/>

เคยเป้นรึเปล่า โรค ตาขี้เกียจ [ไม่ระบุให้แชร์]

วิว

ตาขี้เกียจ (lazy eye) หมายถึง ความสามารถในการมองเห็นลดลง โดยตรวจไม่พบโรคทางตาใดๆ แม้ใส่แว่นตาแก้ไขแล้วก็ไม่ดีขึ้น การมองเห็นที่แย่ลงเกิดจาก
กระบวนการรับภาพก่อนที่จะส่งไปแปลผลยังสมองผิดปกติ ทำให้เกิดความผิดปกติในการพัฒนาของสายตาในช่วงวัยเด็กตามมา โดยอาจถูกขัดขวางได้จากภาวะตาเหล่ ตาเข สายตาสั้น ยาว เอียง ต้อกระจกหรือโรคอื่นๆ อาจเป็นในตาเดียวหรือสองตาก็ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นตาเดียว

มีอีกคำที่ใช้กันคือ amblyopia หมายถึงภาวะที่ความคมชัดของสายตาของตาข้างใดข้างหนึ่งลดน้อยลงไป หรือมีภาวะมัวลง ทำให้มองเห็นภาพวัตถุใดๆ ไม่เท่ากับตาอีกข้างหนึ่ง เป็นเพราะสาเหตุที่ตาข้างนั้นๆ ไม่ถูกใช้งานด้วยการมองภาพ หรือถูกปิดบังมิให้แสงจากภาพเข้าสู่ศูนย์กลางความคมชัดได้ตรงเป้า ภาวะเช่นนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะเด็กแรกเกิดจนกระทั่งถึงอายุ 6 ถึง 7 ขวบ ซึ่งเป็นระยะที่ความคมชัดของสายตาเด็กกำลังเจริญเติบโตและพัฒนาไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ถูกใช้งานจะทำให้เกิดภาวะตาขี้เกียจเพิ่มปริมาณมากขึ้นตามอายุ จนกระทั่ง 6 ถึง 7 ขวบ ดังกล่าว ทั้งนี้และทั้งนั้น ความคมชัดของสายตาที่ด้อยลงไปนี้ไม่สามารถตรวจพบสิ่งผิดปกติที่จอประสาทตาได้

วิธีสังเกตสภาพสายตาเด็ก

ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กควรจะสังเกตหรือตรวจสภาพสายตาเด็กตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป ดังนี้

  1. โดยทั่วไปเด็กอายุ 3 เดือนควรจะจ้องภาพและเคลื่อนไหวตามวัตถุได้
  2. เด็กอายุน้อยกว่า 3 ขวบครึ่ง สามารถตรวจโดยการใช้ไฟฉายส่องหน้าเด็กในระยะ 1 ฟุต โดยปกติแสงไฟจะตกกระทบกระจกตาเป็นแสงสะท้อนทั้งสองตาบริเวณตรงกลาง ถ้าข้างใดข้างหนึ่งตกไม่ตรงกลาง แสดงว่าเด็กมีภาวะตาเข ควรพาไปพบแพทย์ แต่ถ้าตกตรงกลางแล้วลองปิดตาทีละข้างให้เด็กมองตามไฟ ถ้ายังคงตกตรงกลางตลอดถือว่าปกติ แต่ถ้าปิดตาแล้วเด็กพยายามมองลอดออกมาหรือไม่ยอมให้ตรวจ ให้สงสัยว่าตาข้างที่เปิดเด็กอาจจะมองไม่ชัด ควรจะได้รับการตรวจจากแพทย์เช่นกัน
  3. สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 3 ขวบครึ่งขึ้นไป มักจะยอมอ่านแผ่นวัดสายตาแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นรูปภาพ ตัวอักษรหรือตัวเลขโดยทั่วไปจะมีในโรงเรียนหรือโรงพยาบาล
  4. พัฒนาการด้านการมองเห็นจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยการที่สมองจะเริ่มแปรสภาพการมองเห็นได้นั้น ภาพที่ได้จะต้องเป็นภาพที่คมชัด ตกที่จุดรับภาพบนจอประสาทตา ก่อนที่จะส่งต่อไปยังเซลล์สมองที่ทำหน้าที่ในส่วนของการมองเห็น พัฒนาการในส่วนนี้จะมีการพัฒนามากในช่วง 3 ปีแรก ถ้าปล่อยให้มีภาพที่ไม่คมชัดตกลงบนจอตาโดยไม่ได้แก้ไข เมื่อสิ้นสุดระยะของการพัฒนาเซลล์สมองไปแล้ว การแก้ไขให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นย่อมเป็นไปได้ยาก ซึ่งในสัตว์ทดลองพบว่า สัตว์ที่ถูกปิดตาไว้โดยไม่มีการกระตุ้นให้สมองรับรู้การมองเห็นในช่วงแรก มีการลดลงของจำนวนและขนาดของเซลล์ในสมองส่วนที่ใช้แปลผลการมองเห็นภาพอย่างถาวร

สาเหตุ

  1. สายตาขี้เกียจจากตาเหล่ เป็นชนิดที่พบบ่อย และมักเป็นแค่ข้างเดียว สามารถพบในเด็กตาเหล่เข้าใน ซึ่งเด็กจะเห็นภาพซ้อน สมองจึงปรับตัวด้วยการยกเลิกการรับภาพจากตาข้างที่เหล่นั้น เพื่อให้ภาพจากตาข้างที่ดีเพียงข้างเดียว ผู้ป่วยที่มีตาเข ทำให้ใช้ตาข้างเดียวในการมอง ดังนั้นตาอีกข้างหนึ่งจึงไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างเพียงพอ ในกลุ่มนี้มักจะเป็นสายตาขี้เกียจในข้างที่ไม่ได้มอง ตาเขตั้งแต่แรกเกิด โดยเฉพาะตาเขเข้าด้านใน คือตาดำเข้ามาชิดกันมาก ทำให้ตาข้างที่เขเข้าไม่ถูกใช้งาน หรือมองภาพด้วยศูนย์กลางการมองภาพชัด ทำให้ประสิทธิภาพค่อยๆ ลดลง จนกระทั่งถึงอายุ 6 ถึง 7 ขวบ เลยจากอายุนี้ไปภาวะนี้จะไม่เกิด
  2. สายตาขี้เกียจเนื่องจากมีสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงมากๆ มักเป็นทั้งสองข้าง ผู้ป่วยที่มี
    สาย
    ตาผิดปกติมากๆ อาจจะสายตาสั้น ยาว หรือเอียงมากทั้งสองข้างก็ได้ ทำให้ภาพที่ปรากฏถึงแม้จะเห็น
    สองตาแต่ไม่ชัดพอที่จะกระตุ้นการพัฒนาได้อย่างเต็มที่ ในกลุ่มนี้อาจเป็นสายตาขี้เกียจได้ทั้งสองข้าง เด็กหรือคนไข้ที่มีสายตาผิดปกติมากๆ และพอๆ กัน คือสั้นมากๆ หรือยาวมากๆ หรือเอียงมากๆ ทั้ง 2 ข้าง เมื่อโตขึ้นจนกระทั่งเข้าโรงเรียนได้จึงมาตรวจวัดสายตา พบว่าเมื่อใช้แว่นแล้วจะมีอยู่หนึ่งข้างหรือบางคนทั้ง 2 ข้างเลย ที่ไม่สามารถจะปรับสายตาให้ขึ้นมาระดับคนปกติได้ เนื่องจากตาของคนไข้เกิดภาวะขี้เกียจนำมาก่อนหน้านี้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีสายตาสั้น 900 หรือ 1,200 พวกนี้วัดสายตาประกอบแว่นแล้วอาจไม่เห็นภาพคมชัดเช่นคนปกติ
  3. สายตาขี้เกียจเนื่องจากสายตาสองข้างไม่เท่ากัน เช่น สายตาข้างหนึ่งสั้นมากๆ แต่อีกข้างหนึ่งปกติหรือสั้นน้อยกว่า มักตรวจพบเมื่อเด็กเข้าโรงเรียนแล้ว ในขณะที่มีการวัดสายตาที่โรงเรียน ผู้ป่วยที่มีสายตาสองข้างแตกต่างกันมาก ทำให้ตาข้างที่สายตาผิดปกติมากเห็นภาพมัวลง จนเกิดสายตาขี้เกียจได้ เด็กที่สายตาผิดปกติต่างกันมาก ๆ สายตาสั้นมีขนาดไม่เท่ากันหรือยาวไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น สายตาขวาสั้น 100 ข้างสายสั้น 800 จะพบว่าข้างซ้ายมีภาวะการมองเห็นไม่ชัดเจนเท่าข้างขวา ตาซ้ายจะเกิดตาขี้เกียจภายหลัง จวบจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ถ้าตรวจสายตาด้วยแผ่นตัวอักษรหรือตัวเลข ตาขวาจะได้ 6/6 ส่วนตาซ้ายแม้จะใส่แว่น 800 จะได้เพียง 6/12 หรือ 6/9 เท่านั้น
  4. สายตาขี้เกียจเนื่องจากความผิดปกติของตา ทำให้ภาพหรือแสงไปกระตุ้นได้ไม่เต็มที่ เช่น ผู้ป่วยเด็กที่เป็นต้อกระจก ภาวะที่ตาข้างใดข้างหนึ่งมีความผิดปกติมาแต่กำเนิด เป็นต้นว่าเปลือกตาตี่ลงมาปิดตาดำครึ่งหรือค่อนข้างใดข้างหนึ่งตลอดเวลา ทำให้ตาข้างนั้นถูกปิดบังการมองเห็นหรือกระจกตาดำเป็นฝ้าขาว กระจกตาดำโค้งผิดรูปร่าง และที่สำคัญคือเป็นต้อกระจกตั้งแต่เกิด เด็กพวกนี้จึงต้องรีบแก้ไขให้ตาข้างนั้นใช้งานได้ด้วยการให้แสง ผ่านศูนย์กลางการมองภาพชัดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
  5. สายตาขี้เกียจเนื่องจากสายตาไม่ดีแต่กำเนิด มักพบอาการตาสั้นร่วมด้วย และอาจพบได้ในผู้ที่เป็นโรคขาดเม็ดสีซึ่งเป็นโรคพันธุกรรมที่พบได้ประปราย
  6. สายตาขี้เกียจจากการปิดตาข้างดีเพื่อรักษาอาการสายตาขี้เกียจอีกข้างนานมากเกินไป

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยภาวะตาขี้เกียจนี้ จำเป็นต้องตรวจละเอียดโดยจักษุแพทย์ ผู้ปกครองควรเห็นความสำคัญและใส่ใจในการรักษา เพื่อผลการมองเห็นของเด็กที่ดี

การรักษา

  1. แก้ไขที่สาเหตุ โดยทำให้ภาพตกที่จุดรับภาพของตาข้างที่มีสายตาขี้เกียจเป็นภาพที่คมชัด เช่น ใส่แว่นตาที่ช่วยแก้ไขอาการสายตาผิดปกติ การผ่าตัดรักษาต้อกระจกแต่กำเนิด การผ่าตัดแก้ไขหนังตาตก เป็นต้น
  2. กระตุ้นตาข้างที่มีสายตาขี้เกียจให้ทำงานดีขึ้นด้วยการปิดตาข้างที่ดี (patching) โดยเริ่มปิดตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 9 ปี ซึ่งจักษุแพทย์จะเป็นผู้แนะนำระยะเวลาในการปิดตาของผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ปกครองจำเป็นต้องให้กำลังใจสนับสนุน คอยส่งเสริมให้เด็กใส่แว่นตาหรือปิดตา ความร่วมมือของเด็กขึ้นอยู่กับแรงผลักดันในครอบครัวเป็นสำคัญ การรักษาสายตาขี้เกียจถึงจะได้ผลดี
  3. การแก้ไขลักษณะนี้จักษุแพทย์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้จึงต้องพยายามปิดตาเด็กทีละข้างสลับกัน เพื่อให้ตาข้างที่เขใช้มองอะไรต่อมิอะไรเสียบ้าง เพราะลูกตาคนเรายิ่งใช้มองอะไรมากเท่าไร ประสาทการรับภาพจะทำงานดีเป็นปกติ หรือถ้าตรวจพบว่าตาข้างใดข้างหนึ่งเข ตั้งแต่อายุ 1 ถึง 2 ขวบ ต้องพยายามช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยการปิดตาข้างที่ไม่เขเพื่อบังคับตาข้างที่เขให้ใช้มองเป็นระยะๆ
  4. ผู้ปกครองอาจต้องลองปิดตาตุ๊กตาให้ลูกดูเป็นตัวอย่างก่อน เมื่ออยู่ในโรงเรียนต้องพยายามให้กำลังใจเด็ก และต้องระวังการถูกเพื่อนล้อเลียน การรักษาโดยการปิดตา อาจใช้เวลาเป็นเดือนหรืออาจเป็นปี
  5. ปัญหาที่ที่อาจเกิดจากการปิดตา อาจพบผื่นแพ้ที่ผิวหนังจากการปิดตา แก้ไขได้โดยปิดตาเวลากลางวัน เปลี่ยนขนาด และรูปร่างของผ้าฝิดตา หากเด็กไม่ต้องการปิดตาเวลาอยู่ที่โรงเรียน ให้เลี่ยงปิดเวลาอื่นแทน

ปัจจุบันการดูแลเด็กที่ถูกต้อง นอกจากการให้ได้รับวัคซีนคุ้มกันโรคตามระยะเวลาที่แพทย์นัดแล้ว เด็กควรได้รับการตรวจสุขภาพของระบบต่างๆ ตามเวลาที่เหมาะสม เช่น การตรวจสุขภาพฟัน การตรวจตาโดยในทารกที่คลอดก่อนกำหนด ควรได้รับการตรวจจอประสาทตาเพื่อเฝ้าระวังโรคจอประสาทตาในทารกคลอดก่อนกำหนดในช่วงอายุ 4-6 สัปดาห์ นอกจากนั้นในช่วงอายุประมาณ 1 ขวบควรตรวจดูว่าลูกมีปัญหาท่อน้ำตาอุดตัน ตาเขหรือความผิดปกติทั่วไปหรือไม่ และเมื่อเด็กเริ่มเข้าโรงเรียน ควรสังเกตว่าลูกมีปัญหาเรื่องสายตาหรือไม่ นอกจากนั้นในกรณีมีโรคทางตาที่อาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรคมะเร็งจอประสาทตา ในครอบครัว ควรนำลูกมาปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อรับการตรวจที่เหมาะสมตามอายุของเด็กต่อไป

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
PS.  ถ้ามีเวลาช่วยเม้นท์นิยายเราหน่อยเน้อ และเข้ามาทักทายและแนะนำการแต่งMy:Idหน่อยนะครับ I still haven't found what I'm looking for....
ส่งกำลังใจให้ จขกท.

แสดงความคิดเห็น

23 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      คุณแม่2แว่น
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
          พาลูกคนเล็กอายุ 7 ขวบไปตรวจสายตาเพราะสงสัยว่าจะสายตาสั้น ซึ่งอาการสายตาสั้นนี้สังเกตุได้ง่ายเพราะเด็กจะมองกระดานเรียนไม่ชัด ชอบดูทีวีใก้ลๆ ก็ปรากฎว่าลูกคนเล็กสายตาสั้นจริงๆ 150 ทั้ง 2ข้าง ไม่มีปัญหาใดเพิ่มเติม



          วันนั้นลูกคนโตตามไปด้วยเขาอายุ 11 ขวบ ไม่เคยสังเกตุเห็นว่าเขามีปัญหาสายตาอะไร ตรวจที่โรงเรียนก็ปกติดี แต่มาด้วยแล้วเลยตรวจด้วยเลย ปรากฎว่าตาซ้ายเอียง 300 ตาขวาปกติ ทำให้ตาซ้ายมีภาวะสายตาขี้เกียจร่วมด้วย สันนิฐานว่าเขาเอียงมาตั้งแต่เด็กแล้วแต่ไม่รู้กันมาก่อน  กว่าจะรู้เกือบสาย ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ ประสาทตาข้างที่เอียงมากจะปฎิเสธการรับภาพ ถึงจะใส่แว่น คอนเทคเลนส์ หรือทำเลสิก ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ คือยิ่งรู้เร็วยิ่งดี  ตอนนี้คุณหมอที่ดูแลรักษาอยู่ให้ปิดตาข้างขวาเพื่อบังคับให้ตาซ้ายทำงานมากขึ้นไม่ให้ขี้เกียจ รักษาตามคำแนะนำของคุณหมอมาได้ 3เดือนประสาทตาทำงานได้ ดีขึ้นมาก กำลังจะหายสายตาขี้เกียจแล้ว  แต่อาการสายตาเอียงยังอยู่ต่อไป ซึ่งสามารถใส่แว่น ใส่คอนเทคเลนส์หรือทำเลสิกได้เมื่อโตพอ



           อยากให้เด็กๆทุกคนตรวจเคดูนะคะ ว่าสายตาทั้ง 2 ข้างมองเห็นได้เท่าๆกันมั๊ย โดยใช้มือปิดที่ละข้างแล้วมองภาพหรืออ่านหนังสือ ถ้าเห็นต่างกันมากให้คุณพ่อคุณแม่พาไปเช็คโดยละเอียดที่โรงพยาบาลอีกที่นะคะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เด็กหญิงอายุ 13
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      หนูเป็นโรคนี้ ตอนนี้หนูอายุ 13 ปี  เท่าที่จำความได้ ก่อนเป็นหนูยังมองเห้นภาพปกติดี ไม่ได้มีอาการตาเบลอเเต่อย่างใด จนมีอยู่ช่วงหนึ่ง ได้ติดเชื้อจนเป็นตาเเดง  วันเเรกที่เป็นคุณพ่อไปซื้อนยาหยอดตามาหยอดเอง เเตพบว่า อาการไม่ดีขึ้นเลย  กลับเเย่ลงกว่าเก่า จึงไปพบเเพทย์ในวันรุ่งขึ้น  เเพทย์บอกว่ายาที่ซื้อมานั้นใช่กับโรคนี้ไม่ได้ จึงให้เปลี่ยนยาหยอดตา เเละให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดคู่กันไปด้วย  เเพทย์บอกว่าโรคนี้กว่าจะหายต้องใช้เวลาประมาน 2-3 อาทิตย์  เมื่อครบตามเวลาดังกล่าว  ตาเริ่มหายเเดงเป็นปกติเเต่อาการที่เเทรกเข้ามานั้นคือ การมองภาพไม่ชัดข้างหนึ่ง [ ข้างที่เป็นตาเเดง ]  ตอนเเรกไม่ได้คิดอะไรกับอาการนี้ เพราะคิดว่าเป็นอาการที่สืบเนื่องจากการเป็นตาเเดง เเต่อาการนี้กลับเป็นมาประมาน 2 อาทิย์ เเล้ว ภาพที่เห็นก็ไม่ชัดเหมือนเดิม  จึงไปพบเเพทย์อีกรพ.หนึ่ง  เเพทย์บอกว่าเป็นดรคตาขี้เกียจ โรคนี้ต้องรักษาตอนอายุก่อน 6 ปี จึงจะหาย   เเพทย์ให้คำปรึษาว่าให้ปิดหาข้างที่มองเห็นเเล้วใช้ตาข้างที่มองไม่ชัดเเทน เเต่เเพทย์ก็ไม่ได้ให้ความมั่นใจนักว่าการรักษาโดยวิธีนี้ ตาจะหายเป็นปกติ    จึงอยาขอคำปรึษาจากผู้รู้ว่ามีทางรักษาอย่างอื่นที่ดีกว่านี้หรือไม่
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เธจเธดเธฃเธดเธฃเธฑเธ•เธ™เนŒ
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เธ•เน‰เธงเน€เธญเธ‡เน€เธ›เน‡เธ™เธชเธฒเธขเธ•เธฒเธ‚เธตเน‰เน€เธเธตเธขเธˆเธ•เธญเธ™เธ™เธตเน‰เธกเธตเธฅเธนเธ เธญเธฒเธขเธธ5เธ‚เธงเธš เธญเธขเธฒเธเธˆเธฐเธ—เธฃเธฒเธšเธงเนˆเธฒเน‚เธฃเธ„เธ™เธตเน‰เน€เธ›เน‡เธ™เธเธฃเธฃเธกเธžเธฑเธ™เธ˜เนŒเธซเธฃเธทเธญเน„เธกเนˆ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      sirirat
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เป็นกรรมพันธ์หรือไม่
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      cat
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      อากการตาเหล่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้หรือไม่แล้วต้องใช้ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      หญิง
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอนนี้หนูอายุสิบสามปี

      หนูป่วยเป็นโรคนี้ ตอนอายุประมาณหกเดือน หนูเริ่มมีอาการตาเหล่ โดยลูกตาข้างขวาชิดเข้ามาด้านในลูกตาข้างซ้ายปกติดี คุณแม่พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลแถวๆสุขุมวิท หมอไอรีนบอกว่าให้ใส่แว่น แล้วไปฝึกสายตาเกือบทุกวัน ต่อมาหมอให้ปิดตาข้างที่ดีไว้แล้วให้ตาที่ไม่ดีฝึกดูให้มากๆ ตอนหลังไม่ดีขึ้น แม่จึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลใหม่ที่ชื่อว่า โรงพยาบาลจักษุรัตนิน ฝึกตั้งแต่อยู่ป.4 หมอที่รักษาด้วยคือหมอสุภาและหมอปกป้อง หมอให้ไปฝึกสายตาทุกวันจันทร์กับพฤหัส แล้วตอนประมาณป.5แม่ก็ให้ผ่าตัดกับหมอปกป้อง แต่มันก็ไม่หาย มีบางคนเคยกล่าวว่า บางคนต้องผ่าตัด2-3รอบกว่าจะหาย แต่บางคนโชคดีหน่อยก็ ผ่าตัดครั้งเดียวก็หายเลย จากที่ตาขวาเคยเข้าข้างในก็กลายเป็นออกมาข้างนอก แล้วตอนนี้อยู่ม.1 แม่จะให้ผ่าตัดอีกรอบกับหมอปกป้อง ตอนประมาณปิดเทอมใหญ่เดือนเมษายน แต่ก็ไม่แน่นอนว่าการผ่าตัดครั้งนี้จะหายเป็นปกติรึป่าว เลยมีคำถามขึ้นมาว่า บางคนผ่าตัดมากที่สุดกี่รอบกว่าจะหายเป็นปกติดี???
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      วรวรรรณ
      Guest IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ผมก็อเปนโรคนี้ ตาขวของผมสั้น1600 ตาสาย200กว่า



      ตอนนี้ผมอายุ 18ปีแร้ว ไปหาหมอหมอก้อบอกว่ารักษาไม่ได้แร้ว T^T ตอนนี้ผมใช้แค่ตาข้างสายในการดำรงชีวิต

      เท่าที่ผมจำความได้ก้อเปนมาตั้งแต่ เด็ก ตั้งยังจำความได้ ตอนเด็กๆก้อเคยบอกพ่อแม่ แต่ท่านก้อไม่ได้สนจัยเท่าไร ไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าผม มองเหนภาพไม่ชัดข้างนึง จนกระทั้ง อายุ11ขวบได้มั้ง ท่านถึง เชื่อได้ว่าผมมองเหนไม่ชัดข้างนึงซึ่ง

      มันก้อสายไปเสียแร้วที่จะรักษา ตาข้างขวา



      อยากจะเตือน ผู้ปกครองหลายๆคน ถ้าหาพบว่าบุตรของท่าน มีอาการสายตาสั้น ก้อให้รีบไปพบแพทด้วยด่วนนะคับ



      ^^ ด้วยความหวังดี
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      โฟรม
      Guest IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      หนูเป็นตาเข  เขออกนอกไม่เขเข้าในและก็ไม่สามารถรู้ด้วยว่าข้างในกันแน่ที่เข  เวลามองสิ่งต่างๆก็ไม่สามารถได้ตามปกติ  แต่อาการตาเขของหนูไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามันเขตอนไหน เพราะมันไม่ได้เขออกตลอดเวลา  มันจะเขเป็นบางที่แต่หนูก็ไม่กล้าที่จะสบตากับใครเพราะกลัวว่าเวลามองสายตาของใครจริงอาจจะทำให้ตาไม่มองกับคนที่คุย  แล้วเพื่อนก็ก็ชอบทักว่า เฮ้ย...ตาเขเหรอ  อายมากๆ  ตาเขแบบนี้สามารถใส่คอนเทกต์ฯได้ไหม  ตอนนี้ก็อายุ 15 ปีแล้ว  ถ้าใครพอมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องก็ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ  จะเป็นพระคุณอย่างสูง  ขอบขอบคุณค่ะ101
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      mom_grape_zean@hotmail.com
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พี่มีลูกชายเป็นตาขี้เกียจเหมือนกัน เป็นมา 3 ปี แล้ว ยังไม่มีอาการดีขึ้นเลยจะสอบถามถ้าจะไปผ่าตัดจะหายขาดหรือปล่าว
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      พรรณอร รักสนิท
      Guest IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ลูกชายของดิฉันหนังตาตกข้างขวาตั้งแต่แรกเกิด ตาข้างซ้ายโตมากเมื่ออายุได้ 1 เดือนได้พาไปตรวจตาหมอบอกว่าตาปกติได้พาไปตรวจอีกครั้งเพราะหนังตาตกลงมามาก หมอบอกว่าสามขวบครึ่งจะผ่าตัดหนังตาตกให้ เมื่อสามขวบครึ่งก็ได้ผ่าตัดหนังตาตก เสร็จแล้วหมอก็ให้กลับบ้านปกติ ดิฉันเป็นคนบ้านนอกไม่เคยมีความรู้เรื่องตาขี้เกียจเลย ไม่เคยพาลูกมาหาหมอตาอีกเลย จนเวลาผ่านไปลูกอยู่ ม.2 เริ่มปวดหัวบ่อยสายตาไม่ปกติ พาไปหาหมอตาอีกครั้งบอกว่าลูกเป็นโรคตาขี้เกียจ และต้องแก้ไขตั้งแต่อายุไม่เกิน 7 ปี มันสายไปแล้วขณะนี้ตาข้างขวามองไม่เห็นแล้ว ถ้ายิ่งอ่านหนังสือหรือเล่นคอมฯมาก ก็จะยิ่งทำให้ตาเสื่อมเร็วเพราะขนาดเรามองเห็นสองตาเราก็ยังล้าแต่เขามองเห็นข้างเดียว เห็นลูกร้องให้ดิฉันแอบร้องไห้มากกว่าลูกอีกได้แต่ปลอบลูกว่า คนอื่นโชคร้ายกว่าลูกตั้งเยอะ นี่เราแค่ตาบอดข้างเดียวแต่คนอื่นทั้งเดินไม่ได้แขนขาไม่มี คนที่มองเห็นข้างเดียวประสบความสำเร็จในชีวิตตั้งมากมาย แต่ลูกกลับรับไม่ได้กับความพิการทางสายตาของตัวเอง เขาคร่ำครวญว่าทำไมเขาเกิดมาอาภัพแม่ให้เขาเกิดมาทำไมก็ไม่รู้ หัวอกแม่อย่างดิฉันหัวใจสลายทุกครั้งที่คิดถึงความโชคร้ายของลูก ดิฉันวอนขอความเมตตาคุณหมอท่านใดที่ได้อ่านข้อความของดิฉันขอให้ช่วยแนะนำดิฉันด้วยว่าจะทำอย่างไรกับอนาคตที่เหลืออยู่ของลูกเพราะดิฉันมีลูกชายคนเดียว อยากให้เขาหายหรือดีขึ้นเพื่ออนาคตที่ดีของเขาจะให้ดิฉันเอาดวงตาตัวเองให้ลูกดิฉันก็ยอม ขณะนี้ลูกอายุ 19 ปีแล้ว กำลังเรียนอุดมศึกษาปี 1 ดิฉันชื่อ พรรณอร  รักสนิท เบอร์โทร.081-5740106 หรือ panrug@kku.ac.th ดิฉันขอขอบพระคุณคนที่คิดช่วยเหลือแนะนำดิฉันไว้ ณ ที่นี้ด้วย
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      55+
      Guest IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      หนูก้อเป็นตาขี้เกียจเหมือนกัน หนูว่าการที่เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้ แม้ตาอีกข้างไม่ชัดก้อตาม

      แต่ก้อยังดีกว่าอีกหลายคนที่เค้าไม่ได้มีแม้โอกาสได้มองเห็นด้วยซ้ำน่ะค่ะ หนูว่าแค่นี้ก้อดีแล้วล่ะค่ะ

      ตาขี้เกียจมันก้อไม่ได้เป็นอุปสรรคกับตัวหนูเลย หนูก้อยังเรียน ยังเล่นกับเพื่อน ทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ ไม่ได้ทำให้ IQ ในสมองลดลงเลยน่ะค่ะ หนูว่าอย่าไปคิดมากเลยค่ะ มีความสุขกับสิ่งที่เรามี

      สิ่งที่เราเป็น ทำทุกอย่างให้ดี ให้เต็มที่ แค่นี้ก้อพอแล้วล่ะค่ะ สู้ๆ



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ยิ้มหวาน
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอนนี้หนูก้อายุจะ 20 แล้วเป็นโรคตาขี้เกียจตั้งแต่เกิด เคยผ่าตัดตาตอนเด็กไปแล้วแต่ก้ยังไม่หาย จะสามารถผ่าตัดอีกได้หรือป่าว แล้วจะหายไหม ใส่คอนแทคเลนส์ได้หรือป่าว เวลาคุยก้ไม่อยากสบตาใคร เพราะเวลาคุยจะเหมือนไม่จ้องหน้า :(

      ช่วยตอบหน่อยนะคะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      คนครับ
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ผมก็เป็น ตอนนี้14แล้ว มีการผ่าตัดด้วยเหรอ นึกว่ามีแค่ผึกจะหายขาด จิงป่าว!
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      หมี่กรอบ
      Guest IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เพื่อนเราก็เป็นค่ะ พึ่งได้ยินคำว่าสายตาขี้เกียจ ก็เพราะเพื่อนเป็นโรคนี้ เเร่ะ-*-
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ศุภรัตน์
      Guest IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอนนี้หนูอายุ 14 แล้วค่ะ หนูก็เป็นโรคนี้เมื่อกัน หนูคงไม่มีโอกาศหายแล้วซิค่ะ หนูเคยบบอกกับคนในครอบครัวแล้วค่ะ ตอนหนูยังเด็กว่าตาข้างขวาของหนูมองไม่ค่่อยเห็นก็ไม่เห็นจะมีใครสนใจหนูเลย

      มาเชื่อเอาตอนหนูอายุ14ค่ะ  
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เนย์
      Guest IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอนนี้ผมอายุ 17 คับ คิดว่าตัวเองสายตาสั้น เลยไปวัดดู แล้วมันก็สั้นจิง แต่มันสั้นข้างเดียวคับ ผมจำเป็นต้องใส่แว่นไหมครับ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Fahhem
      Guest IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      หนูเคยเป็นโรคนี้ค่ะตอนนี้อายุ14ปีแล้ว ปีนี้หนู15 อยู่ม.3 หนูได้รับการผ่าตัดตอนป.2ขึ้นป.3ค่ะ ตอนเด็กๆหนูใช้ปิดตาเอา พ่อตาเริ่มขยับออกมาก็เปลี่ยนมาใส่แว่นปรับสายตา จนป.2ค่ะ หนูเปลี่ยนมารักษาที่โรงพยาบาลจักษุรัตนิน กับหมอปกป้อง ปราณีประชาชนค่ะ หนูถึงได้รับการผ่าตัดตา หลังจากผ่าตัด(ยานอนหลับเหม็นมากค่ะT^T) หนูมีอาการดีขึ้นเยอะเลยคุณหมอบอกว่าตาหนูเริ่มขยับเข้ามาทุกๆปี จากพบหมอทุกๆ3เดือน เหลือ6เดือน จนตอนนี้พบแค่ทุกๆปีค่ะ มันไม่หายดี100%นะคะ ต้องพบแพทยืทุกปีค่ะ^^
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      PaDa
      Guest IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      โรคนี้เป็นในผู้ใหญ่ได้ไหมคะ แล้วจะมีทางรักษาหรือไม่ เพราะดิฉันอายุ 54 ปี สายตายาวและเอียง ต่างกัน 2 ข้างค่อนข้างมากอยู่
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Dadu
      Guest IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      จากประสบการณ์หมอเคยบอกว่ารักษาไม่หาย จะมีก้แต่ไม่ให้มันแย่ลงไปกว่าเดิมโดยการใช้ตาข้างที่มองไม่ชัดให้มาก หวังว่าซักวันนึงคงมีเทคโนทางการแพทย์รักษาได้

      เป็นกำลังใจให้ทุกคนน่ะคะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      กิ๊บ
      Guest IP
      #20
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ตอนนี้อายุ 29ปีคะ พึ่งรู้ตัวว่าเป็นโรคตาขี้เกียจ

      เพราะไม่มีอาการใดๆให้เรารู้ตัวเลย ไม่เข ไม่เหล่ ไม่เอียง

      ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ คนรอบข้างก็เห็นดวงตาทั้งสองของเรามองพร้อมๆกัน

      ปีก่อนไปสอบใบชับขี่วัดเสาไม่เท่ากัน เจ้าหน้าที่ให้โอกาส3ครั้ง

      สรุปทำไม่ได้ เขาก็เลยบอกตัดแว่นได้แล้วน้อง

      ก็คิดในใจเอ้ เราสายตาสั้นแล้วหรือนี่ ไม่ได้รู้ตัวไรเลย

      ชีวิตประจำวันก็ปกติ ชอบอ่านหนังสือ ตอนเรียนคณะนิติก็ต้องอ่านหนังสือใช้สายตาเยอะ

      ไม่เห็นรู้สึกว่าสายตาสั้นยาวแต่อย่างใด

      จนอาทิตย์นี้รู้สึกปวดตา เลยไปหาโรงบาลตาแห่งหนึ่ง

      ผลตำตอบที่ใดเสียใจมาก คุณเป็นโรคตาขี้เกียจ หมอเสียใจด้วยคะ

      ทางการแพทย์ยังไม่มีการรักษา ถ้ารู้ตัวก่อน7-8ขวบรักษาได้

      ข้างมองไรไม่ชัดเลย ตาขวาปกติทุกอย่าง

      ลองปิดตาขวาดูเดินไม่ได้เลย ทำไมนะเราไม่เคยเล่นทดสอบตาเลย

      เครียดนะ แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าเป็นเวรกรรมชาติก่อนแล้วกัน

      ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำงาน หารายได้ ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่

      ถึงจะเสียตาช้างซ้ายไปก็ยังดำรงชีวิตอยู่ได้

      รอทางการแพทย์ประกาศว่าโรคนี้รักษาได้สำหรับวัยโต รออย่างมีความหวัง
      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 23
เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป