/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

ประเทศไทยพร้อมหรือยัง...ถ้าพิบัติภัยมาเยือน!! []

วิว

คำถามชวนสงสัย...วิทยาศาสตร์รอบตัวเรา

"เราสามารถคาดการณ์ ภัยธรรมชาติล่วงหน้าได้จริงหรือ??" 

 

          วัสดีค่า^^ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ถ้าให้เลือกหยิบมาซักประเด็นนึงทางวิทยาศาสตร์ พี่มิ้นท์ว่าเรื่องที่น่าสนใจก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะปัญหาอุทกภัยหรือน้ำท่วม ซึ่งจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นก็เพิ่งโดนคลืนยักษ์สึนามิสร้างความเสียหายมหาศาลทีเดียว หรือแม้แต่ภาคใต้ของประเทศไทยเองก็จมอยู่ใต้บาดาลกันร่วมเดือน แต่จะโทษใครก็ไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันมีเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ก็คือการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับมันต่างหาก และน้องๆ รู้มั้ยคะว่า จริงๆ แล้วเราก็สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อป้องกันภัยพิบัติได้ด้วย

 

          ก่อนหน้านี้ถ้าพูดถึงหน่วยงานที่เกี่ยวกับสภาพอากาศ ก็คงนึกถึงกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งในทุกๆ เช้าที่ตื่นมานั่งดูทีวีหรือทุกคืนก่อนละครภาคค่ำ น้องๆ ก็จะได้เห็นพิธีกรสาวสวย หนุ่มหล่อพร้อมกับแผนที่ประเทศไทยและสัญลักษณ์เมฆฝน ก้อนเมฆ ดวงอาทิตย์ ฯลฯ คอยรายงานว่าที่ไหนร้อน ที่ไหนฝนตก แต่ละที่อากาศเป็นยังไง ซึ่งข้อมูลที่ได้ก็ล้วนมาจากกรมอุตุฯทั้งสิ้น แต่ว่าเดี๋ยวนี้เราไม่จำเป็นต้องนั่งรอการรายงานทางโทรทัศน์แล้วนะ เพราะปัญหาพวกนี้เป็นปัญหาที่ทุกคนควรรู้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ดังนั้นทางสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) จึงได้สร้างระบบที่ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศ โดยหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการรับมือวิกฤติอุทกภัยในอนาคต

        สำหรับหน่วยงานนี้น้องๆ อาจจะยังไม่คุ้นชื่อกัน พี่มิ้นท์จะแนะนำให้ฟังค่ะ "สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน)" หรือสสนก.  ได้จัดตั้งขึ้นโดยพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยร่วมมือกับสำนักงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งโครงการระบบเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทยขึ้นในปี พ.ศ.2541 เพื่อดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและดำเนินงานขององค์กรลุ่มน้ำต่อไป

          กลับมาที่เนื้อหาของการติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศกันบ้าง น้องๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ www.thaiwater.net  ซึ่งรายละเอียดในเว็บไซต์นี้จะมีการอธิบายวิธีติดตามการเปลี่ยนแปลงในทะเล บริเวณอ่าวไทย ทะเลจีนใต้และมหาสมุทรอินเดีย เพื่อคาดการณ์สภาพอากาศในระยะกลางถึงระยะยาว จากนั้นก็จะติดตามคลื่นในทะเลและแผนที่ลมเพื่อคาดการณ์สภาพอากาศในระยะสั้นไม่เกินสัปดาห์ อ่านมาถึงขนาดนี้แล้วน้องๆ รู้สึกสนุกไปกับการติดตามสภาพอากาศกันหรือยังคะ ถ้ายังพี่มิ้นท์จะลองยกตัวอย่างมาให้ดูกันค่ะ

 

การติดตามสภาพอากาศ ณ ปัจจุบัน ติดตามได้จาก

      1.ภาพเส้นทางพายุ

 

       2.ภาพถ่ายดาวเทียม GOES9 แสดงกลุ่มเมฆบริเวณประเทศไทย ยิ่งมีกลุ่มเมฆกระจุกตัวกันอย่างหนาแน่นมากบริเวณใด โอกาสที่จะเกิดกลุ่มฝนในบริเวณนั้นก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย

 

       3.ภาพแผนที่อากาศ

 

        4.ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาจากสถานีภาคพื้นดิน ได้แก่ ข้อมูลปริมาณฝน อุณหภูมิ ความเข้มแสง ความชื้นสัมพัทธ์ และความเร็วลม จากสถานีตรวจอากาศอัตโนมัติพัฒนาโดยสสนก. และสถานีตรวจอากาศกรมอุตุนิยมวิทยา

 

       5.ข้อมูลจากระบบเครือข่ายเรดาร์ ความถี่ทุก 1 ชั่วโมง แสดงข้อมูลภาพเรดาร์ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ โดยถ้าบริเวณใดมีกลุ่มสีกระจุกตัวอยู่ในระดับสูง (ตามสเกลสีของแต่ละภาพเรดาร์) บ่งบอกถึงบริเวณนั้นมีฝนตกปริมาณมาก ประกอบไปด้วย ภาพเรดาร์จากกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานฝนหลวง และสำนักระบายน้ำกรุงเทพฯ

 

        6.แผนภาพการกระจายตัวฃองอุณหภูมิ ความชื้น และความกดอากาศ ความถี่ทุก 1 วัน เพื่อใช้ประกอบการติดตามสภาพอากาศ ณ ปัจจุบัน และบอกถึงแนวโน้มได้ว่าบริเวณใดจะมีอากาศร้อน อากาศหนาวเย็น หรือฝนตก ยกตัวอย่างเช่น บริเวณใดที่มีความกดอากาศต่ำปกคลุมอยู่ บริเวณนี้จะเป็นอากาศอุ่น และถ้ามีความชื้นสูงด้วยแล้ว ก็จะเป็นแหล่งพลังงานสำคัญในการเกิดเมฆ ฝน หรือพายุได้


          แม้ว่าภัยธรรมชาติจะเป็นภัยที่ไม่คาดฝันและสร้างความเสียหายมากถึงมากที่สุด แต่พี่มิ้นท์เชื่อว่าถ้าหากมีการรับมือที่ดี ก็น่าจะช่วยบรรเทาความสูญเสียจากอุทกภัยได้พอสมควร ดังนั้นมีตัวช่วยดีๆ แบบนี้แล้ว ใครรู้ตัวว่าบ้านตัวเองตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย(น้ำท่วม) ก็ต้องเข้าไปเช็คสภาพอากาศกันเรื่อยๆ  จะได้ไม่เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจ้า ส่วนน้องๆ ถ้ามีโอกาสก็สามารถเข้าไปลองใช้กันดูได้เลยนะที่เว็บไซต์ http://www.thaiwater.net/

 

          แต่จะว่าไปวันนี้พี่มิ้นท์ก็ไม่ได้มาแค่แนะนำให้น้องๆ รู้จักติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศเพียงอย่างเดียว เพราะพี่มิ้นท์เชื่อว่ามีน้องๆ หลายคนที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้??  และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอนาคต พี่มิ้นท์หาเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาฝากกันค่ะ

 

           นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นมีตัวการสำคัญๆ อยู่ 2 อย่าง ก็คือ ธรรมชาติ อีกอย่างนึงน้องๆ ก็คงเดาออกว่าคือมนุษย์นั่นเอง แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีสาเหตุจากธรรมชาติ เช่น การเคลื่อนที่ของเปลือกโลก การหมุนของแก่นโลก หรือโลกหมุนรอบตัวเอง เหล่านี้จะต้องใช้เวลานานกว่าจะเกิดผล แต่ฝีมือจากมนุษย์นี่สิ ที่จะทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาที่สั้น (แต่ผลของธรรมชาติก็กลับมาเร็วยิ่งกว่ากรรมตามทัน!!)

            สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระหว่างบรรยากาศ มหาสมุทร น้ำแข็ง พื้นดิน สิ่งมีชีวิตบนโลก รังสีจากดวงอาทิตย์ ประกอบกันขึ้นเป็นระบบภูมิอากาศ ซึ่งก็จะมีมนุษย์และธรรมชาติที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบในชั้นบรรยากาศ เช่น ทำให้ปริมาณก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น สุดท้ายก็ส่งผลให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงนั่นเอง

            แล้วน้องๆ รู้รึเปล่าคะว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเนี่ยน่ากลัวมากๆ ซึ่งมันจะสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมเกือบทั้งหมด ถ้าสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ก็จะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เช่น อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวไม่ได้ก็จะสูญพันธ์ไป (พี่มิ้นท์ใกล้จะสูญพันธุ์ละ โลกร้อนเกิน!!) บางพื้นที่กลายเป็นทะเลทราย น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เกิดน้ำท่วม เกาะเล็กๆ หายไป พื้นที่อยู่อาศัยน้อยลง โอ๊ะ!! ปัญหามาเป็นทอดๆ ลุกลามไปเรื่อยๆ เลยนะเนี่ย นอกจากนี้สภาพอากาศยังเปลี่ยนแปลงไปด้วย คือ มีอากาศร้อน แห้งแล้งหรือหนาวเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

             ความน่ากลัวของภัยธรรมชาติยังไม่หมดเพียงแค่นี้นะน้องๆ พูดแล้วพี่มิ้นท์ก็ขนลุกซู่เพราะเค้ายังบอกอีกว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นเช่นนี้จะทำให้ 1 ใน 4 ของสายพันธุ์พืชและสัตว์เกือบสูญพันธุ์ในปี ค.ศ.2050 ซึ่งแบบจำลองสภาพภูมิอากาศมีการคาดการณ์กันว่าหากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังเป็นเช่นนี้อยู่ อุณหภูมิโลกเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 องศาเซลเซียส ในปี ค.ศ. 2100 นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าทุกครั้งที่อุณหภูมิสูงขึ้น สภาพอากาศจะไม่มีเสถียรภาพและทำให้อุณหภูมิลดต่ำจนนำไปสู่ช่วงยุคน้ำแข็ง แต่ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอุณหภูมิที่ไม่มีเสถียรภาพอยู่ในระดับใด

 

          เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะว่าเป็นเรื่องไกลตัวก็ไกลสุดๆเพราะอยู่ถึงระดับชั้นบรรยากาศ แต่จะว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวก็ใกล้สุดๆ ใกล้จนรู้สึกได้ แม้วงการวิทยาศาสตร์จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อลดปัญหาเหล่านี้ แต่ยังไงวิทยาศาสตร์ก็คงสู้ธรรมชาติไม่ได้ ถ้าวันนี้มนุษย์ยังไม่สำนึกรักโลกใบนี้ ธรรมชาติก็คงจะค่อยๆ เอาคืนให้มนุษย์รู้สึกบ้าง ดังนั้นเมื่อน้องๆ อ่านคอลัมน์นี้เสร็จ แสดงความคิดเห็นเสร็จ ก็รีบปิดคอม ปิดแอร์ ปิดพัดลม ปิดไฟพร้อมปิดสวิตช์ไฟฟ้าให้เรียบร้อย (แล้วทำอะไรล่ะทีนี้ 555+) เพราะโลกใบนี้ให้อะไรกับเราตั้งมากมาย แล้วมีเหตุผลอะไรล่ะที่เราจะต้องไปทำลายโลก เพราะฉะนั้นน้องๆ ที่น่ารักของพี่มิ้นท์ต้องช่วยกันรักษ์โลกใบนี้ให้น่าอยู่ต่อไปนะคะ

 

 
   ให้ข้อมูลโดย : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)
 

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร

โทรศัพท์ 0-2642-7132  โทรสาร 0-2642-7133

 

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

โทรศัพท์ 0-2142-1230  โทรสาร  0-2143-8045

 

 

ข้อมูลและภาพประกอบเสริมจาก

 http://www.tmd.go.th/

www.thailuckynumber.com/


https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ #คาดการณ์สถาพอากาศ #โลกร้อน #สสนก. #ภัยธรรมชาติ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป