/>

วัยรุ่นไม่มั่นใจในตัวเอง เกิดจากผู้ใหญ่จริงหรือ?!? []

วิว
 
วัยรุ่นไม่ค่อยเชื่อมั่นในตนเอง เกิดจากผู้ใหญ่จริงหรือ?!?


       คำพูดที่มาจากพ่อแม่จะฝังใจลูกมากกว่าคำพูดเพลโตปราชญ์สำคัญของโลกเสียอีก ประโยคนี้ไม่ใช่ประโยคประชดประชันนะคะ แต่มันเป็นประโยคที่เป็นจริงอย่างที่สุด!! ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะพูดอะไรกับลูก...จะเป็นชมเชย สั่งสอน หรือว่ากล่าวก็ตาม มันจะเข้าไปถึงจิตใจลูกได้ โดยเฉพาะคำพูดเจ็บๆ ที่มาจากอารมณ์โกรธทั้งหลาย และไม่ใช่แค่ฝังใจด้วยนะคะ แต่มันสามารถเข้าไปแฝงในบุคลิกภาพ พฤติกรรม และความเชื่อมั่นในตนเองของลูกได้เลย ซึ่งนั่นจะส่งผลให้ลูกรู้สึกลึกๆ ว่าตนเองเป็นอย่างที่พ่อแม่พูด!! ถ้าพูดว่าลูกโง่ ลูกก็จะโง่ ถ้าบอกว่าลูกเลว ลูกก็จะเลว(ให้พ่อแม่ดู) ซึ่งแม้บางทีบางพฤติกรรมอาจไม่ปรากฎเลยก็ได้ เช่น ลูกเรียนได้เกรด 4.00 แต่คิดว่าตนเองโง่ เป็นเพียงแค่ความรู้สึก แต่ผลของความรู้สึกนั้นก็ส่งผลไปในระยะยาวค่ะ

------------------

        นักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาว่า Self-esteem มีความสำคัญต่อความเชื่อในตนเอง เห็นคุณค่าในความสามารถของตนเอง คนที่มี Self-esteem สูง จะเป็นคนที่กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องและสามารถรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองได้ มีความภาคภูมิใจในตนเอง มีความมุ่งมั่นในการทำงาน เป็นคนที่พร้อมที่จะรักคนอื่น ซึ่งต่างจากคนที่มี Self-esteem ต่ำ จะเป็นคนที่ทำงานอะไรไม่สำเร็จ และชอบโทษว่าเป็นความผิดคนอื่น ไม่กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ เพราะกลัวล้มเหลว และเชื่อว่าตนเองทำไปก็ไม่สำเร็จ

       การเห็นคุณค่าในตนเอง หรือเจ้า Self-esteem นี้มาจากการบ่มเพาะความเชื่อมั่นจากผู้ใหญ่ค่ะ ทั้งผู้ปกครอง ครู ญาติ ฯลฯ โดยเฉพาะจากพ่อแม่ของลูกเอง ถ้าลูกทำดีก็ต้องชม ถ้าลูกเจอเรื่องแย่ๆ ก็ต้องให้กำลังใจ แต่ก็ไม่ใช่การชมทุกเรื่อง อวยทุกงาน หรือเข้าข้างทุกอย่างนะคะ
 
        คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านอาจจะเหนื่อยจากการทำงาน จนเวลาที่พูดกับลูกก็ไม่ได้ใส่ใจลูกเท่าที่ควร หรือมีคำพูดติดปากที่ไม่ได้ตั้งใจ เช่น "ไม่ได้เรื่อง" อากาศไม่ดีก็ว่า "อากาศไม่ได้เรื่อง" เห็นคนอื่นทำไม่ถูกต้องก็ว่าไม่ได้เรื่อง ลูกน้องทำงานไม่ถูกใจ ก็มาเล่าที่บ้านว่า "ลูกน้องไม่ได้เรื่อง"และสุดท้าย เห็นลูกทำไม่ถูกต้องก็เริ่มต้นประโยคแล้วว่า "ลูกไม่ได้เรื่อง...ลูกทำแบบนั้นมันไม่ถูกนะ ต้องแบบนั้นสิ แบบโน้นสิ" คำว่า "ไม่ได้เรื่อง" อาจไม่ใช่คำหยาบ แต่มันเป็นคำเชิงลบ หากพูดติดปาก และนำมาพูดกับลูกบ่อยๆ มันจะสั่งสมให้คำเหล่านั้นเป็นจริงในใจลูก 
นี่หนูคงจะไม่ได้เรื่องจริงๆ ด้วยสินะ
        คำเหล่านี้ทำร้ายลูกได้โดยไม่จำเป็นต้องออกมาจากอารมณ์โกรธด้วยซ้ำ ที่สำคัญคำพูดที่เป็นคำเชิงลบ (โดยเฉพาะคำหยาบคาย) ที่ออกมาจากปากพ่อแม่ มันก็เสมือนการอนุญาตให้ลูกพูดคำไม่ดีนั้นเอาอย่างได้
          ที่สำคัญคำพูดที่ลูกได้ยินมาแต่เด็กจะทำให้ลูกเลือกที่จะมีบุคลิกภาพบางอย่างที่ทำให้ห่างจากพ่อแม่ด้วยค่ะ 

     ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการศึกษามาแล้ว ว่าคนที่ Self-esteem ต่ำ บางคนจะกลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่กล้า หรืออาจพูดเก่งเพื่อปกป้องความอ่อนแอของตนเอง ในขณะเดียวกัน เมื่อคน Self-esteem ต่ำ ที่โตขึ้นจะมีอัตราการตกงานสูงกว่าคนทั่วไป หรือเปลี่ยนงานบ่อย เพราะรู้สึกไม่พอใจต่องาน ต่อคนรอบข้าง ด้วยเพราะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเสียที


การพูดกับลูกจึงมีวิธีการค่ะ 

       1. วิจารณ์ให้ถูกทาง ไม่ใช่ตำหนิทุกทีไป การวิจารณ์กับตำหนิใกล้เคียงกัน การวิจารณ์ คือ การบอกว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่ดำหนิ คือ การเอาสิ่งที่ไม่ดีขึ้นมาพูด เวลาที่พ่อแม่ต้องการบอกหรือเตือนอะไรลูก ก็มักจะเริ่มที่สิ่งไม่ดีของลูกก่อน ซึ่งมันก็จะกลายเป็นว่าไปเพ่งที่จุดไม่ดีของลูกมากกว่าที่จะบอกหรือสอนธรรมดา ดังนั้น ถ้าอยากจะบอกจะเตือนอะไรสักอย่าง ให้ใช้การวิจารณ์ที่ดี คือ วิจารณ์ที่เหตุการณ์ที่กำลังเกิด ไม่ใช่สิ่งที่ลูกทำผิดไป เช่น ทำวิ่งเข้ามาในห้อง แล้วทำแจกันตกแตก พ่อแม่น่าจะพูดว่า "ลูกเดินระวังๆ ไปเอาไม้กวาดกับกระดาษหนังสือพิมพ์มาเก็บแจกันที่แตกนะ แม่เสียดายแจกันนี้จัง ป้าซื้อมาให้เสียด้วย" เชื่อได้ว่าลูกจะรับรู้ว่าทำผิด แล้วคราวหน้าจะระวังมากขึ้น การบอกวิธีแก้ไขสั้นๆ และรับมือด้วยความสงบ จะทำให้ลูกรู้สึกผิด และรับผิดชอบต่อเหตุการณ์มากขึ้น

     
      สำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรเลิกติทุกจุด หากคุณพ่อคุณแม่ไม่พอใจพฤติกรรมใดๆ ของลูก อย่าเพิ่งพูดไป ติไปตรงๆ (วัยรุ่นต้องการคำพูดตรงไปตรงมาในเรื่องดี ส่วนที่ไม่ดีต้องอ้อมให้มาก อิอิ) เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว เวลาจะตำหนิ เราจะใช้คำพูดเชิงลบ ที่มันออกมาจากปากเราง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดอยู่แล้ว


       2. ลดเลิกการพูดเปรียบเทียบ โดยเฉพาะการเปรียบเทียบกับคนวัยเดียวกับลูก ที่เป็นลูกหลานคนรู้จัก เพื่อนลูก หรือคนข้างบ้านก็ตาม เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับจากคนวัยเดียวกันมากที่สุด หากมีการเปรียบขึ้นมา ใจลึกๆ ของลูกจะค้านและต่อต้านให้ถึงที่สุด แม้มันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม ที่สำคัญการถูกเปรียบเทียบก็มักเป็นไปในเชิงด้อยกว่าทั้งนั้น ดังนั้นมันจึงกระทบจุดความเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเองในลูกวัยรุ่นอย่างจังๆ ทุกที    

















 





     3. ชมให้มากขึ้น พ่อแม่หลายคนอาจเป็นคนชมคนยาก เหมือนที่เราชอบเปรียบเปรยกันเสมอว่า ทำดีเท่าไหร่มันก็เท่าตัว ไม่เหมือนทำชั่วครั้งเดียวโดนตราหน้ากันยันตาย เช่นเดียวกันถ้าลูกของเราทำดี เก่ง มีความสามารถเท่าไหร่ แต่ไม่มีใครบอก ใครชมเลย และยิ่งได้รับรู้แต่เวลาทำผิดทำพลาดสุดท้ายเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีคุณค่าจะรู้แต่ว่าตัวเองแย่ เพราะฉะนั้นชมบ้าง อย่าเขินอาย อย่าคิดว่าลูกจะเหลิง ถือว่ายังไม่สายที่จะทำให้ลูกรับรู้ว่า "ตนเองมีความสามารถ" และเรารักลูกมากขนาดไหน 

    แต่การชมก็มีเทคนิคอีกเหมือนกัน ถ้าชมจริงใจแต่ใช้คำพูดผิดก็กลายเป็นประชดประชันได้ ที่สำคัญการชมเชยสำหรับวัยรุ่นแล้ว  อาจเหมือนการถูกตั้งความคาดหวังหรือกำลังถูกตรวจสอบ ดังนั้น การชมจึงไม่ควรชมอย่างดูไร้สาเหตุ คือ เหมือนชมๆ ไปงั้น  ลูกก็อาจคิดว่าพ่อชมเฉยๆ เรื่องแบบนี้ใครก็ทำได้ หรือมีคำพูดชมติดปากอยู่คำเดียว ชมจนคำดังกล่าวดูเกลื่อน เช่น ลูกยอดมาก (แล้วอะไรที่ยอดก็ไม่รู้) ดังนั้น เวลาที่จะชม ก็ให้บอกความรู้สึกตนเองและ ก็ให้ชมไปที่พฤติกรรมของลูกไปเลยค่ะ เช่น ลูกตื่นเช้าเอง ก็บอกไปเลยว่า "วันนี้ลูกตื่นเช้า อาบน้ำแล้ว แม่ชื่นใจมาก"      


        4.สัมผัสให้กำลังใจ บางครั้งลูกวัยรุ่นอาจไปพบเจอเรื่องที่ทำให้เสียใจ ถูกเพื่อนดูถูก พ่อแม่ควรรับฟังเรื่องของเขาด้วยท่าทีใส่ใจ บอกเขาว่าเรารู้ว่า "ลูกรู้สึกอย่างไร" แต่ถ้าเป็นคนพูดไม่เก่งนัก การสัมผัสใช้แทนได้ ถ้าลูกโตเกินกว่าจะกอด ก็จับมือ จับหลัง พร้อมส่งสายตาปิ๊งๆ ก็ถือเป็นคำชมหรือให้กำลังใจได้เหมือนกัน ทำให้บ่อยมากขึ้น!!


        ถึงแม้ตอนนี้อาจจะคิดว่าลูกวัยรุ่นกำลังขาดความเชื่อมั่นในคุณค่าตนเอง และกำลังจะห่างเหิน หรือดูกลายเป็นเด็กมีปัญหาไปแล้ว แต่ยังไม่สายหรอกค่ะที่จะกู้ความเชื่อมั่นของลูกคืนมาได้ เพราะความรัก คำชมเชย คำพูดที่จริงใจ คำสัญญาที่มั่นคงของพ่อแม่ จะยิ่งใหญ่ในใจลูกเสมอ พูดกับลูกด้วยคำพูดเชิงบวกเสียแต่วันนี้!!




 



https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kiat

พี่เกียรติ - ผู้เขียน

ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#พ่อแม่ #วัยรุ่น #ผู้ใหญ่ #ไม่เข้าใจ #self esteem

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เห็นด้วยนะผู้ใหญ่พูดเเต่ละทีเเทนที่จะให้กำลังใจกลับไปเปรียบเทียบเเบบนี้ไม่ไหว เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ช่าย บางทีการให้กำลังใจมันก็ไม่ได้ทำให้เราเหลิงจนเกินตัว แต่มันทำให้เรารุ้สึกดีบ้างต่างหากว่า ตัวเราเองก็มีดีนะ ไม่ใช่ไม่มีอ่ะไรเลย แล้วเวลาที่ทำผิดแทนที่จะพูดบอกดีๆแต่กลับมาตะคอกใส่อ่ะ รู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมอีกนะ TT^TT มันเหมือนกับว่า เราผิดตลอดเวลา เพราะในเวลาที่เราไม่ผิดเราก็ถูกเปรียบเทียบกับคนอื่นอยู่ดีอ่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      พ่อแม่ชอบเป็นงี้อ่ะ
      พอผมต้องทำงานกลับบ้านเย็น กลับมาถึงบ้านก็ต้องรีบปริ้นท์งาน
      แล้วพ่อแม่ก็บอกว่า'งานบ้านมีไม่รู้จักทำ! ถ้าเป็นอย่างนี้อีกจะเอาคอมฯไปขาย!'
      โห..อึ้งอ่ะTT  แล้วยังชอบเอาเราไปเปรียบเทียบกับลูกคนอื่นว่า ลูกคนอื่นเขาดีอย่างงั้นเขาดีอย่างงี้ พ่อแม่ก็รับเขามาเลี้ยงเลยสิ!!  จะห่วงข้อยทำไม!!!TTT[]TTT
      บางทีทำอะไรผิดก็โดนด่าๆๆๆ ด่าทีเป็นสเต็ปอ่ะ! ทำเอาเราคิดหนักกว่าเดิม บางทีก็บอกว่า'เอาแม่มันผิดเอง แม่ผิดเองที่เลี้ยงลูกไม่ดีเท่าที่ควร..'
      เล่นเอาเราหมองไปเลย แถมยังเอาเรื่องคะแนนสอบของผมไปบอกพวกแม่ของเพื่อนด้วยอ่ะ แล้วท้องห้องมันได้4.00เกือบหมด แล้วเราเป็นคนเดียวที่ได้3.91อ่ะ(แม่คิดว่าเก่ง พอไปเทียบกับลูกคนอื่นแล้วถึงกับหด)


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2554 / 13:44
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 9 มิถุนายน 2554 / 13:45
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Deaw
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      แล้วจะมีพ่อแม่มาอ่านมั้ยอ่ะ มีแต่ลูกมาอ่านยิ่งช้ำใจ T___T
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Community IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ได้เข้ามาอ่าน  แต่อย่างน้อย แต่พี่เชื่อว่า บทความนี้จะทำให้...น้องๆก็จะพอเข้าใจลักษณะของตนเองมากขึ้น ถ้าน้องๆรู้สึกจริงๆ ว่าด้อยค่า ก็ต้องขอให้คิดมุมกลับด้วยว่าคุณพ่อคุณแม่ของเราเป็นห่วง และอยากให้เราทำสิ่งที่ดี จะได้โตเป้นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และที่สำคัญ "ไม่มีใครไม่มีคุณค่าแน่นอน"

      ดังนั้นน้องๆก็ต้องเชื่อมั่นในตนเองด้วย อย่างไรการที่จะทำให้ตนเองมีความเชื่อมั่นและเชื่อว่าตัวเองมีคุณค่า ก็คือทัศนคติขอตนเองต่อตนเองนี่แหละค่ะ  ท่องไปเลย คิดไปเลย จะคิดในในใจ ท่องในใจก็ได้ ถ้าเขิน "เราเป็นคนที่มีคุณค่า เราเป็นคนเก่ง เราเป็นคนดี" ฯลฯ 


      บทความนี้เขียนสิ่งที่อยากให้พ่อแม่เข้าใจวัยของลูกๆ และพี่ก็อยากให้คุณพ่อคุณแม่มาอ่านด้วย แต่เว็บเราหลักๆ แล้ว ก็คือ น้องๆ อย่างไรพี่ก็ต้อขอฝากน้องๆบอกต่อ(ใครก็ได้) ด้วยแล้วกัน อิอิ

      ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และเป็นกำลังใจให้กับน้องๆทุกคน 
      และที่สำคัญที่สุด "สู้ สู้ค่ะ คุณพ่อคุณแม่"
       
      ------
      ลูกวัยรุ่นเข้าใจยาก แต่เข้าถึงง่าย (ยกมาจาก คห.101 ของเรื่องก่อน)



      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทุกๆบ้าน เราก็เจอนะ ก็บอกไปตรงๆ ว่า คนอื่นว่าได้ แต่พ่ออย่าว่าหนูได้ไหม มันหมดกำลังใจ เพราะว่า พ่อกับแม่สำคัญที่สุด

      หลังจากนั้นพ่อก็ไม่ว่าอะไร แต่พอล้มเหลวขึ้นมาก็โดนว่าอีก สงสัยพ่อจะลืมไปแล้ว - -;;

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
       ทำไมพ่อแม่ทำงี้อ่ะ 
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      อยากให้ย่ากับปู่มาอ่านจังเลยค่ะ
      ถูกเอาคนอื่มาเปรียบเทียบตลอด ทำนู่นนี่ตกแตกก็ว่ากันยันเช้า
      ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย- -
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      สิบเจ็ดปีที่เราโตมาเหมือนได้แต่มองแฝดผู้ชายอย่างติดจะแค้น
      ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ดีเลิศเลอไปเสียทุกอย่าง ส่วนเราดูแล้วแทบไม่มีอะไร
      เวลากลับไปที่บ้านดูเหมือนเรามีแต่จะทำให้ครอบครัวร้อนเป็นไฟ แล้วก็ได้แต่รอให้แฝดกลับมา พ่อแม่ก็จะแฮปปีขึ้นมา ส่วนเราก็ได้แต่ถอยไป นั่งเงียบๆ อยู่นอกวง

      แล้วพ่อแม่ก็ชอบพูดว่าเราทำตัวอยู่ทุกวันนี้เหมือนครอบครัวตรงไหน
       
      ก็มันแล้วแต่อารมณ์เราจริงๆ บางวันอารมณ์ดีหน่อยก็พยายามทน บางวันเราเหนื่อย เราขี้เกียจพูด ไม่อยากมาอยู่ด้วย เพราะกลัวว่าพูดอะไรออกไปเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก บางทีพ่อแม่ถามอะไรเรามา เราไม่รู้ หรือเราตอบแบบที่เขามองว่าเด็กๆ เขาก็ว่าเข้าให้ว่าคิดอะไรโง่ๆ สมองมีบ้างไหม ไม่เคยใส่ใจอะไรรอบตัวเลย ไม่ว่าจะเรื่องเรียน ชิงทุน ออกกำลังกาย สังคม เพื่อน สุขภาพ มีปัญหาได้ทุกอย่าง แล้วพ่อแม่ก็จะชอบยกแฝดมาเทียบ

      ก็เออ...มันหล่อ มันหุ่นดี มันหัวดี มันรักดี มันขยัน มันเทพ มันเสน่ห์แรง เล่นกีฬาเก่ง เพิ่งจะรู้ว่าพระเอกนิยายมีจริง ก็มีจริงๆ อ่ะ แล้วเราดันเกิดมาอยู่ร่วมบ้าน กินข้าวหม้อเดียวกัน อายุเท่ากัน เลยยิ่งน่าเปรียบเทียบเข้าไปใหญ่

      เราไม่เคยแหกกฎโรงเรียน ไม่เคยทำตัวเสเพลเหลวไหล เราพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนฝรั่ง เรียนได้เกรดสี่โรงเรียนดัง แต่พ่อแม่ก็ไม่เคยพอใจ เวลาเพื่อนมันชมว่าเราฉลาด เราเก่ง เรากลับรู้สึกละอาย รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับคำชมเลย มันเพราะอะไรกันนะ มันเพราะว่าที่เรามีวันนี้ืพ่อแม่วางแผนมาให้ทุกอย่าง เรารู้สึกว่าเราเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย เราเป็นเด็กธรรมดาๆ จริงๆ เราไม่ได้แตกต่างจากใครเท่าไหร่เลย บางครั้งที่เราท้อใจมาก เราคิดด้วยซ้ำว่าเด็กคนไหนอยากเป็นอย่างเรา เรายินดีแลก

      แต่เจ็บจี๊ดเลยก็เพราะแม่ชอบเปรยว่า ถ้าคุณจะเป็นแบบนี้ สู้คุณเป็นเด็กธรรมดาๆ ซะยังดีกว่า

      ตกลงจะเอาไงกันแน่ ชีวิตตู - -"


      เจ็บสุดๆ เวลาโดนเปรียบเทียบ

      แต่เจ็บยิ่งกว่า วันที่พ่อแม่บอกว่าเลิกคาดหวัง ไม่ยุ่งอีกต่อไปแล้ว จะทำอะไรก็ทำ

      เจ็บที่สุด ที่พ่อแม่บอกว่า คุณทำให้พวกเราเกลียดขี้หน้าคุณได้ คุณไม่ต้องหวังว่าจะประสบความสำเร็จอะไรในชีวิตนี้แล้วล่ะ

      นี่เพิ่งจะเร็วๆ นี้เองนะ เราก็ว่าช่วงนี้เราพยายามประนีประนอม พยายามทำอย่างที่เขาต้องการบ้างแล้วนะ ได้ฟังแบบนี้มันเหมือนกับกรีดใจซ้ำ เจ็บจนชา

      เตือนเพื่อนๆ เด็กดีเอาไว้ ว่าจงดีใจที่พ่อแม่ยังพอว่า ดุด่าเราอยู่บ้าง เพราะวันไหนที่เขาเลิกว่า วันนั้นเราจะเจ็บและท้อจนไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตเลย








      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #10
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เจ๊ อายุ 21 แล้วจ๊ะ

      แต่เด่วนี้ก็อยู่กับพ่อแม่ตลอด เด่วนี้พ่อแม่เขาปล่อย สมัยเราวัยรุ่น โดนเหมือนกัน

      ทำไมไม่ทำอย่างโน่นอย่างนี้ แต่คิดว่า่ยังไม่แรงเท่าใครหลายคน

      ไม่ชอบที่เขาเอาเราไปเปรียบเทียบคนอื่น และรูํ้ว่าตัวเองเป็นเด็กเก็บกดเอาการ

      ส่วนมากจะโดนมาจากเพื่อนที่โรงเรียน กับอาจารย์มากกว่า

      แล้วก็ช่วงไหนมีปัญหาโดนเรียกผูู้ปกครอง พ่อแม่ก็ซ้ำ เด่วนี้ก็เป็นคนไม่ค่อยแสดงออกเวลามีปัญหา
      ชอบเก็บปัญหาไว้คนเดียว แล้วก็เครียดลงกระเพาะ ทั้งๆ ที่แต่ก่อน เป็นคนมีปัญหาอะไรก็ชอบพูด
      แต่พอพูดบอก ก็ไม่มีใครอยากจะฟัง T^T เป็นวัยรุ่นมันเหนือ่ยจริงๆ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #11
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      อ่านแล้วร้องไห้
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      โดนแม่ด่าทุกวันเหมือนกัน ไม่เข้าใจผู้ใหญ่ว่าทำไมชอบเปรียบเทียบ
      เวลาทำอะไรผิด ไม่สบาย ยังซ้ำเติมกันได้ เวลาเป็นอะไรไม่กล้าบอกเลย
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เพื่อนรุ่นน้องผมคนหนึ่งพ่อของเธอเป็นคนอารมณ์เสีย
      เพราะ เมียเค้าทิ้งไป เค้ามีลูก 3 คน
      ทุกๆ วันเค้าจะตีลูก(แม้แต่ตอนหลับ!!!)
      จนลูกคนที่ 1 กัน 2 ไปหมดแล้ว
      เหลือแต่คนที่ 3 เธอเคนโดยพ่อทุบตีจนแขนหักเลย ..
      เธอจึงหนีตามผู้ชายเพื่อหนีพ่อ ...

      นี่คือเรื่องจริง .. จากเพื่อนรุ่นน้องผม !
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #14
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      บ้านเราก็เป็น

      แต่ไม่ได้แย้ขนาดนั้น พ่อทำงานอยู่ต่างประเทศ แล้วเราขอไปเรียนต่างประเทศพ่อก็พูดว่าต้องเรียนให้เก่ง ต้องหัดดูแลกตัวเองต้องนู้ต้องนี้ แล้วเรื่อยเรียนนี้เครียดสุดเลย เราได้ A* มาหนึ่ง Aและ B อย่างละสองตัวและ C ตัวเดียว(ภาษาไทยนี้เอง TT-TT) พ่อก็ยังบอกว่าเดียวไปแข่งกับคนอื่นแล้วต้องทำให้ดีกว่านี้ เออใช้เราไม่เก่งแบบเพื่อนเราที่ได้B แค่ตัวเดียวและAกับ A* นี้น่า บอกอยู่เรื่องจนเรารู้1สึกกว่าไม่เอาแล้ว ถ้าใครบอกให้อ่านหนังสือเราก็จะไม่อ่านต่อหน้าค่อยไปอ่านที่หลัง เพราะพวกเราไม่เคยเห็นเราดีเลย

      เรายังดีที่ไม่เคยโดนเปรีบเทียบแต่ใจเรามันเปรียบเทียบกับเพื่อนเองและ เพื่อนคนที่ได้ A หลายๆตัวไม่ได้เรียพิเศษเลยเราเลยรู้สึกอย่างแย้เลย ว่าทั้งๆที่เราเรียนพิเศษแต่ทำไหมไม่เคยดีกว่ามันเลย ทั้งเรียนวาดรูป ทั้งเรียนเคมี ทั้งเรียนภาษาอังกฤษก็ไม่เคยชนะมันได้เลย จนตอนนี้ไม่อยากไปเรียนต่อเมื่อนอกและ

      ส่วนแม่ก็ใช้อารมตลอด อยู่บ้านนี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลย พอเราทำอะไรไม่เข้าตาก็อารมขึ้น ถึงแม้จะไม่แสดงออกมากแต่กูรู้ได้จากวิธีขับรถ ที่จะเหยีบไม่หยุด อะไรไม่เข้าตาตัวก็โวยวาย และเรื่องเรียนก็ไม่เคยชมเลย ทั้งๆที่ำพ่านตลอดได้คะแนนดีอีกด้วย แต่ไม่เคยได้รับคำชมหรืออะไรเลย
      และเราเป็นพวกที่ชอบชิวบนเน็ตก่อนทำการบ้านก็จะโดนด่าเสมอถ้าง่วงตอนเช้าว่าทำไหมไม่หันทำงานให้เร็วกว่านี้ เจ็บจนปีนี้เลยตั้งใจอ่านหนังสือสอบ (แต่ก็ไม่รอด หลังสอบวันแรกก็ไม่อ่านแล้วโวยยยย)

      สุดท้ายนี้รู้ว่ารัก รู้ว่าห่วง รู้ว่าไม่อยากให้ไปไกล รู้ว่าอยากให้เรามีอนาคตดี อยากให้เราเก่งภาษาทังไทยและเทศ มากว่านี้ แต่เข้าใจด้วยว่าเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ รู้ว่ามีการบ้าน รู้ว่ามีงานต้องส่ง ไม่ต้องคอยมาเตือนตลอกเพราะรู้สึกว่าเป็นเด็กนะ และสุดท้ายชมบ้าง ปล่อยเราบ้าง เราเก็บกดนะ
      -------------------------------------------------------------------------------
      หลังจากอ่านของหลายๆคนรู้สึกดีขึ้นเพราะรู้ว่าเราไม่ใช้คนเดียว
      ปล.ในสายตาเรา(นะ) ผู้ใหญ่ชอบบอกว่าวัยรุ่นเข้าใจยาก แต่วัยรุ่นคงบอกว่าผู้ใหญ่เข้าใจยากกว่าอีก (มั้ง)



      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 มิถุนายน 2554 / 21:28
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #15
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      กลายเป็นกระทู้ดราม่าไปแล้วสินะ...

      งั้นดราม่ามั้ง- -*
      ผมมีพี่น้องอยู่สองคน(นับตัวเองด้วย) น้องมักจะทำอะไรได้ดีกว่าผมทางด้านวิชาการ ส่วนผมมักเก่งไปทางวิชาศิลปะ แม่ผมบอกว่าผมโง่แล้วไปเอาไปด่าให้คนอื่นๆฟัง ส่วนน้องผมน่ะเหรอถูกชมไม่ขาดสายเลยจากแม่ว่าเรียนเก้งเก่ง แต่ถามจริงเหอะ น้องผมคงจะได้ศิลปะเกรด1ไปด้วยซ้ำถ้าผมไม่ช่วยทำการบ้านของน้องให้น่ะ 

      ด้านดีๆของผมมันคงไม่มีสักอย่างมั้งพูดแต่ด้านลบให้คนอื่นฟังนี้มันสนุกเนอะ!!


      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #16
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
       ตอนนี้เราก็เหนื่อยเหมือนกันตอนนี้เราเหนื่อยจนไม่อยากทำอะไรแล้วเห้อ........เวลาพ่อแม่เราถ้าอารมเสียอยู่นะจะมาพาลใส่เราคนเดียว พี่สาวเราเป็นคนที่เก่งพอสมควร แต่อายุห่างกัน6ปี พ่อแม่เราก็จะบอกว่าดูพี่เธอเป็นตัวอย่างสิเห็นไหมพี่เค้าเรียนหนักมากๆเราก็เลยบอกแม่ว่างั้นเดี๋ยวหนูไปลงเรียนอังกิดนะ แม่เราเลยสวนกับมาว่า''หน้าอย่างเธอเรียนไปก็ไม่ได้อะไร!!!''เราโมโหมากกแบบไม่เรียนก็ผิดเรียนก็ผิดเหอะๆเราเลยปิดประตูเข้าห้องเลยแต่มันก็เป็นบางทีอ่ะนะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #17
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เราก็มีบางครั้งที่โดนซ้ำเติมกับโดนเปรียบเทียบ น่าเบื่อ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      so tried
      Guest IP
      #18
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ของเราพ่อแม่ไปทำงานจะเจอกันก็แค่ตอนเช้าขับรถไปส่งแล้วก็ตอนดึกที่เขากลับจากที่ทำงานอ่ะแบบพ่อเราพอกลับมาก็เปิดประตูดูเราเฉยๆอะไรประมานนี้
      เราก็เฉยๆนะไม่ได้อะไรเพราะพ่อแม่เราเขาใจดีไม่เคยว่าไม่เคยตีเลย แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนมีช่องว่างเพราะวันนึงเจอหน้ากันแค่ประมานสองชั่วโมง คุยกันไม่กี่คำ
      แต่ว่าที่เราเบื่อก็คือบ้านเราอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่อ่ะ มีทั้งตา ยาย น้า ลูกพี่ลูกน้อง เยอะมากเกือบสิบคนอ่ะ แล้วทีนี้เราก็เบื่อเพราะยายเราชอบว่าเรา ชอบให้เราทำงานบ้าน ทำกับข้าว ประเด็นคือเราก็ทำได้นะ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นเราคนเดียวที่โดนสั่ง ทั้งๆที่คนอื่นกลับอยู่กันอย่างสบาย ไม่เคยโดนว่าโดนด่าเหมือนเราเลย เรามีน้องสาวแท้ๆอีก2คน พวกนั้นก็ไม่เคยโดนใช้เหมือนเรา เราก็คิดนะว่าเป็นเพราะเราไม่ค่อยพูด ไม่เคยเถียงหรือเปล่าเขาเลยใช้แต่เรา ถ้าเราอยู่บ้านนะเขาจะใช้ทั้งวัน จนเราไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย เราเรียนปีสี่แล้วนะ เรียนก็หนัก งานก็เยอะ แต่เขาก็ใช้เราทำโน่นทำนี่ตลอด ลูกพี่ลูกน้องเราสองคนเขามีลูกใช่ป่ะ แล้วทีนี้เขาก็ไม่เคยเลี้ยงลูกตัวเองเลย กลับเป็นเราที่ต้องมานั่งเลี้ยงให้เขา ตั้งสองคน แล้วเด็กแบบอายุ 3-4ขวบ อ่ะ มันวุ่นวายมาก ส่วนตัวเองออกไปเที่ยวเฉย ทิ้งลูกไว้บ้าน หนังสือก็ไม่เรียน กลับมาบ้านก็สบายอาหารก็ไม่ต้องทำ กลับมาถึงก็กิน กินเสร็จก็ขึ้นไปเล่นคอม ไปนอนเปิดแอร์สบาย ลูกก็ไม่ดู ยายเราก็ไม่เคยว่าสักคำ เราโดนอยุ่คนเดียวทั้งนั้น เราเหนื่อยมาก ทั้งๆที่ทำตัวดีมากตลอดไม่เคยกลับบ้านช้าหรืออะไรเลย เรียนก็ถือว่าดีด้วยซ้ำ แต่เรากลับโดนด่าตลอด วันไหนที่เราอยู่บ้านเราจะรู้สึกแย่มากถ้าพ่อแม่ยังไม่กลับบ้าน บางทีมันก็เหนื่อย จนท้อไปเลย อยากออกไปอยู่หอแถวๆมหา'ลัยมาก  เราอยากมีบ้านที่มีแค่พ่อแม่เราและก็น้องเราเท่านั้น (ทั้งๆที่บ้านที่อยู่ตอนนี้ก็เป็นของแม่เราอ่ะ) 

      จนถึงวันนี้เรายังเกลียดการอยู่บ้านที่สุด  T^T

      และเราก็ยังรู้สึกเหลือตัวคนเดียวมาก กับพ่อแม่ก็ไม่ค่อยได้คุยกัน น้องสาวก็ชอบว่าเราเวลาเราไปคุยด้วย จนบางครั้งยังเคยอยากหนีออกไปให้ไกลๆ หรือไม่ก็ตายไปเลยยังจะดีกว่า

      แต่เราก็ยังมีเพื่อนที่คอยให้กำลังใจ

      ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไปแหละ - -*
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      123
      Guest IP
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      อารมณ์น้อยใจมันมีมากจริงๆนะ TT;
      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 40
  • ความคิดเห็นที่ 81 - 90

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?