/>
ซ่อน
แสดง

เลิกเถอะ! 6 ความเข้าใจ "ผิด" เกี่ยวกับการเรียนที่คิดว่าทำแล้วดี []

วิว

          สวัสดีค่ะ ช่วงเวลาปิดเทอมนี้ หลายคนคงกำลังรอลุ้นเกรดของตัวเองแบบตื่นเต้นอยู่แน่เลย สำหรับคนที่ตั้งใจเรียนแล้วได้คะแนนดีมาตลอด อาจจะไม่หวั่นใจเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนค่ะที่ตั้งใจมาตลอดเลย แต่ทำยังไงๆ คะแนนก็ไม่ดีขึ้นสักที
 
เลิกเถอะ! 6 ความเข้าใจ "ผิด" เกี่ยวกับการเรียนที่คิดว่าทำแล้วดี

          งั้นเรามาลองใช้ช่วงเวลาปิดเทอมนี้ สำรวจตัวเองกันค่ะ ว่าทำไมเราพยายามขนาดนี้ แต่คะแนนก็ยังไม่ดี หรืออะไรที่เราคิดว่าทำแล้วจะเรียนดีขึ้น แต่จริงๆ มันกลับส่งผลเสียต่อเรา วันนี้พี่อีฟเลยขอรวม 6 เรื่องราวที่เป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเรียนที่จริงๆ แล้วมันทำให้แย่ลงมากกว่าดีขึ้นอีกนะ รีบตามพี่อีฟไปเช็กตัวเองเลยดีกว่าค่ะ ว่าเรามีข้อไหนบ้าง

          1. อ่านหนังสือดึกทุกวัน (จนไม่มีเวลาพักผ่อน)
          ปฏิเสธไม่ได้ว่าสำหรับน้องๆ บางคน ยิ่งใกล้สอบแค่ไหน พลังฮึดในการอ่านก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น บางคนอ่านหนังสือดึกทุกวัน บางคนอ่านข้ามวันข้ามคืน ไม่ได้นอนกี่วันก็ได้ ขอแค่อ่านจบ บอกเลยนะคะว่าเป็นวิธีที่ผิดมากค่ะ เพราะจริงๆ แล้ว สมองของเราจะทำงานได้ดีและทำงานได้เต็มที่ ก็ต่อเมื่อร่างกายเรามีความพร้อม รวมไปถึงมีการพักผ่อนที่เพียงพอค่ะ ใครอ่านหนังสือจบ แต่ง่วงนอนทั้งวัน แบบนั้นคงไม่ดีแน่นอน !

 
เลิกเถอะ! 6 ความเข้าใจ "ผิด" เกี่ยวกับการเรียนที่คิดว่าทำแล้วดี

          มีประสบการณ์จากรุ่นพี่หลายคนที่เคยยอมอดนอนเพื่ออ่านให้จบ และไปพบกับความจริงในห้องสอบว่า จำความรู้อะไรไม่ได้เลย คำนวณอะไรก็คิดไม่ออก จนหลังสอบเสร็จ ต้องรีบเปลี่ยนตารางและวิธีการอ่านกันใหม่เลยทีเดียว อย่าลืมนะคะว่าอ่านหนังสือทุกวันเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ถ้าอ่านจนไม่มีเวลาพักผ่อน แบบนี้ไม่ดีแน่นอน

          2. เข้าเรียนทุกคาบ (แต่ไม่เคยตั้งใจฟังครูสอน)
          ใครที่คิดว่าเราเข้าเรียนทุกครั้ง คะแนนต้องดีแน่นอน ก็เลยขอเอาหน้ามาให้ครูเห็นหน่อย แล้วที่เหลือคือเล่นล้วนๆ บอกเลยว่าคุณครูหลายท่านคงไม่ชอบใจกับวิธีการคิดแบบนี้แน่ค่ะ การเข้าเรียนทุกคาบเป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่เข้ามาเรียนแล้ว ก็อย่าลืมว่าจะต้องตั้งใจเรียนด้วยค่ะ เก็บเกี่ยวสิ่งที่ครูต้องการจะถ่ายทอด กลับไปให้ได้มากที่สุด ตัวเองที่ไม่ยอมตั้งใจฟังครูสอนว่าแย่แล้ว แต่ใครที่ไม่ตั้งใจฟังแล้วยังไปชวนเพื่อนที่เขาตั้งใจพูดคุย รบกวนเวลาเรียนของเพื่อนๆ แบบนี้ยิ่งแย่กว่าเลย
 
เลิกเถอะ! 6 ความเข้าใจ "ผิด" เกี่ยวกับการเรียนที่คิดว่าทำแล้วดี

          มีรุ่นพี่หลายคนที่กำลังนึกเสียดายเวลาสมัยมัธยมว่าถ้ากลับไปตั้งใจเรียนกว่านี้ เกรดคงจะดี และมีโอกาสในการสมัครสอบรับตรงมากขึ้น หรือคิดว่าถ้าตั้งใจเรียนในห้องตั้งแต่แรก คงไม่ต้องอ่านหนังสือช่วงใกล้สอบหนักมากขนาดนี้ ดังนั้น ถ้าเราเลือกที่จะเข้าเรียนแล้ว ก็เลือกที่จะตั้งใจเรียนดีกว่าค่ะ

          3. ตะลุยโจทย์เต็มที่ (แต่ไม่มีพื้นฐานที่ดี)
          ถ้าน้องๆ สังเกตให้ดี ในตารางการอ่านหนังสือของรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ จะพบว่าขั้นตอนการตะลุยโจทย์เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังการอ่านหนังสือ เพราะการตะลุยโจทย์เหมือนเป็นการตรวจสอบความเข้าใจของเราที่มีต่อเนื้อหา เราไม่สามารถทำโจทย์ได้ถูกต้องแน่นอน ถ้าเราไม่ได้มีความรู้ในเรื่องนั้นๆ หรือมีความเข้าใจในเรื่องนั้นดี ใครที่ตั้งใจตะลุยโจทย์เต็มที่ แต่ความรู้เป็นศูนย์ บอกเลยว่าไม่ใช่วิธีที่ดีค่ะ !
 
เลิกเถอะ! 6 ความเข้าใจ "ผิด" เกี่ยวกับการเรียนที่คิดว่าทำแล้วดี

          ยิ่งถ้าเป็นโจทย์ซับซ้อนหรือโจทย์ที่ต้องวิเคราะห์ ถ้าหากเราไม่เข้าใจพื้นฐาน ไม่มีทางทำได้แน่นอน ดังนั้นน้องๆ คนไหนที่คิดว่า อ่านหนังสือไม่ทันแล้ว ขอตะลุยโจทย์เลยดีกว่า พี่อีฟขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายดีกว่านะคะ ถ้ายังมีเวลาอ่าน ก็อ่านทบทวนให้เข้าใจดีกว่า เพราะทุกครั้งที่เราทำโจทย์ เราจะได้ทำอย่างเข้าใจ และสามารถนำไปประยุกต์กับโจทย์ที่ต้องเจอในอนาคตได้

          4. เรียนพิเศษอัดแน่น (แต่ไม่มีเวลาทบทวน)
          การเรียนพิเศษของน้องๆ สมัยนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว เราจึงเห็นน้องๆ หลายคน มีทั้งตำราเรียนในโรงเรียนและตำราจากโรงเรียนกวดวิชาสลับกันมากมาย บางคนมักคิดว่ายิ่งเรียนพิเศษมากแค่ไหน ก็ยิ่งมีความรู้เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จึงเห็นน้องๆ หลายคนลงคอร์สเรียนพิเศษแบบอัดแน่นทุกวิชา บางคนเรียนตั้งแต่ 08.00-22.00 น. จนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน ตารางเวลาที่ควรจะอ่านหนังสือ ถูกทุ่มเทไปให้กับการเรียนพิเศษจนหมด ใครเป็นแบบนี้บ้าง รีบเปลี่ยนตารางด่วนเลย !
 
เลิกเถอะ! 6 ความเข้าใจ "ผิด" เกี่ยวกับการเรียนที่คิดว่าทำแล้วดี

          เพราะรุ่นพี่หลายคนยืนยันมาว่า การเรียนพิเศษอัดแน่นจะไม่มีความหมายเลย ถ้าน้องๆ ไม่ได้กลับมาทบทวนให้เข้าใจ หรือกลับมาอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนในแต่ละวัน หรือถ้าใครคิดว่าทำโจทย์เวลาเรียนแล้ว กลับมาบ้านก็ไม่ได้ฝึกต่อ อาจจะทำให้เราพลาด อ่านไม่ทันตามแผนที่วางไว้ได้ ดังนั้น ถ้าใครเลือกที่จะเรียนพิเศษ ก็อย่าลืมเลือกเรียนเท่าที่จำเป็น และกลับบ้านมาทบทวนเสมอค่ะ 

          5. พักผ่อนให้เพียงพอ (จนลืมว่าต้องอ่านหนังสือ)
          ใครที่เห็นว่าพี่อีฟแนะนำให้พักผ่อนในข้อแรก ก็เลยเลือกที่จะพักผ่อนกันเต็มที่ เผลอดูซีรี่ส์ยาวจนไม่ได้นอน หรือ เล่นเกมส์เพลินจนแม่ต้องตามมาเรียกกินข้าว จนลืมความจริงที่ว่า เวลานี้เป็นเวลาที่เราต้องอ่านหนังสือ ตารางการอ่านที่เราตั้งใจไว้ ก็ถูกทำลายด้วยการพักผ่อนที่มากเกินไป ใครกำลังมีนิสัยแบบนี้ แก้ด่วนเลยค่ะ !
 
เลิกเถอะ! 6 ความเข้าใจ "ผิด" เกี่ยวกับการเรียนที่คิดว่าทำแล้วดี

          อย่างแรกที่ควรทำก็คือ น้องๆ ต้องมีจุดมุ่งหมายหรือมีเป้าหมายที่หนักแน่นค่ะ เพราะถ้าเรามีเป้าหมายที่จะต้องทำให้สำเร็จ เช่น ต้องสอบให้ติด ต้องอ่านหนังสือให้จบ ฯลฯ เราจะเริ่มสร้างความอดทนขึ้นมา หลังจากนั้นอาจจะเสริมสร้างบรรยากาศการอ่านของเราให้ห่างไกลจากสิ่งที่รบกวนการอ่าน เช่น เปลี่ยนสถานที่อ่านหนังสือ, ให้ที่บ้านช่วยเก็บนิยาย สมาร์ทโฟน รวมถึงคอมพิวเตอร์ ให้ห่างเรา เป็นต้นค่ะ แค่เพียงเท่านี้ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้น้องๆ เปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

          6. ช่วยกันทำงาน (แต่ลอกกันมาส่ง)
          เวลาที่คุณครูมอบหมายงานให้นักเรียนทำกันเป็นกลุ่ม เพราะเล็งเห็นว่างานชิ้นนั้นสามารถทำเป็นกลุ่มได้ เพื่อช่วยกันแสดงความคิดเห็น หรือ ปรึกษากันได้ หลายคนเลยแอบคิดไปเองว่า การช่วยกันทำงาน เป็นโอกาสดีที่เราจะตอบเหมือนเพื่อนได้ และลอกเพื่อนไปส่งเลย คิดว่าสามารถลอกกันมาส่งได้โดยไม่ผิด แต่พี่อีฟบอกเลยว่าผิดค่ะ !
 
เลิกเถอะ! 6 ความเข้าใจ "ผิด" เกี่ยวกับการเรียนที่คิดว่าทำแล้วดี

          ลองสังเกตดูดีๆ นะคะ ว่าระหว่างคนที่ทำการบ้านหรือทำงานเอง กับคนที่ลอกคนอื่น ใครเข้าใจในบทเรียนมากกว่ากัน การลอกไม่ได้ช่วยให้เราเกิดประโยชน์อะไรเลยค่ะ เพราะไม่ได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้หรือการค้นคว้าหาความรู้จากคำถามเลย ลองเปลี่ยนมาเสนอความคิดเห็นช่วยเพื่อนในงานกลุ่ม หรือเปลี่ยนมาทำงานและการบ้านด้วยตัวเอง แค่นี้ก็อาจจะทำให้ผลการเรียนเราดีขึ้นแบบไม่รู้ตัวเลยนะคะ


          เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 6 ข้อนี้ เช็กแล้วตรงกับนิสัยใครบ้างรึเปล่า พี่อีฟเชื่อว่าเป็น 6 ข้อที่น้องๆ เจอบ่อยๆ แต่ก็อาจจะเผลอทำมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์ดีเท่าที่เราเคยคิด เราอาจจะต้องลองปรับนิด ลองเปลี่ยนหน่อย หรือลองทำทุกอย่างให้พอดี เปิดเทอมครั้งนี้ผลการเรียนเราจะได้ดีขึ้นแบบทันตาเห็นค่ะ :D
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=eve

พี่อีฟ - ผู้เขียน

Columnist

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ฟิตเกรด #เรียนพิเศษ #พักผ่อน #เคล็ดลับการเรียน #ทำงานกลุ่ม #ตะลุยโจทย์ #อ่านหนังสือ #เข้าเรียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้
    อันนี้จริงเลยค่ะ เพื่อนเราคนหนึ่งเรียนพิเศษเยอะมาก เค้าเคยเราถามว่า "เรียนพิเศษที่ไหนหรอ ทำไมเก่งจัง" เรานี่เหวอเลย เลยตอบกลับไปว่า "เราไม่ได้เรียนพิเศษที่ไหนเลย" เพื่อนเราอีกคนนึงพ่อแม่ให้อ่านหนังสือก่อนนอนทุกคืน แต่สุดท้ายมันทำข้อสอบไม่ได้ เราเลยต้องติวก่อนสอบให้แทน วิธีที่เราใช้คือตั้งใจเรียนในห้อง ถ้าครูสอนนอกหลักสูตรรีบจดเลย เราไม่ใช้วิธีท่องจำ แต่ใช้วิธี 'ทำความเข้าใจ' ก่อนสอบเราจะสรุปเนื้อหาย่อๆ แล้วเราได้ติวให้เพื่อนด้วย เลยเหมือนทบทวนไปในตัว ใครอยากเก่งลองเอาไปใช้ได้น้า เราไม่หวง 555
    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?