/>

5 เทคนิคเสริมให้เรียนรุ่ง แบบไม่ต้องจมกับกองหนังสือตลอดเวลา []

วิว
     
     พี่แทรกเตอร์เชื่อว่าคงไม่มีน้องๆ นักเรียนคนไหนไม่อยากเรียนเก่ง...จริงมั้ยครับ เพียงแต่น้องบางคนอาจจะติดขัดที่เทคนิคหรือพฤติกรรมการเรียน เลยทำให้ผลการเรียนไม่โดดไม่เด่นอย่างที่อยากจะให้เป็น
     ไม่เป็นไร! ของแบบนี้ค่อยๆ ปรับกันได้ครับ วันนี้พี่ก็เลยมีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ มาฝากสำหรับการปรับพฤติกรรมการเรียน หรือเสริมวิธีการเรียนของเราให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นั่นแน่! อยากรู้แล้วละสิ ถ้าอยากรู้ก็มาดูกันเลยครับ

 

     1) ตั้งใจเรียน(ให้เป็น)
     "โห่! พี่ อันนี้ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วปะ จะต้องมาบอกทำไมอีกเนี่ย"
     "ตั้งใจก็ตั้งใจอยู่ทุกวันแล้วพี่ แต่ไม่เห็นจะได้อะไรเลย ตอนสอบก็ตายเหมือนเดิม"
     น้องๆ อาจจะคิดแบบนี้เมื่อได้เห็นข้อแรกของพี่ แต่เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยว…อย่าเพิ่งใจร้อน รอพี่ขยายความก่อนนิดนึงนะ มา…มาดูกัน
     คำว่า "ตั้งใจเรียน" ของพี่ไม่ใช่แค่เข้าเรียนทุกครั้ง นั่งหลังตรง ฟังครูสอน กับจด จด จด แล้วก็จดไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นหุ่นยนต์ แต่หมายถึง…

     1.1) การใส่ใจหรือสังเกตรายละเอียดของเนื้อหา
     นี้จะเป็นการจำแนกสิ่งที่ได้ยินครูพูดว่าเรารู้แล้วหรือยัง ถ้ายังไม่รู้ก็...จดเลย! ไม่ต้องรอใครตัดริบบิ้นแล้ว ถ้าเคยรู้แต่เข้าใจไม่หมดหรือรู้มาผิดก็โน้ตเป็นความเข้าใจไว้สั้นๆ อาจจะในหนังสือตรงหัวข้อนั้นหรือในชีทที่ครูแจก ถ้ารู้อยู่แล้วเข้าใจเป็นอย่างดีแล้วก็อาจจะฟังเพียงอย่างเดียวได้ แต่ก็อย่าประมาท! ใส่ใจในตัวอย่างที่ครูยกมาประกอบเนื้อหานั้นด้วย

     1.2) จดหรือมาร์คเฉพาะคีย์เวิร์ด ไม่ใช่ขีดทั้งประโยค
     น้องๆ เคยเห็นเพื่อนใช้ปากกามาร์กเกอร์ขีดประโยคสำคัญๆ ในหนังสือเรียนหรือชีทใบความรู้มั้ยครับ บางทีพี่ก็เคยสังเกตเพื่อนครับว่าเขาขีดอะไรไว้บ้าง
     พระเจ้า! ขีดแทบทุกบรรทัด
     พอถามเพื่อนว่าทำไมขีดเยอะจัง เพื่อนบอกว่าก็สำคัญหมดต้องรู้ต้องจำทั้งหมด
     เอาล่ะ พี่จะบอกว่าบางทีครูอาจจะสอนเร็วพูดเร็วเราก็เลยต้องเร็วตาม ขีดๆ ลากๆ ยาวๆ ไว้ก่อนแล้วไปสกัดไปย่อสาระสำคัญจริงๆ อีกที แต่ถ้าเราทำตามข้อ 1.1) ผลสืบเนื่องจะทำให้ไม่ต้องขีดยาวๆ แบบนั้น เพราะเราจะรู้ว่าแค่ไหนที่ควรขีดควรเน้น ขีดแต่อันที่เป็นหัวข้อหลัก เน้นแต่อันที่เรายังไม่รู้ หรือเคยเข้าใจไม่ชัดเจน เนื้อหาในหนังสือเรียนหรือเอกสารประกอบมันมีบรรทัดที่เป็นสาระสำคัญอยู่แล้ว ถ้ามองดีๆ ก็จะเจอได้ไม่ยากไม่เสียเวลาเท่าไรเลย เช่น วิชาประวัติศาสตร์ ก็ขีดแค่ชื่อเหตุการณ์สำคัญ ยุคที่เกิด กับชื่อบุคคลหลักที่เกี่ยวข้อง ประมาณนี้

     2) แต่งเรื่องฮา ๆ จากเนื้อหาท่องจำ
     เพราะการท่อง การจำเป็นเรื่องน่าเบื่อ น่าง่วง พยายามจำเท่าไรเดี๋ยวก็ลืม งั้นเอาแบบนี้ครับลองทำให้สิ่งที่เราท่องจำมันมีกิมมิคดูโดยการใส่เรื่องราวให้มันแบบฮาๆ หรือไร้สาระบ้าบอก็สุดแท้แต่ ความที่มันบันเทิงอารมณ์ก็จะช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้น เช่นน้องท่องศัพท์ภาษาอังกฤษต่อไปนี้

     Abandon = ละทิ้ง
     Break up = เลิกกัน (ความสัมพันธ์)
     Mourn = ไว้อาลัย, โศกเศร้าเสียใจ
     Rely on = ไว้วางใจ, เชื่อใจ

     "เพื่อนๆ ได้แต่ร่วม mourn (มอร์น) เพราะสมศักดิ์ (เปลี่ยนเป็นชื่อเพื่อนน้องตามใจชอบเลย) โดน abandon (อะ-แบน-ด้อน) โดยหญิงโฉดชายชั่ว สมชาย (เปลี่ยนเป็นชื่อเพื่อนน้องอีกคนละกัน) เป็นเพื่อนตัวร้ายที่สมศักดิ์อุตส่าห์ rely on (รี-ลาย-ออน) มาตลอด สุดท้ายสมศักดิ์อาภัพเพราะต้อง break up (เบรค-อัพ) เลิกกับ girlfriend เพราะนางไปเห็นสมชายหล่อกว่า"
     แบบนี้พี่เชื่อว่าน้องๆ จะจำความหมายและการใช้คำได้ดีขึ้นกว่าการนั่งท่อง " อะแบนด้อนละทิ้ง เบรคอัพเลิกกัน มอร์นไว้อาลัย รีลายออนไว้ใจ บลาๆๆๆ"

     หรืออย่างวิชาประวัติศาสตร์สมัยพี่เรียนก็จำแบบนี้
     "อีดุคโดนปรินซิฟยิงที่เมืองซาราเยโวแล้วเกิดเป็นโกโก้ครั้นช์ครั้งที่ 1"
     เป็นการจำย่อๆ จากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่อาร์ชดุ๊ก ฟรานซิส เฟอร์ดินานด์แห่งจักรวรรดิออสเตรีย–ฮังการีโดนปลงพระชนม์โดยกาฟรีโล ปรินซิฟที่เมืองซาราเยโว และกลายเป็นเหตุให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 นั่นเองครับ


     3) ตั้งแก๊งค์ ! 
    
 ปกติเวลาได้ยินคำว่า "ตั้งแก๊งค์" นึกถึงอะไรกันบ้าง ?
     นักเลง...ยกพวกตีกัน...หรืออะไร ?
     สิ่งที่พี่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้คือให้ตั้งเนตรภาคี The Eye เอ้ย! ไม่ใช่ละ ตั้งแก๊งค์ติวต่างหาก ซึ่งการติวนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ติวก่อนสอบกันอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการทำการบ้านร่วมกัน ฝึกทำโจทย์ร่วมกัน การนั่งทำการบ้านด้วยกันจะได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน (ไม่ใช่นั่งลอกกันนะ) ใครถนัดเรื่องไหนวิชาไหนก็เป็นตัวหลักของเรื่องนั้นวิชานั้นในการที่สามารถสอน บอก หรือแนะนำเพื่อนได้ และยังสามารตรวจเช็คความถูกต้องให้เพื่อนได้ด้วย แบบนี้จะช่วยให้น้องๆ ได้ตรวจสอบความเข้าใจในเนื้อหาที่ได้เรียนมาให้กันและกัน พากันเป๊ะ พากันแม่น พากันเก่งทั้งกลุ่ม ดีมั้ยล่ะ!


     4) ชีวิตเรา...ใช้ซะ (แต่ใช้ให้เป็น)
    
 เดี๋ยวนี้เรามักจะได้เห็นคำคมที่แชร์ในโลกโซเชียลบ่อยๆ ในทำนองว่า ให้ทำตามใจเรา ทำตามความฝัน ทำตามความชอบ อย่าสนใจใครที่ขวางเส้นทางของเรา บลาๆๆๆ พี่ก็เห็นด้วยนะในแง่ที่ว่าถ้าเราจะมุ่งทำตามความฝันให้เป็นจริงมันก็ดี แต่ถ้าน้องจะบอกว่า เนี่ยไลฟ์สไตล์ผม ผมอยากทำแบบนี้ ชีวิตผมผมอยากทำอย่างนี้ แล้วก็สนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ ปล่อยการเรียนให้เละเรื่อยๆ แล้วมันจะไปเหลืออะไรล่ะ...จริงมั้ย

     ชีวิตเราใช้อย่างใจเราได้ครับแต่ต้องใช้ให้เป็นด้วย ความหมายคือตอนนี้เราอยู่ในวัยเรียน สิ่งที่ควรตระหนักก็คือภาระตรงหน้าของเราได้แก่การรับผิดชอบชีวิตการเรียนของเราให้ดีพอ จัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิต ภาระงานที่ต้องสะสาง หนังสือที่ต้องอ่าน กิจกรรมที่ชอบ สิ่งที่อยากทำ หนังที่อยากดู เกมที่อยากเล่น ลองคำนวณคร่าวๆ ก่อนว่าเวลาในแต่ละวันเราต้องทำอะไรบ้าง เคลียร์การบ้านเสร็จหรือยัง ภาระงานที่ต้องส่งทำถึงไหนแล้ว งานกลุ่มส่วนของเราทำหรือยัง วิชานั้นวิชานี้ได้ฝึกทำโจทย์ให้ชำนาญบ้างหรือยัง อ่านทบทวนเพิ่มบ้างมั้ย จัดการเวลาสำหรับสิ่งเหล่านี้ก่อนแล้วค่อยดูว่าเวลาเหลือพอไปทำอย่างอื่นมั้ย

      ซึ่งถ้าน้องจัดเวลาในแต่ละวันดีๆ มันจะเหลือพอแน่นอนครับ หรือถ้ามันไม่เหลือวันนี้เพราะเราใช้เวลาทำงาน ทำการบ้าน อ่านหนังสือทบทวน ทำโจทย์แบบฝึกหัดจนหมดวันแล้ว วันถัดมาเราก็อาจจะมีเวลาไปทำสิ่งที่เราอยากทำเพื่อการผ่อนคลายได้ครับ


     5) (ถ้าจะ)ลอกการบ้าน(ต้องลอก)อย่างมีชั้นเชิง
     1 ในเทรนด์ฮอตฮิตร่วมสมัยของวัยมัธยมเห็นจะหนีไม่พ้นการลอกการบ้าน น้อยนักที่จะรักษาตัวให้สะอาดบริสุทธิ์ปราศจากการลอกการบ้านได้ตลอดจนเรียนจบ พี่แทรกเตอร์ก็เข้าใจนะครับว่าบางทีงานมันทำไม่ทัน ทำไม่เป็น หรือไม่เข้าใจ ครั้นจะทำเองก็กลัวจะผิดพลาดเละเทะเสียคะแนนเก็บเปล่าๆ แต่พี่อยากแนะนำว่าถ้าจะลอกทั้งทีต้องมีชั้นเชิงครับ

     ถ้าลอกเพราะทำไม่ทันก็ลองดูต้นฉบับด้วยครับว่าเขียนถูกมั้ย เนื้อหาสาระคำตอบของเขามันถูกต้องหรือเปล่า ลองอ่านลองคิดตามไปด้วยครับเพราะถ้าเราเจอจุดผิดเราจะได้ไม่ลอกมาผิดๆ ส่งแบบผิดๆ คะแนนจากการบ้านก็จะไม่มีจุดให้ถูกหักได้ง่ายๆ

     ถ้าลอกเพราะเราทำไม่เป็น ไม่เข้าใจ แล้วเราได้ลอกเพื่อนที่เก่งๆ มั่นใจว่าทำถูกแน่ๆ ระหว่างลอกก็ลองพยายามทำความเข้าใจจากวิธีทำหรือการอธิบายคำตอบที่เพื่อนทำไว้ครับ อาจจะช่วยให้เราเข้าใจขึ้นได้จากการเห็นตัวอย่างการแสดงวิธีคิดของเพื่อน เรียกว่าเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น 555

     แต่ถ้าทำได้เอง...ก็ทำเองดีกว่าเนาะ


     เป็นยังไงกันบ้างครับ คิดว่าพอจะปรับใช้กับการเรียนของน้องๆ กันได้มั้ยเอ่ย บางข้อก็เป็นเทคนิคที่พี่เคยใช้มาแล้วจริงตอนเรียนมัธยม และบางข้อก็มาจากเพื่อนตัวท้อปๆ ของห้อง เอาเป็นว่านี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎีแต่เป็นการปฏิบัติที่ได้นำไปใช้จริงและเห็นผลมาแล้ว พี่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ทุกคนที่สนใจลองเอาไปใช้ครับ    
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=trackter

พี่แทรกเตอร์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ฟิตเกรด #เคล็ดลับการเรียน #มัธยม #มัธยมศึกษา #เรียน #เกรด #เด็กมัธยม

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?