/>
ซ่อน
แสดง

เรียนเคมีแบบนักคิด กับพี่กฤตน์+พี่เต้ เคมีก้า []

วิว
     ไฮโดรเจน ฮีเลียม นีออน อาร์กอน คริปตอน ซีนอนเรดอน ... เห็นขึ้นมาก็ท่องอย่างนี้ ไม่ใช่อะไรคะ พี่แนนจำตารางธาตุได้แค่นี้เอง T_T แต่เชื่อว่าน้องๆ Dek-D.com คงท่องกันได้เยอะ กว่าพี่แนนแน่ๆ ฮ่าๆๆ

     พูดถึงวิชาเคมี ภาพตารางธาตุ สูตรคำนวณ สมบัติทางเคมี ชื่อสารเคมี ลอยมาลิบๆ เลยค่ะ ทำเอาเด็กวิทย์ หลายคน แอบหลอนนิดๆ วันนี้ พี่แนนเลยไปหาติวเตอร์คนเก่ง ที่จะมาช่วยแก้ปัญหา ทุกจุดอ่อนวิชาเคมีของให้หมดไป!! นั่นก็คือ
 พี่กฤตน์ และพี่เต้ แห่ง สถาบันกวดวิชาเคมีก้า (Che-me-ka)  ด้วยการเรียนเคมีแบบใหม่ด้วยคอนเสปต์ "รอยยิ้มสู่ความสำเร็จ"จะเป็นแบบไหน? ไปคุยกับพี่ๆทั้ง 2 คนกันเลยค่ะ ^_^

พี่แนน : ตอนนี้ที่เคมีก้า มีคอร์สอะไรบ้างคะ? แล้วพี่กฤตน์กับพี่เต้สอนคอร์สไหนบ้างเอ่ย?

พี่กฤตน์ : ตอนนี้มี 2 คอร์สหลักครับ คือ คอร์สพื้นฐาน สำหรับเด็กๆ ที่อยู่ในระบบปกติ ฝึกทำโจทย์หรือ เพิ่มเกรดที่โรงเรียน ส่วนเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะมีคอร์สเคมีเข้มข้นให้ อีกรูปแบบหนึ่งคือ คอร์สโอลิมปิก สำหรับเด็กที่ต้องการแบบ Advance ต้อง การสอบชิงทุน หรือเด็กที่ต้องการเรียนของปี 1,2
ก่อนเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยครับ

พี่เต้ : พี่จะสอนเนื้อหาเข้มข้นกว่าปกติทั่วไปมาก แยกออกเป็น 3 คอร์สย่อย คือ
1.โครงสร้างอะตอมและพันธะเคมี เนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างของอะตอมทั้งหมด 2.เคมีคำนวณ จะคล้ายกับเคมีคำนวณทั่ว ไป แต่จะมีความซับซ้อนและความละเอียด ในแต่ละหัวข้อมากกว่า มีเนื้อหาบรรยายมาประกอบ เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาที่ไปของหลักการคำนวณต่างๆ  และ 3.เคมีอินทรีย์และชีวโมเลกุล จะครอบคลุมในเรื่องปฏิกิริยาพื้นฐานทางเคมีอินทรีย์ทั้งหมด มีการแสดง ที่มาที่ไปของปฏิกิริยาต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงสาเหตุ ในการเกิดปฏิกิริยา

     นอกจากนั้นก็จะมีเนื้อหา ในส่วนพอลิเมอร์และ สารชีวโมเลกุลด้วย ซึ่งถ้าพื้นฐานเคมีอินทรีย์แน่นๆ จะเข้าใจกระบวนการ และปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกายได้ดีขึ้นมากครับ

พี่แนน : อย่างคอร์สพื้นฐาน ทางเคมีก้ามีการสอน
ที่ต่างจากที่อ่านยังไงบ้างคะ?


พี่กฤตน์ : เราจะมีการสอนแบบนักเคมีจริงๆ ทั้งวิธีการและวิธีคิด โดยที่เราจะใช้สูตรหรือวิธีลัดต่างๆ ให้น้อยที่สุด เพราะว่าเราเคยเจอปัญหาจากน้องๆ ว่าไปเรียนแล้วมันง่าย สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ติด แต่พอได้ไปเรียนจริงจะเกิดปัญหา เพราะอาจารย์จากที่มหาวิทยาลัยจะเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง ข้อสอบ อีกแบบหนึ่ง ทำให้ช่วงปี 1 ของน้องๆ ลำบากมาก ในการปรับตัว ทางเคมีก้าเลยเกิดขึ้นมาโดยพื้นฐาน คือเราไม่ต้องการให้เด็กแค่สอบติดครับ เพราะสอบติด ทำง่าย แต่การที่สอบติดแล้วไปเรียน ทางเคมีก้า ต้องการที่น้องๆ สามารถเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัย ได้ง่าย และมีความพร้อมกับตรงนั้นมากกว่าครับ

พี่แนน : เทคนิคการสอนของพี่กฤตน์และพี่เต้ เห็นว่าเน้นการคิดของน้องๆ ตรงนี้มีวิธียังไงคะ?

พี่กฤตน์ : พี่จะเน้นให้เด็กคิดไปด้วย จะพยายาม กระตุ้นให้เขาได้คิดได้และพยายามสื่อออกมา ยิ่งถ้าเรียนกับพี่แบบเป็นกลุ่มเล็กๆ จะชี้ถามเลยว่า เป็นยังไง ให้เขาได้ตอบ ให้รู้ว่าเข้าใจไหม จะได้คิดต่อว่าเราต้องทวนอีกรอบไหม หรือจะหาโจทย์แบบไหนมาให้เขาทำต่อดี พอคิดไปเยอะๆ เริ่มเหนื่อยก็จะหาเรื่องสนุกๆ มาเล่าครับ

พี่เต้ : ทั่วๆ ไปจะเน้นความเข้าใจนะครับ เพราะว่า
เคมีเป็นวิทยาศาสตร์ มีเหตุและผลรองรับ แล้วหลักการของเคมีทุกบททุกเรื่องเหมือนกัน สั้นๆ นิดเดียว ถ้าเข้าใจได้ เคมีก็จะเป็นเรื่องง่ายมากๆ ถ้าไม่เข้าใจก็จะกลายเป็นวิชาท่องจำ ถ้าไม่เข้าใจก็จะเริ่มสร้างกฎ สร้างสูตร ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเคมี ไม่มีกฎ ไม่มีสูตร ถ้ายิ่งมีกฎมาก มีสูตรมาก ก็แปลว่าไม่ได้เข้าใจเคมีเลย

     พี่จะเน้นการฝึกนักเรียนมากกว่าการสอน การป้อน ข้อมูล แต่จะฝึกความคิด ทั้งเรื่องการมองปัญหา การแก้ปัญหามากกว่า นักเรียนเลยต้องกระตือรือล้นตลอดเวลา ในห้องเรียนมีการคุยกัน ถกกันในประเด็นต่างๆ ตลอดเวลา ส่วนมากพี่จะใช้วิธี question oriented
technique ในการสอน คือ เริ่มจากการชี้ปัญหา หรือให้โจทย์ไปก่อน ให้นักเรียนได้เผชิญกับปัญหา ให้มองหาสาเหตุ เพื่อนำไปสู่ผลหรือการแก้ปัญหานั้นๆ แล้วก็ต่อด้วยปัญหาที่ค่อยๆ ซับซ้อนขึ้นยากขึ้นไป ทีละลำดับ ในท้ายที่สุดแล้วนักเรียนก็จะสามารถ สร้างองค์ความรู้ขึ้นได้ด้วยตัวเอง พี่ไม่ได้ให้ความรู้ กับนักเรียน แต่ฝึกให้พวกเขาคิดและสร้างความรู้ ขึ้นมาครับ

พี่แนน : แล้วปัญหาในการเรียนเคมีที่น้องๆ มาปรึกษาพี่ๆ มีอะไรบ้างคะ?

พี่กฤตน์ : ตอนเรียนเรื่องครับ แต่พอกลับบ้านไปแล้วลืมครับ (ฮ่าๆ) การเรียนก็เหมือนกินข้าว ตอนกลับบ้านก็เหมือนกำลังย่อย ดังนั้นพอกลับบ้าเราต้องทบทวน ไม่ต้องดูทั้งหมด เอาคร่าวๆ เรื่องที่เราเรียนมาวันนี้ ว่าเรียนเรื่องนี้ มีจุดสำคัญ ตรงนี้ อาจลองพิสูจน์ตัวเองดูด้วยการลอง แก้ปัญหา จะได้รู้ว่าเราจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการแก้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีเราควรทบทวนเนื้อหาทั้ง ก่อน-หลังเรียนนะครับ

พี่แนน : 
ตอนนี้มีน้อง ม.3 คิดไม่ตกว่า ฝากถามว่า ขึ้น ม.ปลาย จะไปสายไหนดี พี่กฤตน์มีวิธีแนะนำ ไหมคะ?

พี่กฤตน์ : การเลือกสายวิทย์ หรือศิลป์หลายจะ มองไปที่อาชีพในอนาคต เช่น สายวิทย์ดูมีลู่ทางดีกว่า ทั้งวิชาอาชีพ หรือเงินเดือน แต่พี่อยากให้ มองที่จุดแคบๆ เลยครับว่า ตอนเราอยู่ ม.ต้น วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ของเราไปได้ดี แค่ไหน ? อาจจะไม่ได้หมายถึงว่าเราชอบ แต่เรารู้สึกว่าทำได้ดี อย่างตอน ม.3 ขึ้นม.4 พี่ว่ามันเป็นก้าวที่ สำคัญมาก คือ จากเดิมที่วิทยาศาสตร์มันรวมกัน พอขึ้นมา ม.4 ก็แตกเป็นฟิสิกส์ เคมี ดาราศาสตร์ ถ้าน้องไม่ได้รู้สึกดีกับมัน ก็จะไปได้ยาก ดังนั้น ดูง่ายๆครับ คือ เราทำคะแนนหรือรู้สึกดีแค่ไหน กับการเรียนวิชานี้ เอาแค่วิทย์ฯ กับเลขก็พอ ถ้ารู้สึกไปได้ดีก็เหมาะสำหรับการเลือกสายวิทย์ครับ

พี่แนน : แล้วถ้าอยากจะเก่งเคมีแบบพี่ๆ ทั้ง 2 คน ต้องทำยังไงคะ?

พี่เต้ : ต้องคิดมากๆ ครับ พยายามหาเหตุผล
อย่าเอาแต่ท่อง อย่าเอาแต่หาสูตรลัด เพราะเคมีเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นธรรมชาติ ธรรมชาติไม่มีสูตรสำเร็จหรอกครับ ต้องเข้าใจเหตุผล ต้องมีตรรกะที่ดี และต้องมีมุมมองที่กว้าง กว้างมากๆ กว้างกว่าคนอื่น มองให้รอบทิศกว่าคนอื่น  อย่ามองมุมเดียว ทีนี้การจะมองกว้างขึ้นก็ต้องยืดตัวขึ้นไป ไต่ขึ้นไปบนที่สูง ถึงจะมองได้กว้างกว่า จะไปแบบนั้นได้ ก็ต้องอ่านหนังสือมากๆ หลายๆ แนว หรือ ฝึกคิดเยอะๆ ให้ลึกให้มาก ซึ่งคอร์สที่พี่สร้างขึ้นมา ก็เพื่อประการนี้แหละครับ ^_^
พี่แนน : สอนมามากว่า 10 ปี มีเรื่องสนุกๆ หรือเรื่องประทับใจอะไรบ้างคะ?

พี่กฤตน์ : จะเห็นพัฒนาการของน้องๆ ครับ บางคลาสมาแบบไม่รู้อะไรเลย เราก็ค่อยๆ ดัน ค่อยๆ หนุน จนเด็กสามารถติดอันดับ TOP ของโรงเรียนได้ อย่างคลาสที่แล้วลูกศิษย์พี่ 6 คน สอบที่จุฬาฯ ติดหมอ4 คน วิศวะ 2 คน ซึ่งการสอนเคมีของเราจะต่างจากที่อื่นคือ ไม่ต้องท่องจำ แต่ขอให้เรามีพื้นฐานที่แน่น มีการวิเคราะห์ที่ดี และสามารถแก้ปัญหาได้

     อย่างที่น้องผู้หญิงคนนึง อาการหนักมา มาเรียนกับพี่ทุกวัน สุดท้ายก็สามารถสอบเข้าวิศวะ จุฬาฯ ได้ครับ ดังนั้น
ความสุขที่ได้จากเด็กที่นี้คือ เมื่อเข้ามาที่นี่แล้วได้ความรู้ที่สามารถเอาไปใช้ได้จริง ในจุดที่เราสามารถ ส่งเขาเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัย ในคณะที่เขาต้องการได้ นั้นแหละครับคือความสุขของที่นี้

     เราเหมือนเป็นเคมีทางเลือกครับ คือถ้าเด็กเลือกเราแล้วคือเขามีความตั้งใจจริง ฉะนั้นเราพยายามให้ในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนนะครับ อย่างเช่นรูปแบบการคิดที่เจ๋งๆ หรือว่า แนววิธีการดูแนวทฤษฎี หรือวิธีการเสริมทฤษฎีบางอย่างเข้าไปที่เขาสามารถใช้วิธีนี้จับทาง และทำงานได้ง่ายขึ้น อะไรแบบนี้ครับ 

พี่แนน :
ฝากถึงน้องๆ ม.6 สักนิดค่ะ อีก 2 เดือน  ก็ต้องไปสอบ PAT2 แล้ว โค้งสุดท้ายนี้ เตรียมยังไงดีคะ?

พี่กฤตน์ : สำหรับคนที่มีเป้าหมายชัดเจนแล้ว
ช่วงนี้เป็นเวลาของการทำโจทย์ครับไม่ใช่เวลาอ่านหนังสือแล้ว เริ่มต้นจากการที่ทำโจทย์ 1 ข้อ แล้วค่อยดูเฉลย ทำไปเรื่อยๆ ค่อยเพิ่มโจทย์ แต่บางทีน้องทำโจทย์ไม่ได้ก็ไปเปิดดูเฉลย สุดท้ายแล้วมันก็เหมือนกับการอ่านหนังสือธรรมดา ตรงนี้ต้องฝึกให้เหมือนกับการสอบจริงนะครับ เพราะข้อสอบ100 ข้อ มันจะเต็มไปด้วยความอึดอัด ความกดดัน ฯลฯ ดังนั้น ถ้าฝึกความกดดันนี้เอาไว้ก่อน ก็จะรับกับสถานการณ์ได้ดีขึ้นครับ
พี่แนน : สุดท้ายนี้ค่ะ พี่ๆ ทั้งสองคนมีอะไร อยากฝากถึงน้องๆ ที่เข้ามาอ่านไหมคะ ^_^

พี่กฤตน์ : อยากให้น้องๆ รู้สึกดีกับวิชาเคมีครับ ^_^ ไม่ว่าเราจะสอบหมอ สอบวิทย์ฯ หรืออื่นๆ วิชาที่จำเป็นมากเลยคือเคมี หนูอาจจะหนีฟิสิกส์ได้ ด้วยการไปเรียนกลุ่มที่เป็นชีวภาพ กายภาพ แต่ไม่มีทางหนีเคมีพ้นแน่ นอนครับ ฉะนั้น พี่อยากให้ประคองมันไปให้ได้ครับ วิชาเคมีไม่ได้มีแต่สารเคมีอยู่แต่ในห้องทดลอง แต่อยากให้เห็นถึงความสำคัญของวิชานี้และไปกับมันได้นะครับ
   ได้แนวคิดและวิธีในการเรียนเคมีให้ไปได้ดีจากพี่ๆ ทั้งสองคนแล้ว ใครที่มีความฝันอยากจะเป็นนักเคมี รับรองได้สมหวังแน่นอนค่ะ และอย่าลืมว่าการเรียนทุกอย่าง พื้นฐานต้องแน่น แอบมีแนวคิดลัดได้ แต่ก็ต้องรู้ที่มากันด้วย!! ไม่อย่างนั้น เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัย จะเหนื่อยอย่างที่พี่กฤตน์บอกมานะคะ ดังนั้น น้องๆ Dek-D.com อย่าลืมเตรียมตัวกันให้พร้อม สู้ตาย!!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nan

พี่แนน - ผู้เขียน

พี่ใหญ่ฝ่ายกิจกรรมด้านการศึกษา และฝ่ายดูแลสุขภาพจิตของน้องๆ ในทีมให้เป็นปกติ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#che-me-ka #ตารางธาตุ #สอนเคมี #พี่เต้ #พี่กฤตน์ #ติวคมี #เคมีก้า #chemeka

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป