/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

"ความรัก" เกิดขึ้นได้ยังไง (อธิบายแบบวิทยาศาสตร์) []

วิว
            อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์มีหลากหลาย... ชอบ ไม่ชอบ อารมณ์ดี เกลียด โมโห ไม่พอใจ และอีกมากมายสารพัด เชื่อว่าน้องๆ ผ่านความรู้สึกเหล่านี้มาแล้วทั้งนั้น แต่อีกหนึ่งความรู้สึกที่ขาดไม่ได้และไม่มีใครอยากขาดด้วยนั่นก็คือ ความรักหรือความรู้สึกรักนั่นเอง...

             "ความรัก" นี้แปลกนะคะ มันสามารถทำให้เรามีทั้งความสุขและความทุกข์ได้ ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องเดียวกัน แหม่... พี่มิ้นท์ก็อรัมภบทไปไกล ก็แค่อยากเขียนบทความเกี่ยวกับความรัก(แบบวิทย์ๆ) เพื่อต้อนรับวันวาเลนไทน์เท่านั้นเอง อิอิ
 

            น้องๆ เคยสงสัยกันบ้างมั้ยว่า ความรักมันเกิดขึ้นได้ยังไง? บางคนบอกว่าเพราะความใกล้ชิด บางคนบอกเพราะคุยกันถูกคอ (พูดไปแล้วก็อมยิ้มไปเป็นแถบๆ) ที่พูดมานี้ก็มีเหตุผลค่ะ แต่เป็นแค่การบอกเหตุผลที่ทำให้ความรักเกิดขึ้นมากกว่า ไม่ใช่การอธิบายว่าความรู้สึกรักเกิดขึ้นได้ยังไง เอาล่ะ! เกริ่นกันมาขนาดนี้แล้ว พี่มิ้นท์ก็จะมาเล่าให้น้องๆ ฟังว่า ความรักเกิดขึ้นได้ยังไงแล้วในร่างกายเกิดอะไรขึ้นบ้าง

           นักวิทยาศาสตร์หลายคนพยายามค้นหาคำอธิบายเกี่ยวกับความรัก แต่ผลงานการคิดค้นที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดก็คือ ของศาสตราจารย์เฮเลน ฟิชเชอร์ เขาได้แบ่งความรักออกเป็น 3 ระดับ คือ หลง รัก และผูกพัน โดยก่อนที่จะเริ่มเกิดความรู้สึกรัก จะมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ฟีโรโมน (Pheromones) เป็นตัวนำพาให้เราเกิดความรักค่ะ

           หากน้องๆ รู้จักสารชนิดนี้ก็จะรู้ว่าเป็นสารเคมีที่สัตว์หลายชนิดสร้างขึ้นมาเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม ในมนุษย์ก็มีเช่นเดียวกัน ร่างกายมนุษย์จะผลิตขึ้นมาเองตามธรรมชาติ แม้เราจะเรียกฟีโรโมนกันว่าเป็นกลิ่นเรียกรัก แต่ความเป็นจริงแล้วฟีโรโมนไม่มีกลิ่น จะไปหาดมที่ไหนก็ไม่ได้ด้วยค่ะ ฟีโรโมนไม่สามารถสัมผัสได้จากการสูดดมทางจมูก แต่จะรับรู้ได้จากสมอง ซึ่งคนที่จะได้รับกลิ่นนี้ได้ก็ต้องมีฟีโรโมนตรงกับเราเท่านั้นด้วย ดังนั้นนี่เป็นคำอธิบายขั้นแรกว่าทำไมความรักถึงเกิดขึ้นได้กับแค่คนบางคน เจอกันครั้งแรกก็เกิดรักแรกพบขึ้นได้ ในขณะที่บางคนทำดีกับเรามากแค่ไหน ถ้าเคมีไม่ตรงกัน ความรักก็เกิดขึ้นไม่ได้ค่ะ

 

            หลังจากผ่านช่วงที่สารเคมีทำงานดึงดูดให้คนสองคนเกิดความรักกันแล้ว ก็เข้าสู่ช่วง "หลง" มั่นใจว่าเป็นช่วงที่มีความสุขสุดๆ ความรู้สึกของคนสองคนในช่วงนี้ร่างกายจะถูกขับเคลื่อนด้วยเคมี ทำให้รู้สึกเขินเวลามองตากัน หรือได้เจอกันแล้วตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาเต้นข้างนอก เรียกว่าทุกอย่างที่เกิดในช่วงนี้อะไรก็ดูสีชมพูไปหมด ถึงขั้นเก็บไปนอนฝันกันเลยทีเดียว สำหรับช่วงหลงนี้จะมีฮอร์โมนที่สำคัญอยู่ 2 ชนิดคือ เอสโตรเจน (Estrogen) ฮอร์โมนเด่นในเพศหญิง และเทสโทสเตอโรน (testosterone) ฮอร์โมนเด่นในเพศชาย

           ต่อมาเป็นช่วงรัก ช่วงรักเป็นอีกช่วงที่ชีวิตเราจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ระบบในร่างกายเปลี่ยนไปนะคะ แต่หมายถึงการใช้ชีวิต เพราะความรักที่เข้าสู่ช่วงนี้แล้วทำให้หลายคนเริ่มมีอาการเพ้อ วันๆ เอาแต่คิดถึงตามประสาคนมีความรัก อาการที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ถูกควบคุมจากกลุ่มสารสื่อประสาที่เรียกว่า โมโนอะมิเนส (Monoamines) ซึ่งจะประกอบไปด้วยฮอร์โมน 3 ชนิด คือ ฮอร์โมนโดพามีน (Dopamine) ทำให้สมองตื่นตัว, ฮอร์โมนเอพิเนฟรีน (Norepinephrine) หรือ อะดรีนาลิน (Adrenalin) ฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายตื่นตัว หัวใจเต้นแรง และสุดท้าย ฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) เป็นสารที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก มีความสำคัญมากๆ เพราะควบคุมทั้งร่างกายและจิตใจของเรา ดังนั้นความรักที่มีทั้งรัก ทั้งซึ้ง ทั้งเหงารวมอยู่ด้วยกันก็เกิดจากสารเซโรโทนินนี่แหละจ้า

           สุดท้ายคือช่วงผูกพัน คนสองคนต้องข้ามผ่านทั้งความรักและความหลงมาแล้ว หากคู่ไหนยังรักกันดีไม่พ่ายแพ้ให้กับช่วงโปรโมชั่นไปเสียก่อน ก็อาจเรียกได้ว่ามีความรักให้กันจริงๆ จนถึงขั้นพร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่ค่ะ ในช่วงนี้จะมีฮอร์โมนสำคัญ คือ
ออกซีโทซิน (Oxytocin) เป็นฮอร์โมนที่หลั่งมาจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก-ความเชื่อใจ และยังมีประโยชน์ในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารกอีกด้วย เพราะสารนี้จะหลั่งออกมากระตุ้นให้มดลูกบีบตัวเพื่อให้แม่มีแรงเบ่งคลอด และกระตุ้นให้แม่สร้างน้ำนมให้เพียงพอต่อการให้นมลูกหลังคลอดด้วยนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีฮอร์โมนวาโซเพรนซิน (Vasopression) ที่จะช่วยย้ำในเรื่องของการรักเดียวใจเดียวค่ะ
    

         เป็นยังไงกันบ้างคะน้องๆ ร่างกายของเรามีกลไกขับเคลื่อนความรู้สึกที่มหัศจรรย์มากเลยนะคะ โดยเฉพาะแค่สิ่งที่เรียกว่ารัก มันซับซ้อนวุ่นวายและลึกซึ้งกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลย ดังนั้นเมื่อความรักเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน จะเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก ก็ดูแลความรักนั้นให้ดีๆ และอย่าลืม "รักใครส่งบทความนี้ให้คนนั้นอ่าน" ด้วยนะคะ :D
  ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก
www.novabizz.com/NovaAce/Physical/Science-of-Love.htm
www.healthandlifestyle.ca/health/supplements/boost-your-feel-good-hormones/

   
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#วิทยาศาสตร์ #วิทยาศาสตร์กับความรัก #ฮอร์โมน #ความรัก #ฮอร์โมนเกี่ยวกับความรัก #ความรักเกิดขึ้นได้ยังไง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป