Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

พอดีอยากแต่งนิยายเกี่ยวกับผี มาแชร์ประสบการณ์ที่คิดว่าหลอนกันเถอะ [ยินดีให้แชร์]

วิว
#เขียนนิยาย #เรื่องผี #เรื่องเล่า

พอดีช่วงนี้บังเอิญได้ไปเล่นเกมผีมา    แล้วมีบางอย่างแวบเข้ามาในหัว    อยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องผีๆ    บ้าง    แต่ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยเหลือเกิน  ไปอ่าน  ไปฟัง  ไปดู  ก็ไม่ค่อยอิน  ความรู้สึกคือไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย  พอลงมือเขียนอ่านแล้วก็ไม่รู้สึกหลอนอีก   เลยอยากลองฟังประสบการณ์หลอนๆ ของคนอื่นๆ  ดูบ้าง




ส่วนของเราก็มี นะ  ช่วงม.ต้นมั้ง    
แต่ไม่รู้ว่าเจอจริง  หลอนไปเอง  หรือเป็นแค่การมโนไปเองเพราะอยากเจอกับเค้าบ้าง


เราเป็นลูกคนเดียวของบ้านค่ะ   แม่มีอาชีพค้าขายเปิดร้านเล็กๆ  อยู่หน้าโรงเรียน    ใกล้ๆ  กันคือมีวัดด้วย    เรากับแม่ต้องขับรถไปกลับระหว่างบ้านกับร้าน ทุกวัน     แม่จะตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อออกไปซื้อของที่ตลาดเอาของมาขายที่ร้าน   จำพวกข้าวแกงขนม   ส่วนเราก็ต้องตื่นเข้าออกมารอรถไปรร.หน้าร้านค้าเหมือนกัน 

 แม่จะออกจากบ้านก่อน   ส่วนเราจะตามออกมาหลังจากนั้น     

ในสมัยนั้นบ้านเราเป็นหลังสุดท้ายในซอย ขับออกมาหน้าปากซอยก็มีระยะทางพอสมควร   บ้านอยู่ห่างๆ  กัน   หน้าปากซอยจะเป็นวัด   เยื้องๆ   กันจะเป็นโรงเรียน   ร้านแม่จะอยู่ใกล้โรงเรียน    เราขับมอไซต์ออกมาที่ร้านค้าแม่ทุกเช้าเพื่อรอรถไปโรงเรียน   คนแถวบ้านชอบบอกว่าเราเก่ง  ตื่นเข้า  กล้า ขับรถออกมามืดๆ  (ตีห้าครึ่ง)   ไม่กลัวผีเหรอ

เราก็มาคิดๆ    ก็จริง   เราไม่รู้สึกกลัว     แถวนี้คือบ้าน   ไม่น่ากลัวเลยสักนิด

จำได้ว่ามีอยู่วันนึงช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ  มีฝนตก  ช่วงเช้าก็สว่างช้ากว่าทุกๆ  วัน   ฝนมันตกนิดหน่อยเราเลยไม่อยากใส่เสื้อกันฝน     โชว์เทพด้วยการขับรถมือเดียวแล้วก็กางร่มออกไปหน้าปากซอยจ้า   ขับไปช้าๆ  เนี่ยแหละ   กลัวรถล้ม   กลัวร่มมันหุบไปอีกทาง

แล้วช่วงจังหวะที่ขับผ่านหน้าวัดนั้นเราบังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นว่า  มีนักเรียนสามคนยืนอยู่ตรงทางเข้าหน้าวัดค่ะ    เราเห็นอย่างนั้นนะ   แต่ไม่เห็นหน้าเรากางร่มอยู่ขอบร่มมันบังไว้พอดี   จากชุดคือมีนักเรียนชายคนนึง   แล้วก็ผญ.สอง   ยืนมืดๆ   หน้าวัด   ในวันฝนปรอย     รู้สึกว่าตอนนั้นเราจะพูดกับตัวเองด้วยว่ามายืนทำอะไรกันกลางฝนlaugh

ถ้ารอรถไปโรงเรียนส่วนใหญ่จะมานั่งรอที่ร้านค้าของแม่เราค่ะ   ไม่มีใครไปรอหน้าวัดอย่างแน่นอน   เพราะมันไม่มีที่ร่มและไม่มีที่นั่ง   แถมไฟส่องสว่างก็ถูกตะไคร่หรืออะไรก็ไม่รู้จนแสงมันหม่่นๆ   วันดีคืนดีก็กระพริปเป็นจังหวะสามช่าอีก   




จบแล้ว





ใครมีประสบการณ์ก็มาแชร์กัน  บ้าง   หรือแต่งให้เรารู้สึกหลอนก็ได้indecision 


มีอีกสองเรื่องมั้งที่อาจจะเจอ   เดียวมาเล่าต่อ



 

ให้หัวใจกระทู้นี้ ~

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยเจ้าของกระทู้

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ครั้งที่สอง ที่คาดว่าอาจจะเจอหรือหลอนไปเอง หรือคิดไปเองอะไรก็แล้วแต่นะ

    เราจำไม่ได้ว่าเกิดก่อนหรือหลังเหตุการณ์แรก แต่เป็นช่วงที่เราเพิ่งขับมอไซต์เป็น

    เป็นช่วงที่กำลังมันส์มือค่ะ คนที่บ้านใช้ให้ไปซื้อของส่งของหรืออะไรก็ตามที่ต้องขับรถเรายินดีบริการค่ะ


    วันนั้นเป็นวันที่พ่อกลับบ้านค่ะ พ่อเราทำงานอยู่ในโรงงานที่สมุทรปราการ แล้วกลับมาต่างจังหวัดพอดี แม่จะทำกับข้าวเยอะกว่าช่วงปกติที่อยู่กันสองคน พอดีว่าตอนที่แม่กำลังจะทำเมนูที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้นั้นเพิ่งรู้ว่าลืมหยิบกะทิที่แช่ไว้ในตู้เย็นร้านค้ามาด้วย


    อีนี่ก็รีบขันอาสาเลยค่ะ อยากขับรถ


    ตอนนั้นน่าสองทุ่มรึสามทุ่มไม่แน่ใจ แต่ก่อนออกมาแม่บอกให้ขับรถระวังๆ มันมืด ในซอยไม่มีไฟสาธารณะสักดวง บ้านในซอยไม่ค่อยจะเปิดไฟกันหรอก มีไฟตรงแค่หน้าโรงเรียน กับหน้าวัดแค่นั้นเอง


    ขาไปไม่มีอะไรค่ะ แต่ขากลับนั้นเจอคนกำลังวิ่ง ไฟรถเราไม่ได้สว่างมากนะคะ รถยามาฮ่า รุ่นอัลฟ่า อะไรสักอย่าง รถสมัยเกือบยี่สิบปีก่อนอ่ะ (ถึงกับวิ่งไปดูอีแก่ที่จอดเป็นเศษเหล็กข้างบ้าน)


    คนวิ่งใส่หมวกเก๊ปสีดำ เรากำลังเข้าซอยส่วนเขากำลังวิ่งออกไปนอกซอย เราโฟกัสแค่ส่วนบนนะ ผิวช่วงลำคอกับปลายคางของคนวิ่งมันเตะลูกกะตาเราเข้าให้ค่ะ มืดๆ ยังดูออกว่าเป็นคนขาว ตอนขับสวนกันเหมือนเขากำลังยิ้มให้เราอยู่ด้วย


    ถึงบ้านเราเล่าให้แม่ฟังด้วยค่ะ มันแปลกสำหรับเราเพราะในซอยไม่เคยเจอคนวิ่ง ถ้าเจอคนจูงวัวจะไม่สงสัยเลยจ้า คนจะไปวิ่งไปเตะบอลกันในสนามโรงเรียนช่วงเย็น หลังหนึ่งทุ่มก็ไม่มีคนแล้วเพราะมันมืด แล้วทางในซอยสมัยนั้น อบต.ยังปันงบมาไม่ถึงค่ะ ทางหินลูกรังสีแดง ไม่มีไฟในซอย ขับรถยังต้องย่อง ใครมาวิ่ง คงต้องเป็นคนที่ชอบการวิ่งเทรล


    มันดูไม่น่ามีอะไรใช่มั้ยคะ แต่เรายังค้างคาใจว่าทำไมเขาถึงมาวิ่ง แล้วทำไมต้องยิ้มให้ด้วยไม่รู้จักกันสักหน่อย ผิวเขาดูขาวนะ ขาวแบบซีดๆ และเพ่ิงมานึกออกทีหลังด้วยว่าเป็นคนวิ่งที่ไม่เหมือนคนวิ่งเลย


    อย่างกับลอยมาแน่ะ...


    ตอบกลับ

10 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราไม่มีจะเล่า แต่อยากอ่านของจขกท.ต่อจัง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คิดในแง่ดี น่าจะคนแหละ ดูอย่างตัวคุณสิยังออกมาแต่เช้ามืดได้เลย พวกนั้นก็น่าจะเป็นนักเรียนเหมือนกันมั้ง เนอะคิดในแง่ดีไว้ คนๆ ฮืออ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ครั้งที่สอง ที่คาดว่าอาจจะเจอหรือหลอนไปเอง หรือคิดไปเองอะไรก็แล้วแต่นะ

      เราจำไม่ได้ว่าเกิดก่อนหรือหลังเหตุการณ์แรก แต่เป็นช่วงที่เราเพิ่งขับมอไซต์เป็น

      เป็นช่วงที่กำลังมันส์มือค่ะ คนที่บ้านใช้ให้ไปซื้อของส่งของหรืออะไรก็ตามที่ต้องขับรถเรายินดีบริการค่ะ


      วันนั้นเป็นวันที่พ่อกลับบ้านค่ะ พ่อเราทำงานอยู่ในโรงงานที่สมุทรปราการ แล้วกลับมาต่างจังหวัดพอดี แม่จะทำกับข้าวเยอะกว่าช่วงปกติที่อยู่กันสองคน พอดีว่าตอนที่แม่กำลังจะทำเมนูที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้นั้นเพิ่งรู้ว่าลืมหยิบกะทิที่แช่ไว้ในตู้เย็นร้านค้ามาด้วย


      อีนี่ก็รีบขันอาสาเลยค่ะ อยากขับรถ


      ตอนนั้นน่าสองทุ่มรึสามทุ่มไม่แน่ใจ แต่ก่อนออกมาแม่บอกให้ขับรถระวังๆ มันมืด ในซอยไม่มีไฟสาธารณะสักดวง บ้านในซอยไม่ค่อยจะเปิดไฟกันหรอก มีไฟตรงแค่หน้าโรงเรียน กับหน้าวัดแค่นั้นเอง


      ขาไปไม่มีอะไรค่ะ แต่ขากลับนั้นเจอคนกำลังวิ่ง ไฟรถเราไม่ได้สว่างมากนะคะ รถยามาฮ่า รุ่นอัลฟ่า อะไรสักอย่าง รถสมัยเกือบยี่สิบปีก่อนอ่ะ (ถึงกับวิ่งไปดูอีแก่ที่จอดเป็นเศษเหล็กข้างบ้าน)


      คนวิ่งใส่หมวกเก๊ปสีดำ เรากำลังเข้าซอยส่วนเขากำลังวิ่งออกไปนอกซอย เราโฟกัสแค่ส่วนบนนะ ผิวช่วงลำคอกับปลายคางของคนวิ่งมันเตะลูกกะตาเราเข้าให้ค่ะ มืดๆ ยังดูออกว่าเป็นคนขาว ตอนขับสวนกันเหมือนเขากำลังยิ้มให้เราอยู่ด้วย


      ถึงบ้านเราเล่าให้แม่ฟังด้วยค่ะ มันแปลกสำหรับเราเพราะในซอยไม่เคยเจอคนวิ่ง ถ้าเจอคนจูงวัวจะไม่สงสัยเลยจ้า คนจะไปวิ่งไปเตะบอลกันในสนามโรงเรียนช่วงเย็น หลังหนึ่งทุ่มก็ไม่มีคนแล้วเพราะมันมืด แล้วทางในซอยสมัยนั้น อบต.ยังปันงบมาไม่ถึงค่ะ ทางหินลูกรังสีแดง ไม่มีไฟในซอย ขับรถยังต้องย่อง ใครมาวิ่ง คงต้องเป็นคนที่ชอบการวิ่งเทรล


      มันดูไม่น่ามีอะไรใช่มั้ยคะ แต่เรายังค้างคาใจว่าทำไมเขาถึงมาวิ่ง แล้วทำไมต้องยิ้มให้ด้วยไม่รู้จักกันสักหน่อย ผิวเขาดูขาวนะ ขาวแบบซีดๆ และเพ่ิงมานึกออกทีหลังด้วยว่าเป็นคนวิ่งที่ไม่เหมือนคนวิ่งเลย


      อย่างกับลอยมาแน่ะ...


      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        #3-1

        จุดหนึ่งที่เราสังเกตเองนะคะ

        ถ้าหลอนไปเองกับเจอวิญญาณจริงๆ ความรู้สึกจะไม่เหมือนกัน คุณลองคิดดูว่าตอนที่เจอผชคนนั้นคุณรู้สึกกลัวไหมหรือรู้สึกแปลกๆอะไรหรือเปล่า สำหรับเรานะเวลาเจอเรื่องเหลือเชื่อแบบหาเหตุผลไม่ได้ ทุกครั้งจะงงๆ ค่ะ ตอนที่เจอพวกนั้นเหมือนคนปกติเลยค่ะ ไม่ได้ทำให้เรากลัวแต่ทำให้เราคาใจเฉยๆ ว่าเฮ้ยเมื่อกี้อะไรกันแน่

        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ผมมีนะสำหรับผมมันหลอนแต่คนอื่นน่าจะเฉยๆเรื่องมันเกิดขึ้นตอนผมยังเด็กๆตอนนั้นผมเดินทางไปต่างจังหวัดกับครอบครัวแล้วด้วยความที่กะจะไปถึงแล้วนอนพักกันเลบเลยเดินทางกันเย็นหน่อยพอออกรถไปได้ซักพักไม่รู้ว่าตอนนั้นผมตาฝาดหรืออะไรรึเปล่าผมเห็นรถบรรทุกเศษเหล็กจำนวนมาผ่านทางไปแวบๆซึ่งบนกองเหล็กมามายเหล่านั้นมีสิ่งที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นนั่นคือผู้หญิงใส่ชุดกิโมโนนั่งคุกเขาอยู่บนกองเศษเหล็กผมเกือบจะหลุดทักไปแล้วว่า"แม่พี่คนนั้นเขาไม่เจ็บหรอฮะ"แต่ก่อนที่จะได้พูดและชี้มือเธอก็หายไปพร้อมรถบรรทุกคนนั้นทั้งๆที่มันก็ไม่ได้เร็วอะไรมาก แล้วก็มีอีกหลายเรื่องที่ประมาณนี้แต่มันไม่หลอนเท่าไหร่แถมสั้นด้วย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ของเราคงยาวกว่าเรื่องที่เจ้าของกระทู้เจอ


      ฝันว่าโดนกระชากฟันออกหมดทั้งปากแบบซ้ำๆหลอนมั้ย

      แค่ชีวิตจริงตอนป.1 เราโดนหมอฟันผู้ชายที่สงสัยจะทะเลาะกับเมียที่บ้านมา

      แล้วเอามาลงกับเราที่ยังเป็นเด็กอายุ 7 ขวบโดยการกระชากฟันออกจากปากไปซี่เดียว

      ก็ทำให้เราเกลียดอาชีพหมอฟันและไม่ชอบคณะทันตแพทยศาสตร์ไปเลย

      (อยู่แถวตลาดคลองเตย บ้านแก่าของแม่

      ปัจจุบันนี้พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากจนจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงไหน)

      ถ้าไม่จำเป็น เราไม่ไปถอนฟัน ผ่าฟันคุด อุดฟัน และขูดหินปูนค่ะ

      โชคยังดีที่คลินิกทันตกรรมทั้งสองแห่งแถวบ้านเก่าของพ่อที่เราไปถอนฟันตอนป.5-ป.6

      (ปัจจุบันนี้ไม่รู้ว่ายังเปิดให้บริการอยู่เหรอเปล่าหรือว่าย้ายไปที่อื่นแล้ว) เป็นหมอเด็กโดยเฉพาะ

      ให้บริการดีมาก หมอฟันใจดี ถอนฟันเหมือนไม่ได้ถอน ไม่มีเลือดออก ไม่ต้องอุดสำลี

      กินไอศกรีมเย็นๆได้ตามปกติ (คลินิกทันตกรรมที่ไปตอนป.6 มีไอศกรีมขายด้วย)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เดี๋ยวค่อยกลับมาเสพเรื่องคนอื่นนะ ขอไปวิ่งก่อน เเละจะกลับมาพร้อมเรื่องแปลกๆเรื่องสุดท้าย เจอกันดึกๆ


      ขอให้หลอนจนขนหัวลุกไปเลย


      ใครมีปสก.อย่าเก็บไว้ล่ะ มาเล่าสู่กันฟัง


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เรื่องสุดท้าย อันนี้เกิดขึ้นในครอบครัวค่ะ


      อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่าเราเป็นลูกสาวคนเดียว

      ไม่ใช่ว่าที่บ้านไม่อยากมีอีกนะ แต่แม่ประสบภาวะครรภ์เป็นพิษ ตอนที่แม่เราอุ้มท้องน้องคนแรก ความดันก็เร่ิมขึ้นสูงตลอด จนแม่ไม่ได้เปิดร้านเลย นอนโรงพยาบาลแล้วก็ต้องยุติครรภ์

      เรากลัวมากนะตอนแม่อยู่โรงพยาบาล ให้เลือกระหว่างแม่ที่อยู่กันมาสิบปีกับน้องที่ยังไม่เคยเห็นหน้า เราขอเลือกแม่



      แม่พักรักษาบำรุงร่างกายตัวเองต่ออีกหลายปี ปีนัั้นเราเพิ่งเข้าเรียนอาชีวะ แล้วแม่ก็บอกว่าตัวเองกำลังท้องอีกแล้ว เราไม่ดีใจเลยนะตอนที่ได้ยินในตอนนั้น

      เพราะว่าหนึ่งคือเราเร่ิมโตแล้วอายุเราห่างกันเกินไปกับน้องที่กำลังจะมาเกิด ห่างกัน15-16 ปี เราไม่ได้อยากมีน้อง (แม่มีเราตอนอายุ22)


      สองเรากลัวแม่ต้องเข้าโรงพยาบาลเหมือนครั้งแรก มีแต่เลือดเต็มไปหมด


      สามบ้านเราแค่พอมีพอกินไม่ได้สะดวกสบาย แม่มีหนี้ธนาคารที่ต้องผ่อนชำระทุกเดือน ทั้งที่เราอยากเรียนม.4-6 ที่โรงเรียนเดิมแล้วต่อมหาลัยเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่เรากลับเลือกสายอาชีพเพราะต้องการเรียนจบเร็วๆ ออกมาทำงานช่วยแม่ (เรื่องนี้ไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลย)


      ท้องนี้ประคบประหงมสุดชีวิตเลยก็ว่าได้ จะเดินจะนั่งจะนอนระวังทุกฝีก้าว ระวังเรื่องกิน แม่หาข้อมูลปรึกษาผู้รู้เยอะมาก (ปัจจุบันนางเป็นสายสุขภาพตัวยงเลยจ้า สิงทุกเพจ คีโต โลวคาร์ป ไอเอฟ กินคลีน รู้ดีทุกเรื่อง)


      แต่มันก็มีเหตุจนได้ไง ตอนล้างจานอยุ่หลังบ้าน เราเป็นคนล้างนะแม่กำลังเอาจานที่ยังไม่ได้ล้างมาให้ แต่ตอนเดินออกไปดันลื่นแล้วล้มแผละลงไปกับพื้นเลย


      เราเนี่ยใจเสียไปหมดแล้วตอนนั้น มันโคตรจะแย่เลย


      ตอนที่เราพยุงแม่ขึ้นมาจากพื้นเรานี่รีบหาเลยมีเลือดมีอะไรไหลออกมามั้ย


      เราอยากให้แม่ไปโรงพยาบาล เราโทรตามพ่อซึ่งกลับบ้านมาพอดี ณ เวลานั้น แต่พ่อก็กินเหล้าเมาเบียร์กับเพื่อนที่ไม่ได้เจอมานานกันอยู่ เราอยู่กันสองคนกับแม่เราคอยถามแม่ตลอดว่ามีอาการอะไรมั้ย เรากลัวจริงๆ


      นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เราเคือง เราน้อยใจพ่อที่สุด ทำไมพ่อไม่เป็นห่วงแม่บ้างเลย


      สุดท้ายท้องนี้ก็ต้องเอาเด็กออกอีกเหมือนเดิมค่ะ เราจำไม่ได้ว่าแม่มีอาการอะไรบ้างแต่นอนโรงพยาบาลหลายวัน น้ากับยายสลับกันไปดูแม่ที่โรงพยาบาล ส่วนพ่ออยู่ได้ไม่กี่วันต้องกลับไปทำงาน เราก็ต้องไปเรียน


      ยายบอกว่าน้องเป็นผู้ชาย ตัวใหญ่จ้ำม่ำ จมูกโด่งเชียว เสียดายไม่รอด


      เราไม่สนหรอก รอดก็ดีไม่รอดก็สบายไป ทำแม่ลำบากตั้งแต่ยังไม่ออกมาจากท้องเราไม่ชอบหรอกนะ ออกจากโรงพยาบาลแม่ยังต้องพักรักษาตัวอีกยาวๆ


      ลืมบอกว่าช่วงที่แม่ท้องน้าอีกคนก็ท้องไล่ๆ กันค่ะ ของแม่แท้งช่วงประมาณหกเดือน หลังจากนั้นไม่กี่เดือนน้าก็คลอด เป็นผู้ชายเหมือนกันเลย สรุปว่าหลานยายมีเราเป็นผญ.คนเดียว


      เวลาว่างบางทีเราก็ได้รับมอบหมายให้ไปดูลูกน้า อาบน้ำ ป้อนข้าว เล่นด้วย เราสามารถเลี้ยงเด็กได้


      มีอยู่วันนึงหลังจากเล่นกับ-ตัวเล็กจนเหนื่อย หลับกลางวันด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง เหมือนจะเกิดอาการผีอำขึ้นมาค่ะ คือรู้สึกเหมือนตื่นแล้ว แต่ไม่สามารถขยับตัวได้ มองเห็นแสงรำไร แต่ไม่สามารถลืมตาขึ้นได้ เราได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ เสียงหยอกล้อกัน เหมือนเล่นกันอยู่บนตัวของเราเลย เราพยายามอยู่นานกว่าจะตื่นขึ้นมาได้ แต่ก็ยังเห็นลูกของน้ายังหลับอยู่เลย แล้วก่อนหน้านี้มันเสียงเด็กที่ไหนกัน?

      อีกครั้งนอนกลางวันที่บ้านของตัวเอง ถูกผีอำอีกแล้ว เราเห็นลางๆ ว่ามีเด็กวัยคลานมาปีนป่ายอยู่รอบๆ ตัวเราสามคน แล้วก็เอาแต่พูดว่า หม่ำๆ เวลาไปเลี้ยง-ตัวเล็กลูกน้าเราก็ชอบทำเสียงแบบนี้ล่อให้น้องกินข้าว


      รอบนี้ไปเล่าให้แม่ฟังด้วยเลยจ้า คิดเองเลยว่าอาจเป็นน้องของเรารึเปล่า ยังถามแม่ว่าเราควรไปทำบุญให้น้องบ้างดีมั้ย ยังพูดขำๆ ว่าหนูมีน้องสองคน แล้ว-คนที่สามคือใคร น้องมันพาเพื่อนมาด้วยเหรอ


      แต่แม่เคยกลับบอกว่าก็น้องอีกคนนั่นแหละ แม่เคยทำแท้ง น้องอีกคน เพราะตอนนั้นมีปัญหาระหองระแหงกับพ่อ เลิกกันไปอยู่ช่วงนึง


      เราได้ยินก็อึ้งไปเลยสิ เราไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยนะ แสดงว่าสิ่งที่เราฝัน......?


      เอาเป็นว่าหลังจากนั้นเราก็ไปทำบุญกันบ่อยมาก วันเกิดเราวันเกิดแม่ บางทีก็ซื้อของแจกเด็กๆ ที่มาร้านค้า


      หลังจากนั้นก็ไม่ได้ฝันหรือพบเรื่องราวประหลาดๆ อะไรอีกนะ เพราะเราโตขึ้นแล้วรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่เด็กๆ เนี่ยยังชอบเข้ามาคุยกับเราตลอดเลย อาจจะเป็นเพราะเราเพิ่งค้นพบว่าเราชอบเด็กเล็กๆ เหมือนกันมั้ง น่ารักดี (หรือควรไปสมัครเป็นครูอนุบาล)

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-10.png




      เรื่องราวของเราก็มีเพียงเท่านี้แหละค่ะ กะว่าจะมาหาไอเดียเรื่องแต่นิยายผี กลายเป็นมาเล่าเรื่องผีแทน เดี๋ยวก๊อปไปลงเป็นเรื่องสั้นดีกว่า 555

      แปลกนะพอให้เขียนนิยายคิดไม่ออก แต่พอเล่าเรื่องเล่าประสบการณ์กลับเขียนได้ยาว

      รักทุกคนที่อ่าน

      ขอบคุณค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เออถ้าจะเอาเรื่องแต่งแล้วหลอนทีผมคิดได้ก็ประมาณ:

      ผมมีเพื่อนสนิทคนนึงชื่อว่ากิต(ชื่อปลอม)เราสองคนสนิทกันมากแต่มันดันมีนิสัยแปลกๆคือชอบหักคอตัวเองดัง "ก๊อก แกร๊ก"

      มันทำอยู่แบบนี้บ่อยมากบางทีผมก็รู้สึกรำคาญมันมากเลย วันหนึ่งในขณะที่เราจะไปเรียนด้วยความที่เป็นคาบเช้าทำให้ตึกเรียนยังสะอาดเพราะพึ่งถูกถูมันก็คงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกถ้าวันนั้นมันไม่รีบวิ่งขึ้นลงบันไดวันนั้นในขณะที่เรากำลังย้ายตึกเรียนไปเรียนอีกตึกแต่ไอกิตมันดันรอลื้นล้มตกจากบันไดไปกองอยู่บนพื้นปรากฎว่ามัน คอหักตายอยู่ตรงนั้น

      หลังจากงานศพมันผ่านไป1วันก็เริ่มเกิดเรื่องประหลาดขึ้น ในทุกคืนว่ากันว่าจะได้ยินเสียงคนหักคอดัง"ก๊อก แก๊ก" บ้างก็ว่าไอกิตมัยังไม่ไปไหน ผมเองก็ไม่ค่อยเชื่อจนกระทั้ง... วันนั้นพ่อมีธุระต่างจังหวัด เลยมาส่งผมตอนเช้ามืด ผมเดินก้าวเข้าไปจะขึ้นห้องแล้วผมก็ได้ยินเสียง

      "ก๊อก แก๊ก" ตอนแรกผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรก็กะจะเดินต่อ แต่เสียงมันก็ดังขึ้นอีกจนผมทนไม่ไหวแล้วหันไปมองผมตกใจเมื่อเห็นเงาดำจู่ๆเงานั้นก็พูดขึ้น

      "มาทำอะไรซะเช้าเชียว"ผมที่เป็นคนขี้กลัวอยู่แล้วจึงตกใจจนสลบแล้วฟื้นขึ้นมาตอนเพื่อนคนนึงมาปลุก
      *เรื่องแต่ง+เรื่องจริงนิดๆ*

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ชอบเห็นอะไรแปลกตั้งแต่เด็กแล้วครับ

      ตอนเด็กจะกลัวมากและร้องไห้​ โตมาเห็นก็ชินเจออะไรแปลกๆก็เมิน​ เสียง​ ไฟเปิดดับ​ หรืออะไรสักอย่าง​ ผมไม่พูดหรือบอกใครแต่บางทีก็จะท่องไม่รู้ไม่เห็นบ้างเพื่อเรียกสติ

      ครั้งหนึ่งขับรถภาคเหรือขึ้นเขาเป็นทางคดเคี้ยวรอบข้างเป็นป่าทำให้รู้สึกวังเวง​ ทางโครงหนึ่งมีภาพผญ.คนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆขวาแล้วใกบ้รถรถผ่านไปผมก็หันไปมอง​ สุดท้ายกฌไม่มีใครจริงๆ​ ผมเบยเจ็บแว่นแล้วท่องไม่รู้ไม่เห็นไปเรื่อยๆ

      ผมไม่กล้าบอกใคร​ ผมไม่อยากให้คนอื่นกลัวขณะเที่ยว​ แต่มันอึดอัดจริงๆครับ​ ผมอยากลืมและคิดว่าตัวเองคิดไปเองเสมอ

      เพราะบ่อยจนแยกไม่ออกแล้ว//ผมโยนเข้าหลอนเองหมด

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Plazo
      Guest
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าพูดถึงเรื่องหลอน เรามีอยู่เรื่องหนึ่งค่ะ

      มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อเราย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่เราซื้อเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว

      ต้องเกริ่นก่อนว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น ด้านบนมีระเบียงยื่นออกมาทางประตูหน้า มีที่จอดรถและสวนเล็ก ๆ เล็กประมาณแค่ช่วงประตูรั้วถึงหน้าบ้าน เอาไว้ปลูกดอกไม้ได้นิดหน่อยพอแก้เหงา

      บ้านหลังนี้เป็นหมู่บ้านของโครงการโครงการหนึ่งซึ่งเปิดให้เข้าไปจับจองจับซื้อได้ในตอนที่โครงการสร้างไปได้สามในสี่ส่วนแล้ว เราก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นที่เข้าไปซื้อ แต่เรายังไม่ได้ย้ายไปอยู่ทันที เพราะเรื่องงานและอะไรหลาย ๆ อย่าง ในระหว่างนั้นเราก็มีแวะเวียนเข้าไปทำความสะอาด ต่อเติมไฟ ซื้อของตกแต่งเล็ก ๆ น้อยเอาไว้บ้าง จนกระทั่งทุกอย่างลงตัวเราถึงย้าย ตอนที่เราย้ายเข้าไปหมู่บ้านก็มีคนมาอยู่เกือบหมด มีเพียงบ้านเราและก็บ้านอีกสองสามหลังมั้งที่น่าจะยังไม่มีคนมาอยู่

      คืนแรก ทุกอย่างยังเป็นปกติ เราจัดของของเรา ทำนู่นนี่นั่นไป

      พอคืนที่สองเท่านั้นแหละ เอาล่ะ แม่งเล่นกูแล้ว มาเป็นตัวเลยค่ะ ลอยอยู่แถวปลายเตียง เอาแต่บอกว่าบ้านนี้เป็นของเขาแล้วไล่เราออกจากบ้าน ตอนนั้นคือกลัวมาก นอนคลุมโปง ตาแข็งทั้งคืน เพิ่งเข้าใจความรู้สึกกลัวจนลมจับเป็นครั้งแรก

      เราอยากย้ายหนี แต่ว่าเราทุ่มเงินไปกับบ้านหลังนี้แล้ว ถ้าย้ายออกตอนนี้ฉันจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ นอนข้างถนนเหรอ แล้วเราก็เสียดายเงินด้วย เราเลยเลือกอยู่ต่อ

      หลังจากนั้นเขาก็โผล่มาแบบนี้ทุกวันทุกคืน ตั้งแต่ช่วงหกโมงเย็น เขาจะเริ่มละ กระพริบไฟบ้าง เปิดก๊อกน้ำบ้าง ทำเสียงตึงตังให้เราตกใจ บางทีก็โผล่มาเป็นตัวแล้ววิ่งตัดผ่านหน้าเรา โดยเฉพาะคืนวันศุกร์จะเล่นเราหนักเป็นพิเศษ พยายามทำให้เรากลัวเพื่อให้เราย้ายออกไป

      นานวันเข้า จากความหลอนกลายเป็นความรำคาญ บ้านนี้ก็เงินเราซื้อ ชื่อเรา โฉนดเรา แล้วเอ็งเป็นใครถึงได้อยู่ ๆ ก็โผล่มา แล้วมาไล่เจ้าของบ้าน แถมเคลมว่าบ้านเป็นของตัวเอง อยู่ก็ฟรี น้ำไฟไม่จ่าย ภาษีก็ไม่เสีย แล้วคนที่จ่ายคือใคร ฉันนี่ไงล่ะ ผีอะไรโคตรหน้าด้านไร้ยาง หวยก็ไม่ยอมให้ ไร้ประโยชน์สุด ๆ

      บางทีก็มาหงุดหงิดใส่ ทำท่าวางอำนาจ เอะอะ ทุ่มนั่นทุ่มนี่ จานแตกไปหลายใบแล้ว แถมยังอารมณ์แปรปรวนแบบสุด เมื่อวานพูดอีกอย่างวันนี้พูดอีกแบบ เยี่ยมไปเลยอิิผีเด๋อ สงสัยคงลืมว่าตัวเองพูดอะไรไป นอกจากนั้นวีรกรรมของนาง ยังมีแต่เรื่องโง่ ๆ รู้ทั้งรู้ว่าเราไม่ได้กลัวแล้ว ยังหลอกเราด้วยวิธีการเดิม ๆ อยู่นั่นแหละ แป๊กไฟ หมุนน้ำ อยากจะบอกว่าหยุดเถอะ มันเปลืองตังช้านนนนนนนน

      จะทำอะไรก็ทำขอจะไปง่าว

      โคตรแย่เลยมาเจอผีไร้สมอง ขยันทำแต่เรื่องโง่ ๆ แบบนี้ นี่เขาสอบผ่านการเป็นผีมาได้ยังไงเนี่ย

      เราพยายามไล่ผีตัวนี้มาหลายวิธีแล้ว ทั้งขอร้อง บอกจะแบ่งส่วนบุญให้ จ้างหมอผีมาสวด ราดน้ำมนต์ สาดข้าวสาร เผาพริกเผาเกลือ ยันสาปแช่ง เขาก็ไม่ยอมไป ไม่เคยเจอผีหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้มาก่อน

      ภายหลังเขาก็เริ่มเหิมเกริมไม่เห็นหัวเจ้าของบ้านอย่างเรา

      เราทนอยู่กับผีตนนี้มาเป็นเวลา 7 ปี

      7 ปีแล้ว

      โคตรรู้สึกเหนื่อยเลย

      ถ้าเรามีเงินนะ เราย้้ายออกไปแล้ว เสียดายอิผีบ้านี่ไม่ยอมให้หวยสักที

      หลอนพอไหมคะ

      ตอบกลับ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

เกี่ยวกับเรา / ติดต่อเรา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป