3 เรื่องที่เด็กไทยควรรู้!! ก่อนเลือกติวเตอร์ "ตัวต่อตัว" []

อีกหนึ่งรูปแบบการติวที่กำลังฮิต แต่มีอะไรบ้างที่ต้องรู้!!
168,018 62

     พูดถึงการกวดวิชา เรียนพิเศษ น้องๆ ชาว Dek-D.com คงมีประสบการณ์ในการเรียนพิเศษกันมาบ้าง อย่างน้อยก็คนละหนึ่งวิชา (ทั้งฟรีและเสียตังค์ อิอิ) ไม่ว่าจะเรียนที่โรงเรียน หรือไปเรียนที่สถาบันกวดวิชาต่างๆ ที่มีอยู่เยอะมากมายให้น้องได้เลือกเรียนกันตามแต่จะโดนใจ 

     แต่ว่าตอนนี้ น้องๆ คงได้ยินเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายคนที่ประกาศหาติวเตอร์ มาติวแบบกลุ่มเล็ก หรือติวแบบตัวต่อตัวกันอยู่เรื่อยๆ บางคนติดใจเรียนต่อทุกเทอม จนไม่ต้องไปเรียนที่สถาบันกวดวิชากันเลยทีเดียว

     ประโยชน์หลักๆ ที่ทำให้การติวแบบนี้เป็นที่นิยมก็คือ เราสามารถเลือกคนติวได้เอง , เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงนัก , ใกล้ชิดกับติวเตอร์ ,เลือกบทเรียนที่ต้องการได้ , ใช้เวลาติวระยะสั้นได้ , สอบถามได้แบบไม่ต้องเกรงใจคนหมู่มาก ฯลฯ เหตุผลเหล่านี้ เลยทำให้มีหลายคนเลือกที่จะฟิตเกรดกับติวเตอร์เหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพี่ๆ นิสิต นักศึกษา หรือคุณครูจริงๆ

3 เรื่องที่เด็กไทยควรรู้!! ก่อนเลือกติวเตอร์ "ตัวต่อตัว"


     การติวแบบกลุ่มย่อย หรือตัวต่อตัว โดยการหาติวเตอร์เอง แบบที่ไม่ได้เรียนในสถาบันกวดวิชา ที่มีคอร์สกลุ่มย่อย หรือติวตัวต่อตัวโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่น้องๆ ก็จะได้ติวเตอร์มาจากเพื่อนแนะนำ หาจากเว็บไซต์ แฟนเพจต่างๆ บางครั้งก็มีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวมา หรือบางครั้งก็เป็นติวเตอร์ที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่มีความรู้จริง 


     ดังนั้น ก่อนที่น้องๆ จะเลือกเรียนกับติวเตอร์คนไหน ต้องตรวจสอบให้ดีก่อน วันนี้พี่แนนมี 3 เรื่องที่อยากให้น้องๆ ตรวจสอบเบื้องต้นก่อนที่จะตกลงติวกับติวเตอร์มาฝากกันค่ะ อย่างน้อย ก็เพื่อความปลอดภัย ไม่ถูกหลอกเอาได้นะคะ

3 เรื่องควรรู้ก่อนเลือกติวเตอร์"ตัวต่อตัว"


3 เรื่องที่เด็กไทยควรรู้!! ก่อนเลือกติวเตอร์ "ตัวต่อตัว"

     1.ข้อมูลส่วนตัว


     ข้อมูลพื้นฐานที่ติวเตอร์นำมาลง ส่วนใหญ่ก็จะมีชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น สถาบันการศึกษา ช่องทางการติดต่อ ฯลฯ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งข้อมูลทีติวเตอร์ควรเพื่อแจ้งให้ทราบ ควรมีดังต่อไปนี้ 
     
     ชื่อ - นามสกุล ควรเป็นชื่อ-นามสกุลจริง เพื่อความปลอดภัย มีตัวตนจริงค่ะ

     เบอร์โทรศัพท์  เป็นช่องทำสำคัญสำหรับติดต่อกับตัวติวเตอร์โดยตรง

     อีเมลล์ เป็นอีกช่องทางสำหรับติดต่อ สำหรับการส่งข้อมูลต่างๆ ที่ไม่สะดวกทางโทรศัพท์
 
    ช่องทาง social network   Facebook Twitter LINE Whatsapp บางคนลงไว้ เพื่อให้ดูว่ามีตัวตนจริง ได้เห็นหน้าเห็นตา รู้ว่ามีที่มาที่ไปยังไง

3 เรื่องที่เด็กไทยควรรู้!! ก่อนเลือกติวเตอร์ "ตัวต่อตัว"
 

Tip  : น้องๆ สามารถนำข้อมูลต่างๆ นี้ ไป search ใน google ดูคร่าวๆ ได้ว่า ติวเตอร์คนนี้มีประวัติยังไง เป็นคนน่าไว้ใจหรือเปล่า เคยรับสอนมาก่อนไหม มีคนมาคอนเมนต์เรื่องการสอนไหม ฯลฯ เป็นการตรวจสอบความน่าเชือถืออีกทางหนึ่ง


     2.ข้อมูลการสอน
     ตรวจสอบไปเบื้องต้นแล้ว ทีนี้ เราต้องมาดูกันหล่ะว่า เนื้อหาวิชาที่ติวเตอร์จะติวให้ เป็นประมาณไหนบ้าง เพราะติวเตอร์บางคนจะระบุมาเลยว่า เน้นเรื่องไหนเป็นพิเศษได้ เบื้องต้นเชคคร่าวๆ แล้ว หากน้องๆ สนใจ ให้ส่งอีเมลล์ หรือโทรไปสอบถามได้เลยค่ะ ทั้งเรื่องเนื้อหาวิชาที่สอน ว่าสามารถสอนเนื้อหาไหนได้บ้าง ครอบคลุมบทไหน เป็นการสอนจากหนังสือ หรือมีชี้ทแจกให้ 

     รวมทั้งเรื่องเวลาที่สอน ว่าสอนครั้งหนึ่งมีระยะเวลาเท่าไหร่ เช่น 1 ชั่วโมงเป็นต้นไป และสามารถสอนได้ในวันใดบ้าง เช่น ช่วงเย็นของวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป หรือ เสาร์ - อาทิตย์  และเรื่องค่าใช้จ่ายในการสอน ว่าคิดแบบไหน คิดตามชั่วโมง รวมค่าอุปกรณ์การสอนหรือไม่ และให้จ่ายเงินยังไง โอนล่วงหน้าเต็มจำนวน หรือครึ่งเดียว จะได้เข้าใจตรงกันค่ะ

     3.สถานที่นัดติว 


     ส่วนใหญ่ติวเตอร์มักจะระบุสถานที่รับติวมาอยู่แล้ว หากน้องๆ สะดวกก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่ถ้าเรียนคนเดียว ก็ให้ระวังเรื่องสถานที่ด้วย หากเป็นที่บ้านติวเตอร์ พี่แนนว่าน่าจะมีเพื่อนไปเรียนด้วย ชวนกันติวแบบกลุ่มเลยก็ได้ค่ะ  ถ้าติวเตอร์สะดวกมาติวที่บ้าน ก็อาจจะต้องเป็นช่วงเวลาที่มีคนอยู่ด้วย


     หรือบางครั้ง สถานที่ติว จะนัดกันตามร้านอาหาร ฟาสฟู้ด หรือฟู้ดคอร์ด พี่แนนอาจจะต้องเลือกสถานที่กันสักนิด เพราะสถานที่เหล่านี้เป็นที่พลุกพล่าน ไม่มีสมาธิแน่ๆ ค่ะ บางทีเราติวกันเป็นกลุ่มย่อย ต้องไปใช้สถานที่เค้าเป็นเวลานาน อาจทำให้ในร้านไม่มีพื้นที่บริการลูกค้า ร้านก็ขาดรายได้ สงสารทางร้านเค้าดีกว่าค่ะ

3 เรื่องที่เด็กไทยควรรู้!! ก่อนเลือกติวเตอร์ "ตัวต่อตัว"

     เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นตามที่ว่ามาแล้ว อย่าลืมปรึกษากับผู้ปกครองอีกครั้งนะคะ ให้ช่วยดูและตัดสินใจกันอีกที และเมื่อน้องๆ ได้ตกลงเรียนกับติวเตอร์นั้นแล้ว อาจจะลองเอาเนื้อหาที่ได้เรียนไปถามจากเพื่อนๆ ดูว่า ตรงกันไหม หรือจะให้แน่ใจ ก็ถามกับอาจารย์ผู้สอนเลยค่ะ ว่าเนื้อหาที่ติวเตอร์สอนมาถูกชัวร์หรือมั่วนิ่ม!!

      ส่วนน้องๆ ชาว Dek-D.com คนไหน มีประสบการณ์การติวแบบตัวต่อตัว กับติวเตอร์แบบไร้สังกัด ทั้งจากรุ่นพี่ อาจารย์ ลองมาเล่าให้พี่แนนฟังบ้างค่ะ ว่าเป็นยังไงกันบ้าง มีข้อดี ข้อด้อยยังไง เผื่อเพื่อนๆ Dek-D.com สนใจ จะได้เป็นตัวช่วยอีกทางหนึ่งค่ะ


3 เรื่องที่เด็กไทยควรรู้!! ก่อนเลือกติวเตอร์ "ตัวต่อตัว"
ภาพประกอบ : techxcite.com,
ethanzuckerman.com,commons.wikimedia.org,
#กวดวิชา #ติวเตอร์ #ติว #กลุ่มย่อย #เฟซบุค #Facebook #LINE #เรียนพิเศษ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #19
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    แชร์ประสบการณ์เป็นพี่ติวเตอร์

    เริ่มสอนครั้งแรกตอนอยู่ ม.6  สอนติวชีวะให้น้อง ม.4 ไปสอบโอลิมปิก
    เพราะตัวเองสอบติดทั้ง สอวน สสวท  แล้วอยากหาทายาท
    (โรงเรียนเราอยู่ต่างจังหวัด ห่างไกลที่เรียนพิเศษ ไม่ค่อยมีใครได้เรียนกัน)

    แต่สอนฟรีนะ  สอนตอนเย็นทุกวันจนรู้สึกว่าชอบการสอนมาก
    พอเข้ามหาลัยมีคนชวนมาสอนติวเตอร์ต่อเลยมาสอนด้วย

    ช่วงแรกๆ เกร็งๆ สอนไม่ค่อยเป็น  พูดตะกุกตะกัก
    พอน้องไม่เข้าใจก็เครียด  สุดท้ายรู้สึกว่าน้องไม่รู้เรื่องเลยไม่กล้าเก็บค่าสอน
    แล้วก็เฟล หยุดสอนไปพักนึงเลย  เปลี่ยนไปทุ่มเททำกิจกรรมคณะแทน

    จนพอช่วงน้ำท่วม มหาลัยปิดยาว มันว่างมาก  เลยลองหางานพิเศษทำ
    ลองสมัครเป็นติวเตอร์ดู   เคสแรกถูกส่งมาสอนน้องเรียนนานาชาติที่ภาษาไทยไม่ได้เลย  ต้องทำการบ้านหนักมากที่จะสอนทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ
    คราวนี้พยายามฝึกพูด ทำสไลด์ ทำทุกอย่างให้น้องเข้าใจให้ได้
    จนสุดท้ายก็ผ่านไปได้  ติวจนน้องกลายเป็นท็อปชีวะของห้อง และได้ A+ 

    พอเริ่มสอนเข้าใจได้ก็รับงานต่ออีกเยอะแยะ  เราไม่เน้นเงิน เน้นสอนให้เข้าใจ
    สอนเกินไปเป็นชั่วโมงก็ไม่คิดตัง และทุกครั้งสอนเสร็จจะฝากข้อสอบให้กลับไปทำตลอด       สิ่งที่รู้สึกภูมิใจมากที่สุดและไม่รู้สึกเหนื่อยกับการสอนเลยก็คือการติวจนน้องได้ท็อปกันเยอะมาก  ไม่คิดว่าจะสามารถสอนจนน้องๆเก่งกันได้ขนาดนั้น
    เราว่าความจริงชีวะไม่ยากเลย แค่ต้องการความเข้าใจเท่านั้น
    การจำถึงแม้จะเยอะ  แต่ถ้าจำด้วยความเข้าใจและรู้ที่มาที่ไปก็ไม่ยากเลย

    พอทำจนได้ credit ของตัวเอง  ตอนนี้ก็ไม่ต้องออกไปหางานเองแล้ว
    เพราะมีแต่คนติดต่อเข้ามาขอให้ไปสอนแทน  เพราะรู้จักมาแบบบอกต่อ
    ทั้งเด็กไทย เด็กนานาชาติ หรือแม้แต่เด็กที่เรียนอยู่ต่างประเทศ
    จากตอนแรกที่เคยกลัวการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ตอนนี้กลับชอบมากแทน เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้ภาษาไปในตัว  รู้สึกskillในการฟังการพูดอังกฤษดีขึ้นมาก  แล้วอีกอย่างการสอนทำให้เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับน้องหลายๆคน  ทำให้โลกกว้างขึ้นเยอะเลย


    การออกมาทำงานอย่างนี้ทำให้เรารู้สึกดีมากๆและได้ข้อคิดว่า
    เวลาทำอะไร ขอให้ทำเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัด ผลลัพธ์จะออกมาดีเอง  ^^
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    เปิ้ล
    Guest IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    คห.3 ครูที่จิตใจดีๆก็มี บางคนก็ไม่ได้หวังเงินอย่างเดียวหรอกนะ ถามว่าทำไมต้องติว ? ลองไปดูที่โรงเรียนดิ อาจารย์สอนบ้างไม่สอนบ้างเข้ามาส่วนใหญ่ก็บ่น บางวิชาก็สอนไม่ทันนักเรียนต้องอ่านเอง แล้วอีกอย่างการมีติวเตอร์ทำให้เราเข้าใจบทเรียนมากขึ้นแน่นยิ่งขึ้นต่างหาก *เด็กบางคนต้องการคะแนนที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่พอผ่านแต่คะแนนห่วยหรอกนะ
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ถ้าไปร้านอาหารฟาสฟู้ด คงไม่เป็นอันติวแน่ๆ
    (มัวแต่สนใจของกิน ฮ่าฮ่าฮ่า)
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    พี่ เมย์
    Guest IP
    #24
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ถถ้าพี่มีเงินล้าน อยากสอนให้น้อง ๆ ฟรี ๆ แต่บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ค่ารถต้องเสีย ยังไงก็ไม่เคยคิดค่าเรียนเป็นหมื่น เหมือนสถาบันกวดวิชาทั้งหลาย พี่เป็นคนจนเคยลำบากมาก่อน เคยขอเงินป๋าไปเรียนติว ณ วันนี้เรียนจบแล้ว ทำงานเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง รับสอนตามสถาบันกวดวิชาหลายแห่ง ตอนนี้ลาออกจากการสอนในมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่อยากเบียดเบียนเวลาราชการค่ะ สอนตามสถาบันกวดวิชาก็ไม่เอาแล้วเพราะเห็นว่าเอาเปรียบเราและน้อง ๆ ที่เรียนเกินไป ออกมาสอนติวแบบตัวต่อตัวดีกว่า สนุกดี ชอบคุยกับน้อง ๆ แบบเป็นการเอง ส่วนใหญ่น้องที่มาเรียนด้วยจะแนะนำต่อ ๆ กันมา จากรุ่นพี่ ที่มาเรียนแล้ว สอบติด สอบได้คะแนนสูง ๆ ก็มีบ้างที่หาตามเนต แต่น้อยกว่าที่แนะนำกันมาแยะ ถ้าน้องสนใจก็ติดต่อพี่ได้ที่ facebook ที่ momaynaka@live.com หรือ เบอร์ 082-714-4696 ค่ะ
    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    ขอแชร์ประสบการณ์จากทั้งดีและไม่ดีค่ะ ของเราและของน้อง

    ตัวเราเองเคยติวเลขค่ะ ตอนมอสาม ตอนนั้นจำได้ว่าเรียนไม่เข้าใจสุดๆ แล้วจะสอบแล้ว เลยร้องห่มร้องไห้กับแม่ขอให้หาติวเตอร์ให้ด่วน

    แม่ก็ ทันใจมากค่ะ วันเดียวหาได้เลย ตอนนั้นจับกลุ่มไปกับเพื่อนชม.ละ 200 ไปที่บ้านเค้า เรียนรอบแรกเพื่อนทุกคนส่ายหน้าเลยค่ะ ไม่เรียนแล้ว เพราะพี่แกสอนไปอวดไป ด่าพวกเราว่าอ่อนบ้างแหละ (ทั้งๆที่พี่แกถามมาเราก็พอตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่ใช่ตอบไม่ได้ซะหมด) แถมสอนอะไรก็ไม่รู้ อุตส่าห์เอาแนวข้อสอบไปกางบอกว่าสอนแบบนี้ก่อนได้มั้ย จะสอบอยู่มะรืนแล้ว แกก็ดันบอกว่า ต้องสอนเรื่องนี้ก่อน (และเราว่ามันไม่เกี่ยวกันนะ) 2 ชม. 400 ไม่ได้ไรเลย สุดท้ายเรามาฮึดอ่านหนังสือเอง ทำข้อสอบได้แบบถูไถไม่ได้ใช้ที่เรียนมาเล๊ยยยย

    พอรอบต่อมาแม่ก็ให้ไปติวต่อ ติวสอบกลางภาคค่ะ (คราวก่อนติวสอบเก็บคะแนน) เราก็เรียนไป คราวนี้ 300 แล้วเพราะเรียนคนเดียว ปวดใจชะมัดเลย พี่แกก็แบบเดิม แถมโอ้อวดอีก ไปถึงก็ให้เรารอตัวเองกินข้าว กินข้าวติดปากอีก ญาติมาเยี่ยมไปเล่นกับลูกเค้าอีก สรุปเราอารมณ์เสียมาก เสียเวลา เสียดายตังค์ เสียความรู้สึก บอกแม่เลยว่าหนูไม่เรียนแล้วค่ะ!!!

    ทีนี้เราก็ไม่เรียนตัวตัวอีกเลย ไปเรียนกวดวิชาแบบห้องแทน พยายามมากขึ้น สุดท้ายก็ผ่านมาได้

    มาของน้องบ้าง น้องเราติวเลขเหมือนกันค่ะ ต้องการคนสอนเลข เราก็แนะนำครูของเราที่เราค่อนข้างสนิทให้ เราไม่เคยเรียนพิเศษตัวตัวกับครูนะคะ แต่เคยเรียนในห้อง แต่เราก็เกรงใจครูแหละ คุยทีก็คุยแบบเกรงใจๆกัน 555 พอน้องเรียนเราก็ไปนั่งเฝ้า ไปช่วยงานครูเค้าบ้าง เอางานไปทำบ้าง ตอนติวกันครั้งสุดท้ายน้องเราติวเลยมาชม.นึงค่ะ เราเลยจ่ายเพิ่มไป 200 (ครูคิดชม.ละ 200 น้องเราเรียนคนเดียว) ครูไม่เอา บอกว่า ถ้าให้ไม่ต้องมาพูดกันเลย เอามาแค่ 2 ชม.พอ (400) แล้วน้องเราก็สอบผ่านมาแบบหน้าบานเลยค่ะ ตอนนี้รอลุ้นเกรดอยู่ แต่คิดว่าเลขคงได้เกรดสี่แหละ

    ที่พูดมานี้ไม่ได้จะว่าพี่คนแรกนะคะ เพราะลูกศิษย์เค้าดีๆก็มีเยอะ แต่เราไม่ถูกจริตกับเค้าจริงๆ ส่วนคนที่สอง ถูกจริตอยู่แล้วล่ะ ครูเรานี่นา 555
    ตอบกลับ

54 ความคิดเห็น

  • ความคิดเห็นที่ 1 - 20
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ถ้าไปร้านอาหารฟาสฟู้ด คงไม่เป็นอันติวแน่ๆ
      (มัวแต่สนใจของกิน ฮ่าฮ่าฮ่า)
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ขอแชร์ประสบการณ์จากทั้งดีและไม่ดีค่ะ ของเราและของน้อง

      ตัวเราเองเคยติวเลขค่ะ ตอนมอสาม ตอนนั้นจำได้ว่าเรียนไม่เข้าใจสุดๆ แล้วจะสอบแล้ว เลยร้องห่มร้องไห้กับแม่ขอให้หาติวเตอร์ให้ด่วน

      แม่ก็ ทันใจมากค่ะ วันเดียวหาได้เลย ตอนนั้นจับกลุ่มไปกับเพื่อนชม.ละ 200 ไปที่บ้านเค้า เรียนรอบแรกเพื่อนทุกคนส่ายหน้าเลยค่ะ ไม่เรียนแล้ว เพราะพี่แกสอนไปอวดไป ด่าพวกเราว่าอ่อนบ้างแหละ (ทั้งๆที่พี่แกถามมาเราก็พอตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่ใช่ตอบไม่ได้ซะหมด) แถมสอนอะไรก็ไม่รู้ อุตส่าห์เอาแนวข้อสอบไปกางบอกว่าสอนแบบนี้ก่อนได้มั้ย จะสอบอยู่มะรืนแล้ว แกก็ดันบอกว่า ต้องสอนเรื่องนี้ก่อน (และเราว่ามันไม่เกี่ยวกันนะ) 2 ชม. 400 ไม่ได้ไรเลย สุดท้ายเรามาฮึดอ่านหนังสือเอง ทำข้อสอบได้แบบถูไถไม่ได้ใช้ที่เรียนมาเล๊ยยยย

      พอรอบต่อมาแม่ก็ให้ไปติวต่อ ติวสอบกลางภาคค่ะ (คราวก่อนติวสอบเก็บคะแนน) เราก็เรียนไป คราวนี้ 300 แล้วเพราะเรียนคนเดียว ปวดใจชะมัดเลย พี่แกก็แบบเดิม แถมโอ้อวดอีก ไปถึงก็ให้เรารอตัวเองกินข้าว กินข้าวติดปากอีก ญาติมาเยี่ยมไปเล่นกับลูกเค้าอีก สรุปเราอารมณ์เสียมาก เสียเวลา เสียดายตังค์ เสียความรู้สึก บอกแม่เลยว่าหนูไม่เรียนแล้วค่ะ!!!

      ทีนี้เราก็ไม่เรียนตัวตัวอีกเลย ไปเรียนกวดวิชาแบบห้องแทน พยายามมากขึ้น สุดท้ายก็ผ่านมาได้

      มาของน้องบ้าง น้องเราติวเลขเหมือนกันค่ะ ต้องการคนสอนเลข เราก็แนะนำครูของเราที่เราค่อนข้างสนิทให้ เราไม่เคยเรียนพิเศษตัวตัวกับครูนะคะ แต่เคยเรียนในห้อง แต่เราก็เกรงใจครูแหละ คุยทีก็คุยแบบเกรงใจๆกัน 555 พอน้องเรียนเราก็ไปนั่งเฝ้า ไปช่วยงานครูเค้าบ้าง เอางานไปทำบ้าง ตอนติวกันครั้งสุดท้ายน้องเราติวเลยมาชม.นึงค่ะ เราเลยจ่ายเพิ่มไป 200 (ครูคิดชม.ละ 200 น้องเราเรียนคนเดียว) ครูไม่เอา บอกว่า ถ้าให้ไม่ต้องมาพูดกันเลย เอามาแค่ 2 ชม.พอ (400) แล้วน้องเราก็สอบผ่านมาแบบหน้าบานเลยค่ะ ตอนนี้รอลุ้นเกรดอยู่ แต่คิดว่าเลขคงได้เกรดสี่แหละ

      ที่พูดมานี้ไม่ได้จะว่าพี่คนแรกนะคะ เพราะลูกศิษย์เค้าดีๆก็มีเยอะ แต่เราไม่ถูกจริตกับเค้าจริงๆ ส่วนคนที่สอง ถูกจริตอยู่แล้วล่ะ ครูเรานี่นา 555
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      สุดา
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ทำไมต้องติว? ถ้าตั้งใจเรียน?
      คนเดี๋ยวนี้หาเงินกันง่ายดี ครูก็หิวเงิน
      เพราะหนี้สินบานเบอะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      เปิ้ล
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      คห.3 ครูที่จิตใจดีๆก็มี บางคนก็ไม่ได้หวังเงินอย่างเดียวหรอกนะ ถามว่าทำไมต้องติว ? ลองไปดูที่โรงเรียนดิ อาจารย์สอนบ้างไม่สอนบ้างเข้ามาส่วนใหญ่ก็บ่น บางวิชาก็สอนไม่ทันนักเรียนต้องอ่านเอง แล้วอีกอย่างการมีติวเตอร์ทำให้เราเข้าใจบทเรียนมากขึ้นแน่นยิ่งขึ้นต่างหาก *เด็กบางคนต้องการคะแนนที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่พอผ่านแต่คะแนนห่วยหรอกนะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      คห. 3 ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ คนบางคนเค้าก็ต้องการที่จะเก่งขึ้นค่ะ บางคนเค้าสอบไม่ผ่าน เราต้องชื่อชมเค้าที่เค้าอุตสาห์พยายามจะหาทางให้ตัวเองสอบผ่าน ให้ตัวเองได้คะแนนดีๆ ดีกว่าบางคนพอตกแล้วก็ซ่อมไม่ทำอะไรเลย
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Columnist IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ขอบคุณน้อง คห. 2 มากเลยค่ะที่มาแชร์ประสบการณ์กัน เพื่อนๆ น้องๆ ที่มาอ่าน ก็จะได้รู้มีข้อมูลเยอะๆ มาประกอบการตัดสินใจหล่ะ อิอิ

      แต่ก็อย่างที่น้องบอกมาค่ะว่า ยังไงแล้วท้ายสุด ก็อยู่ที่ตัวของเราเองอยู่ดี ให้ติวดีแค่ไหน คนติวให้เก่งแค่ไหน ถ้าเราไม่ตั้งใจ หรือพยายาม ก็เสียเงินฟรีนะคะ ^_^
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #7
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ขอแชร์ประสบการณ์บ้างนะคะ อาจจะยาวหน่อยนะคะ แต่เจอแบบนี้ถึงกับเซ็ง = ="
      ไปเจอสถาบันสอนพิเศษสอนแบบกลุ่มเล็กๆที่หนึ่ง แถวถนนสายไหม
      เราก็ไปสมัครเรียนเลข แล้วก็ตกลงกับทางสถาบันแล้วว่าเรียนกันแค่ 3 คนนะ (ชม.ประมาณ 175 บาท)
      เราก็จ่ายเงินไป พอถึงเวลาเราก็มาเรียนตามปกติ 
      ปรากฏว่าวันแรกที่ไปเรียน ไม่ได้มีแค่3คน แต่กลับมีสี่คน 
      เราก็เลยคิดว่าทำไมไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน มาวันแรกเจอแบบนี้ถึงกับเซ็ง
      แต่เห็นว่าเกินมาแค่คนเดียว เราก็เลยปล่อยไปไม่อยากไปโวยวาย
      พออีกอาทิตย์นึง โผล่มาอีกหนึ่งคน เราก็เริ่มโมโหละ 
      ก็เลยปรึกษากับเพื่อนที่มาเรียนด้วยกันว่าจะเอายังไง แต่เพื่อนบอกไม่เป็นไรหรอก 
      เราก็เลยปล่อยเลยตามเลยอีกรอบ หลังจากนั้นก็เรียนกันมาปกติ
      พอผ่านไปสัก 2-3 อาทิตย์ ปรากฏว่าในกลุ่มที่เราเรียนนั้น มีถึง10คน!
      เราก็เดินเข้าห้องไปด้วยอาการงงๆ แล้วเราก็ถามพวกที่มา(เกิน)ว่า จะเรียนตลอดเลยหรอ
      ระหว่างถาม ในใจเราก็เดือดปุๆ ตอนนั้นโมโหมาก ตอนนั้นไม่มีสมาธิที่จะเรียนเลย
      พอเรียนเสร็จเรารีบวิ่งลงไปแล้วไปถามคนที่สมัครเรียนด้วยว่า
      "ทำไมถึงมีคนเรียนเกินมาตั้งเยอะ ตกลงกันไว้ว่าเรียนกันแค่สามคนไม่ใช่หรอ 
      แล้วเงินที่จ่ายไปแบบนี้มันก็เกินนะสิ ทำไมไม่คืนเงิน นี่มันเกินมาเป็นพันแล้วนะ"
      แต่คุณคนนั้นตอบกลับมาว่า
      "อ๋อ เค้าแค่มาทดลองเรียนกัน" 
      แล้วเราก็ถามต่อว่า"แต่นี่มันเกินมา2อาทิตย์แล้วนะคะ"
      แล้วพนักงานคนนั้นตอบกลับมาว่า"งั้นเดี๋ยวจะชดเชยให้เรียนฟรีอีก6ครั้ง"
      เราก็เลยตกลง แล้วก็ถามว่าแล้วจะได้เรียนฟรี6ครั้งเมื่อไหร่
      พนักงานคนนั้นบอกว่า เดี๋ยวจะบอกเอง

      พอเราเรียนจบคอรส์นั้นเราก็ไปเรียนที่นั่นอีกเลยทั้งๆคนสอนสอนดีมากกกกกกกกกก
      จนบัดนี้1ปีผ่านไปยังไม่มีวี่แววว่า จะโทรมาตามให้ไปเรียนชดเชย

      จริงๆแล้วไม่ได้โมโหเรื่องคนที่ไปเรียนเกินหรอก แต่โมโหตรงที่ทำไมเงินที่จ่ายเกินไปไม่คืน
      เพราะมันเกินไปเป็นพัน ขนาดเราไปโวยวายไปทวง ก็ยังไม่ได้คืน เซ็งมาก

      การสอนตัวต่อตัวไม่ได้เป็นแบบนี้ไปซะทุกที่ที่เห็นแก่เงิน คนที่ดีสถาบันที่ดีๆยังมีอีกเยอะ
      เพราะฉะนั้นเวลาจะหาติวเตอร์ควรตัดสินใจ และเลือกแล้วเลือกอีก
      เลือกไปเถอะคะใครจะหาว่าเรื่องมากก็ช่างเค้า เพราะอนาคตเรา 

      ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ โล่งละคะ ได้ระบาย =________________=

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #8
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เราเคยติวกับนักศึกษามหาลัย พี่เขาก็คิดไม่แพง เป็นคอร์ส เป็นชั่วโมง ถ้าชั่วโมงก็ประมาณ80บาท ติวอยู่มหาลัย เราว่าเรียนแบบนี้ก็ดีนะ ไม่ต้องไปกดดันกับใครว่าเราเรียนไม่เก่ง เราเรียนช้าได้ และเวลาค่อนข้างยืดหยุ่น พี่นักศึกษาที่สอนเราก็ยังติดต่อกันดี ถามข่าวคราวถึงเราจะไม่ได้เรียนแล้ว เราเรียนพิเศษ เราก็จะเลือกเรียนกับนักศึกษาอย่างเดียวเลย สบายใจ และได้ความรู้ ที่สำคัญไม่แพง ถ้าเทียบกับกวดวิชาอื่นๆ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      ISNoon
      Guest IP
      #9
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ขอแชร์ประสบการณ์บ้างคะ
      ตอนป.6
      เราเคยเรียนโรงเรียนสอนพิเศษแบบกลุ่มใหญ่ๆห้องนึงก็มีเด็กประมาณ10กว่าคนได้อาจเกือบ20ด้วยซ้ำ
      แล้วมันเป็นคอรส์เรียนหลายวิชาวิชานึงก็เรียน1ชั่วโมง เรียนได้แค่2ครั้งเราไม่เรียนต่อเลย เพราะเรียนไม่รู้เรื่อง คุยกันเสียงดัง เพราะบางคนมากับเพื่อน2-3คนก็คุยกัน หลังจากเหตุการณ์นี้ก็ไม่คิดอยากจะเรียนพิเศษเลย

      พอม.2
      วิชาอังกฤษตั้งแต่เรียนมาก็ตกตลอด พ่อเลยให้ไปถามครูที่สอนภาษาอังกฤษเราว่ารับสอนพิเศษหรือเปล่า ตอนแรกครูก็จะปฎิเสธนะ แต่เราครูที่สอนเป็นครูประจำชั้นเราพอดีเลยรับเราสอน เรียนตัวต่อตัว คิดชั่วโมงละร้อย เวลาจะมีสอบครูก็จะบอกนัดวันเวลาติวให้เราฟรีๆเลย เรามาเรียนกับครูตัวต่อตัวเราเรียนดีขึ้นสอบอังกฤษไม่ตกเลยได้เกรดดีขึ้นในวิชาอังกฤษ ตอนนั้นดีใจมากๆจนปัจจุบันเราก็ยังเรียนพิเศษภาษาอังกฤษกับครูมาตลอด

      ส่วนตัวคิดว่าการเีรียนพิเศษกับตัวต่อตัวค่อนข้างดีกว่าเพราะมันทำให้เราเข้่าใจ ไม่มีใครรบกวน และครูผู้สอนก็ดูแลเราอย่างดีด้วยเพราะครูก็จะรู้เลยว่าเราเรียนตรงไหนไม่ได้ครูก็จะแก้สอนให้เราทันทีทำให้เข้าใจง่าย แต่ข้อเสียอาจก็คือเรื่องเงิน อาจจะแพงไปบ้าง แต่ก็คุ้มนะกับสิ่งที่ได้มาคะ ^^
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      nana
      Guest IP
      #12
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      ของเรา เรียน ติวแบบนี้ว่าอย่าเรียนเลย เราเคยเจอมาแล้ว เป็นนักศึกษาจากลาดกระบัง วิทย์เคมี ให้พี่เค้ามาติวเคมีให้ เอ่่อ เจอแบบนี้เลิกเลย คือแบบว่า เสียดายเงิน เสียดายเวลา เรียนสองชั่วโมง 500 ไม่ได้อะไรเลย สอนก็สอนลวกๆ เอาเนื้อหาของที่อื่นมาสอน ไม่เข้าใจ ไม่มีคุณภาพ เราเจอแบบนี้นะเลิกเลย ไม่เอาแล้ว ไม่เรียนแล้ว เราว่าเรียนแบบตัวๆนี้ไม่ควรเรียนนะ มันจะเสียเงินฟรีอ่ะ เรียนแบบเป็นคอร์สชัวร์กว่าอ่ะ ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือนเสียเงินฟรีๆ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      nana
      Guest IP
      #13
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      เค้าสอนแบบไม่มีแพลน ไม่วางแผนการสอน จับหลักไม่ถูก แหมแล้วพอได้เงินไปนะ ห้าร้อย รีบบอกเลยนะว่า ไปกินไรดีแถวนี้มีไรขายบ้างน่ากิน หืมมมม หมั่นไส้ว่ะ เจอแบบนี้เลิกเรียน เข็ดเลย ตอนสอนชอบโม้มาก วกไปวนมา ไม่ตรงตามเนื้อหาที่สอน แล้วก็กินเวลาไป เสียดายเวลาฟรี พอหมดเวลาล่ะรีบบอกเลยนะว่าหมดแล้ว แหม จะรีบกลับอ่ะดิ รีบสอนรีบไปจริงๆนะ
      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #19
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
      แชร์ประสบการณ์เป็นพี่ติวเตอร์

      เริ่มสอนครั้งแรกตอนอยู่ ม.6  สอนติวชีวะให้น้อง ม.4 ไปสอบโอลิมปิก
      เพราะตัวเองสอบติดทั้ง สอวน สสวท  แล้วอยากหาทายาท
      (โรงเรียนเราอยู่ต่างจังหวัด ห่างไกลที่เรียนพิเศษ ไม่ค่อยมีใครได้เรียนกัน)

      แต่สอนฟรีนะ  สอนตอนเย็นทุกวันจนรู้สึกว่าชอบการสอนมาก
      พอเข้ามหาลัยมีคนชวนมาสอนติวเตอร์ต่อเลยมาสอนด้วย

      ช่วงแรกๆ เกร็งๆ สอนไม่ค่อยเป็น  พูดตะกุกตะกัก
      พอน้องไม่เข้าใจก็เครียด  สุดท้ายรู้สึกว่าน้องไม่รู้เรื่องเลยไม่กล้าเก็บค่าสอน
      แล้วก็เฟล หยุดสอนไปพักนึงเลย  เปลี่ยนไปทุ่มเททำกิจกรรมคณะแทน

      จนพอช่วงน้ำท่วม มหาลัยปิดยาว มันว่างมาก  เลยลองหางานพิเศษทำ
      ลองสมัครเป็นติวเตอร์ดู   เคสแรกถูกส่งมาสอนน้องเรียนนานาชาติที่ภาษาไทยไม่ได้เลย  ต้องทำการบ้านหนักมากที่จะสอนทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ
      คราวนี้พยายามฝึกพูด ทำสไลด์ ทำทุกอย่างให้น้องเข้าใจให้ได้
      จนสุดท้ายก็ผ่านไปได้  ติวจนน้องกลายเป็นท็อปชีวะของห้อง และได้ A+ 

      พอเริ่มสอนเข้าใจได้ก็รับงานต่ออีกเยอะแยะ  เราไม่เน้นเงิน เน้นสอนให้เข้าใจ
      สอนเกินไปเป็นชั่วโมงก็ไม่คิดตัง และทุกครั้งสอนเสร็จจะฝากข้อสอบให้กลับไปทำตลอด       สิ่งที่รู้สึกภูมิใจมากที่สุดและไม่รู้สึกเหนื่อยกับการสอนเลยก็คือการติวจนน้องได้ท็อปกันเยอะมาก  ไม่คิดว่าจะสามารถสอนจนน้องๆเก่งกันได้ขนาดนั้น
      เราว่าความจริงชีวะไม่ยากเลย แค่ต้องการความเข้าใจเท่านั้น
      การจำถึงแม้จะเยอะ  แต่ถ้าจำด้วยความเข้าใจและรู้ที่มาที่ไปก็ไม่ยากเลย

      พอทำจนได้ credit ของตัวเอง  ตอนนี้ก็ไม่ต้องออกไปหางานเองแล้ว
      เพราะมีแต่คนติดต่อเข้ามาขอให้ไปสอนแทน  เพราะรู้จักมาแบบบอกต่อ
      ทั้งเด็กไทย เด็กนานาชาติ หรือแม้แต่เด็กที่เรียนอยู่ต่างประเทศ
      จากตอนแรกที่เคยกลัวการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ตอนนี้กลับชอบมากแทน เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้ภาษาไปในตัว  รู้สึกskillในการฟังการพูดอังกฤษดีขึ้นมาก  แล้วอีกอย่างการสอนทำให้เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับน้องหลายๆคน  ทำให้โลกกว้างขึ้นเยอะเลย


      การออกมาทำงานอย่างนี้ทำให้เรารู้สึกดีมากๆและได้ข้อคิดว่า
      เวลาทำอะไร ขอให้ทำเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัด ผลลัพธ์จะออกมาดีเอง  ^^
      ตอบกลับ
  • ความคิดเห็นที่ 21 - 40
  • ความคิดเห็นที่ 41 - 54

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?