/>
ซ่อน
แสดง

เป็นหนุ่มสาวทั้งที รู้จัก "ฟันคุด" ดีหรือยัง?? []

วิว
 

          วัสดีค่ะน้องๆ^^ มีใครเคยปวดฟันบ้างมั้ยคะ? อ๊ะ!! แต่ว่าปวดฟันที่ว่าไม่ใช่เพราะฟันผุนะ แบบนั้นน้องๆ คงต้องดูแลสุขภาพปากและฟันของตัวเองให้มากขึ้นแล้วล่ะค่ะ แต่สาเหตุของอาการปวดฟันที่พี่มิ้นท์กำลังพูดถึงอยู่นี้ คือ อาการฟันคุด ถ้าน้องๆ ยังไม่รู้จักโรคนี้ เตรียมตัวรู้จักกันให้ดี เพราะมันกำลังจะมาเยือนทุกคนค่ะ หึหึ (หัวเราะได้เป็นนางมารร้ายมาก)

  

          น้องๆ รู้รึเปล่าว่า ความจริงฟันในปากของเรามีไม่ถึง 32 ซี่หรอกค่ะ โดยทั่วไปอาจจะมีแค่ 28 หรืออาจจะน้อยกว่านั้น ซึ่งคนที่จะมีครบ 32 ซี่ได้ก็จะเป็นคนที่มีขากรรไกรใหญ่ ส่วนคนที่ขากรรไกรเล็ก ฟันจึงขึ้นไม่ครบ ซึ่งฟันที่ไม่ขึ้นมา ก็คือ ฟันกรามซี่ที่สามนั่นเอง โดยจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรคอยสร้างปัญหาให้น้องๆ ทรมานกันอย่างจริงจัง!! เพราะพื้นที่ที่จะให้ฟันขึ้นมามันไม่พอนั่นเอง ดังนั้นเจ้าฟันซี่นี้ก็จะขึ้นได้เพียงบางส่วน หรือบางทีก็อาจะไม่ขึ้น หรือบางทีขึ้นแล้วก็ไปเบียดกับฟันข้างๆ ส่งผลให้ปวดทั้งเหงือก ทั้งฟัน ระบมทั่วปากเลยค่ะ

          แหล่งกำเนิดของฟันคุดมักจะอยู่ด้านในสุด ทั้งขากรรไกรบนและล่าง ช่วงเวลาที่มันควรจะขึ้นมาก็คือ ช่วงอายุประมาณ 18-25 ปี หรือช่วงที่น้องๆ กำลังอยู่ ม.ปลาย หรืออยู่มหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าเป็นโรคฮิตของวัยรุ่นเชียวล่ะ ช่วงแรกๆ อาจจะได้ฟังประสบการณ์จากเพื่อนที่ขึ้นเขียงผ่าฟันคุด แต่อีกไม่นานน้องๆ ก็จะได้รับรู้ประสบการณ์นี้โดยตรง อาการของโรคนี้จะมีความปวดเป็นสัญญาณให้น้องๆ รู้ว่าฟันคุดกำลังเข้ามาคุกคามชีวิต แต่ถ้าอยากรู้ให้แน่ชัด ก็ต้องไปให้หมอเอ็กซเรย์ดูแล้วกันนะคะ

           หลายคนคงกำลังคิดอยู่ล่ะสิว่าไม่อยากเป็นเลย คงทรมานน่าดู... แต่พี่มิ้นท์อยากจะบอกว่ามันเป็นธรรมชาติค่ะ ยังไงก็ต้องมีทุกคน เพียงแต่ว่าความโชคดีที่แฝงอยู่ในโรคฟันคุดก็คือ การผ่าเอาฟันคุดออกจะเจ็บมากน้อยแค่ไหน เท่านั้นเอง!!

           ที่พูดมาไม่ได้ตั้งใจจะขู่นะคะ (หึหึ) แต่ที่นำมาบอกเล่าให้ฟังก็เพื่อให้น้องๆ รู้จักและเตรียมตัวยอมรับมัน การผ่าฟันคุดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ยังไงคุณหมอก็จะฉีดยาชาระงับปวดให้เราแน่นอนค่ะ ซึ่งถ้าฟันคุดโผล่ขึ้นมาเยอะ ก็จะใช้วิธีถอนฟันเหมือนปกติทั่วไป เพราะฉะนั้นอย่าได้กลัวจนเกินเหตุ แต่ถ้าไม่เอาฟันคุดออกสิคะ น่ากลัวกว่าเห็นๆ เพราะเมื่อฟันอักเสบ ก็จะปวดและเกิดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆ ยิ่งถ้าแปรงฟันไม่สะอาด ฟันซี่อื่นๆ ของน้องก็จะผุพังตามไปด้วยนะจ๊ะ

           น้องๆ รู้สึกเหมือนกันบ้างรึเปล่าว่าอวัยวะภายในช่องปากเป็นเรื่องที่น่าสนใจทีเดียว เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของเราล้วนๆ หรือแม้แต่ตัวฟันของเราแต่ละซี่ก็น่าสนใจไม่น้อย วันนี้พี่มิ้นท์เลยมีของแถม ให้น้องๆ รู้จักโครงสร้างภายในของฟันด้วยค่ะ

           ทั้งฟันน้ำนมและฟันแท้ จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนของตัวฟันและส่วนของรากฟัน ซึ่งภายในรากฟันจะประกอบไปด้วย เคลือบฟัน เนื้อฟัน โพรงประสาทฟันและเคลือบรากฟัน ส่วนฟันจะยึดติดอยู่ในกระดูกขากรรไกรและเหงือกได้ด้วย เอ็นยึดปริทันต์

            จากภาพส่วนประกอบของฟัน จะเห็นได้ว่าแม้ว่ารากฟันจะฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร แต่ก็มีความสำคัญมากทีเดียว เพราะมีส่วนประกอบย่อยที่สำคัญๆ อยู่มากมาย รวมไปถึงโพรงประสาทฟันด้วย ซึ่งถ้าไม่รักษาฟันให้ดีๆ ปล่อยให้ฟันผุลามมาถึงรากฟันแล้ว ก็จะต้องทำการรักษารากฟัน หรือใช้รากฟันเทียมกันเลยทีเดียว ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษารากฟันนี่สูงมากๆ

           ที่ผ่านมาการรักษารากฟันเทียมมีค่าใช้จ่ายสูงมากเพราะต้องนำเข้าเครื่องมือและอุปกรณ์จากต่างประเทศ แต่ก็เป็นโชคดีของคนไทยที่ศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูงได้ร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ คิดค้นและวิจัยพัฒนารากฟันเทียมให้มีคุณภาพแบบมาตรฐานสากลขึ้นมาใช้แทนการนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาที่ถูกกว่า และเนื่องในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา สวทช. กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ร่วมกับสถาบันทันตกรรม กระทรวงสาธารณสุข จัดทำโครงการ รากฟันเทียม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขยายโอกาสเข้าถึงบริการรักษาให้กับประชาชนมากขึ้น โดยให้บริการฝังรากฟันเทียมจากการพัฒนาดังกล่าวกับผู้ที่ด้อยโอกาสฟรี ระหว่างปี 2550-2554 โดยตั้งเป้าทั้งสิ้น 10,000 ราย  


ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีกระทรวงวิทย์ฯ มอบพระบรมฉายาลักษณ์ให้ผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนรากฟัน

             เห็นมั้ยคะว่าเทคโนโลยีจากฝีมือคนไทยนี้สุดยอดจริงๆ  ไม่ด้อยไปกว่าต่างประเทศเลยแหละ  และต้องบอกว่าใครที่สูญเสียฟันไปแล้วหรือใครที่ใส่ฟันปลอมแล้วเคี้ยวอาหารไม่สะดวก ไม่สวยงาม คงจะได้มีโอกาสมาใช้บริการฝังรากฟันเทียมจากฝีมือการพัฒนาของคนไทย  ที่ทั้งดีและถูก ...แต่ยังไงก็ตามแม้ว่าโรคต่างๆ จะสามารถแก้ไขด้วยศาสตร์ทางการแพทย์ได้ แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรเริ่มต้นที่จะดูแลตัวเอง เป็นการป้องกันดีกว่านะคะ

             แหม..วันนี้ก็ได้รับความรู้กันไปเต็มๆ เลย ดังนั้นน้องๆ ก็ควรดูแลสุขภาพปากและฟันกันตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ เพราะฟันแท้มีแค่ชุดเดียวเท่านั้น และที่สำคัญสุขภาพช่องปากก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมบุคลิกเราได้เหมือนกัน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 

www.si.mahidol.ac.th/sidoctor

http://hogwartshome.forummotion.com/t170-topic

ภาพประกอบ

 http://dental.anamai.moph.go.th/oralhealth

http://www.piyavate.com/web/ 

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ฟันคุด #รากฟัน #สุขภาพช่องปาก #สวทช

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ผ่ามาแล้ว 2 ซี่ ซี่ที่ 2 นี่พึ่งผ่าไปเมื่อวันที่ 28 นี้เอง ผ่าไม่เจ็บ แต่หลังจากนั้นจะระบมมาก ๆ กินอะไรลำบากแต่ไม่ถึงกับกินไม่ได้
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ถึงยังไงก็ไม่อยากมี
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #7
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ไปผ่ามาเมื่อนานมาแล้ว (ห้าหกปีแล้วมั้ง) เป็นที่ฟันล่างทั้งซ้ายและขวา

    เป็นมาตั้งแต่ประถมปลาย  แต่ไม่เคยเอะใจว่าเป็นฟันคุด หาหมอแล้ว แต่หมอก็ไม่เคยพูดถึง

    มารู้ตัวอีกที ก็ตอนม.6 จะเข้ามหาลัย ยาวนานมากกก = ='' ถ้าไม่ปวดฟันจนทนไม่ไหว จนต้องไปหาหมอ ก็ไม่รู้หรอก

    มันขึ้นในลักษณะตัว T นอนตะแคงทั้งซ้ายและขวาเลย ต้องผ่าออกสถานเดียว ถอนไม่ได้ ทิ้งเอาไว้ก็ไม่ได้

    เพราะหมอบอกว่า มันจะทำให้ฟันล้มทั้งแผง ก็เลยต้องผ่าออก

    จี้เป็นคนไข้ที่หมอหนักใจมากที่สุด น้ำลายเยอะมากกก เอาเครื่องดูดน้ำลายออกไม่ได้เลย แถมเลือดยังพุ่งกระฉูดสุด ๆ

    ถ้าปล่อยทิ้งเอาไว้สักวินาทีเดียว ไม่ดูดเลือด ดูดน้ำลายออก มันจะท่วมจนหมอมองอะไรไม่เห็นเลย

    ผู้ช่วยหมอก็เลยต้องทำงานหนักมาก ละมือไปไหนไม่ได้เลย ต้องนั่งจับสายของเครื่องดูดฯ ตลอด

    หมอก็เลยต้องขอความร่วมมือจากคนไข้ ซึ่งนั่นก็คือจี้ ให้ช่วยจับ ช่วยถืออุปกรณ์ให้หน่อย

    กว่าจะเสร็จ เล่นเอาเหงื่อตกทั้งหมอ ทั้งคนไข้ และทั้งผู้ช่วย

    และอีกหนึ่งเดือน หมอนัดให้มาเอาฝั่งซ้ายออก แต่สุดท้าย ก็ปวดจนต้องไปเอาออกก่อนเวลานัด

    เจอหน้าปุ๊ป หมอร้องลั่นห้อง "เฮ้ย อีกแล้วเหรอ" จี้ได้นั่งทำตาปริบ ๆ "ก็มันปวดอ่ะหมอ จะให้หนูทำไงอ่ะ"

    หมอก็ต้องผ่าให้ตามระเบียบ ตอนนั้นที่ผ่าฝั่งขวา หมอเหงื่อตกจนไม่รู้จะตกยังไงแล้ว แต่ข้างซ้าย หนักกว่าอีก

    หมอไม่ถนัดซ้าย แต่ก็ต้องผ่าให้ เพราะทั้งคลีนิค มีหมอศัลย์อยู่คนเดียว มันเป็นอะไรทรมานทั้งหมอ ทั้งคนไข้

    แถมเลือดยังกระฉูดมากกว่าตอนที่ผ่าข้างขวาอีก หมอต้องเอาน้ำเกลือฉีดล้างเลือดตลอด

    ข้างขวา ผ่าแบบชิลล์ ๆ ไม่เจ็บเท่าไหร่ แต่ข้างซ้าย แทบจะขอยาชาเพิ่มทุก ๆ ห้านาที เพราะเจ็บมาก ๆ น้ำตาเล็ด

    เจ็บจนแบบ ตัวกระตุกจนหมอสะดุ้งอ่ะ ขอยาชาเพิ่มตลอด หมอก็เลยเปลี่ยน syringe ให้ใหญ่กว่าเดิม และเพิ่มโดสยาด้วย

    แต่สุดท้าย ก็ผ่านไปด้วยดี แก้มบวมตุ่ย 555 ตอนมาตัดไหม หมอดันเอาเศษไหมออกไม่หมดอีก

    เศษไหมอันนั้น ยาวประมาณครึ่งซม. ได้ มันก็แทงเหงือกจนอักเสบอยู่นั่น กิน amoxi จนเกือบจะดื้อยา แต่ก็ไม่หายสักที

    หนึ่งเดือนให้หลัง ส่องกระจกดูเหงือกแล้วเห็นเศษดำ ๆ จึงล้วงออกมา ก็เศษไหมนั่นแหละ

    แอบเคืองหมอมากถึงมากที่สุด แต่ก็ให้อภัย เพราะหมอหล่อ กร๊ากก

    น้องสาวบอกว่า ตอนมันผ่าฟันคุด ทรมานมาก กินอะไรไม่ได้ อาทิตย์เดียว น้ำหนักลดไปหลายโล

    แต่ไหงจี้ไม่เป็นเลยฟระ กินสบายทุกอย่าง น้ำหนักขึ้นอีกต่างหาก เหอ ๆ ๆ เจริญเถอะ

    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?