลายคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่ แฮร์รี่เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันกับ Godric's Hollow ทั้งดาบของก๊อกดริก กริฟฟินดอร์ ครอบครัวของเขา Bathilda Bagshot ที่อาศัยอยู่ที่นั้น และครอบครัวของดัมเบิลดอร์

พวกเขาฝึกหายตัวใต้ผ้าคลุมล่องหน และปลอมตัวเป็นมักเกิ้ลไปยัง Godric's Hollow เวลานั้นเป็นช่วงคริสตมาสพอดี ซึ่งทำให้แฮร์รี่คิดถึงตัวเอง ว่าถ้าไม่มีโวลดี้ เขาชีวิตที่เป็นสุข ... ที่ Godric's Hollow มีอนุสรณ์สถานสงครามอยู่ พอแฮร์รี่เดินผ่าน มันก็เปลี่ยนเป็นรูปปั้นคนสามคน คือพ่อแม่ และตัวเขา ... พวกเขาเดินเข้าไปในส่วนที่ฝังศพ และพบป้ายหลุมศพของคนที่นามสกุลคุ้นเคยมาก ๆ เช่น Abbott .. หลุมศพของแม่และน้องสาวดัมเบิลดอร์มีคำจารึกว่า "Where your treasure is, there will be your heart also." และหลุมศพของเจมส์กับลิลลี่ จารึกไว้ว่า "The last enemy that shall be destroyed is death." *ศัตรูสุดท้ายที่ต้องทำลายคือความตาย* ซึ่งแฮร์รี่ก็ยังไม่แน่ใจว่าคำจารึกพวกนี้หมายถึงอะไร และเขานึกโกรธที่ไม่ได้ติดดอกไม้หรือเอาอะไรมาเคารพหลุมศพพ่อแม่ตัวเองเลย เฮอร์ไมโอนี่เสกพวงหรีดคริสตมาสดอกกุหลาบออกมาให้แฮร์รี่ วางบนหลุมศพ .. ทั้งสองเดินออกจากตรงนั้นเงียบ ๆ แฮร์รี่โอบไหล่เฮอร์ไมโอนี่ และเธอก็โอบเอวเขา และเดินจากไป
บทที่ 17 There
"แฮรี่ หยุดก่อน"    
"มีอะไรผิดปกติหรือ"  พวกเขาเพิ่งเดินมาถึงหลุมฝังศพของพวกสกุลแอบบ๊อทคนหนึ่ง
"มีใครบางคนอยู่ที่นั่น ชั้นบอกได้เลยว่าใครบางคนกำลังดูเราอยู่  อยู่บนแท่นที่นั่น"
พวกเขายืนนิ่งกันอยู่ จับมือกันและกัน มองไปในความมืดของสนามหญ้าที่เป็นหลุมฝังศพ แฮรี่ไม่เห็นอะไรผิดปกติ
"เธอแน่ใจหรือ"
"ชั้นเห็นบางอย่างเคลื่อนไหว สาบานได้ ชั้นเห็นจริงๆ"
เธอปล่อยมือจากเขาเพื่อให้มีมือว่างที่จะใช้ไม้กายสิทธิได้
"แต่พวกเราก็ดูเหมือนพวกมักเกิ้ลไม่ใช่หรือ" แฮรี่ถาม
"อ้อ พวกมักเกิ้ลที่เพิ่งวางดอกไม้บนหลุมศพของพ่อแม่ของเธออย่างนั้นนะหรือ ชั้นแน่ใจว่ามีใครอยู่ตรงนั้น"
แฮรี่คิดถึงหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนต์ที่กล่าวว่าสนามหญ้าที่เป็นหลุมฝังศพเป็นสถานที่ค่อนข้างน่ากลัวและหลอกหลอน ถ้าหากเพียงแต่ว่า...แต่ในนาทีนั้นเขาได้ยินเสียงใบไม้กรอบแกรบ และเห็นร่องรอยของหิมะบนแท่นที่เฮอร์ไมโอนี่พูดถึง แน่นอนว่าผีไม่สามารถที่จะทำให้หิมะเคลื่อนที่หรือมีร่องรอยได้  
"ก็แค่แมว" แฮรี่พูด "หรืออาจจะเป็นนก ถ้ามันเป็นพวกผู้เสพความตาย เราคงตายไปแล้ว แต่ออกไปจากนี่กันเถอะ เราใช้ผ้าคลุมล่องหนได้ "
พวกเขาเหลือบมองกลับไปทางที่จะออกจากสนามหญ้า แฮรี่ไม่ได้รู้สึกสบายใจเหมือนกับที่เค้าได้แสดงออกให้เฮอร์ไมโอนี่เห็น

เขารู้สึกดีใจที่กลับมาที่ประตูและทางเดินเท้าพวกเขาคลุมผ้าคลุมล่องหน เมื่อพวกเขากลับมาที่ผับ ผับดูเหมือนหนาแน่นกว่าก่อนหน้านี้ มีเสียงร้องเพลงเหมือนที่พวกเขาเคยได้ยินที่โบสถ์ แฮรี่คิดจะกลับไปนั่งที่ผับ แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร เฮอร์ไมโอนี่ก็ดึงเขาไปอีกทางหนึ่งที่ตรงข้ามกับทางที่พวกเขาเข้ามา พวกเขาเดินกันมาเรื่อยๆ แฮรี่บอกไม่ได้ว่ากระท่อมหลังสุดท้ายจะสิ้นสุดลงเมื่อไร พวกเขาเดินกันอย่างเร็วที่สุดที่จะทำได้ ผ่านหน้าต่างที่มีแสงไฟวับแวม มีต้นคริสมาสต์มองเห็นเป็นเงาๆ ในความมืด

"เราจะหาบ้านของบาทิลด้าเจอได้อย่างไร"เฮอร์ไมโอนี่ถามและเหลียวหลังไปมอง
"แฮรี่ เธอคิดว่างัยหือ แฮรี่"
หล่อนกระตุกแขนเขา แต่แฮรี่ไม่ได้สนใจ เขามองฝ่าความมืดไปยังบ้านหลังสุดท้ายของแถวนั้น เขาเร่งความเร็วขึ้นและลากเฮอร์ไมโอนี่ไปกับเขา หล่อนลื่นเล็กน้อยบนน้ำแข็ง
"แฮรี่ "
"มอง... มองดูซิ เฮอร์ไมโอนี่."
"ชั้นไม่เห็น . . . โอ้"
พวกเขาเห็นมัน รั้วต้นไม้สูงขึ้นนับตั้งแต่ 16ปีหลังจากที่แฮกริดเอาแฮรี่ไป กระท่อมส่วนใหญ่ยังคงอยู่แต่ถูกปกคลุมด้วยเถาไอวี่และหิมะ.แต่ทางขวาของชั้นบนสุดถูกระเบิดออกไป แฮรี่แน่ใจเลยทีเดียวว่านี่เกิดจากไฟที่เกิดจากคำสาบ เขาและเฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่ที่ประตู และมองไปที่กระท่อม
"น่าประหลาดใจว่าทำไมไม่มีใครคิดจะซ่อมมันเนี่ย" เฮอร์ไมโอนี่กระซิบ
"บางทีพวกเขาอาจจะซ่อมมันไม่ได้ แฮรี่ตอบ "เพราะมันพังเนื่องจากคำสาบด้านมืด จึงไม่สามารถซ่อมได้”
แฮรี่ปล่อยมือจากผ้าคลุมล่องหน และเดินไปที่ประตู ไม่ได้คิดจะเปิดมันออก แต่ก็ทาบมือลงกับส่วนหนึ่งของบ้าน
"เธอไม่ได้คิดจะเข้าไปข้างในใช่ไหม มันมองดูไม่ปลอดภัยเลย มันอาจจะ ...แฮรี่..ดูซิ"

ดูเหมือนว่ามือเขาที่ทาบบนประตูเป็นตัวทำให้เกิดขึ้น มีเครื่องหมายแผ่นป้ายผุดขึ้นตรงพื้นหน้าพวกเขา ผ่านกลุ่มต้นไม้ตรงนั้น มันดูประหลาด อักษรสีทองบนแผ่นไม้เขียนไว้ว่า ที่จุดนี้ คืนวันที่ 31 ตุลาคม 1981 ลิลลี่และเจมส์เสียชีวิต ลูกชายของพวกเขา เด็กชายคนเดียวที่เหลืออยู่จากคำสาบ  Killing Curse. บ้านหลังนี้พวกมักเกิ้ลไม่สามารถมองเห็นได้ มันเก็บไว้ในสถานะที่เหมือนกับตอนมันถูกทำลาย มันเป็นเหมือนอนุสาวรีสำหรับพวกพอตเตอร์ เพื่อเตือนให้ระลุกถึงความรุนแรงที่ได้เกิดขึ้นกับครอบครัวเขา และรอบๆ ก็มีคำพูดอื่นๆ ที่เขียนโดยพ่อมดหรือแม่มดที่มายังที่แห่งนี้ ที่ซึ่งเด็กชายที่รอดชีวิตได้หนีไป บางคนได้เซ็นชื่อไว้ด้วย บางคนก็ได้ทิ้งข้อความไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อความในลักษณะที่คล้ายๆกันคือ ขอให้แฮรี่โชคดีไม่ว่าแฮรี่จะอยู่ที่ใดก็ตาม ถ้าเธอได้อ่านนี่ แฮรี่ รู้ไว้ว่าพวกเราอยู่ข้างเธอ ขอให้แฮรี่อายุยืน หรืออะไรทำนองนั้น

"พวกเขาไม่ควรเขียนอะไรไว้อย่างนี้" เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างขุ่นเคือง
แต่แฮรี่ก็ไม่ได้หันไปมองเธอ
"มันดูดี ชั้นดีใจที่พวกเขาทำ ชั้น.."

*****จากนี้ไปอย่างย่อค่ะ ละเอียดไม่ไหว *****
หลังจากนั้นก็มีผู้หญิงเดินมาหาพวกเขา หล่อนเป็นแม่มดแน่นอน พวกเขาสงสัยว่าหล่อนจะเป็นบาทิลด้า พวกเขาถามว่าหล่อนคือบาทิลด้ามั้ย หล่อนไม่ตอบ หล่อนเปิดประตู และทำท่าทางให้พวกเขาตามหล่อนเข้าไป พวกเขาตามไปโดยคิดว่าหล่อนเป็นบาทิลด้า  ภายในบ้านแฮรี่เห็นรูปถ่ายชายผมทอง เขาจึงพยายามถามหล่อนเกี่ยวกับชายผมทองคนที่ขโมยของในร้าน แต่หล่อนไม่ตอบอะไร  หล่อนทำท่าทางต้องการให้ขึ้นไปชั้นบน  

เมื่อพวกเขาจะตามหล่อนขึ้นไปข้างบน หล่อนก็ไม่ยอมให้เฮอร์ไมโอนี่ขึ้นไป หล่อนต้องการให้แฮรี่ขึ้นไปเพียงคนเดียว บาทิลด้านำแฮรี่ไปชั้นบน และที่นั่นในห้องแฮรี่ใช้ไม้กายสิทธิ์จุดไฟ และสอบถามหล่อนว่า ดัมเบิลดอร์ฝากอะไรไว้ให้เค้ามั้ย แต่หล่อนไม่สนใจ

หล่อนถามว่าเขาคือแฮรี่มั้ย แฮรี่บอกว่าใช่(สังเกตว่าก่อนหน้านี้หล่อนไม่พูดอะไรเลย ไม่ว่าพวกแฮรี่จะถามว่าหล่อนใช่บาทิลด้ามั้ย หรือ ใครคือขโมยคนนั้น) เมื่อหล่อนแน่ในว่าคือแฮรี่ หล่อนทำปากขมุบขมิบปากพึมพำ แฮรี่ได้ยินประมาณว่า รั้งตัวไว้  เขาถามซ้ำว่าดัมเบิลดอร์ฝากอะไรไว้ให้เค้ามั้ย หล่อนชี้ไปที่มุมห้องและบอกว่า There (นี่มาของชื่อบทที่ 17 นี้งัย) แค่ละลายตาชั่ววินาทีหล่อนก็กลายเป็นงูเข้ามาทำร้ายแฮรี่ เฮอร์ไมโอนี่เข้ามาจังหวะที่กำลังชุลมุนกันอยู่และพยายามช่วยเขา งูนากินีปล่อยเขา มีงูเต็มห้อง มีเสียงระเบิด พวกเขาต่อสู้ พวกเขารู้ว่าลอร์ดโวลเดอมอร์กำลังมา เฮอร์ไมโอนี่พาแฮรี่หายตัวออกมา แต่ตัวเขารู้สึกเหมือนเขาเป็นลอร์ดโวลเดอร์มอร์ที่รู้สึกคลั่งแค้นในนาทีสุดท้ายที่แฮรี่หนีไปได้
    
แฮรี่มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อพวกเขาอยู่ในเต้นท์ แฮรี่ฝันเกี่ยวกับเรื่องราววันที่พ่อกับแม่ของเขาพยายามพาเขาหนี ช่วยเขา และร้องขอชีวิตของแฮรี่จากลอร์ดโวลเดอร์มอร์ และในที่สุดโดนลอร์ดโวลเดอมอร์ฆ่า เขาตื่นมา เฮอร์ไมโอนี่กำลังดูแลเขา บอกว่าพวกเขาหนีออกมาได้ชั่วโมงกว่าแล้ว ตอนนี้ใกล้รุ่งแล้วเฮอร์ไมโอนี่เล่าเกี่ยวกับที่แฮรีเป็นตอนเขาละเมอว่าเขาครางและออกเสียงเหมือนเป็นลอร์ดโวลเดอมอร์ และอีกทีที่ร้องไห้ทำตัวเหมือนเด็ก(เป็นช่วงที่เค้าฝันถึงพ่อกับแม่ถูกฆ่า)

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าหล่อนเอาฮอร์ครักมาจากตัวแฮรี่ไม่ได้ มันติดกับหน้าอกเค้า มันทำให้เค้ามีรอยตรงหน้าอก(ฮอร์ครักร้อนและมีปฏิกริยาเมื่อตอนเจอบาทิลด้า และเจองูในห้องนั้น) แฮร์รี่โดนงูฉกที่แขนด้วยแต่ไม่เป็นไรมาก แฮรี่ขอโทษที่เค้าพา

เฮอร์ไมโอนี่ไปที่นั่นและทำให้พวกเขาโดนทำร้าย เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเป็นเพราะหล่อนอยากไป หล่อนถามแฮรี่ว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากที่พวกเขาขึ้นไปข้างบนหล่อนให้งูซ่อนอยู่หรือ แฮรี่บอกว่าไม่ใช่ จริงๆ แล้วงูคือหล่อน หล่อนคืองู เฮอร์ไมโอนี่ตกใจ อะไรนะ แฮรี่บอกว่าบาทิลด้าจะต้องตายแล้วแน่ๆ แล้วลอร์ดโวลเดอร์มอร์ก็ทิ้งงูไว้ในตัวหล่อน เพื่อรอแฮรี่ ซึ่งลอร์ดโวลเดอร์มอร์รู้แน่ว่าแฮรี่จะต้องกลับมาที่นี่เฮอร์ไมโอนี่ตกใจที่มีเวทมนต์อย่างนั้นด้วย แฮรี่บอกว่าก็อย่างที่ลูปินบอกว่าเวทมนต์ทำได้ในสิ่งที่เรานึกไม่ถึง บาทิลด้าไม่ต้องการพูดอะไรเมื่อพวกเราซักถามหล่อนทีแรก หล่อนแค่พยักหน้าหรือผงกหัวหรือส่ายหัว ก็เพราะมันเป็นพาเซลเม้า ซึ่งถ้าพูดแฮรี่ก็ต้องรู้ว่าเป็น  Parseltongue, ตอนนั้นแฮรี่บอกว่าเขาไม่ได้นึกถึง แต่เขาเข้าใจที่หล่อนพูด เมื่อขึ้นไปข้างบน หล่อนส่งข่าวไปยังคนที่ก็รู้ว่าใครว่าแฮรี่อยู่ที่นั่น คนที่คุณรู้ว่าใครบอกให้รั้งตัวเขาไว้ที่นั่นและลอร์ดโวลเดอร์มอร์กำลังมา เขาบอกเฮอร์ไมโอนี่ว่างูออกมาจากส่วนที่เคยเป็นคอของบาทิลด้า ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเธอไม่ต้องการรู้รายะเอียดขนาดนั้น  แฮรี่เลยเล่าแค่บาทิลด้าเปลี่ยนเป็นงูและโจมตีเขา

แน่นอนว่าไม่ได้ต้องการจะฆ่าเขา แค่รั้งตัวเขาไว้จนคนที่คุณรู้ว่าใครมาถึง เฮอร์ไมโอนี่บอกให้แฮรี่หยุดเล่าและพักผ่อน แฮรี่ถามถึงไม้กายสิทธิ์ของเขา(ซึ่งเขาจำได้ว่ามันหล่นตอนเขากำลังสู้กับงู)เฮอร์ไมโอนี่ดึงไม้กายสิทธิ์จากใต้เตียงส่งให้แฮรี่ มันดูเหมือนเกือบจะแยกเป็นสองเสี่ยง (โดนแฮรี่เหยียบตอนสู้กับงู)เฮอร์ไมโอนี่ขอโทษที่มันหัก แฮรี่ขอให้หล่อนซ่อมให้เขา เขาทดลองใช้และพบว่าไม้กายสิทธิมีบางสิ่งผิดปกติ ไม่ทำงานอย่างที่เขาสั่ง

เฮอร์ไมโอนี่ขอโทษ เธอบอกว่าเป็นเพราะเธอใช้คาถา Blasting Curse(ทำให้ระเบิด) ในตอนชุลมุน ทำให้มีการสะท้อนของคาถาทุกทิศทางแฮรี่บอกไม่เป็นไร มันเป็นอุบัติเหตุ และคงหาทางซ่อมได้ เฮอร์ไมโอนี่ร้องให้และขอโทษ และเล่าถึงคราวที่รอนทำไม้กายสิทธิหัก มันซ่อมไม่ได้ และรอนก็ต้องซื้ออันใหม่

แฮรี่นึกถีงโอลิเวนเดอร์ที่ถูกลอร์ดโวลเดอร์มอร์จับตัวไป และนึกท้อใจว่าเค้าจะหาไม้กายสิทธิ์ให้ตัวเองด้วยตัวเองได้อย่างไรเขาเอ่ยปากขอยืมไม้กายสิทธิของเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ก็ส่งให้ด้วยน้ำตานองหน้า(เพราะเสียใจที่ทำให้ไม้แฮรี่พัง ไม่ใช่เพราะเสียดายไม้  มีแซว) เขาปล่อยให้เธอนั่งเงียบๆบนเตียงเขา ตัวเขาคิดเพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรถึงไปจากเฮอร์ไมโอนี่ตรงนี้ได้
บทที่ 18 – The Life and Lies of Albus Dumbledore

แฮรี่ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่ได้เผชิญมาที่ก็อดดริก ฮอลโลว์ และรู้สึกโกรธดัมเบิลดอร์อย่างมากที่ไม่ได้บอกอะไรให้พวกเขารู้ พวกเขาไปที่นั่นเพราะคิดว่าจะได้คำตอบที่ตนต้องการรวมถึงเรื่องดาบ แต่กลับต้องไปเผชิญหน้ากับกับดักของโวลเดอมอร์และต้องหนีเอาชีวิตรอดและไม้กายสิทธิ์ของเขายังมาหักเสียอีก กลายเป็นว่าฝ่ายของโวลเดอมอร์ได้ข้อมูลที่เขาต้องการ จากนั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็เข้ามาขัดจังหวะความคิดของเขา (ด้วยชาร้อนๆสองแก้ว)และบอกว่ามีอะไรบางอย่างให้ดูที่น่าจะเกี่ยวกับผู้ชายในรูปที่แฮรี่ต้องการรู้ว่าเขาคือใคร และหยิบหนังสือ The Life and Lies of Albus Dumbledore ซึ่งมีลายมือของรีต้า สกีตเตอร์ อยู่ด้วย เป็นข้อความขอบคุณให้กับ Batilda Bagshot ที่ให้ข้อมูลในการทำหนังสือเล่มนี้

แฮรี่หวังว่าเขาจะได้พบข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ที่เขาไม่เคยรู้และที่ดัมเบิลดอร์ไม่เคยบอก เขาจึงเริ่มเปิดหนังสืออ่านไปพร้อมกับเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งในนั้นเขียนไว้ว่ากรินเดอวัลคือเพื่อนของดัมเบิลดอร์ และกล่าวถึงเกียรติยศต่างๆที่ดัมเบิลดอร์ได้รับหลังจบการศึกษาจากฮอกวอร์ตและเขามีแผนจะไปเดินทางท่องเที่ยวกับ Elphias “Dogbreath” Doge แต่ต้องกลับมาที่ก๊อดดริก ฮอลโลว์เพราะต้องดูแลน้องๆของเขา จากนั้นในหนังสือก็ลงบทสัมภาษณ์และเรื่องราวที่เกี่ยวกับครอบครัวของดัมเบิลดอร์ (แน่นอนว่าตามสไตล์ของริต้า สกี้ตเตอร์) และตามด้วยเรื่องราวของ Gallert Grinderwald ว่าเป็นหลานที่ Batilda Bagshot รับเลี้ยงและได้กลายเป็นพ่อมดศาสตร์มืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคก่อนหน้าโวลด์เดอมอร์ (ลงรายละเอียดค่อนข้างเยอะขอไม่แปลนะคะ แม้ว่าอาจจะสำคัญในภายหลังน่ะนะ ถ้ามีใครมาแปลลงไว้ต่อก็ดี)  และกล่าวถึงการตายของ Arina Dumbledore น้องสาวที่เป็นสควิบของดัมเบิลดอร์ว่ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองคนหรือไม่ มีคำที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น ‘For the Greater Good’ จากนั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็รีบย้ำกับแฮรี่ว่ามันเป็นหนังสือที่เขียนโดยริต้า สกีตเตอร์และย้ำว่าความสนิทสนมของดัมเบิลดอร์และกรินเดอวัลอาจนำไปสู่หนทางในการสร้างพลังอำนาจต่างๆของกรินเดอวัลก็จริง

แต่ตอนนั้นพวกเขาก็ยังเป็นเด็กหนุ่ม และดัมเบิลดอร์ก็เพิ่งจะสูญเสียพ่อแม่
แต่แฮรี่กลับรู้สึกโกรธอย่างมากและทุ่มเถียงกับเฮอร์ไมโอนี่อย่างรุนแรงเรื่องที่เขารู้สึกว่าดัมเบิลดอร์ละเลยน้องๆของตนเอง สุดท้ายเฮอร์ไมโอนี่ทนไม่ไหวจึงบอกว่าที่แฮรี่รู้สึกโกรธแค้นอย่างมากอาจเป็นเพราะเขาคิดว่าทำไมดัมเบิลดอร์จึงไม่บอกเรื่องเหล่านี้ให้เขารู้ด้วยตนเอง เฮอร์ไมโอนี่ย้ำว่าดัมเบิลดอร์รักและห่วงใยแฮรี่อย่างแน่นอน แต่แฮรี่ไม่เชื่อและบอกว่าดัมเบิลดอร์ทิ้งให้เขาอยู่กับเรื่องราวที่เป็นอันตรายและยุ่งเหยิงมากมายโดยไม่บอกอะไรเขาเลย แต่กลับบอกหลายเรื่องกับกรินเดอวัล แฮรี่บอกให้เฮอร์ไมโอนี่กลับเข้าเต้นท์ไปอยู่ในที่อุ่นๆ เฮอร์ไมโอนี่หันหลังเดินกลับไปและยกมือแตะที่หลังศีรษะแฮรี่อย่างแผ่วเบา

แฮรี่หลับตาลงแวบหนึ่งและภาวนาให้สิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่คิดเป็นจริง ที่ว่าดัมเบิลดอร์รักและห่วงใยเขา
บทที่ 19 - The Silver Doe

พักพลังพวกเขาเหมือนได้ยินเสียงแปลก ๆ ด้านนอก พวกเขาเลยย้ายที่พักโดยการหายตัวใต้ผ้าคลุมล่องหน ครั้งนี้ พวกเขาไปที่ Forest of Dean ที่เฮอร์ไมโอนี่เคยมาตั้งแคมป์กับพ่อแม่ ... รอบด้านคลุมด้วยหิมะ และเงียบสงบ แฮร์รี่ครุ่นคิดเรื่องดัมเบิลดอร์

เรื่องที่เกิดขึ้นที่ Godric's Hollow และท้ายที่สุด เขาเป็นห่วงและคิดถึงจินนี่มาก ๆ ทันใดนั้น เขาก็เห็นแสงสีเงิน ที่ประหลาดมาก เขาเคยเดินออกไปนอกเขตที่พัก แสงสีเงินนั่นคือผู้พิทักษ์ที่เป็นร่างกวางสาวสีเงินที่งดงามมาก ๆ มันวิ่งหนี แฮร์รี่ตามมันไปจนถึงสระน้ำแข็ง แฮร์รี่รู้สึกเหมือนมีคนวิ่งตามมา แล้วเขาก็เห็นดาบของกริฟฟินดอร์อยู่ใต้สระนั่น

แฮร์รี่มองรอบ ๆ คิดว่าถ้าเป็นผู้เสพความตายตามมา เขาคงถูกทำร้ายแล้ว เขาคิดถึงดัมเบิลดอร์ แปลกใจว่าทำไมดาบมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วเขาก็ทำลายน้ำแข็ง ถอดเสื้อผ้า วางของต่าง ๆ ไว้ แล้วกระโดดลงไปเอาดาบในสระ ... น้ำในนั้นเย็นเฉียบ และสร้างความลำบากให้แฮร์รี่มาก เมื่อเขาเข้าใกล้ดาบ สร้อยคอล็อกเก็ตที่ใส่อยู่ก็รัดคอแฮร์รี่จนหายใจไม่ออก เขาคิดว่าเขาต้องตายแล้วแน่ ๆ แต่ทันใดนั้น ก็มีคนมาช่วย เหมือนกับครั้งที่เฮอร์ไมโอนี่มาช่วยเขาจากงูขึ้นมาจากน้ำ แฮร์รี่เห็นรอนเปียกโชกไปทั้งตัว มือหนึ่งถือดาบกริฟฟินดอร์ อีกมือถือ Horcruxes ที่สร้อยขาดแล้ว แฮร์รี่ทั้งตกใจ ดีใจและแปลกใจที่เห็นรอนที่นี่ รอนบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนเสกกวางสีเงินนั้นเพราะคิดว่าเป็นผู้พิทักษ์ของแฮร์รี่ ซึ่งแฮร์รี่ก็แย้งว่าผู้พิทักษ์ของตัวเองคือกวางตัวผู้ (Stag) แต่ก่อนที่พูดถึงความสงสัยอื่น แฮร์รี่เรียกรอนมา และขอให้เขาเป็นคนทำลาย Horcruxes ด้วยดาบ เพราะรอนเป็นเขาเอาดาบขึ้นมา และแฮร์รี่คิดว่ามันควรจะเป็นรอน แม้รอนจะดึงดันว่าเขาไม่เหมาะ แต่สุดท้าย รอนก็ยอม .. แฮร์รี่เปิดล๊อกเก็ตด้วยภาษาพาร์เซล ร่างของทอม ริดเดิ้ลก็ปรากฏขึ้น พูดจาถากถางว่ารอนเป็นแค่คนที่อยู่ข้าง ๆ แฮร์รี่เท่านั้น ไม่มีใครสนใจรอน แล้วก็ปลอมเป็นแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่และดูถูก เยาะเย้ยรอนแถมยังจูบกันต่อหน้ารอนด้วย ทำให้รอนเจ็บปวดมาก รอนเงื้อดาบอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ฟันร่างนั้นเสียที จนทอมสร้างภาพต่าง ๆ นานา ๆ ที่ทำร้ายจิตใจรอนมากขึ้น แต่ทุกท้าย รอนก็ฟันร่างทอม ริดเดิ้ลได้

พวกเขากลับมาหาเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งทั้งดีใจ ทั้งโกรธที่รอนไม่ยอมกลับมาเสียที แล้วรอนก็บอกว่าเขาตามเพื่อน ๆ เจอเพราะ Deluminator ที่ดัมเบิลดอร์ให้มา เขาเล่าว่าที่กลับมาเลยไม่ได้เพราะตอนนั้นที่โกรธและหายตัวไป รอนไปเจอกับพวก   Snatchers เป็นกลุ่มที่ไล่ตามจับพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลและพวกทรยศแล้วไปเอารางวัลจากกระทรวง รอนบอกพวกนั้นว่าเขาคือ Stan ภายหลังก็หนีออกมาได้ แล้วเขาก็มีไม้กายสิทธิ์สำรองด้วย

บทที่ 20 - Xenophilius Lovegood

แม้เฮอร์ไมโอนี่ยังดูงอน ๆ อยู่บ้าง แต่แฮร์รี่ก็รู้สึกดีมากกว่าเดิมเยอะที่พวกเขาทั้งสามกลับมาอยู่ด้วยกันอีก พวกเขาปรึกษากันว่าจะเอาไงต่อ รอนที่ได้อยู่ข้างนอกมาสักพักเอาข่าวมาอัพเดทเพื่อน ๆ เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านโพรงกระต่าย แต่ไปอยู่ที่บ้านของบิลกับเฟลอรืแทน แล้วรอนก็บอกว่า ที่พวกกระทรวงและผู้เสพความตายตามพวกเขาเจอได้ก็เพราะพวกเขาเอ่ยชื่อ โวลเดอมอร์ ดังนั้น พวกเขาจึงต้องหยุดเรียกชื่อนั้นและตอนนี้บิลเองก็กำลังหลบหนีอยู่เหมือนกัน .. พวกเขาคุยกันเรื่องผู้พิทักษ์กวางสาว ซึ่งก็ยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นคนเสก

แฮร์รี่พยายามฝึกใช้ไม้กายสิทธิ์อันใหม่ แต่ก็พบว่ามันมีพลังน้อยกว่าไม้ของตัวเอง ... เฮอร์ไมโอนี่เดินมาหาแฮร์รี่ และบอกว่าเธอต้องการไปพบ Xenophilius Lovegood พ่อของลูน่า และชี้ให้แฮร์รี่ดูในหนังสือประวัติดัมเบิลดอร์ที่ริต้า สคีเตอร์เขียนขึ้น มันมีลายเซ็นต์ของดัมเบิลดอร์ในจดหมายที่เขียนถึง Grindelwald ซึ่งตัว A ในลายเซ็นต์นั้นถูกแทนตัวสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่เหมือนกับสัญลักษณ์ที่พวกเขาเจอในหนังสือนิทานที่ดัมเบิลดอร์ให้เธอ

เฮอร์ไมโอนี่สงสัยเกี่ยวกับสัญลักษณ์นี้ซึ่งโผล่มาหลายครั้งแล้ว ทั้งในหนังสือ หลุมศพหนึ่งใน Godric's Hollow และเหมือนพ่อของลูน่าจะมีข้อมูลเรื่องสัญลักษณ์นี้พวกเขาเดินทางไปที่บ้านลูน่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านโพรงกระต่าย

... Xenophilius ต้อนรับพวกเขาอย่างไม่เต็มใจ แฮร์รี่ขอให้เขาช่วย ซึ่งเขาก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี เลยออกไปตามลูน่า ในบ้านนั้นมีแต่ของเวทมนต์ที่แปลกและอันตรายมาก ๆ เมื่อ Xenophilius กลับมา บอกว่าเดี๋ยวลูน่าจะตามมา แฮร์รี่ก็ถามเขาเรื่องสัญลักษณ์ที่ Xenophilius ห้อยอยู่ แต่ Xenophilius เลิกคิ้ว และถามกลับว่า แฮร์รี่กำลังหมายถึงสัญลักษณ์ของ Deathly Hallows อยู่เหรอ
บทที่ 21 - The Tale of the Three Brothers #1

เมื่อ Xenophilius พูดถึง Deathly Hallows พวกของแฮร์รี่ก็งุนงงและไม่เข้าใจ จน Xenophilius พูดถึงนิทานเรื่อง The Tale of the Three Brothers ซึ่งรอนกับเฮอร์ไมโอนี่รู้จัก แต่แฮร์รี่ไม่รู้จัก มันเป็นนิทานของพวกพ่อมด และเฮอร์ไมโอนี่ก็หยิบหนังสือที่ดัมเบิลดอร์ให้ออกมา มันคืนเล่มต้นฉบับนิทานของ Beedle the Bard และเล่าให้คนในที่นั้นฟัง

..... ครั้งหนึ่งมีพี่น้องสามคน เดินทางท่องเที่ยวผ่านแม่น้ำสายหนึ่งที่วมาก พวกเขาจึงโบกไม้กายสิทธิ์ สร้างสะพานขึ้นเพื่อเดินข้าม เดธที่เฝ้าอยู่โกรธมากเพราะสามพี่น้องไม่หลงกล นักเดินทางส่วนใหญ่มักจะจมน้ำตายตรงนั้น แต่เดธก็เจ้าเล่ห์พอ จึงบอกว่าเขายินดีจะมอบของขวัญให้สามพี่น้อง

.... คนโต มีนิสัยชอบใช้กำลัง ขอไม้กายสิทธิ์ ที่จะชนะในทุก ๆ การดวลต่อสู้ ไม้กายสิทธิ์ที่คู่ควรกับพ่อมนที่เอาชนะความตาย เดธไปยัง Elder Tree และสร้างไม้กายสิทธิ์จากกิ่งไม้ และมอบให้คนโต

.... คนกลาง เป็นคนที่จองหอง ขอพลังที่จะเรียกคนตายให้ฟื้นคืน เดธจึงหยิบศิลาตรงริมน้ำ มอบให้กับคนรอง

.... คนเล็ก เป็นคนถ่อมตนแต่ฉลาดที่สุด ขอสิ่งที่จะทำให้เขาไปไหนมาไหนได้โดยที่เดธติดตามเขาไปไม่ได้ ซึ่งเดธ โดยไม่เต็มใจนัก มอบเสื้อคลุมล่องหนให้

.... สามพี่น้องเดินทางต่อ ชื่นชมของขวัญที่ได้รับ และแยกย้ายจากกันไปตามจุดหมายของแต่ละคน

.... คนโตเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เอาชนะพ่อมดคนอื่นด้วย Elder Wand และโอ้อวดว่าถึงไม้กายสิทธิ์ที่ทรงพลังที่สุดที่เขาได้มาจากเดธ คืนนั้น พ่อมดคนหนึ่งขโมย Elder Wand ไปขณะที่คนโตกำลังหลับและฆ่าเขาเสีย ... เดธได้ครอบครองคนโตแล้ว

.... คนรองกลับไปที่บ้านและลองใช้ศิลาเรียกคนตาย ซึ่งกลายเป็นหญิงสาวที่เขารักและจะแต่งงานด้วย แต่กลับเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร นางเศร้า หนาว และเจ็บปวดที่ต้องจากเขาไป แต่นางก็อยู่ในโลกนี้ไม่ได้ และก็ทรมาน คนรองเสียสติด้วยความโหยหา และฆ่าตัวตายตามนางไปเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน ... เดธได้ครอบครองคนรองแล้ว

.... เดธตามหาคนเล็กอยู่นานหลายปี แต่ก็ไม่พบ นานวันเข้า คนเล็กแก่ชราลง จึงออกจากผ้าคลุมล่องหน มอบต่อให้ลูกชายของเขา คนเล็กทักทายเดธราวกับเพื่อนเก่า และจากไปกับเดธด้วยความยินดี และเท่าเทียมกัน

Xenophilius บอกว่า ทั้งสามนี่คือ Deathly Hallows .. Elder Wand, Resurrection Stone และเสื้อคลุมล่องหน ซึ่งผู้ครองสิ่งสามอย่างนี้จะ *master of Death*
บทที่ 21 - The Tale of the Three Brothers #2
Xenophilius เชื่อว่าทั้งสามสิ่งมีอยู่จริง แต่เขาไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน หรือหนึ่งในของสามอย่าง ผ้าคลุมล่องหน นั้นอยู่กับพวกแฮร์รี่ในห้องเดียวกันนี้เอง พวกเขาคุยเรื่อง Elder Wand ซึ่ง Xenophilius บอกว่าเป็นสิ่งที่ยังพอติดตามได้บ้าง เพราะไม้กายสิทธิ์ต้องผ่านจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งหากเขาเป็นผู้ครองไม้นั่นจริง แต่ตอนนี้ Xenophilius เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไม้นั่นไปอยู่ที่ไหนแล้ว เฮอร์ไมโอนี่ถาม Xenophilius เกี่ยวกับครอบครัว Peverells ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งบนหลุมศพที่ Godric's Hallow ...

Xenophilius บอกว่า สามพี่น้อง Peverells คือคนที่ได้ครอบครอง Hallows ทั้งสาม ซึ่งก็คือสามพี่น้อง Antioch, Cadmus และ Ignotus และเป็นคนเดียวกับสามพี่น้องในนิทานที่ได้ครอบครอง Hallows จริง ๆ

Xenophilius ที่มองนอกหน้าต่างตลอดเวลา ขอตัวลงไปเตรียมอาหารให้ แฮร์รี่ปรึกษาเรื่องที่เพิ่งรู้นี้กับเพื่อน ๆ ซึ่งรอนดูไม่ค่อยเชื่อ เพราะเขาได้ยินนิทานเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ ผิดกับเฮอร์ไมโอนี่และแฮร์รี่ที่อยู่กับมักเกิ้ล เลยมีความเชื่อที่ต่างกันเรื่องการมองว่าของขวัญชิ้นไหนดีที่สุด ซึ่งทั้งสามคนก็เลือกของต่างกัน เฮอร์ไมโอนี่เลือกผ้าคลุม รอนเลือกไม้กายสิทธิ์ แฮร์รี่เลือกศิลา .. แฮร์รี่ให้เหตุผลว่า เขาอาจทำให้พ่อแม่ ซีเรียส หรือดัมเบิลดอร์กลับมาได้ แม้เขาก็รู้ว่าในนิทาน คนที่ตายไปไม่อยากจะกลับมา เฮอร์ไมโอนี่บอกว่า Beedle the Bard น่าจะได้ไอเดียจากศิลาอาถรรพณ์มาเขียนนิทาน ระหว่างที่พูดคุยกัน แฮร์รี่เกิดเอะใจ จึงเดินขึ้นข้างบน และเข้าไปในห้องลูน่า และพบว่าเป็นห้องที่ทิ้งร้างมาสักพัก เขาจึงรู้ว่าลูน่าไม่ได้อยู่ที่นี่สักระยะแล้ว จึงไปถาม Xenophilius ซึ่ง Xenophilius ยอมรับว่า เขาบอกทางกระทรวงแล้วแฮร์รี่อยู่ที่นี่ และที่ต้องทำแบบนี้เพราะพวกผู้เสพความตายจับตัวลูน่าเอาไว้ Xenophilius พยายามจะเสกคาถาจับพวกแฮร์รี่แต่พวกเขาหลบได้ และสะท้อนคาถากลับจนระเบิด Xenophilius ตกบันไดวนลงมาข้างล่าง และพวกผู้เสพความตายก็มาถึงที่บ้านพวกผู้เสพความตายไม่ได้รีบร้อนนัก เพราะคิดว่า Xenophilius โกหกอีก และบอกให้ Xenophilius ขึ้นไปจับแฮร์รี่ลงมา เฮอร์ไมโอนี่วางแผน ให้รอนอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน เสกคาถาใส่ Xenophilius และทำลายพื้นจนเป็นโพรง พวกเขาหล่นลงไปทับผู้เสพความตายที่อยู่ข้างล่าง และหายไปหนีไปหลังจากที่ผู้เสพความตายเห็นหน้าแฮร์รี่แล้ว
บท 22 The Deathly Hallows

ทั้งสามหนีมาได้ เฮอร์อธิบายว่า ต้องการให้ deatheater เห็นแฮรี่ก่อนหนีมาเพื่อจะได้รู้ว่า Xeno ไม่ได้โกหก และที่ให้รอนใส่ผ้าคลุมล่องหนเพราะจริงๆ แล้วเขาควรจะป่วยหนักอยู่บ้าน ไม่ใช่มาอยู่กับแฮรี่แบบนี้ ถ้าพวก Deatheater เห็นจะต้องทำร้ายครอบครัวรอนแน่ (ฉลาดมากๆ เฮอร์มี่) จากนั้นทั้งสามก็ถกเถียงกันเรื่อง Deathly Hallow ต่อว่ามีจริงไม่จริง รอนกับแฮรี่เริ่มเอียงไปทางจริง โดนรอนเปรียบเทียบกับ Chamber of Secret ที่เคยเชื่อกันว่าเป็นเพียงตำนาน แต่เฮอร์ยังคงไม่เชื่อ

จากนั้นทั้งสามคุยกันเรื่องครอบครัว Peverell ที่ Xeno บอกว่าเกี่ยวข้องกับ Deathly Hallow โดยตรง และเฮอร์เห็นหลุมศพของ3พี่น้อง Peverell ที่ Godric's Hollow (Xeno บอกว่าเป็น 3 พี่น้องในเรื่อง Tales of 3 Brothers) แล้วแฮรี่ก็นึกขึ้นได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน จาก Marvolo Gaunt ว่าเขาสืบเชื้อสายมาจากตระกูล Peverell (ป้าเจเล่นแนวนี้อีกแล้วอ่ะ จำไม่ได้นะเนี่ย) และแหวนที่เป็น Horcrux ก็มีตราตระกูล Peverell และคิดว่าตราตระกูล Peverell คือสัญลักษณ์ของ Deathly Hallow นั่นเอง แฮรี่คิดว่าหินบนแหวนของมาโวโลคือ Resurrection Stone ในนิทาน แล้วแฮรี่ก็นึกถึงคำพูดของ Xeno ที่ว่าคนที่รวบรวมของ 3 อย่างได้จะเป็น Master of Death และข้อความบนหลุมศพพ่อแม่แฮรี่ที่ว่า The last enemy that shall be destroyed is death แฮรี่นึกถึงตัวเองที่ครอบครอง Hallow ทั้งสามสู้กับโวลดี้และHorcrux (กลายเป็นเรื่องอะไรไปแล้วเนี่ย -*-)

แฮรี่คิดว่าผ้าคลุมของตนเองคือผ้าคลุมล่องหนของน้องคนสุดท้องในนิทาน และตัวเองสืบเชื้อสายมาจากน้องคนสุดท้อง และอยู่ๆ แฮรี่คิดว่าแหวน Horcrux นั้นซ่อนอยู่ในลูกสนิชที่ดัมเบิลดอร์ให้มา (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอยู่ๆ คิดได้ไง) ตอนนี้เขาได้ Hallow มาสองอย่างแล้ว เหลืออย่างสุดท้าย Edler Wand แล้วแฮรี่ก็รู้ในที่สุดว่า โวลดี้ตามหา Elder Wand ถึงได้จับโอลิแวนเดอร์และ Gregorovitch ไป
แต่แฮรี่คิดว่าโวลดี้น่าจะไม่เคยได้ยินนิทานเรื่องนี้มาก่อนและไม่รู้จัก Deathly Hallow ดังนั้นโวลดี้อาจจะตามหา Elder Wand เพียงเพราะได้ยินเรื่องไม้กายสิทธิ์ที่มีอำนาจมากกว่าไม้ทั่วไป แต่ไม่รู้ว่ามันคือ Elder Wand ที่เอาชนะได้ทั้งหมด
เฮอร์ไม่เชื่อและคิดว่าแฮรี่คิดไปเอง ส่วนรอนคิดว่าน่าจะทำตามที่ดัมเบิลดอร์บอกคือทำลาย Horcrux ทั้งหมดซะ

ทั้งสามออกเดินทางตามหา Horcrux ไปตามสถานที่ต่างๆ ที่โวลดี้เคยไปแฮรี่คิดว่าผ้าคลุมของตนเองคือผ้าคลุมล่องหนของน้องคนสุดท้องในนิทาน และตัวเองสืบเชื้อสายมาจากน้องคนสุดท้อง และอยู่ๆ แฮรี่คิดว่าแหวน Horcrux นั้นซ่อนอยู่ในลูกสนิชที่ดัมเบิลดอร์ให้มา (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอยู่ๆ คิดได้ไง) ตอนนี้เขาได้ Hallow มาสองอย่างแล้ว เหลืออย่างสุดท้าย Edler Wand แล้วแฮรี่ก็รู้ในที่สุดว่า โวลดี้ตามหา Elder Wand ถึงได้จับโอลิแวนเดอร์และ Gregorovitch ไป

แต่แฮรี่คิดว่าโวลดี้น่าจะไม่เคยได้ยินนิทานเรื่องนี้มาก่อนและไม่รู้จัก Deathly Hallow ดังนั้นโวลดี้อาจจะตามหา Elder Wand เพียงเพราะได้ยินเรื่องไม้กายสิทธิ์ที่มีอำนาจมากกว่าไม้ทั่วไป แต่ไม่รู้ว่ามันคือ Elder Wand ที่เอาชนะได้ทั้งหมด
เฮอร์ไม่เชื่อและคิดว่าแฮรี่คิดไปเอง ส่วนรอนคิดว่าน่าจะทำตามที่ดัมเบิลดอร์บอกคือทำลาย Horcrux ทั้งหมดซะ

ทั้งสามออกเดินทางตามหา Horcrux ไปตามสถานที่ต่างๆ ที่โวลดี้เคยไป และมีคุยกันถึงรายการวิทยุ Potterwatch ที่รายงานตามความจริงโดยไม่สนโวลดี้ รอนอยากให้แฮรี่ได้ฟังเลยพยายามหาจนเจอในที่สุด Lee Jordan กำลังรายงานข่าวการตายของ Ted Tonks และ Dirk Cresswell แต่ Dean Thomas หนีไปได้ และมีครอบครัวมักเกิ้ลตาย 5 คน และท้ายสุด พบศพของ Bathilda Bagshot ที่ Godric's Hollow จากนั้นเป็นเสียงรายงานของ Kingsley, Lupin คั่นด้วยข่าว Xeno ถูกจำคุก และ Hagrid เกือบถูกจับแต่หนีไปได้ จากนั้นเป็นเสียง Fred พูดถึงข่าวลือว่ามีคนเห็นโวลดี้ออกนอกประเทศ แฮรี่คิดว่าโวลดี้ออกตามหา Elder Wand แต่รอนกับเฮอร์ไม่เชื่อเลยทะเลาะกันและแฮรี่ก็พูดชื่อโวลดี้ออกมา ทันใดนั้น ก็มีเสียงคนข้างนอกบอกให้ยกมือขึ้นแล้วเดินออกมา

ในที่สุดรอนก็หาทางเปิดวิทยุได้ มีสถานีพิเศษที่จัดรายการสนับสนุนแฮรี่เป็นการลับ สถานีต้องย้ายที่จัดไปเรื่อยๆเพื่อความปลอดภัย ลี จอแดนเป็นคนจัดรายการ มีคิงลี่กับลูปินเป็นแขกประจำ ทั้งหมดใช้ชื่อปลอม มีการรายงานข่าวเรื่องเทฌด พ่อของท๊องก์กับเดิกและก๊อบลินชื่อ Gornuk ถูกฆ่าตาย ส่วนดีนและกริบฮุกหนีไปได้ และยังรายงานว่าครอบครัวมักเกิ้ลครอบครัวหนึ่งถูกผู้เสพความตายฆ่า และยังรายงานการพบศพบาทิลด้า แบ็กชอตที่ก๊อดดริก ฮอลโลด้วย ทั้งสามคนพยายามพูดให้กำลังใจฝ่ายที่ต่อต้านและบอกว่าแฮรี่ต้องยังไม่ตาย เพราะแฮรี่คือความหวังสุดท้ายของทั้งหมด หากแฮรี่ตายพวกผู้เสพความตายต้องประโคมข่าวนี้แน่นอน จากนั้นก็มีเฟรดมารับเชิญเล่าเรื่องตลกนิดหน่อยก่อนจะปิดรายการไป ทั้งสามคนรู้สึกดีขึ้น แฮรี่เผลอเรียกชื่อโวลเดอร์มอร์ตรงๆออกมา ทันใดนั้นเต็นท์ก็ถูกล้อม
บทที่ 23 มันโคตร

Chapter 23 Malfoy Manor

พวกล่าค่าหัวล้อมเต็นท์ของทั้ง 3 คน เสกคาถาใส่เข้าไปในเต็นท์ ทั้ง 3 คนโดนคาถากันเข้าไปเต็มๆ แฮรี่โดนคาถาเข้าเต็มหน้า ทั้ง 3 คนโดนจับได้ เกรแบ็คเป็นหัวหน้าพวกล่าค่าหัว พวกนี้รู้ที่อยู่ของทั้ง 3 คนเพราะแฮรี่เผลอเรียกชื่อโวลเดอร์มอร์ มีการลงคาถาใส่ชื่อนี้ ใครเรียกชื่อโวลเดอร์มอร์โดยตรงจะถูกระบุที่อยู่ได้และถูกจับกุมข้อหาต่อต้านและถูกสอบสวน

เกรแบ็คถามชื่อทั้ง 3 คน เกรแบ็คจำแฮรี่ไม่ได้เพราะแฮรี่โดนคาถาที่หน้าทำให้มีแผลและมีเลือด(มั้ง)กลบหน้าจนมองไม่ออก แฮรี่อ้าวว่าตัวเองชื่อเวอนอน ดัดลี่ รอนบอกว่าเขาชื่อบาร์ดี้ วีสลี่ที่เป็นญาติห่าง เฮอไมโอนี่บอกว่าเธอชื่อเพเนโลเป้ เคลียร์วอร์เตอร์ ทั้งสามคนอ้างว่าหนีโรงเรียนมา แต่ในราชชื่อนักเรียนไม่มีชื่อเวอนอน ดัดลี่ แฮรี่โดนซักเขาจึงอ้างว่าอยู่บ้านสลิเธอลิน และเนื่องจากแฮรี่เคยแอบเข้าไปในห้องนั่งเล่นของสลิเธอลินตอนปี 2 ทำให้เขาบรรยายภาพได้ถูก แฮรี่ยังอ้างว่ามีพ่อทำงานที่กระทรวง ปรากฏว่ามีคนนามสกุลดัดลี่ทำงานที่กระทรวงจริงๆ เกรแบ็คเกือบหลงเชื่อ แต่มีคนในกลุ่มหยิบเดลี่พรอเฟ็ตออกมา ในนั้นมีภาพเฮอไมโอนี่อยู่ในประกาศจับ เกรแบ็คจึงรู้ว่าพวกเขาโกหก และเวอนอน ดัดลี่จะต้องเป็นแฮรี่ พอตเตอร์ แต่ไม่มีใครแน่ใจ เต็นท์ถูกค้นอย่างละเอียดและดาบกริฟฟินดอร์ถูกยึดไปได้ เกรแบ็คสั่งให้พานักโทษทั้งหมดซึ่งรวมถึงดีน โทมัสและกริบฮุกที่ถูกจับได้ก่อนแล้วไปที่บ้านมัลฟอยล์ที่ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการ เดรโกกับลูเซียสที่เคยเจอพวกแฮรี่มาก่อนถูกตามมาระบุตัวแฮรี่ แต่ไม่มีใครกล้าชี้ชัดเพราะหน้าแฮรี่ตอนนี้เยินมาก แต่พวกเขาจำเฮอไมโอนี่กับรอนได้ ยังไม่มีใครกล้าตามตัวโวลเดอร์มอร์มาเพราะถ้าเกิดความผิดพลาดอาจได้รับโทษได้ แฮรี่เริ่มเจ็บแผลเป็นอีกครั้ง โวลเดอร์มอร์ไปพบใครคนนึงเพื่อตามหาของที่แฮรี่เชื่อว่าคือ wand ในตำนาน เบราทริกซ์เข้ามาในห้อง เธอเห็นดาบของกริฟฟินดอร์ที่เกรแบ็คถืออยู่ เธอตกใจมากเพราะเธอได้รับคำสั่งให้ไปดูและกริงกอตและตอนนี้ดาบน่าจะเก็บอยู่ที่นั่น เบราทริกซ์แย่งดาบมาจากเกรแบ็คและโวยวายถามว่าดาบนี่มาได้ยังไง พวกแฮรี่ไม่ตอบ เบราทริกซ์ยืนกรานว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องสอบสวนก่อนจะรายงานโวลเดอร์มอร์ได้ เธอสั่งให้เอานักโทษไปขังที่ห้องใต้ดินยกเว้นเฮอไมโอนี่ รอนพยายามขวางแต่ไม่สำเร็จ

ที่ห้องใต้ดิน แฮรี่ได้เจอลูน่ากับโอลิแวนเดอร์ที่ถูกขังมาก่อน เฮอไมโอนี่ถูกเบราทริกซ์ทรมานให้บอกว่าได้ดาบมาได้ยังไง พวกเขาแอบเข้าไปในกริงกอตได้ยังไง และขโมยอะไรไปอีกบ้าง เฮอไมโอนี่บอกว่าเจอดาบโดยบังเอิญและดาบอันนี้เป็นของปลอม เบราทริกซ์ให้พาตัวกริบฮุกมาดูดาบ ดาบของจริงสร้างโดยก๊อบลิน กริบฮุกต้องดูออก เดรโกมาที่ห้องขังพาตัวกริบฮุกไป แฮรี่แอบกระซิขอร้องให้กริบฮุกโกหก แฮรี่ใช่กระจกสองทางเรียกตัวด๊อบบี้มาช่วย แฮรี่ให้ด๊อบบี้พาลูน่า โอลิแวนเดอร์ และดีนหายตัวหนีไปก่อนค่อยกลัมารับเขากับรอน แต่เสียงหายตัวของเอลฟ์ดังมากจนลูเซียสได้ยิน ลูเซียสสั่งให้หางหนอนลงไปตวจดูห้องใต้ดิน แฮรี่กับรอนรอจังหวะที่หางหนอนเข้ามาในห้องขัง รอนริบ wand ของหางหนอนได้ แฮรี่เอามือปิดปากหางหนอนไม่ให้ส่งเสียง หางหนอนบีบคอแฮรี่ แฮรี่ทวงบุญคุณเรื่องที่เขาเคยช่วยหางหนอน หางหนอนจึงปล่อยมือจากแฮรี่ ทันใดนั้นมือปลอมของหางหนอนที่โวลเดอร์มอร์เสกให้กลับบีบคอตัวเอง แฮรี่กับรอนพยายามช่วยแต่ไม่สำเร็จ หางหนอนตาย(ซะงั้นแหละ)

ที่ด้านบน กริบฮุกบอกเบราทริกซ์ว่าดาบที่ยึดได้เป็นของปลอม เบราทริกซ์จึงใช้รอยแผลที่แขนเรียกตัวโวลเดอร์มอร์ โวลเดอร์มอร์กำลังทรมานชายแก่คนหนึ่งให้บอกว่าของอยู่ที่ไหนแต่ไม่สำเร็จ โวลเดอร์มอร์จึงฆ่าชายแก่นั่น รอนวิ่งขึ้นไปด้านบน ใช้คาถาปลดอาวุธ แฮรี่ที่ตามมายึด wand ของเบราทริกซ์ได้ เบราทริกซ์ใช้มีดขู่จะฆ่าเฮอไมโอนี่ รอนยอมวางอาวุธ ทันใดนั้นโคนไฟเพดานตกลงมาด้วยฝีมือด๊อบบี้ แฮรี่เสกคาถาใส่เกรแบ็ค โวลดอร์มอร์ใกล้จะกลับมาแล้ว แฮรี่สั่งให้บ๊อบบี้รีบพาทุกคนหนี กริบฮุกหยิบดาบได้ด้วย เบราทริกซ์ปามีดใส่ก่อนที่ทุกคนจะหายตัวไป เมื่อไปถึงที่หมาย แฮรี่พบว่าด๊อบบี้โดนมีดปักกลางอก ด๊อบบี้ตายในวงแขนของแฮรี่
บทที่24 ครับ

หลังจาก Dobby ตาย ทุกคนก็วิ่งออกมาหาแฮรี่ โดยที่รอนมาเฮอไมโอนี่เข้าไปพักข้างใน ส่วน Deanกับ nFleur ก็พาGriphook ที่บาดเจ็บไปรักษา

แฮรี่บอกว่าเขาต้องการฝังศพDobby ให้เหมาะสม และปฏิเสธที่จะใช้เวทย์มนตร์เสกหลุมฝังศพ แฮรี่ให้ทุกคนเข้าไปข้างในแล้วเริ่มต้นขุดหลุมด้วยตัวเองคนเดียว ถึงแม้แผลเป็นจะปวดแปลบ แต่แฮรี่ก็เรียนรู้ที่จะควบคุมความเจ็บปวดไว้ (เจอมาหนักนี่เนอะ) ขุดไปก็คิดไป Hallows / Horcruxes / Hallows / Horcruxes แล้วแฮรี่ก็คิดได้ว่า ตอนนี้ Vold อยู่ที่ไหน และนึกถึงหางหนอนที่ถูกฆ่า

สักพัก รอน กับ ดีนก็ออกมาช่วยขุดด้วย พอขุดเสร็จ รอนก็ถอดรองเท้าตัวเองสวมให้ Dobby ส่วนดีนก็เสกย์หมวกให้Harry เอาไปสวมหัวDobby  แล้วทุกคนก็ออกมาข้างนอก เฮอร์ไมโอนี่ยังอาการไม่ดี ตัวซีดหนาวสั่น ส่วนลูน่าก็ปิดตาให้ศพของDobby

แฮรี่วางศพของDobby ลงในหลุม ลูน่าบอกว่าทุกคนควรจะพูดอะไรซักหน่อย โดยเธอเป็นคนเริ่มก่อน เธอกล่าวขอบคุณDobby ที่ช่วยชีวิตขจองเธอไว้ และมันไม่ยุติธรรมเลยที่Dobbyจะต้องมาตายทั้งๆที่เป็นคนดีและกล้าหาญ คนอื่นรวมทั้งแฮรี่พูดอะไรไม่ออกนอกจากคำขอบคุณหรือคำลาก่อน หลังจากนั้นพอทุกคนกลับเข้าไปข้างใน แฮรี่ก็ขอเวลาอยู่กับหลุมศพคนเดียวสักพัก

แฮรี่ล้วงเข้าไปในกระเป๋า จับไม้กายสิทธิ์ทั้งสอง แล้วเลือกอันที่สั้นกว่า เขาเสกคาถาใส่หินก้อนใหญ่ๆแถวนั้นเพื่อทำป้ายหลุมฝังศพในDobby “HERE LIES DOBBY, A FREE ELF.”

พอแฮรี่เข้ามาด้านใน Bill ก็บอกว่าได้ย้ายทุกคนจาก Burrow ไปMuriel เรียบร้อยแล้ว เพราะพวก Death Eater รู้ว่า รอนอยู่กับแฮรี่ และครอบคัว Weasley จะตกเป็นเป้าหมายได้ และก็บอกว่าจะย้าย Olivander กับ Griphook ที่บาดเจ็บไปที่ Muriel ด้วย แต่แฮรี่สวนว่า เขาต้องคุยกับสองคนนั่นเป็นการส่วนตัว (ท่าทีแฮรี่ตอนนี้เปลี่ยนไปเลยครับ เข้มโหดทีเดียว) แฮรี่ขอตัวไปล้างมือที่เปลื้อนโคลน ระหว่างที่ล้างแฮรี่ก็คืดไปถึงว่าใครเป็นคนส่งDobby มาช่วย แล้วก็นึกไปถึงประโยคของDumbledore “จะมีความช่วยเหลือที่ฮอกวอร์ตเสมอเมื่อมีคนต้องการ (ภาษาไทยแปลแบบนี้รึเปล่าหว่า)”

(ย่อหน้าต่อไป อยากแปลเต็มๆช่วงครับ เพราะมันคมมากๆ)

........Harry understood and yet did not understand. His instinct was telling him one thing, his brain quite another. The Dumbledore in Harry’s head smiled, surveying Harry over the tips of his fingers, pressed together as if in prayer
แฮรี่เข้าใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจ สัญชาติญาณบอกเขาอย่างหนึ่ง แต่สมองก็บอกเขาอีกอย่าง ภาพของDumbledoreในหัวของแฮรี่กำลังยิ้ม มือประสานกันคล้ายกับกำลังสวดภาวนา
You gave Ron the Deluminator…You understood him…You gave him a way back…
คุณให้Deluminator กับรอน ...... คุณเข้าใจรอน ......คุณให้ทางออกกับเขา

And you understood Wormtail too…You knew there was a bit of regret there, somewhere
และคุณก็เข้าใจหางหนอน ... คุณรู้ว่าเขายังมีความสำนึกผิดซ่อนอยู่ในใจ

… And if you knew them…What did you know about me, Dumbledore? Am I meant to know but not to seek? Did you know how hard I’d feel that? Is that why you made it this difficult? So I’d have time to work that out?
.....ถ้าคุณเข้าใจพวกเขา  แล้วผมล่ะ ดัมเบิลดอร์...ผมควรจะได้รู้แต่ห้ามค้นหาอย่างนั้นหรือ ..... คุณรู้ไหมว่ามันหนักหนาเหลือเกิน.... เพราะเหตุนี้เหรอ คุณถึงทำให้มันยากนัก เพื่อจะให้ผมใช้เวลาในการค้นหามัน
(แปลไม่ได้เรื่องเลยตรู แนะนำให้อ่านภาษาอังกฤษครับ ชอบๆๆ)

หลังจากคุ่นคิดอยู่สักพัก แฮรี่ก็ขอคุยกับ Olivander และ Griphook ...Fluer คัดค้านยและบอกว่าพวกเขายังเจ็บหนักอยู่ แต่แฮรี่บอกว่า ไม่มีเวลาแล้วบิลถามว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆแฮรี่ก็โผล่มาพร้อมศพของเอล์ฟ กับ ก๊อบลินที่บาดเจ็บ แฮรี่บอกว่า เขาบอกไม่ได้ และยังบอกอีกว่า บิลก็เป็นสมาชิกของ Order และรู้ว่า Dumbledore ฝากภารกิจไว้ให้ตัวเขา (อย่าถาม ว่างั้นเถอะ) บิลก็เลยถามว่า จะคุยกับใครก่อน คนขายไม้ หรือ ก๊อบลิน

แฮรี่ลังเลว่าจะเอาเรื่องไหนก่อนดี Hallows หรือ Horcruxes ....และก็ตัดสินใจเลือก.....Griphook แฮรี่ขอให้ รอนกับเฮอร์ไมโอนี่เข้าไปด้วย

Griphook บอกว่าแฮรี่เป็นพ่อมดที่แปลกดูจากที่แฮรี่ทำหลุมฝังศพให้กับ Dobby ซึ่งเป็นเอล์ฟประจำบ้าน  แล้วก็มีการถกเถียงเล็กน้อยระหว่างรอนกับ griphook เรื่อง “wand carrier” (ปัญหาระหว่างพวกพ่อมดที่ไม่ยอมให้ goblin ซึ่งสามารถให้เวทย์ได้อยู่แล้ว ถือครองไมกายสิทธิ์ เพราะจะทำให้มีอำนาจยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนรอนเถียงว่า goblin ก็ไม่บอกความลับของการหลอมดลหะกับพวกพ่อมดเหมือนกัน)  แล้วก้เข้าสู่หัวข้อหลักที่คุยกับ Griphook ก็คือ แฮรี่บอกว่าจะบุกเข้าปล้นกริงกอร์ต. ... และจะบุกห้องเซฟของตระกูล Lestranges..... ถึง griphook จะบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่แฮรี่ก็บอกว่า ก็วันที่ แฮรี่ไปกริงกอร์ตวันแรกไง ที่มีคนบุกเข้าไปสำเร็จ Griphook ก็ปฏิเสธว่านั่นมันห้องเปล่าๆ แต่ของ Lestranges มันต้องแน่นหนาแน่ๆ แล้วยังถามว่า จะเข้าไปทำอะไร เพราะดาบของกริฟฟินดอร์ในห้องนนั้นมันก็ของปลอม (ของจริงอยู่นี่) แฮรี่บอกว่าในห้องมันมันมีอย่างอื่นอีกนอกจากดาบ...griphook บอกว่าความลับลูกค้าเปิดเผยไม่ได้ (แน่ะ เล่นตัวอีก) แฮรี่ขอให้griphook ช่วยพวกเขาในการที่จะบุกเข้าไปในเซฟ ซึ่ง griphook บอกว่าขอคิดดูก่อน

พอgriphook ออกมา แฮรี่ก็บอกรอนว่า ตอนที่แฮรี่โกหก เบลลาทริกซ์ว่าบุกห้องเซฟมาแล้ว เบาลาทริกซ์เหมือนกลัวอะไรบางอย่างจับจิต ซึ่งแฮรี่เดาว่าสิ่งของอีกสิ่งที่ซ่อนอยู่ในห้องเซฟก็คือ Horcrux อีกชิ้นหนึ่ง ถึงทำให้ เบลลาทริกซ์ออกอาการเมื่อได้ยินว่าโดนบุกเซฟ

รอนสงสัยเพราะนึกว่า Horcrux จะถูกซ่อนในที่ที่Voldermort เคยไป แล้วก็ถามว่า Voldermort เคยไปกริงกอร์ตเหรอ แฮรี่บอกว่า ตอนเด็ก Voldermort ยากจน น่าจะเป็นปมที่ทำให้อิจฉาพวกที่มีกุญแจเซฟที่กริงกอร์ต จึงเป็นไปได้ว่าความเก็บกดนี้จะทำให้โวลดี้เอาของไปซ่อนที่กริงกอร์ต

ต่อมาก็เป็นคิวของโอลิแวนเดอร์ ...โอลิแวนเดอร์กล่าวขอบคุณแฮรี่ที่ช่วยเขาออกจากการโดนทรมานอย่างหนัก... แฮรี่บอกไม่เป็นไร แล้วก็ส่งไม้กายสิทธิ์ที่หักครึ่งของเขาให้โอลิแวนเดอร์ซึ่งโอลิแวนเดอร์ก็บอกว่า ถ้าเสียหายขนาดนี้คงจะซ่อมไม่ได้แล้ว แฮรี่เลยเอาไม้อีก 2 อันในกระเป๋าให้โอลแวนเดอร์ดู ซึ่งโอลิแวนเดอร์ก็บอกได้ทันทีว่าเป็นของ เบลลาทริกซ์ กับของเดรโก มัลฟอย ...แฮรี่เลยถามว่า แล้วไม้นี่เค้าจะใช้ได้อย่างปลอดภัยมั้ย โอลิแวนเดอร์บอกว่า อาจจะ เพราะถ้าไม้กายสิทธิ์ถูกเอาชนะมาอย่างถูกต้องมันจะรับใช้นายใหม่ได้เต็มที่ รอนก็เอาไม้ของเพตติกรูให้โอลิแวนเดอร์ดู และถามว่าเขาควรจะใช้ไม้อันนี้รึเปล่า โอลิแวนเดอร์บอกว่าได้เ ถ้าเธอเป็นคนเอาชนะมา

แฮรี่เลยถามว่า กฏนี้ใช้ได้กับไม้ทุกอันรึเปล่า โอลิแวนเดอร์บอกว่า น่าจะ และบอกว่าศาสตร์ของไม้กายสิทธิ์มันซับซ้อนมาก แฮรี่เลยถามต่อว่า แล้วจำเป็นจะต้องฆ่าเจ้าของคนเดิมรึเปล่า เพื่อที่จะชิงไม้มา โอลิแวนเดอร์ปฏิเสธว่าคงจะไม้ต้องถึงขนาดฆ่าก็ได้ แฮรี่เลยยกเรื่องเล่าของไม้ที่ส่งต่อกันระหว่างฆาตกร ซึ่งโวลเดอมอร์ตกำลังต้องการไม้นี้อยู่...โอลิแวนเดอร์ตกใจมากว่าแฮรี่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง แฮรี่ยังบอกอีกว่า เขารู้ว่า โอลิแวนเดอร์บอกให้โวลเดอมอร์ตใช้ไม้ของคนอื่นแทน เพราะไม้ของทั้งสองเป็นพี่น้องกัน ซึ่งทำให้โอลิแวนเดอร์ยิ่งซีดเข้าไปใหญ่ แต่แฮรี่ไม่ได้ว่าอะไร แล้วเล่าเรื่องที่ ไม้ของแฮรี่เสกคาถาโดยที่แฮรี่ไม่ได้ร่าย.. โอลิแวนเดอร์บอกว่าประหลาดมากและไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน

แฮรี่เลยวกกลับมาที่เรื่องไม้ elder wand หรือ Deathstick หรือ Wand of Destiny (นึกว่า Pick of Destiny ซะอีกแหน่ะ)

โอลิแวนเดอร์เลยว่าว่า โวลเดอมอร์ตนั้นพอใจกับไม้ของตัวเองมาก จนกระทั่งพบว่า ระหว่างไม้ของแฮรี่กับตัวเองมันเชื่อมกัน เลยต้องการหาไม้ใหม่ แฮรี่เลยบอกว่า อีกไม่นานเดี๋ยวโวลเดอมอร์ตก็จะรู้ว่าไม้ของเขาหักไปแล้ว แต่เฮอร์ไม่เห็นด้วย และบอกว่าเขายังไม่รู้ และจะหลอกให้เป็นแบบนั้น แต่แฮรี่บอกว่า ร่องรอยที่บ้าน Malfoy จะทำให้ โวลเดอมอร์ตรู้ว่า เขาใช้ไม้อันอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง โอลิแวนเดอร์บอกว่า โวลเดอมอร์ตไม่ได้แค่ต้องการไม้ elder wand เพื่อเอาชนะแฮรี่ แต่ยังต้องการจะไร้เทียมทาน (เป็นหนังจีนไปแล้ว)

แฮรี่เลยทักว่า โอลิแวนเดอร์ใช่มั้ยที่บอกโวลเดอมอรืต ว่าไม้อยู่กับ Gregorovicth ซึ่งก็ทำให้ โอลิแวนเดอร์ตกใจ (เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว) ว่าทำไมแฮรี่รู้ (เยอะนัก)  โอลแวนเดอร์บอกว่าเขาลือกันว่าอย่างนั้น และบางทีตัวGregorovitch เองที่เป็นคนปล่อยข่าวนี้ แฮรี่เลยถามต่อว่า โอลิแวนเดอร์ รู้อะไรเกี่ยวกับ deathly Hallows บ้าง ซึ่ง โอลิแวนเดอร์เองก็บอกว่าไม่รู้เลยว่าคืออะไร ...การซักถามโอลิแวนเดอร์จบแค่นี้

ทั้งสามคนออกมาที่หลุมศพของDobby ...ซึ่งแฮรี่เริ่มอธิบายทฤษฎีที่เขาคิดให้ รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ฟัง แฮรี่บอกว่า ไม้เคยอยู่กับ Gregorovitch แต่ก็ถูก Grinderwald ขโมยไป ....ซึ่งในขณะนี้แฮรี่ก็สัมผัสได้ว่า โวลเดอมอร์ตมาอยู่ที่ประตูของฮอกวอร์ตแล้ว...!!!

แฮรี่เล่าต่อว่า ...เมื่อGrinder wald ทรงพลังมากขึ้น ก็โดนปราบ..โดยดัมเบิลดอร์.....ซึ่งก็แปลว่าไม้ elder wand อยู่กับดัมเบิลดอร์นี่เอง...และตอนนี้ไม้ก็อยู่ที่ฮอกวอร์ตนี่แหล่ะ.... รอนเลยบอกว่า งั้นก็รีบไปเอาเลยสิ ...แต่แฮรี่บอกว่า สายไปแล้ว...ป่านนี้ โวลเดอมอร์ตน่าจะไปถึงไม้ก่อนแล้ว

“ไม้ที่ไม่มีทางแพ้นะ แฮรี่” รอนครวญคราง
“ฉันไม่ควรจะไปเอาไม้.....ฉันควรจะไปเอาHorcrux…

ฉากตัดมาที่ โวลเดอมอร์ตกับ กับ สเนป โวลเดอมอร์ตสั่งในสเนปไปรอที่ปราสาท ส่วนตัวเองก็ใช้คาถากำลังกาย แล้วบุกหลุมศพของดัมเบิลดอร์ ศพของดัมเบิลดอร์ยังถูกเก็บไว้อย่างดี และนั่นเอง ที่หน้าอกของศพ สิ่งที่มือทั้งสองประสานไว้....elder wand
โวลเดอมอร์ตชิงไม้มาได้แล้ว.....
บทที่  25 shell cottage

ยังอยู่ที่กระท่อมเปลือก ห  อ  ย  ริมหาดของบิลกับเฟลอร์  แฮร์รี่ซึ่งบอกว่าจะไม่ตามไปชิง Elder Wand กลับรู้สึกสับสนและลังเล นี่เป็นครั้งแรกที่แฮร์รี่เลือกที่จะไม่ลงมือทำอะไรเลย ยิ่งคิดถึงหลุม  ศ  พ  ดัมเบิลดอร์ยิ่งทำให้แฮร์รี่รู้สึกแย่ เหมือนกับว่าดัมเบิลดอร์ทิ้งความนัยอะไรบางอย่างเอาไว้ให้แฮร์รี่ค้นหาคำตอบ แล้ว แต่ตัวเขาเองมองข้าม มั  น ไป ทำให้เขาต้องคอยเหลียวหลังหันกลับมามองอย่างลังเลตลอดเวลาว่าทางที่เลือกเดิ นมานี้ถูกต้องแล้วหรือ  

แล้วแฮร์รี่ก็ พ  า  ล  นึกโกรธดัมเบิลดอร์ที่ไม่อธิบายอะไรๆ ให้ชัดเจนไว้ก่อน  ต  า  ย  บ้างเลย  รอนพยายามเปิดประเด็นว่าดัมเบิลดอร์  ต  า  ย  ไปแล้วจริงๆ รึเปล่าใหม่ ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ตั้งท่าค้านตกเต็มที่  พอดีเฟลอร์เดินเข้ามาขัดจังหวะ บอกแฮร์รี่ว่ากริปฮุคอยากคุยกับแฮร์รี่เป็นการส่วนตัวในห้อง ด้วยท่าทีที่ไม่ปิดบังเลยว่าเธอไม่ชอบพวกกอบลินอย่างยิ่ง
ทั้ง สามคุยกันว่าจะเชื่อเรื่องที่กริปฮุคบอกว่าดาบนั้นเป็นของข โ มย มาได้รึเปล่า  เฮอร์ไมโอนี่เองก็ไม่แน่ใจ เพราะประวัติศาสตร์ของพ่อมดย่อมไม่เขียนเรื่องแย่ๆ ของพ่อมดไว้  เธอเสริมว่าพวกกอบลินเองก็มีเหตุผลที่ดีที่จะ เ ก ลี ย ด ชิ ง ชั ง พวกพ่อมด เพราะในอดีตพวกพ่อมด ก ด ขี่ ข่ ม เ ห ง กอบลินไว้เยอะมาก  

ร อนเสนอแผนว่าจะเอาดาบปลอมให้กริปฮุคไป ยิ่งทำให้เฮอร์ไมโอนี่ได้ที ไ  ล่ ทันทีว่าพวกพ่อมดก็คิดกันแบบนี้แหละพวกกอบลินถึงไม่ชอบหน้าเอา  เงียบไปอีกพักโดยไม่มีใครคิดออกว่าจะเสนอให้อะไรที่มีค่าพอๆ กับดาบที่พวกเขาจำเป็นต้องใช้ในการทำลายฮอร์ครักซ์เหมือนกันดี

ในท ี่สุดแฮร์รี่ก็ตกลงใจว่าเขาจะยอมให้ดาบกริฟฟินดอร์ไปหลังจากที่กริปฮุคช่วยใ ห้พวกเขาบุกเข้าไปได้สำเร็จแล้ว แต่เขาจะไม่บอกกริปฮุคว่าจะให้ดาบ "เมื่อไหร่"  เฮอร์ไมโอนี่ไม่ชอบไอเดียนี้  แต่ไม่มีใครคิดอะไรที่ดีกว่านี้ได้  ในที่สุดแฮร์รี่กับกริปฮุคก็จับมือทำข้อตกลงกันเรียบร้อย ท่ามกลางความชื่นมื่นของกริปฮุคแต่เพียงผู้เดียว

จากนั้นกริปฮุคกับท ั้งสามก็หมกตัวกันวางแผนบุก ป ล้  น  กริงก็อตส์ชนิดที่แทบไม่โผล่หัวออกมาดูโลกนอกจากเวลาอาหาร    กริปฮุคออกตัวว่าเคยเข้าไปในห้องเซฟของตระกูลเลสแตรงค์เพียงแค่ครั้งเดียวเ ท่านั้นตอนที่เอาดาบปลอมไปเก็บไว้  ห้องนั้นเป็นหนึ่งในห้องเซฟที่เก่าแก่ที่สุด อยู่ลึกที่สุด ได้รับการคุ้มกันอย่างดีที่สุด เหมือนอย่างห้องของตระกูลพ่อมดเก่าแก่ทั้งหลาย   ซึ่งนี่เป็นอุปสรรคต่อแผนบุกของพวกเขา  และอุปสรรคอีกอย่างคือน้ำยาสรรพรสในสต็อกเหลือเพียงแค่สำหรับ 1 คนเท่านั้น  

เฮอร์ไมโอนี่แสดงความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หลังจากพิจารณาแผนที่ทางเดินที่กริปฮุควาดให้ดูแล้วแฮร์รี่ก็บอกว่ามีเท่ านั้นก็เพียงพอ แฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่เริ่มรู้สึกไม่ชอบนิสัย ห ย  า บ ค า ย ไร้ความปรานีต่อผู้อื่น (โดยเฉพาะชนเผ่าที่ด้อยกว่า) ของกริปฮุค

แ ต่ยังไงก็ต้องทนจนกว่าแผนจะสำเร็จ  และจากความที่เฟลอร์ก็ไม่ชอบ ประจวบกับเรื่องต่างๆ มากมาย  วันหนึ่งแฮร์รี่จึงเอ่ยขอโทษกับเฟลอร์ที่ทำให้ต้องลำบากขณะที่ทั้งสองอยู่ใ นครัว  เฟลอร์บอกไม่เป็นไร เพราะยังไงแฮร์รี่ก็คือคนที่ช่วยชีวิตน้องสาวของเธอไว้ แล้วเปลี่ยนหัวเรื่องคุยว่าเดี๋ยวเย็นนี้คุณโอลิแวนเดอร์ก็จะไปอยู่บ้านเมอเ รียลแทนแล้ว อะไรๆ ก็คงจะยุ่งน้อยลง  แฮร์รี่บอกว่าอีกไม่นานพวกเขาก็จะไปด้วยเหมือนกัน เฟลอร์กับบิลจะได้ไม่ลำบาก  เฟลอร์ได้ยินก็บอกแฮร์รี่ว่าห้ามไปไหนนะ อยู่ที่นี่แหละจะได้ปลอดภัย  เป็นคำพูดที่แฮร์รี่รู้สึกว่าเหมือนแม่ของรอนจริงๆ  พอดีจินนี่กับดีนเปียกฝนโชกกลับเข้าบ้านมาพอดี  แฮร์รี่จึงฉวยโอกาสหลบลี้หนีหายไปก่อนจะโดนเฟลอร์ซักถามอะไรอีก

คืน นั้นบิลพาคุณโอลิแวนเดอร์ไปส่งบ้านเมอเรียล  เฟลอร์จึงฝากเทียร่าประดับเพชรกับมูนสโตนที่ยืมมาใช้ในงานแต่งไปคืนป้าเมอเ รียลของครอบครัววีสลีย์ด้วย  กริปฮุคเห็นเทียร่านั้นก็ทักขึ้นว่าเป็นของที่ทำโดยกอบลินสินะ  บิลตัดบทว่าและเป็นของที่พ่อมดจ่ายเงินให้แล้ว  จากนั้นบิลกับโอลิแวนเดอร์ก็ฝ่าลมแรงออกจากบ้านไป  คนอื่นๆ ก็ตั้งโต๊ะกินมื้อเย็นกัน  จนบิลกลับมา และบอกว่าทุกคนที่นั่นฝากความคิดถึงมาให้ด้วย

ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกั นอยู่บนโต๊ะอาหาร ก็ได้ยินเสียงเคาะที่ประตู  ปรากฏว่าเป็นลูปินโผล่เข้ามาบอกว่าท็องส์คลอดลูกแล้ว เป็นเด็กผู้ชายชื่อเท็ด  ได้ยินอย่างนั้นทุกคนจึงเข้ามาแสดงความยินดีกับลูปิน (ยกเว้นกริปฮุค)  ลูปินบอกว่าตนกับท็องส์เห็นพ้องต้องกันว่าจะให้แฮร์รี่เป็นพ่อทูนหัวของลูก ชาย  แฮร์รี่ได้ยินอย่างนั้นก็รับปากไปอย่างงงๆ  เฟลอร์ถามว่าเท็ดหน้าตาเหมือนใคร  ลูปินบอกว่าคงเหมือนท็องส์ เพราะสีผมของเท็ดเปลี่ยนได้ด้วย

หลังจากดื่มไวน์ฉลองไปหลายแก้วลูป ินก็ขอตัวกลับ  แต่คนที่เหลือในบ้านยังคงฉลองข่าวดีนี้อย่างรื่นเริงกันต่อไป บิลกับแฮร์รี่ช่วยกันเก็บโต๊ะ  ขณะที่อยู่ในครัว บิลเปิดประเด็นเรื่องที่แฮร์รี่กำลังวางแผนอะไรอยู่กับกริปฮุค  บิลเอ่ยขึ้นว่าตนทำงานกับกอบลินมานานจนรู้จักพวกกอบลิน มีเพื่อนเป็นกอบลิน และเตือนแฮร์รี่ว่าจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการทำสัญญาตกลงอะไรกับกอบลิน โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับสมบัติ เพราะวิธีคิดของพวกกอบลินในเรื่องของความเป็นเจ้าของนั้นแตกต่างจากของพวกพ่ อมด  โดยที่พวกกอบลินถือว่า สิ่งของต่างๆ ถือเป็นสิทธิ์ของคนที่สร้างขึ้น วัตถุต่างๆ ที่กอบลินสร้าง ในทัศนะของกอบลิน จึงถือว่าเป็นของกอบลินเสมอ แม้พวกพ่อมดจะจ่ายเงินให้ กอบลินก็จะถือว่านั่นคือการให้เช่าเฉยๆ เมื่อพ่อมดที่เป็นเจ้าของตายสิ่งของก็ควรจะกลับมาเป็นของกอบลินผู้สร้าง ไม่ใช่เป็นของตกทอดเปลี่ยนมือกันไประหว่างพวกพ่อมด  ดังนั้นการยกของที่กอบลินสร้างตกทอดให้พ่อมดคนอื่นจึงเป็นการขโมยในสายตาขอ งกอบลิน  ในเมื่อแนวคิดเรื่องสิทธิ์แตกต่างจากของพวกพ่อมดเช่นนี้จึงทำให้เกิดความไม ่เข้าใจกันและไม่พอใจขึ้น พวกกอบลินจึงมีความเชื่อกันว่าพวกพ่อมดนั้นไว้ใจไม่ได้ในเรื่องเงินๆ ทองๆบิลกล่าวสรุปว่าจะทำสัญญาอะไรกับกอบลินก็ให้ระวัง  แฮร์รี่ก็รับปากว่าจะจำใส่ใจไว้

บทที่ 26 "กริงกอทท์"

ห ลังจากใช้เวลาวางแผนนานหลายวัน ในที่สุดพวกแฮรี่ก็พร้อมบุกกริงกอทท์ คืนก่อนออกเดินทางแฮรี่เอา wand ของเบราทริกซ์ให้เฮอไมโอนี่ ใช้แทนอันของเธอที่หายไป เฮอไมโอนี่ไม่ชอบใจนักเพราะ wand อันนี้เคยใช้ทำเรื่องเลวร้ายมาก และมันยังไม่ยอมรับเธอเต็มที่ เฮอไมโอนี่บ่นที่ลูน่าได้ wand อันใหม่เป็นของขวัญจากโอลิแวนเดอร์ เธอน่าจะได้บ้าง แฮรี่ใช้ wand ของมัลฟอยล์ที่ยึดมาได้ ส่วนรอนใช้ wand ของหางหนอน ตามแผนที่วางไว้ เฮอไมโอนี่จะปลอมเป็นเบราทริกซ์เข้าไปในธนาคารและรอนจะปลอมตัวเป็นนักลงทุนจ ากสแกนดิเนเวียที่เบราทริกซ์ต้องดูแล ส่วนแฮรี่กับกริดฮุกจะซ่อนตัวอยู่ในผู้คลุมล่องหน

เมื่อไปถึงตรอกไดแ อกอน เทรเวอร์เข้ามาทักเบราทริกซ์(เฮอไมโอนี่) เขาสงสัยว่าเบราทริกซ์น่าจะยังถูกขังอยู่ในบ้านมัลฟอยล์เพราะโดนทำโทษที่ปล่ อยให้แฮรี่หนีไป เฮอไมโอนี่บอกว่าดาร์กลอร์ดให้อภัยคนที่จงรักภักดีมากกว่าและมีผลงานมากกว่า เทรเวอร์เดินนำทั้งหมดไปที่กริงกอทท์ ที่หน้าธนาคารมีพ่อมด 2 คนในชุดสีทองถือเครื่องมือพิเศษสำหรับใช้ตรวจหาเวทมนต์เข้ามาตรวจเฮอไมโอนี่ กับรอน แฮรี่เสกคาถา Confundo ใส่เครื่องมือให้การตรวจผิดพลาด เมื่อเข้าไปที่ข้างในเฮอไมโอนี่แจ้งความต้องการเข้าไปในห้องนิรภัยของเบราทร ิกซ์ ก๊อบลินขอดูสิ่งแสดงตัว พวกเขาได้รับคำสั่งให้ระวังตัวปลอม เฮอไมโอนี่ส่ง wand ให้ตรวจ กริดฮุกกลัวว่าจะผิดพลาดจึงให้แฮรี่เสกคาถาสะกดใจใส่ก๊อบลินตัวนั้นกับเทรเว อร์จนผ่านเข้าไปด้านในได้ เพื่อป้องกันความผิดพลาด แฮรี่สั่งให้เทรเวอร์ที่โดนคาถาสะกดใจอยู่ไปซ่อนตัวในที่ลับตา จากนั้นสั่งให้ก๊อบลินชื่อโบ-กรอดนำทางไปห้องนิรภัย พวกเขานั่งรถรางลงไปลึกมาก ลึกกว่าห้องนิรภัยของแฮรี่ พวกเขาผ่านไปในน้ำที่ตกลงมา ทันใดนั้น เฮอไมโอนี่กันรอนก็กลับคืนร่างเดิม น้ำตกมีเวทมนต์ป้องกันการคาถาต่างๆอยู่ เป็นด่านพิเศษที่ป้องกันพวกตัวปลอม เฮอไมโอนี่ได้ยินเสียงคนตามมา เธอเสกคาถาเกราะวิเศษขวางไว้หลังน้ำตก กริดฮุกพาพวกแฮรี่ไปที่ห้องนิรภัย มีมังกรตาบอดเฝ้าอยู่หน้าห้องนิรภัย กริดฮุกเอา Clankers ให้มังกรเพื่อให้มันยอมให้ผ่านทาง แฮรี่สั่งให้โบ-กรอดเปิดประตูห้องนิรภัย ในห้องมีของเก็บอยู่มากมาย พวกเขาค้นอย่างรวดเร็ว หลังจากโดนกับดักไปคนละนิดละหน่อย พวกเขาก็หาถ้วยของฮัพเฟิลพัฟเจอวางอยู่สูงสุดของกองสิ่งของ หลังจากพยายามอย่างยากลำบาก ในที่สุดแฮรี่ก็ได้ถ้วยมา แต่กริดฮุกฉกดาบแล้ววิ่งหนีไป ในขณะที่ยามของกริงกอทท์หลายคนมาถึง แฮรี่เสกคาถาปลดโซ่มังกรแล้วพารอนกับเฮอไมโอนี่ขึ้นหลังมังกร มังกรพาทั้งสามคนบินไปตามทางอุโมงจากนั้นก็พ่นไฟแล้วใช้เท้าขุดเพดานถ้ำเพื่ อออกไปด้านนอก ทั้งสามใช้คาถาระเบิดทางช่วยมังกรด้วยจนในที่สุดก็โผล่ขึ้นมาในห้องโถงของกร ิงกอทท์ ทำให้ก๊อบลินและพ่อมดในนั้นวิ่งหนีกันวุ่นวาย จากนั้นมังกรก็พาทั้งสามคนบินหนีไป
บทที่ 27 - The Final Hiding Place

เจ้ามังกรไม่รู้เลยว่ามีคนอยู่บนหลังมันเพราะมันกำลังยินดีกับอิสรภาพ เมื่อมันบินต่ำ พวกแฮร์รี่จึงรีบกระโดดลงน้ำก่อนที่มังกรจะรู้ว่าพวกเขาเกาะหลังมันมา พวกเขาพักเหนื่อย รักษาแผล เฝ้ามองมังกรกินน้ำอย่างมีความสุขอีกด้าน และคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาได้ Horcrux มา แต่เสียดาบไป และพวกเขาเพิ่งปล้นธนาคารมาหมาด ๆ ซึ่งทำให้พวกเขาหัวเราะออกมาได้

แล้วแฮร์รี่ก็รู้สึกถึงความโกรธของโวลเดอมอร์ เมื่อรู้ว่าเซฟของเบลลาทริกซ์ถูกปล้น จนฆ่าก๊อบลินที่มาส่งข่าวจนตายเรียบ โวลเดอมอร์เริ่มสงสัยว่าพวกแฮร์รี่จะรู้เรื่อง Horcruxes แล้ว จริงอยู่ว่าเขาไม่รู้ว่าไดอารี่ถูกทำลาย แต่เขาคิดว่าตอนนั้นเขายังไม่มีร่าง ทำให้ตอนนี้เขายิ่งห่วงความปลอดภัยของ Horcruxes อื่น ๆ เขาซ่อนแหวนไว้ในบ้านเก่าของ Gaunt ซึ่งไม่น่าจะมีใครรู้ว่าเขาเป็นญาติกับ Gaunt แหวนน่าจะปลอดภัย ส่วนล็อคเก็ตในถ้ำทะเลสาบก็ไม่น่ามีใครจะสืบรู้ ส่วน Horcrux ที่ฮอกวอกต์ก็น่าจะปลอดภัย ส่วนนากินี่ เขาจะเรียกมันมาอยู่ข้าง ๆ

แฮร์รี่ลืมตาและบอกเพื่อน ๆ ว่าโวลเดอมอร์รู้แล้วว่าพวกเขากำลังตามล่า Horcruxes อยู่ และ Horcrux อันที่เหลืออยู่ที่โรงเรียน พวกเขาซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมและหายตัวไปที่ Hogsmeade

Note: - แหวนถูกดัมเบิลดอร์ทำลายไปแล้วในเล่มหก
- โวลเดอมอร์เพิ่มรู้ว่าพวกแฮร์รี่รู้เรื่อง Horcruxes ... ในเล่มหก แฮร์รี่กับดัมเบิลดอร์สืบหา Horcruxes และประวัติของโวลเดอมอร์จากความทรงจำของคนหลาย ๆ คนผ่านเพนซีป
บทที่ 28 - The Missing Mirror

พวกเขามายัง Hogsmeade และทันทีที่เขามาถึง อากาศแถวนั้นก็แปลกไป ผู้เสพความตายวิ่งกรูออกมาจากร้านไม้กวาดสามอัน ราวกับรู้ว่าพวกเขามาถึงแล้วทั้ง ๆ ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน พวกมันพยายามให้คาถาเรียกผ้าคลุมเพราะรู้ว่าพวกเขาต้องหายตัวอยู่แน่ ๆ แต่คาถาใช้ไม่ได้ผลกับผ้าคลุม พวกแฮร์รี่พยายามจะหายตัวหนี แต่ก็ไม่ได้ผล พวกผู้เสพความตายจึงเรียก Dementors มา แฮร์รี่เลยเสกผู้พิทักษ์ไล่ Dementors ไป ตามแผนของพวกมัน ซึ่งก็รีบวิ่งลงมายังแถว ๆ ที่แฮร์รี่เพิ่งเสกคาถา แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งเรียกพวกแฮร์รี่ให้เข้าไปในประตู ๆ หนึ่ง และไล่ขึ้นไปข้างบน แฮร์รี่เพิ่งรู้ว่านี่คือโรงแรม Hog's Head พวกเขารีบขึ้นไปข้างบน และเฝ้ามองจากหน้าต่างชั้นบน เห็นเจ้าของโรงแรมกำลังเถียงกับพวกผู้เสพความตายอยู่ แฮร์รี่ถึงรู้ว่าตอนนี้ที่นี่มีเคอร์ฟิวอยู่ เจ้าของโรงแรมบอกว่าผู้พิทักษ์ที่พวกนั้นเห็นคือผู้พิทักษ์ในร่างแพะของเขาเอง

เจ้าของโรงแรมนั้นคือ Aberforth น้องชายของดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่รู้ว่า Aberforth เป็นคนส่งด๊อบบี้ไปช่วยพวกเขา และเห็นกระจกอีกส่วนของซีเรียสใต้รูปภาพหญิงสาว แฮร์รี่บอกว่าพวกเขาต้องการเข้าไปในฮอกวอกต์ แต่ Aberforth บอกให้เลิกคิดและให้พวกแฮร์รี่ไปไกล ๆ จากที่นี่

เขาเล่าเรื่องของดัมเบิลดอร์ในสมัยก่อน ชี้ให้ดูรูปภาพหญิงสาวซึ่งก็คือ Ariana น้องสาวของพวกเขา Aberforth เล่าว่าเมื่อ Ariana อายุหกขวบ เธอยังเด็กและควบคุมพลังไม่ได้ เธอถูกเด็กหนุ่มมักเกิ้ลสามคนทำร้าย เพราะเขาเคยเห็นเธอใช้เวทมนต์ แล้วเธอก็ควบคุมมันไม่ได้อีก เธอเลยไม่ใช้พลังและมันทำให้เธอคลั่ง พลังระเบิดออกมาเมื่อเธอไม่สามารถควบคุมได้ พ่อของพวกเขาไปจัดการเด็กหนุ่มสามคนนั้น จนถูกจับและเอาไปขังที่อัซคาบัน พ่อเขาไม่เคยพูดเลยว่าเพราะอะไร เขาไม่อยากให้ทางกระทรวงรู้ ไม่งั้นลูกสาวจะต้องถูกจับขังใน St. Mango และถูกประกาศว่าเป็นบุคคลอันตรายต่อความมั่นคง เพราะเธอควบคุมพลังไม่ได้ แม่และ Aberforth คอยดูแลเธอ โดนเฉพาะ Aberforth ที่เธอไว้ใจและรักมากที่สุด แต่ดัมเบิลดอร์ส่วนมากจะเก็บตัวในห้อง อ่านหนังสือและเขียนจดหมายหาคนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ Aberforth ไม่อยู่ แล้วเธอก็คุมพลังไม่ได้ แม่ก็เอาไม่อยู่จน ดัมเบิลดอร์เลยต้องหยุดการเดินทางท่องเที่ยวกับ Elphias Doge มาดูแลบ้านในฐานะหัวหน้าครอบครัว

Aberforth ต้องการเลิกเรียน กลับมาดูแลน้อง แต่ดัมเบิลดอร์ไม่ยอม เขาดูแลเธอไม่ให้ระเบิดบ้านพัง จนกระทั่ง Grindelwald เข้ามาพูดคุยกับดัมเบิลดอร์ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งระเบียบของสังคมพ่อมด เรื่อง Hallows และทุกสิ่งที่พวกเขาสนใจ ท้ายที่สุด พวกเขาทั้งสามทะเลาะกันเรื่องของ Ariana ... Grindelwald ใช้คำสาปกรีดแทงใส่ Aberforth และดัมเบิลดอร์พยายามหยุด และพวกเขาก็สู้กัน ซึ่งทำให้ Ariana ทนไม่ได้ จนระเบิดพลังออกมา Aberforth บอกว่าเธอเพียงต้องการจะช่วยแต่เธอเพียงไม่รู้ว่าเธอกำลังอะไรอยู่ เขาไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนทำ รู้อีกทีเธอก็ตายแล้ว Grindelwald หนีไป ดัมเบิลดอร์เป็นอิสระตลอดกาล

แต่แฮร์รี่แย้งว่าดัมเบิลดอร์ไม่เคยมีอิสระเลย และเล่าว่าถึงคำพูดตอนที่ดัมเบิลดอร์ดื่มน้ำยาในคืนที่เขาตาย ว่าดัมเบิลดอร์คงยังระลึกถึงตอนที่เขาเห็น Grindelwald กำลังทำร้ายน้อง ๆ อยู่ และแฮร์รี่ก็บอกว่าเขาจะไม่หยุด จนกว่าจะล้มโวลเดอมอร์ได้ ... Aberforth เดินไปยังรูปภาพ Ariana บอกว่าเธอรู้ว่าต้องทำยังไง .. หญิงสาวในภาพหันหลังและเดินจากไป ซึ่งไม่เหมือนภาพอื่น ๆ เวลาเดินทางไปยังกรอบรูปอันอื่น .. มันเหมือนเป็นอุโมงค์ยาวมืด ๆ .. Aberforth บอกว่าทุกทางมียามเฝ้าแล้ว มีเพียงทางนี้ทางเดียว สักพัก Ariana ก็กลับมา พร้อมกับพาเนวิลล์มาด้วย รูปภาพเปิดออก และเนวิลล์ก็กระโดดออกมาอย่างดีใจสุดขีดที่ได้พบพวกแฮร์รี่อีกครั้ง
บทที่ 29 - The Lost Diadem

ระหว่างที่เนวิลล์พาพวกเขาเดินผ่านอุโมงค์หลังภาพ เขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าที๋โรงเรียนเปลี่ยนไปมากยิ่งกว่าตอนที่อัมบริดจ์มาคุมเสียอีก Amycus Carrows สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ซึ่งกลายเป็นสอนวิชาการใช้ศาสตร์มืดจริง ๆ โดยให้ฝึกคาถากรีดแทง เอาไว้ทำโทษคนอื่น ส่วน Alecto Carrows สอนมักเกิ้ลศึกษาก็เอาแต่ว่ามักเกิ้ลเป็นดั่งสัตว์โง่เง่าและสกปรก ซึ่งเนวิลล์ก็ถูกพวกนั้นทำโทษบ่อย ๆ จนมีแผลเต็มไปหมด มีนักเรียนบางส่วนต่อต้านเขา ซึ่งเมื่อจินนี่ไม่ได้กลับมาหลังคริสมาส เนวิลล์ก็เหมือนกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มไป และถูกพวกพี่น้อง Carrows จับตามองตลอด จนไม่นานมานี้ พวกนั้นถึงไปลงที่คุณยายของเนวิลล์ แต่พวกนั้นคาดไม่ถึงว่าแม่มดแก่ ๆ จะมีพิษสงอะไรมากมาย แต่คุณยายของเนวิลล์เล่นงานผู้เสพความตายคนหนึ่งเข้า St. Mungo จนป่านนี้ยังไม่หายเจ็บเลย คุณยายกำลังหลบหนีอยู่ และส่งจดหมายมาหาเนวิลล์ชื่นชมเขาว่าสมเป็นลูกของพ่อแม่ และเธอภูมิใจในตัวเนวิลล์มาก

เนวิลล์พาแฮร์รี่ทะลุไปยังอีกด้านของรูปภาพ นั่นคือ Room of Requirements ที่มีเพื่อน ๆ รออยู่หลายคน ซึ่งลูน่า ดีน จินนี่ เฟร็ดจอร์จ ลี และโชตามมาสมทบอีก พวกเขาทุกคนต้องการจะช่วยแฮร์รี่ แต่แฮร์รี่ยังคงไม่แน่ใจและยังไม่ยอมบอกว่าเขากลับมาที่นี่เพื่อหา Horcrux รอนกับเฮอร์ไมโอนี่เห็นด้วยที่จะให้เพื่อน ๆ ช่วย แม้จะไม่ได้บอกคนอื่นว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร แฮร์รี่จึงบอกเพื่อน ๆ ว่า เขามาที่นี่เพื่อหาของสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำลายโวลเดอมอร์ และอาจอยู่ในส่วนที่พักของเรเวนคลอ มันคืออะไรสักอย่างที่มีนกอินทรีของเรเวนคลอ ซึ่งลูน่าก็ให้ความเห็นว่า มันคือ Lost Diadem ของเรเวนคลอ .. โช แชงบอกว่ามันสูญหายไปนานแล้ว แต่ถ้าเขาอยากเห็นว่า Diadem เป็นยังไง เธอจะพาไปดูที่รูปปั้นในห้องนั่งเล่นของเรเวนคลอ ... จินนี่เสนอให้ลูน่าเป็นคนพาแฮร์รี่ไปแทน

ใต้ผ้าคลุมล่องหน แฮร์รี่เปิดแผนที่และขึ้นไปยังห้องนั่งเล่นเรเวนคลอ และเห็นรูปปั้นกับ Diadem ที่เป็นรัดเกล้าหินอ่อน มีคำจารึกเล็ก ๆ สลักอยู่ แฮร์รี่เลยออกจากผ้าคลุม และปีนขึ้นไปอ่าน ได้ความว่า "Wit beyoud measure is man's greatest treasure." ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียง จนตกใจหล่นลงมากับพื้น และพบ Alecto Carrows ยืนค้ำหัวอยู่ และกดนิ้วไปยังรอยสักมารบนแขน

บทที่ 30 - The Sacking of Severus Snape

ขณะที่ Alecto กดนิ้วที่รอยสัก ลูน่าก็เสกคาถาใส่จน Alecto สลบ แฮร์รี่เรียกลูน่ามาซ่อนใต้ผ้าคลุมทันก่อนที่เด็ก ๆ บ้านเรเวนคลอจะลงมา Amycus กับมักกอนนากัลเข้ามาในห้องนั่งเล่น ซึ่ง Amycus โกรธมากที่เห็นน้องสาวถูกสาปและขู่ว่าจะใช้คำสาปกรีดแทงให้เด็ก ๆ บอกว่าใครเป็นคนทำ เขาหวั่นว่าโวลเดอมอร์จะโกรธที่ถูกเรียกมา และจับแฮร์รี่ไม่ได้ พวกเขาจะถูกลงโทษหนัก แต่เขาจะป้ายความผิดให้เด็ก ๆ และทำโทษเด็ก ๆ แทน มักกอนนากัลบอกว่าเธอจะไม่ยอมให้เขาทำร้ายเด็ก ๆ อีก Amycus บอกว่าเวลาของมักกอนนากัลหมดแล้ว และพวกเขาก็ควบคุมที่นี่ จากนั้นก็ถ่มน้ำลายใส่ ทำให้แฮร์รี่โกรธมาก จนใช้คำสาปกรีดแทงใส่ Amycus จนกระเด็นไปกระแทกกำแพงสลบ แล้วแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าคำสาปพวกนี้ เขาต้องหมายความเช่นนั้นจริง ๆ

มักกอนนากัลตกใจมากที่เห็นแฮร์รี่ที่นี่ แฮร์รี่บอกว่าเขาต้องหา Diadem ของเรเวนคลอ เขาต้องทำตามคำสั่งของดัมเบิลดอร์และจะไม่หนีออกไปจากที่นี่ โวลเดอมอร์กำลังจะมา มักกอนนากัลเข้าใจสถานการณ์ เธอจะปกป้องโรงเรียน และให้แฮร์รี่ซ่อนตัวในผ้าคลุม

พวกเขาพบสเนปที่ถูกเรียกออกมาเพราะ Alecto ส่งข่าวผ่านรอยสักว่าพบแฮร์รี่แล้ว และคาดคั้นมักกอนนากัลว่าพบแฮร์รี่แล้วใช่ไหม พวกเขาสู้กัน อาจารย์คนอื่นออกมาช่วยมักกอลนากัล ท้ายที่สุด สเนปหลบหนีไป มักกอลนากัลแจ้งข่าวเรื่องโวลเดอมอร์กำลังจะมา เพื่อนอาจารย์ตกลงจะปกป้องโรงเรียน แฮร์รี่ถามฟวิตวิกถึง Diadem ของเรเวนคลอ แต่เขาบอกว่ามันสูญหายไปนานแล้ว

ระหว่างที่อาจารย์ประจำบ้านเรียกนักเรียนไปที่ห้องโถง แฮร์รี่กลับไปยัง Room of Requirement พบว่าขณะนี้มีคนอื่น ๆ มาชุมนุมกันคับคั่ง อาเธอร์ มอลลี่ คนในภาคีและเพื่อน ๆ แม้แต่เพอร์ซี่ จินนี่อยากจะสู้ด้วยแต่มอลลี่ไม่ยอม เพราะเธออายุต่ำกว่าเกณฑ์ พวกเขาลงมารวมที่ห้องโถง แฮร์รี่ไม่เห็นรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ ซึ่งจินนี่บอกว่าพวกเขาลงไปที่ห้องน้ำ

บทที่ 31 - The Battle of Hogwarts

ที่ห้องโถง มักกอนนากัลบอกทุกคนเรื่องเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น และยอมให้เด็ก ๆ ที่สมัครใจอยู่ช่วยสู้ด้วย แต่คนที่อายุไม่ถึง ให้หนีไปช่องทางทะลุไปที่ Hogsmeade ระหว่างนั้นเสียงของโวลเดอมอร์ก็ดังขึ้น บอกว่าให้ส่งแฮร์รี่มาให้เขาภายในเที่ยงคืน

แฮร์รี่ครุ่นคิดถึง Diadem ว่ามันจะอยู่ที่ไหนได้บ้าง จากข่าวของนิคหัวเกือบขาด เขาไปหา The Grey Lady ผีประจำบ้านเรเวนคลอ เธอคือลูกสาวของเรเวนคลอ แฮร์รี่ยืนยันว่าเขาไม่ต้องการใส่มันหรือครอบครองมัน แต่เพียงต้องใช้มันล้มล้างโวลเดอมอร์ เธอเล่าว่าเธอเป็นคนขโมย Diadem ของแม่และหนีไป จากนั้นแม่ของเธอก็ป่วย จึงส่งชายที่เคยปรารถนาเธอมาตาม แต่เธอไม่ยอมกลับ เขาจึงโกรธมากและฆ่าเธอ เมื่อเขารู้สึกตัว จึงฆ่าตัวตายตาม เขาคนนั้นคือบารอนเลือด ผีประจำบ้าน สลิธีริน Diadem ถูกซ่อนไว้ในต้นไม้ที่อัลเบเนีย และเธอเคยเล่าเรื่องนี้ให้ริดเดิ้ลฟัง

แฮร์รี่ไม่คิดว่าโวลเดอมอร์จะซ่อน Diadem ไว้ในป่าอัลเบเนีย จากนั้นเขาก็คิดออกว่าริดเดิ้ลคงซ่อน Diadem ไว้ในปราสาทในวันที่เขากลับมาขอทำงานที่โรงเรียน และเขาต้องซ่อนมันระหว่างทางไปยังไปยังห้องทำงานดัมเบิลดอร์แน่ ๆ

ระหว่างทาง แฮร์รี่พบเพื่อน ๆ ที่จุดต่าง ๆ กำลังป้องกันปราสาท และพบรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ พวกเขาเพิ่งกลับมาจากห้องแห่งความลับและทำลายถ้วยไปแล้วด้วยเขี้ยวบาซิลิส แฮร์รี่บอกว่าเขารู้แล้วว่า Diadem อยู่ไหน มันถูกซ่อนในที่ ๆ เขาเคยซ่อนหนังสือปรุงยาเล่มเก่า ที่ ๆ เด็ก ๆ นักเรียนซ่อนของไว้ โดยที่อาจารย์ แม้แต่ดัมเบิลดอร์ไม่รู้

พวกเขากลับไปที่ Room of Requirement ขอให้จินนี่ออกมาก่อนเพราะเขาต้องใช้ห้องนั้น ก่อนเข้าไป รอนนึกถึงพวกเอลฟ์ประจำบ้าน บอกว่าต้องให้พวกนั้นหนีไป เพราะเขาไม่ควรสั่งให้พวกนั้นออกมาสู้ตายเพื่อพวกเขา ซึ่งทำให้เฮอร์ไมโอนี่ซึ้งใจมากถึงกับกระโดดจูบรอนเลยทีเดียว

แฮร์รี่ขึ้นไปหน้าห้อง บอกว่าเขาต้องการสถานที่ ๆ ทุกสิ่งถูกซ่อนเอาไว้ เดรโก้ แครปและกอยล์อยู่ที่นั้น พวกเขาต่อสู้กัน เดรโก้ตะโกนเตือนไม่ให้ฆ่าแฮร์รี่แต่เพื่อน ๆ ไม่ฟัง แครปใช้คาถาเสกไฟที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดอาละวาดจนควบคุมไม่ได้ พวกเขาทั้งหมดจึงหนีตายกันออกมา พวกแฮร์รี่ขึ้นไม้กวาดกำลังจะหนีจากกองเพลิง แฮร์รี่กลับไปข่วย พวกมัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่ลากกอยล์ขึ้นไม้กวาด ส่วนเดรโก้กระโดดขึ้นหลังแฮร์รี่ ช่วงที่บินหนี แฮร์รี่คว้า Diadem ไว้ได้ทัน และหนีออกจาห้องนั้นได้พอดี Diadem ถูกทำลายเพราะ Fiendfyre ที่แครปเสกออกมา Horcrux ที่เหลืออยู่ตอนนี้คืองูนากินี่เท่านั้น

พวกเขาวิ่งออกมาข้างนอก เห็นเพอร์ซี่กับเฟร็ดกำลังสู้กับ Thicknesse แล้วก็เกิดระเบิดขึ้นจนพวกเขาล้มระเนระนาด เมื่อแฮร์รี่ลุกขึ้น เขาก็เห็นเพอร์ซี่เขย่าร่างไร้วิญณาณของเฟร็ดที่ดวงตานิ่งค้าง แววตามองไม่เห็นสิ่งใดอีก
บทที่ 32 - The Elder Wand

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อ แมงมุมยักษ์จากป่าต้องห้ามหลุดเข้ามาด้วยแต่แฮร์รี่ให้คาถาซัดพวกมันออกไป รอนกำลังอยากแก้แค้นพวกผู้เสพความตายที่ฆ่าเฟร็ด แต่แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่เตือนว่าพวกเขาต้องตามหาและฆ่างู ที่เป็น Horcrux ให้ได้ เฮอร์ไมโอนี่ให้แฮร์รี่เข้าไปดูในจิตใจของโวลเดอมอร์ และก็รู้ว่าตอนนี้โวลเดอมอร์อยู่ที่เพิงโหยหวน ลูเซียสกำลังขอให้โวลเดอมอร์ยกโทษให้ลูกชาย และขอลงไปสู้เอง แต่โวลเดอมอร์รู้ทันและบอกว่าลูเซียสแค่ต้องการลงไปหาลูก เลยให้ลูเซียสไปพาสเนปมาหาเขาแทน

เฮอร์ไมโอนี่โกรธมากที่รู้ว่าโวลเดอมอร์แค่นั่งรออยู่ที่เพิงโหยหวนโดยไม่แม้จะลงมาสู้ แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ต้องลงมาสู้ แค่รอให้แฮร์รี่ไปหาเขาเท่านั้น งูนากินี่ก็อยู่ข้าง ๆ เขาเช่นกัน พวกเขาอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน พยายามจะออกไปนอกปราสาท พวกเขาเห็นเพื่อน ๆ อาจารย์ และผีในโรงเรียนร่วมต่อสู้กับผู้เสพความตาย ที่หน้าประตู เดรโก้พยายามบอกผู้เสพความตายว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่แฮร์รี่เข้ามาพอดี และช่วยชีวิตเดรโก้ไว้อีกครั้ง ประตูใหญ่เปิดออก แมงมุมยักษ์ทะลักเข้ามา แสงไฟจากคาถาลอยเต็มไปหมด พวกกำลังคิดอยู่ว่าจะออกไปยังไงท่ามกลางความชุลมุนแบบนี้ แฮกริดก็วิ่งลงมา ตะโกนว่าอย่าทำร้ายพวกมัน และถูกกลืนหายไปกับพวกแมงมุมและเวทมนต์มากมาย พวกแมงมุมถอยไปพร้อมกับเหยื่อ พวกแฮร์รี่วิ่งตามออกไป และพบกับพวกยักษ์ รอนห้ามเฮอร์ไมโอนี่ไม่ให้เสกคาถาทำให้พวกนั้นสลบเพราะยักษ์จะล้มทับปราสาทพัง พวกเขาวิ่งหนีจนเกือบจะถึงป่า Dementors ก็รายล้อมพวกเขา แต่ผู้พิทักษ์ของลูน่า เออร์นี่ย์และเซมัสก็จัดการ Dementors ไปได้

พวกเขามาถึงต้นวิลโล่ว์จอมหวด และเข้าไปข้างในใต้ผ้าคลุมล่องหน และแอบดูตรงช่องกำแพง เขาเห็นโวลเดอมอร์และสเนป นากินี่ลอยอยู่ในวงคาถากลางอากาศ สเนปบอกว่าเขาจะไปพาแฮร์รี่มาให้ แต่โวลเดอมอร์ถามเขาว่าทำไมไม้กายสิทธิ์ถึงไม่สามารถแสดงความมหัศจรรย์ออกมาแบบเมื่อก่อน เวทมนต์ที่เขาใช้เป็นเพียงเวทมนต์ธรรมดา ๆ เท่านั้น เขาไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่าง Elder Wand กับไม้กายสิทธิ์อันเดิมของเขาเลย สเนปยืนยันว่าจะไปพาแฮร์รี่มาให้โวลเดอมอร์บอกว่าแฮร์รี่จะขึ้นมาหาเขาเอง แต่ตอนนี้ เขาสงสัยเรื่องไม้กายสิทธิ์ว่าทำไมถึงไม้กายสิทธิ์ไม้ยิว กับไม้กายสิทธิ์ของลูเซียส ทั้งสองอันที่เขาเคยใช้ต่างสู้กับแฮร์รี่ไม่ได้ แม้แต่ Elder Wand ก็ดูไม่แตกต่าง ซึ่งสเนปก็ตอบไม่ได้ แต่โวลเดอมอร์บอกว่าเขาเข้าใจแล้วว่าเพราะเขาไม่ใช่ผู้ครอง Elder Wand ที่แท้จริง ไม้กายสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ที่ฆ่าเจ้าของคนเดิม แต่เดิม Elder Wand เป็นของดัมเบิลดอร์ คนที่ฆ่าดัมเบิลดอร์ก็คือสเนป

กรงขังงูลอยขึ้นมาทับสเนปที่ศีรษะและบ่า โวลเดอมอร์สั่งนากินีให้ไปฆ่าสเนป มันฉกกัดไปที่คอของสเนปที่ยังไม่ทันร่ายมนต์ปลดกรงออกจากตัวเอง โวลเดอมอร์บอกว่าเขาเสียใจ แต่ไม่มีความเสียใจใด ๆ บนใบหน้าและน้ำเสียง เขาเอากรงออกจากร่างสเนป ทิ้งให้สเนปตาย และเดินลอดอุโมงค์ออกไปจากเพิงโหยหวน

แฮร์รี่ค่อย ๆ เข้าไปหาสเนปที่กำลังจะตาย สเนปคว้าคอเสื้อคลุมดึงแฮร์รี่เข้ามาใกล้ ๆ และบอกว่าให้นำมันไป ... แฮร์รี่รู้ดีว่ามันคืออะไร สีฟ้าเงินลื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทั้งของเหลวหรือก๊าซไหลออกมาจากปาก หูและดวงตา เฮอร์ไมโอนี่ส่งขวดแก้วให้แฮร์รี่เก็บสิ่งสีเงินนี้ สเนปบอกให้แฮร์รี่จ้องมองเขา แล้วเขาก็สิ้นใจ
บทที่ 33 - The Prince's Tale

แฮร์รี่นั่งข้างร่างไร้ชีวิตของสเนปอยู่พักหนึ่ง ก่อนเขาจะได้ยินเสียงของโวลเดอมอร์ที่ดังก้องโรงเรียนและ Hogsmeade ว่าให้แฮร์รี่ออกมามอบตัวภายในหนึ่งชั่วโมงที่ป่าต้องห้าม ไม่งั้นเขาจะฆ่าทุกคนไม่ให้เหลือแม้แต่ผู้หญิงและเด็ก ในห้องโถงใหญ่ ผู้คนมารวมกัน รักษาคนเจ็บ และนั่งข้าง ๆ คนที่ตาย ร่างของเฟร็ดถูกล้อมด้วยครอบครัววีสลีย์ ลูปินกับท๊องก์ดูเหมือนหลับอย่างสงบ แฮร์รี่กลับไปยังห้องทำงานของดัมเบิลดอร์เงียบ ๆ ไปที่เพนซีป และเทความทรงจำของสเนปลงไป

สเนปในวัยเด็ก แอบเฝ้ามองเด็กสาวสองคนหลังพุ่มไม้ ลิลลี่กับเพ็ตทูเนียกำลังเล่นกัน โดยลิลลี่ใช้เวทมนต์กับดอกไม้ เพ็ตทูเนียหวาดกลัวบอกว่าแม่พวกเธอห้ามลิลลี่ทำแบบนี้ สเนปกระโดดออกมา บอกว่ามันคือเวทมนต์และลิลลี่คือแม่มด เพ็ตทูเนียตกใจและกล่าวหาว่าสเนปแอบซุ่มมองพวกเธอมาตลอดและพาลิลลี่ที่หันมองสเนปอยู่จากไป

สเนปกับลิลลี่ในวัยเด็กนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ สเนปบอกว่ากระทรวงจะเอาผิดคนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์แล้วใช้เวทมนต์นอกโรงเรียน สเนปเล่าว่าอีกไม่นานพวกเขาจะได้รับจดหมาย แต่ลิลลี่จะมีคนมาที่บ้าน เพราะเธอเป็นมักเกิ้ล ลิลลี่ถามสเนปว่าเป็นคนที่เกิดจากมักเกิ้ลแตกต่างจากคนอื่นไหม ซึ่งสเนปตอบว่า ไม่มีอะไรแตกต่าง พวกเขาคุยเรื่องครอบครัวของสเนป พลังเวทมนต์ทรงพลังของลิลลี่ และขณะที่สเนปเล่าเรื่อง Dementor ที่ลิลลี่ถาม เขาได้ยินเสียงเพ็ตทูเนียลื่นจากด้านหลัง จนสเนปบอกว่าคราวนี้ใครกันแน่ที่แอบดูแอบฟังอยู่ เพ็ตทูเนียโกรธมาก เลยเยาะเย้นสเนปว่าใส่กระโปรงของแม่อยู่เหรอ กิ่งไม้บนศีรษะของเพ็ตทูเนียหักและหล่นใส่เธอ ลิลลี่โกรธและกล่าวหาว่าสเนปเป็นคนทำแต่เขาปฏิเสธ เธอไม่ยอมฟัง วิ่งตามพี่สาวกลับบ้าน

ที่สถานีรถไฟ สเนปเฝ้ามองครอบครัวมาส่งลิลลี่ ลิลลี่ยังคงขอโทษเพ็ตทูเนียอยู่ บอกว่าเมื่อเธอไปถึงโรงเรียน จะพยายามขอร้องอาจารย์ให้รับเพ็ตทูเนียเข้าโรงเรียน ซึ่งทำให้เพ็ตทูเนียโกรธและอับอายมากจนปฏิเสธว่าเธอไม่เคยต้องการไปที่โรงเรียนสำหรับคนประหลาดเช่นลิลลี่หรือสเนป ลิลลี่บอกว่าเธอแน่ใจว่าเพ็ตทูเนียไม่คิดว่ามันประหลาดแน่ ๆ เพราะเธอรู้ว่าเพ็ตทูเนียเขียนจดหมายถึงดัมเบิลดอร์ ขอร้องให้รับเธอเข้าเรียนด้วย ซึ่งทำให้เพ็ตทูเนียยิ่งโกรธมากขึ้นอีก

ลิลลี่นั่งร้องไห้อยู่ในรถไฟ สเนปเข้ามานั่งด้วยและปลอบเธอโดยบอกเรื่องว่าพวกเขากำลังไปฮอกวอกต์ซึ่งทำให้ลิลลี่ยิ้มออกมาได้ สเนปบอกว่าเขาหวังว่าลิลลี่จะอยู่บ้านสลิธีริน จนกระทั่งเจมส์กับซีเรียสเข้ามานั่ง และบอกว่าเกทับว่าพวกเขาจะอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ผู้กล้าหาญ จนมีงกันนิดหน่อย เจมส์กับซีเรียสเลยเยาะเย้ยสเนปก่อนย้ายไปนั่งที่อื่น

สเนปเฝ้ามองอย่างผิดหวังเมื่อลิลลี่ถูกประกาศอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ เธอหันมองสเนปอย่างเศร้า ๆ ก่อนจะยิ้มและเดินไปนั่งกับพวกกริฟฟินดอร์ ซีเรียสขยับที่ให้เธอนั่ง แต่เธอเหมือนจำเรื่องบนรถไฟได้ เลยกอดอกและหันหลังให้เขา

ลิลลี่กับสเนปเดินคุยกัน แต่เหมือนจะทะเลาะกันมากกว่าที่ลานโรงเรียน ลิลลี่ไม่ชอบที่เห็นสเนปคบเพื่อนที่ใช้ศาสตร์มืด และสเนปเองก็ไม่ชอบพวกเจมส์เหมือนกัน และเขาสงสัยเรื่องของลูปินที่ป่วยทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวง ลิลลี่เตือนเขาว่าเจมส์ช่วยชีวิตเขาจากต้นวิลโล่ว์จอมหวด แต่สเนปเย้ยว่าเจมส์แค่ต้องการจะเป็นฮีโร่เท่านั้นและเขารู้ดีว่าเจมส์ก็ชอบลิลลี่

สเนปถูกเจมส์ใช้คาถาจับขาลอยบนฟ้าและแกล้งเขา ลิลลี่กับพวกเพื่อน ๆ เข้ามาห้าม สเนปตะโกนด่าเธอว่าพวกเลือดสีโคลนด้วยความโกรธที่ถูกทำให้อับอาย

สเนปตามขอโทษลิลลี่หลายต่อหลายครั้ง ถึงขนาดมานั่งเฝ้าหน้าทางเข้าบ้าน ลิลลี่ออกมาพบเขาเพราะเพื่อนเธอบอกว่าเขาตั้งใจจะนอนเฝ้าหน้าทางเข้า สเนปพยายามขอโทษ แต่ลิลลี่บอกว่าเหมือนพวกเขาเลือกทางเดินของตัวเองแล้วที่สเนปเลือกคบพวกผู้เสพความตาย และจะเข้าร่วมโวลเดอเมอร์ในภายหลัง ถึงขนาดเรียกเธอว่าเลือดสีโคลน และทำไมเธอถึงแตกต่างจากคนอื่น

สเนปกำลังรอใครบางคนอยู่ ดัมเบิลดอร์ปรากฏตัวขึ้น ปลดอาวุธสเนปและถามว่าเขาต้องการอะไร สเนปขอร้องดัมเบิลดอร์ บอกว่าให้ช่วยลิลลี่ด้วย แต่ดัมเบิลดอร์บอกว่าคำทำนายไม่ได้หมายถึงลิลลี่ แต่เป็นลูกชายของเธอ สเนปแน่ใจว่าโวลเดอมอร์ต้องการจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด และขอให้ดัมเบิลดอร์ช่วยลิลลี่ ซึ่งทำให้ดัมเบิลดอร์รู้สึกสมเพชสเนปมาก ๆ ที่คิดจะช่วยลิลลี่คนเดียว โดยไม่สนใจเจมส์กับลูก สเนปไม่ตอบ และขอให้ดัมเบิลดอร์ช่วยซ่อนพวกเขาทั้งหมดในที่ปลอดภัย และเขาจะยอมทำทุกอย่างให้

ที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ สเนปบอกว่าเขาคิดว่าดัมเบิลดอร์จะซ่อนพวกเธอในที่ปลอดภัย ดัมเบิลดอร์ตอบว่าพวกเขาเลือกคนไว้ใจผิด แต่แฮร์รี่ยังไม่ตาย สเนปที่หมดหวังแล้วไม่สนใจแฮร์รี่ จนดัมเบิลดอร์บอกว่าแฮร์รี่มีดวงตาที่ถอดแบบจากลิลลี่ และบอกว่า ถ้าสเนปรักลิลลี่จริง ๆ ทางเลือกของเขาก็ชัดเจนมาก อย่าให้ลิลลี่ต้องตายอย่างไร้ค่า สเนปต้องช่วยปกป้องลูกชายของลิลลี่ สเนปขอให้ดัมเบิลดอร์ห้ามบอกเรื่องนี้กับแฮร์รี่โดยเด็ดขาด

สเนปเข้ามาบ่นกับดัมเบิลดอร์เรื่องนิสัยของแฮร์รี่ที่เหมือนเจมส์ไม่มีผิด แต่ดัมเบิลดอร์ไม่สนใจ บอกว่าจับตามองควีเรลล์ให้ดี

ดัมเบิลดอร์ยืนคุยกับสเนปหลังงานเลี้ยงเต้นรำเลิก เรื่องของตรามารคาร์คารอฟเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง และสเนปยืนยันว่าเขาจะไม่เข้าร่วมโวลเดอมอร์อีก

ที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ ดัมเบิลดอร์ดูอิดโรยมาก สเนปใช้ไม้กายสิทธิ์และเอายามารักษาแผลที่มือของดัมเบิลดอร์ แหวนที่ถูกทำลายวางอยู่บนโต๊ะ สเนปบอกว่าดัมเบิลดอร์จะมีชีวิตอยู่ได้อีกประมาณหนึ่งปี เพราะคำสาปจะกระจายไปเรื่อย ๆ ดัมเบิลดอร์บอกว่าเขาโชคดีแล้ว แค่นี้ก็พอแล้ว และเขาก็มีสเนปอยู่ ดัมเบิลดอร์กล่าวถึงแผนของโวลเดอมอร์ที่จะใช้เดรโก้เข้ามาฆ่าตัวเขา สเนปบอกว่าโวลเดอมอร์เองก็ไม่คาดหวังว่าเดรโก้จะทำได้ ซึ่งจะเป็นการลงโทษครอบครัวมัลฟอย จริง ๆ แล้วเดรโก้เองก็ถูกหมายหัวไว้อยู่แล้วพอ ๆ กับดัมเบิลดอร์ ซึ่งหากเดรโก้ทำไม่สำเร็จคนที่จะทำงานต่อก็คือสเนป ดัมเบิลดอร์ฝากฝังให้สเนปปกป้องโรงเรียนและเด็ก ๆ เพราะไม่ช้าก็เร็วโวลเดอมอร์ต้องเข้ามายึดแน่ ๆ ดัมเบิลดอร์ขอให้สเนปเป็นคนที่สังหารเขา ซึ่งเวลานั้นกำลังจะมาถึง ดัมเบิลดอร์ไม่อยากให้จิตวิญญาณของเดรโก้กระทบกระเทือนมากกว่านี้ เพราะมันอาจจะยังเยียวยาได้อยู่

สเนปเดินคุยกับดัมเบิลดอร์ ถามว่าดัมเบิลดอร์ทำอะไรกับแฮร์รี่ แต่ดัมเบิลดอร์ไม่ยอมบอก บอกเพียงแค่ว่าเขาปรึกษาและบอกข้อมูลบางอย่างให้แฮร์รี่ สเนปบอกว่าดัมเบิลดอร์ไม่เชื่อเขา ดัมเบิลดอร์บอกว่าเขาไม่ควรบอกความลับทุกอย่างให้กับคน ๆ เดียว โดยเฉพาะกับสเนปที่ตอนนี้อยู่ใกล้ชิดกับโวลเดอมอร์แม้สเนปจะทำไปตามคำสั่งของดัมเบิลดอร์เองก็ตาม เขาแน่ใจว่าโวลเดอมอร์เองก็กลัวการเชี่อมต่อของโวลเดอมอร์กับแฮร์รี่ และคงไม่คิดจะเข้ามาควบคุมจิตใจแฮร์รี่อีก

ดัมเบิลดอร์บอกสเนปเกี่ยวกับนากินี่ ว่าจะถึงเวลาที่โวลเดอมอร์เป็นห่วงชีวิตของงู เมื่อนั้นจะปลอดภัยที่จะบอกแฮร์รี่ถึงเรื่องคืนที่โวลเดอมอร์เข้ามาฆ่าครอบครัวพอตเตอร์ คำสาปของลิลลี่สลายวิญญาณของโวลเดอมอร์ ส่วนหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในสิ่งมีชีวิตเดียวตรงนั้น ซึ่งก็คือแฮร์รี่ ทำให้แฮร์รี่พูดภาษาพาร์เซล เชื่อมต่อจิตใจกับโวลเดอมอร์ได้ และส่วนวิญญาณนั้นก็ได้ปกป้องแฮร์รี่ไปด้วย ซึ่งแฮร์รี่ต้องตายและโวลเดอมอร์ต้องเป็นคนฆ่าเขา โวลเดอมอร์ถึงจะตายได้ สเนปโกรธมากเพราะที่ผ่านมา เขาคอยปกป้องแฮร์รี่มาตลอด และท้ายที่สุด แฮร์รี่ก็ต้องถูกฆ่าอยู่ดี แค่เพียงแต่ตายให้ถูกที่ถูกเวลาเท่านั้น สเนปกล่าวว่าดัมเบิลดอร์เพียงใช้เขา ให้สเนปเป็นสาย เสี่ยงภัยอันตรายมากมายเพื่อเขา ทุกสิ่งที่เขาทำเพื่อปกป้องลูกชายของลิลลี่ให้ปลอดภัย ทุกอย่างที่ทำเพื่อเลี้ยงดูแฮร์รี่ราวกับหมูรอวันเชือด ดัมเบิลดอร์ถามเขาว่า สเนปรู้สึกเป็นห่วงแฮร์รี่แล้วหรือ สเนปถามกลับว่า เพื่อเขาหรือ แล้วก็เสกผู้พิทักษ์ออกมา มันเป็นกวางสาวสีเงิน ดัมเบิลดอร์น้ำตาไหลถามเขาว่า ตลอดเวลาเลยหรือ สเนปยืนยันว่า ตลอดเวลา

สเนปยืนคุยอยู่กับภาพของดัมเบิลดอร์ ดัมเบิลดอร์บอกว่าให้เขาบอกโวลเดอมอร์วันและเวลาที่แท้จริงที่แฮร์รี่จะเดินทางจากบ้าน Dursleys และเพื่อไม่ให้ถูกสงสัย ให้สเนปไปบอกมันดันกัส ให้ใช้แผนน้ำยาสรรพรส และเปลี่ยนความทรงจำเขา ให้บอกภาคีว่านี่คือแผนของมันดันกัสเอง

สเนปขี่ไม้กวาดไล่ตามลูปินกับจอร์จในร่างของแฮร์รี่ ผู้เสพความตายบินอยู่หน้าสเนปและชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่ลูปิน สเนปเสกคาถา ตั้งใจจะเล็งไปที่ไม้กายสิทธิ์ของผู้เสพความตาย แต่คาถาพุ่งไปโดนจอร์จแทน

สเนปนั่งอยู่ในห้องนอนของซีเรียส น้ำตาไหลเมื่ออ่านจดหมายของลิลลี่ เขาฉีกจดหมาย เอาในส่วนหน้าที่สอง ที่เขียนว่า ดัมเบิลดอร์เคยเป็นเพื่อนกับ Grindelwald และ Bathilda คงคิดไปเอง รักเสมอ จากลิลลี่ สเนปเก็บส่วนที่ลงลายเซ็นต์ของลิลลี่เอาไว้ และฉีกรูปเอาแต่ลิลลี่ไป โดยทิ้งส่วนที่เหลือคือเจมส์กับแฮร์รี่ไว้ในลิ้นชัก

ในห้องทำงาน สเนปยืนอยู่เมื่อ Phineas กลับเข้ามาในรูป บอกว่าได้ยินเฮอร์ไมโอนี่พูดว่าพวกเขาอยู่ที่ Forest of Dean ดัมเบิลดอร์บอกให้สเนปเอาดาบไป และอย่าให้แฮร์รี่รู้ว่าเป็นสเนป
บทที่ 34 - The Forest Again

เมื่อความจริงเปิดเผยแล้ว แฮร์รี่ก็เข้าใจว่าเขาไม่ควรมีชีวิตอยู่อีก และต้องตายแบบไม่ขัดขืน เขาเข้าใจดัมเบิลดอร์แล้วด้วย แต่ก่อนที่เขาจะตาย เขาต้องบอกเรื่อง Horcruxes สุดท้าย แฮร์รี่พบเนวิลล์ที่กำลังเก็บร่างของ Colin Creevey เขาฝากให้เนวิลล์ฆ่างูที่อยู่โวลเดอมอร์ซึ่งเนวิลล์ก็รับปาก

ที่ชายป่า มี Dementors เต็มไปหมด และแฮร์รี่ก็ไม่เหลือแรงกำลังที่จะเสกผู้พิทักษ์อีก เขาจึงหยิบลูกสนิทช์ขึ้นมา กระซิบว่าเขากำลังจะตาย ลูกสนิทช์แตกออก Resurrection Stone อยู่ข้างใน แล้วแฮร์รี่ก็เข้าใจว่า มันไม่ได้เพื่อทำให้คนตายฟื้นคืน เขากำลังจะกลายเป็นคนตายเหมือนพวกนั้น แฮร์รี่หมุนหินสามครั้ง แล้วเขาก็เห็นเจมส์ ลิลลี่ ซีเรียสกับลูปิน ไม่ใช่ผีหรือร่างเนื้อ เหมือนที่เขาเคยเห็นทอม ริดเดิ้ลจากไดอารี่ พวกเขาเหมือนกับเป็นผู้พิทักษ์ให้แฮร์รี่ โดยที่ Dementors ทำอะไรเขาไม่ได้ เขายังอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน เดินลึกเข้าไปในป่า

โวลเดอมอร์อยู่กล่ามกลางผู้เสพความตาย เกือบจะคิดว่าเขาคิดผิดเสียแล้ว แต่แฮร์รี่ก็ตะโกนออกมา และเผลอทำ Resurrection Stone หล่นจากมือ วิญญาณพวกพ่อหายไป เขาเดินเข้าไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้เสพความตาย แฮกริดถูกจับไว้ตรงนั้น ตะโกนห้ามไม่ให้แฮร์รี่เข้ามา แฮร์รี่เห็นงูนากินี่ คิดในใจว่าคงฆ่ามันไม่ได้แน่ ๆ เพราะผู้เสพความตายตรงนั้นคงฆ่าเขาก่อน เขาจึงได้แต่เดินเข้าไปหา โวลเดอมอร์ยกไม้กายสิทธิ์ แฮร์รี่เห็นแสงสีเขียวและทุกสิ่งก็ดับวูงลง

บทที่ 35 – King’s Cross

ทุกอย่างเงียบไปหมด แฮร์รี่รู้สึกตัวและมองไปรอบ ๆ แล้วดัมเบิลดอร์ก็เดินมาหา แฮร์รี่ถามว่าดัมเบิลดอร์ตายแล้ว เขาก็คงตายแล้วเหมือนกัน ดัมเบิลดอร์ตอบว่าตัวเขาตายแล้วจริง ๆ แต่ส่วนแฮร์รี่ เขาคิดว่ายังไม่ตาย เพราะแฮร์รี่ไม่ได้คิดปกป้องตัวเองเลยและปล่อยให้โวลเดอมอร์ฆ่า เพื่อทำลายส่วนเสี้ยววิญญาณโวลเดอมอร์ในร่างเขาให้หมดไป ตอนนี้วิญญาณของแฮร์รี่สมบูรณ์แล้ว ร่างเนื้อของโวลเดอมอร์ในตอนนี้ก็มีเลือดของแฮร์รี่ที่ลิลลี่ใช้เวทมนต์ปกป้อง และแฮร์รี่ก็คือ Horcrux อันที่เจ็ดที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะสร้างขึ้น เมื่อครั้งที่เขาจะฆ่าแฮร์รี่ตอนเด็ก เขาได้ทิ้งส่วนหนึ่งของตัวเองไว้กับแฮร์รี่ ดัมเบิลดอร์บอกว่าโวลเดอมอร์เป็นคนเลือดเย็น ไม่รู้จักและเข้าใจในความรัก

แฮร์รี่ถามเรื่องไม้กายสิทธิ์ว่าทำไมไม้ของเขาทำลายไม้ที่โวลเดอมอร์ยืมมาได้ ดัมเบิลดอร์ตอบว่าเขาเดาเอาว่าแฮร์รี่ยอมรับความตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่โวลเดอมอร์ทำไม่ได้ และไม้กายสิทธิ์รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของผู้เป็นนาย โวลเดอมอร์เป็นทั้งญาติและศัตรู ไม้กายสิทธิ์เก็บพลังแห่งความกล้าหาญและสามารถเอาชนะไม้ของลูเซียสได้ แต่มันก็ถูกเฮอร์ไมโอนี่ทำลายได้ เพราะพลังของไม้แฮร์รี่จะส่งผลโดยตรงต่อโวลเดอมอร์เท่านั้น โวลเดอมอร์ไม่ได้ฆ่าแฮร์รี่ เขาล้มเหลวในการฆ่าแฮร์รี่ต่างหาก

ในตอนนั้น แฮร์รี่ก็รู้สึกว่าเขากำลังอยู่ในสถานีคิงครอส เมื่อเขาถามดัมเบิลดอร์เกี่ยวกับ Deathly Hallows ดัมเบิลดอร์ก็เหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วถูกจับได้ เขาขอให้แฮร์รี่ยกโทษให้เพราะเขาเหมือนกับคนโง่ที่ลุ่มหลงไปกับมัน เขาเองก็หาทางเอาชนะความตายเช่นเดียวกัน มันคือสิ่งที่ผูก Grindelwald เข้าด้วยกัน ด้วยความลุ่มหลง … ดัมเบิลดอร์บอกว่าผ้าคลุมล่องหนเป็นมรกดของ Ignotus ตกทอดไปยังลูกหลาน เขาขอยืนผ้าคลุมมาตรวจดู แม้เขาจะทิ้งความฝันเรื่อง Hallows ไปนานแล้ว แต่เขาก็ยังตื่นเต้นกับมัน และเมื่อเจมส์ตาย เขาก็ได้ครอง Hallows แล้วถึงสองอย่าง

ส่วนเรื่องน้องสาว เขายอมรับว่าเขาอยากหนีไปหาความรุ่งโรจน์ แม้เขาจะรักครอบครัวมากก็ตาม แต่ความเห็นแก่ตัวก็ยังมี เขารู้สึกเหมือนถูกขังเมื่อต้องรับผิดชอบน้อง ๆ หลัง และเมื่อ Grindelwald เข้ามา มันก็เหมือนมาจุดประกายให้อีก จากนั้น Grindelwald ก็หนีไปหลังเกิดเหตุการณ์ที่น้องสาวเขาตาย หลังจากนั้น ก็มีข่าวลือว่า Grindelwald ได้พบไม้กายสิทธิ์ทรงพลัง ส่วนเขาก็เป็นอาจารย์ที่ฮอกวอร์ต ฝึกสอนพ่อมดแม่มด ส่วน Grindelwald ก็สร้างกองทัพ ดัมเบิลดอร์ยอมรับว่าเขาเองก็กลัว Grindelwald จนถ่วงเวลาการประลองไปเรื่อยจนถ่วงไม่ได้อีก ท้ายที่สุด เขาก็ชนะประลอง Grindelwald ถูกขังที่ Nurmengard และโกหกโวลเดอมอร์ว่าเขาไม่มี Elder Wand บางทีการโกหกนี้ก็เพื่อแก้ไขเรื่องในอดีต และหยุดไม่ให้โวลเดอมอร์ตามหา Hallows อีก

แล้วดัมเบิลดอร์ก็พบ Resurrection Stone ที่บ้านของ Gaunt เขาคิดว่าจะได้พบน้องสาวและแม่อีก แต่เขาก็โง่มาก ไม่ใช่ใครทุกคนจะรวม Hallows ได้ ดัมเบิลดอร์ยอมรับว่าเขาเป็นผู้ครอง Elder Wand และใช้มันปกป้องผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ตนเอง ส่วนผ้าคลุม เขาเอาไปดูเพราะความอยากรู้อยากเห็น เจ้าของที่แท้จริงคือแฮร์รี่

แฮร์รี่ถามว่าทำไมต้องทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้นด้วย ซึ่งดัมเบิลดอร์ก็ให้เหตุผลว่า หากบอกไปตรง ๆ พวกเขาอาจออกตามหาสิ่งที่น่ายั่วยวนใจทันที โดยลืมเหตุผลที่แท้จริงไป โวลเดอมอร์ไม่รู้เรื่อง Hallows เพราะเขาเปลี่ยน Resurrection Stone ในแหวนเป็น Horcrux และ Elder Wand จะช่วยเขาทรงอำนาจไม่มีใครมาล้มได้

แฮร์รี่ถามว่าเขาจะกลับไปได้ไหม ดัมเบิลดอร์บอกว่าแล้วแต่เขา แฮร์รี่มีทางเลือก อย่าสงสารคนตาย ให้สงสารคนเป็น โดยเฉพาะผู้ที่มีชีวิตโดยปราศจากความรัก หากกลับไปแล้ว เขาแน่ใจว่าวิญญาณผู้อื่นจะถูกทำร้ายน้อยลง และครอบครัวจะไม่ถูกทำลายมากไปกว่านี้ เขาก็ควรกลับไป

บทที่ 36 - The Flaw in the Plan

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนหล่นลงมาจากฟ้าสู่พื้นดินอีกครั้ง เขารู้สึกเจ็บไปหมดหลังจากถูกคำสาปสังหาร แต่เขาก็ยังนอนอยู่ในท่าเดิม ไม่ขยับ เขาแอบลอบมองดู และเห็นว่าโวลเดอมอร์เองก็ล้มลงไปเช่นกันราวกับคำสาปส่งผลถึงเขาด้วย โวลเดอมอร์สั่งให้คนไปดูว่าแฮร์รี่ตายจริง ๆ หรือยัง แฮร์รี่ได้ยินเสียงกระซิบที่เบามาก ๆ ของนาร์ซิสซ่า ถามเขาว่า เดรโก้ยังมีชีวิตอยู่ไหม เขายังอยูในปราสาทใช่ไหม แฮร์รี่กระซิบตอบไปว่าใช่ แล้วนาร์ซิสซ่าก็บอกทุกคนว่าแฮร์รี่ตายแล้ว ผู้เสพความตายคนอื่นต่างดีใจ โวลเดอเมอร์ใช้คำสาปกรีดแทงไปยังแฮร์รี่เพื่อความสะใจตัวเอง แต่แฮร์รี่รู้สึกแปลกมากเพราะคาถาทำอะไรเขาไม่ได้เลย เขาไม่รู้สึกเจ็บสักนิด แต่เขาก็ยังแกล้งทำเป็นตายอยู่ โวลเดอมอร์ให้แฮกริดเป็นคนอุ้มแฮร์รี่เข้าไปในปราสาท

โวลเดอมอร์ใช้เวทมนต์ส่งเสียงไปบอกทุกคนในปราสาทว่าพวกเขาชนะแล้ว แฮร์รี่ตายแล้ว หากใครยังต่อต้านอีกจะถูกสังหาร แล้วเขาก็เดินนำ งูนากินี่ลอยตามมาโดยไม่ได้อยู่ในกรงอีกแล้ว แฮกริดที่อุ้มแฮร์รี่ไว้เดินตามมาพร้อมกับผู้เสพความตาย เดินเข้าไปในปราสาท แฮร์รี่ได้ยินเสียงร้องของมักกอลนากัล รอน เฮอร์ไมโอนี่ จินนี่ และเพื่อน ๆ ทุกคน เขาอยากตะโกนกลับไปว่าเขายังไม่ตาย แต่เขาทำไม่ได้ โวลเดอมอร์ให้แฮกริดวางแฮร์รี่แทบเท้า และบอกทุกคนว่าเขาสังหารแฮร์รี่ขณะที่แฮร์รี่กำลังพยายามหนี

ทันใดนั้น ก็มีแสงจากคาถาพุ่งเข้าจะทำร้ายโวลเดอมอร์ แต่คนร่ายคาถาถูกปลดอาวุธเสียก่อน เขาคือเนวิลล์ โวลเดอมอร์ชักชวนเนวิลล์ให้มาเป็นผู้เสพความตายเพราะเนวิลล์เป็นพวกเลือดบริสุทธิ์ แต่เนวิลล์ปฏิเสธเสียงแข็ง

โวลเดอมอร์โบกไม้กายสิทธิ์ หมวกคัดสรรอยู่ในมือเขา และเขาก็ประกาศว่าต่อไปที่โรงเรียนจะมีแต่บ้านสลิธีรินเท่านั้น จากนั้นโบกหมวกคัดสรรไปสวมที่หัวของเนวิลล์ บอกว่านี่คือตัวอย่างของผู้ที่ต่อต้านเขา แล้วหมวกคัดสรรก็ลุกเป็นไฟบนหัวของเนวิลล์ ทันใดนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นแทบจะพร้อมกัน เสียงของ Grawp กับยักษ์ของโวลเดอมอร์ดังลั่น ท่ามกลางความชุลมุน แฮร์รี่ซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมล่องหน และหลบออกจากตรงนั้น เนวิลล์สลัดหมวกคัดสรรหลุดไปได้ พร้อมกับดึงดาบกริฟฟินดอร์ออกมา และฟันหันงูนากินี่ตาย

ทุกคนต่อสู้กัน แฮร์รี่พยายามเสกคาถาป้องกันให้กับคนที่กำลังจะถูกโวลเดอมอร์ทำร้าย เซ็นทอร์ บัคบีค Thestral เอลฟ์ประจำบ้าน ผีประจำโรงเรียน ครอบครัวนักเรียนที่ทราบข่าว ชาวบ้านที่ Hogsmeade และ Grawp ต่างเข้ามาสู้กันวุ่นวาย โวลเดอมอร์กำลังดวลอยู่กับมักกอลนากัล คิงสลีย์และสลัคฮอร์น ขณะที่เบลลาทริกซ์กำลังสู้กับเฮอร์ไมโอนี่ จินนี่และลูน่า จากนั้นมอลลี่ก็เข้ามา ตะโกนก้องบอกว่าห้ามเบลลาทริกซ์แตะต้องลูก ๆ ของเธออีก สองคนสู้กัน แล้วคำสาปของมอลลี่ก็สังหารเบลลาทริกซ์ลงได้ท่ามกลางความโกรธแค้นของโวลเดอมอร์ เขากำลังจะสาปมอลลี่ แฮร์รี่ก็เลยสลัดผ้าคลุมออก และร่ายเวทมนต์ป้องกันให้มอลลี่

ทุกคนต่างโห่ร้องยินดีเพราะเห็นว่าแฮร์รี่ยังไม่ตาย แฮร์รี่ขึ้นไปเผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์และประกาศไม่ให้ใครมาช่วย เพราะมันต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น แฮร์รี่บอกว่าคาถาของโวลเดอมอร์ทำร้ายคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว และเขายอมตายเพื่อปกป้องเพื่อน ๆ เหมือนกับที่ลิลลี่เคยทำ โวลเดอมอร์เลยทำร้ายเพื่อน ๆ เขาไม่ได้อีก โวลเดอมอร์เย้ยแฮร์รี่ว่าเป็นเพราะความรักอีกแล้ว แต่ความรักก็หยุดไม่ให้ดัมเบิลดอร์ตายได้ ไม่ได้ช่วยให้แม่ของแฮร์รี่รอดพ้นความตาย และจะไม่มีอะไรมาช่วยแฮร์รี่ให้รอดพ้นความตายได้อีกถ้าเขาจัดการแฮร์รี่ แฮร์รี่บอกว่ายังมีอีกอาวุธอีกอย่างหนึ่ง และเขาก็เชื่อมั่นทั้งความรักและอาวุธนั้น

36 #2

โวลเดอมอร์บอกว่าเขาเป็นคนฆ่าดัมเบิลดอร์ ดัมเบิลดอร์ตายแล้ว แต่แฮร์รี่บอกว่าโวลเดอมอร์คิดผิด ดัมเบิลดอร์ไม่ได้ถูกฆ่า มันเป็นการวางแผนมานานหลายเดือนแล้ว และสเนปก็เป็นคนของดัมเบิลดอร์มาโดยตลอด เพราะสเนปรักลิลลี่มาตลอดชีวิต โวลเดอมอร์เถียงกลับว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรอีก เพราะตอนนี้เขาคือเจ้าของ Elder Wand และเขาก็สังหารสเนปแล้ว แฮร์รี่บอกว่า Elder Wand ไม่ได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถเพราะโวลเดอมอร์ฆ่าคนผิด สเนปไม่ได้เป็นเจ้าของ Elder Wand เพราะสเนปไม่ได้ฆ่าดัมเบิลดอร์ มันเป็นการวางแผนกันมาแล้วตั้งแต่ต้น และดัมเบิลดอร์ตั้งใจที่จะตายอยู่แล้ว หากเจ้าของไม้กายสิทธิ์ตาย พลังมันจะตายไปด้วย แม้โวลเดอมอร์ขโมยไม้จากศพของดัมเบิลดอร์ก็จริง แต่ไม้จะเลือกเจ้านายเอง และ Elder Wand ก็เลือกเจ้านายแล้วก่อนที่ดัมเบิลดอร์จะตาย คนที่แย่งมันไปจากดัมเบิลดอร์โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจหรือรู้ตัวมาก่อน ซึ่งก็คือเดรโก้ มัลฟอย แล้วแฮร์รี่ก็เอาชนะเดรโก้ได้ และแย่งไม้กายสิทธิ์ของเดรโก้มาครอง แล้ว Elder Wand ก็รู้แล้วว่าเจ้าของมันถูกเอาชนะไปแล้ว และในตอนนี้ เจ้าของที่แท้จริงของ Elder Wand คือแฮร์รี่เอง

แสงจากไม้กายสิทธิ์ทั้งสองพุ่งใส่กัน โวลเดอมอร์ร่ายคาถาสังหาร แฮร์รี่ใช้คาถาปลดอาวุธ Elder Wand ลอยขึ้นในอากาศ หมุนวนเหมือนกับหัวของนากินี่ แฮร์รี่กระโดดรับ Elder Wand ขณะที่โวลเดอมอร์ล้มลง ตายเพราะการสะท้อนกลับของคาถาตนเอง

แล้วเสียงโห่ร้องยินดีก็ดังขึ้น ทุกคนต่างกรูกันเข้ามายินดีกับแฮร์รี่ เขากลายเป็นส่วนหนึ่งทั้งการแสดงความยินดี และความโศกเศร้า ทุกคนต้องการเขาตรงนั้น แฮร์รี่จับมือกับทุกคน พูดคุยกับทุกคน และรับคำขอบคุณจนกระทั่งเช้า เขาไม่ได้นอนเลย ผู้เสพความตายต่างหลบหนี ไม่ก็ถูกจับ ผู้บริสุทธิ์ถูกปล่อยตัวจากอัซคาบัน คิงสลีย์ขึ้นเป็นรัฐมนตรีชั่วคราว ศพของผู้ที่เสียชีวิตอยู่ในห้องโถง ครอบครัวมัลฟอยก็อยู่ที่นั้น ทุกคนนั่งโดยไม่แบ่งแยกบ้านอีก

ท้ายที่สุด แฮร์รี่หลบจากห้องโถงได้ และพารอนกับเฮอร์ไมโอนี่ไปที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ในภาพวาดต่างปรบมือแสดงความยินดีกับแฮร์รี่ แฮร์รี่บอกดัมเบิลดอร์ในภาพว่าเขาทำ Resurrection Stone หล่นไปป่าและไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และเขาต้องการเก็บผ้าคลุมล่องหนเอาไว้ ส่วน Elder Wand แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ต้องการมัน เขาหยิบไม้กายสิทธิ์อันเดิมของตนเองที่ถูกทำลายออกมา ใช้ Elder Wand เสกคาถาซ่อมแซม จนไม้กายสิทธิ์กลับมาอยู่ในสภาพเดิม แฮร์รี่บอกว่าเขาจะเก็บ Elder Wand ในที่ ๆ มันจากมา และจะทิ้งไว้แบบนั้น เมื่อตัวเขาตาย พลังของมันก็จะหมดเพราะเจ้าของ ๆ มันไม่ได้ถูกผู้ใดเอาชนะ Elder Wand สร้างปัญหามากมายให้เขามากพอแล้ว และตอนนี้ เขาคิดถึงเตียงสี่เสาที่หอพักกริฟฟินดอร์ และหวังว่าครีเชอร์จะทำแซนวิชมาให้กิน

Epilogue
(19ปีต่อมา)

วันที่ 1 กันยายน แฮร์รี่จูงลูกสาวผมแดงชื่อลิลลี่ ปลอบเธอว่าอีกไม่นานก็จะได้ไปโรงเรียนแล้ว เขาได้เสียงอัลบัส ลูกชายบ่นว่าเขาจะไม่อยู่บ้านสลิธีรินเมื่อเจมส์ ลูกชายคนโตพูดแหย่เล่นจนจินนี่ต้องจ้องอย่างดุ ๆ

พวกเขาเดินผ่านชานชาลา ไปที่รถด่วนสายฮอกวอร์ต พวกเขาพบรอนกับเฮอร์ไมโอนี่และลูกสาวชื่อโรส ลูกชายที่ชื่อฮิวโก้กำลังคุยกับอัลบัสเรื่องที่ว่าพวกเขาจะไปอยู่บ้านไหน พวกเขาเห็นเดรโก้มาส่งลูกชายเหมือนกัน ซึ่งเดรโก้ก็พยักหน้าทักทายกัน เจมส์บอกว่าเขาเห็นเท็ดดี้อยู่กับ Victoire จินนี่สส่งเจมส์ขึ้นรถไฟ ฝากความคิดถึงไปให้เนวิลล์ที่เป็นอาจารย์ที่ฮอกวอร์ต

แฮร์รี่เห็นอัลบัสยังดูกังวลใจเรื่องการคัดสรรบ้านอยู่ จึงเข้าไปให้กำลังใจ บอกว่าเขาถูกตั้งชื่อว่า อัลบัส เซเวอร์รัส ตามชื่ออาจารย์ใหญ่สองคนของฮอกวอร์ต หนึ่งในนั้นเป็นสลิธีรินและเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดที่เขาเคยรู้จัก บ้านสลิธีรินมีนักเรียนที่ยอดเยี่ยมเสมอ แต่หากเขาไม่อยากอยู่ เขาก็เลือกอยู่กริฟฟินดอร์ได้ เพราะหมวกคัดสรรยอมรับทางเลือกของแฮร์รี่มาก่อน

เด็ก ๆ ขึ้นรถไฟและโบกมือลา จินนี่พึมพำว่าลูก ๆ คงไม่เป็นไร แฮร์รี่แตะแผลเป็นที่หน้าผาก ซึ่งไม่เคยเจ็บอีกเลยตลอดสิบเก้าปี และเขาก็แน่ใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี

เหนื่อยมากค่ะ

กว่าจะรวบรวมครบทั้ง 36 ตอนได้

ทั้งหมดนี้ต้องขอขอบพระคุณคุณ บีจัง ที่ทั้งเก่งแปลออกมาได้ทั้งหมด

และนำมาให้พวกเราอ่านกัน

เครดิต ::: http://oatato.exteen.com/20070726/entry-1

ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

200 ความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป