ความคิดเห็น

5

จำนวนแชร์
8,207

          สวัสดีค่ะ เข้าสู่ช่วงฤดูฝนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวนี้ฝนตกทุกวันเลย น้องๆ อย่าลืมพกร่มกันด้วยนะคะ ป่วยขึ้นมา อาจจะหงุดหงิดกันได้ แต่พี่อีฟเชื่อว่ายังมีหลายเรื่องให้น้องๆ หงุดหงิดได้มากกว่านั้น ทั้งการบ้านที่มีเยอะจนทำไม่ทัน หรือหนังสือที่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ นึกถึงทีไรก็รู้สึกหงุดหงิดและพาลไม่อยากสู้ต่อทุกที
 
4 เทคนิคพิชิตวิชาอ่าน + 4 เทคนิคลุยวิชาทำโจทย์ แบบได้ผลจริง!

          ใครถนัดวิชาอ่าน ตัวหนังสือเยอะๆ ท่องเท่าไหร่ไม่มีเบื่อ คงเป็นขั้วตรงข้ามกันกับวิชาทำโจทย์แน่นอน ส่วนถ้าใครชอบทำโจทย์ ตัวเลขมาเท่าไหร่ ไม่กลัว เวลาที่ต้องเจอวิชาตัวหนังสือเยอะๆ ก็คงแย่เหมือนกัน วันนี้พี่อีฟก็เลยขอมาแนะนำเทคนิค สำหรับน้องๆ ทุกคน ที่ไม่ว่าจะชอบอ่าน หรือชอบทำโจทย์ ก็จะเปิดใจรับวิชาอื่นที่เราเคยไม่ชอบได้ง่ายๆ เราไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

 4 เทคนิคพิชิตวิชาอ่าน
          วิชาอ่านที่พี่อีฟหมายถึง คือวิชาที่เน้นการจำข้อมูล หรือเน้นทำความเข้าใจเรื่องราวจากตัวหนังสือ หรือวิชาที่น้องๆ มักจะต้องท่องจำกันก่อนไปสอบนั่นเองค่ะ ใครทำอะไร อยู่ที่ไหน เรื่องนี้แต่งเมื่อไหร่ เกิดขึ้นในสมัยไหน ฯลฯ ต้องอ่านถึงจะตอบได้กันใช่ไหมคะ วิชาที่น้องๆ คุ้นเคยกัน เช่น วิชาภาษาไทย สังคมศึกษา ชีววิทยา เป็นต้นค่ะ

         
1. รูปภาพคือสิ่งสำคัญ
          ใครที่ไม่ชอบอ่าน พี่อีฟเชื่อว่า รูปภาพจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญเลยค่ะ ที่ทำให้น้องๆ เข้าใจเรื่องราวมากขึ้น เพราะหลายครั้ง รูปภาพทำหน้าที่สรุปได้ดีกว่าตัวหนังสือทั้งหน้าที่เราอ่านมาสะอีก หรือบางทีรูปภาพอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากอ่านให้ละเอียดหรืออยากศึกษาข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ใครที่ไม่ชอบวิชาอ่าน ลองเปิดหารูปภาพที่น่าสนใจในหนังสือ หรือลองค้นคว้าความรู้หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากรูป น่าจะเป็นวิธีเริ่มต้นที่ดีนะคะ

          2. สรุปทุกครั้ง เพื่อลดการอ่าน
          ทุกครั้งที่มีการสอบ ถึงเราจะไม่ชอบวิชาที่ต้องอ่านมากขนาดไหน แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหมคะ ดังนั้น พี่อีฟเลยขอแนะนำอีกวิธีที่ช่วยลดการอ่านของน้องๆ ลงได้เกือบครึ่งเลยค่ะ นั่นก็คือ การจดสรุปทุกครั้งหลังการอ่านนั่นเอง เพราะการจัดสรุปทุกครั้ง นอกจากจะได้เป็นการทบทวนหลังอ่านเสร็จ ยังเหมือนเป็นการรีเช็กความเข้าใจเราด้วยว่าเข้าใจถูกต้องไหม หรือใครที่ไม่ค่อยชอบอ่าน อ่านไปแล้วชอบลืม การจดสรุปไว้ทุกครั้ง ยังช่วยให้เราลดการอ่านในการอ่านซ้ำได้ แค่กลับมาอ่านที่เคยสรุปไว้ ก็จำได้เหมือนกลับไปอ่านทั้งเล่มแน่นอน
 
4 เทคนิคพิชิตวิชาอ่าน + 4 เทคนิคลุยวิชาทำโจทย์ แบบได้ผลจริง!

          3. อ่านอัดเสียง เปิดวนไปค่ะ
          หลายคนมักจะจดจำสิ่งต่างๆ รอบตัวจากการฟัง ได้ดีกว่าการอ่าน เชื่อแน่ว่าถ้าให้น้องๆ ฟังเพลง ฟังไม่เกิน 2 รอบ จำได้แน่นอน แต่ถ้าให้อ่านเมื่อไหร่ ไม่หลับก็ลืมแน่นอน ดังนั้น อีกหนึ่งวิธีที่พี่อีฟเอามาฝากกันนั่นก็คือ การอ่านอัดเสียงค่ะ เดี๋ยวนี้ยิ่งง่ายเลยนะคะ เพราะในสมาร์ทโฟนก็มีโปรแกรมที่ช่วยในการอัดเสียงอยู่แล้ว รอบแรกลองให้น้องๆ อ่านอัดเสียงไปเลยค่ะ วันละ 1 บทก็ได้ อ่านแบบไม่ต้องจับใจความอะไร หลังจากนั้นถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ รถติดบนถนน นั่งรถระหว่างไป-กลับบ้านโรงเรียน หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาก่อนนอน ก็ลองเปิดฟังค่ะ เวิร์คที่สุดสำหรับน้องๆ ที่ไม่ชอบอ่านเลย เพราะจริงๆ เหมือนแค่อ่านรอบเดียว แต่กลับมาฟังได้ซ้ำๆ ทุกวันเลยนะคะ

          4. จินตนาการสำคัญที่สุด
          แค่มีรูปภาพและการอ่านอัดเสียงก็อาจจะยังไม่เพียงพอให้เราจำทุกอย่างที่อ่านได้ อีกหนึ่งวิธีที่พี่อีฟแนะนำให้ทำควบคู่กัน นั่นก็คือ ความมีจินตนาการในเรื่องที่เราอ่านค่ะ ใครอ่านประวัติศาสตร์มาตั้งนานก็ยังจำไม่ได้ว่าใครทำอะไร ก็ลองนึกเป็นเรื่องราวในละครหรือนิยายดูค่ะ หรือใครอ่านชื่อวิทยาศาสตร์มาตั้งนาน ก็ยังจำไม่ได้ว่าอะไอยู่ในไฟลัมไหน ก็ลองนึกแบ่งหมวดหมู่ให้เป็นรูปการ์ตูน หรือเลือกจับคู่กับอะไรที่เราจะจำได้ง่ายๆ แทนค่ะ ไม่เน้นอ่านบ่อย แต่เน้นนึกภาพและจินตนาการตามแทน คิดว่าน่าจะช่วยน้องๆ ที่ไม่ชอบอ่านกันได้ไม่มากก็น้อยค่ะ
 
4 เทคนิคพิชิตวิชาอ่าน + 4 เทคนิคลุยวิชาทำโจทย์ แบบได้ผลจริง!

 4 เทคนิคพิชิตวิชาทำโจทย์
          ส่วนวิชาทำโจทย์หรือที่พี่อีฟหมายถึง ก็คือ วิชาที่เน้นการใช้ความรู้ที่มี มาแก้ปัญหาตัวเลข หรือแก้โจทย์ปัญหา จะต้องคำนวณผ่านขั้นตอนหรือกระบวนการบางอย่าง เพื่อให้ได้คำตอบออกมา อาจจะเรียกอีกอย่างว่าวิชาคำนวณ เช่น วิ่งเร็วแค่ไหน ใช้พลังงานไปเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่จำความรู้แล้วมาตอบได้แน่นอน วิชาที่น้องๆ คุ้นเคยกัน เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เป็นต้นค่ะ

          1. ความรู้พื้นฐานต้องแน่น
          น้องๆ หลายคนมักจะเข้าใจว่า วิชาที่ต้องคำนวณ คือเพียงแค่จำสูตรมาแทนค่า ก็ถือว่าถูกนะคะ แต่ไม่ถูกทั้งหมด เพราะอย่างแรกของการทำโจทย์ให้เข้าใจ ไม่ใช่แค่การจำสูตรค่ะ แต่คือการเข้าใจเนื้อหาที่เรียน รู้ว่าสูตรที่จะต้องนำไปแทนค่านั้นมาจากเรื่องอะไร มีปัจจัยอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง และสูตรเชื่อมโยงอย่างไรกับชีวิตประจำวันของเรา ถ้าเราเข้าใจเนื้อหาหรือมีความรู้พื้นฐานแล้ว ก็จะทำให้เราเข้าใจสูตรและสนุกกับการทำโจทย์ได้มากขึ้นค่ะ

          2. เริ่มต้นง่ายๆ เพื่อสร้างกำลังใจ
          มีน้องๆ หลายคนที่พอตั้งใจจะลงมือทำโจทย์ครั้งไหน แต่พอเปิดมาเจอข้อแรกเมื่อไหร่ก็ขอบายเพราะยาก พาลจะไม่ชอบไปกว่าเดิม พี่อีฟขอแนะนำสำหรับน้องๆ มือใหม่ที่อยากจะมาชอบวิชาทำโจทย์ ว่าจุดเริ่มต้นในการทำโจทย์ ควรเริ่มหัดทำโจทย์ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เป็นโจทย์ชั้นเดียว เพราะนอกจากจะทำให้เราเข้าใจบทเรียนจากการทำโจทย์ได้แล้ว ยังเหมือนเป็นการตรวจสอบความเข้าใจของเราที่มีต่อบทเรียนด้วยค่ะ ว่าถูกต้องรึเปล่า และถ้าเราทำได้ จะช่วยทำให้เรารู้สึกสนุกและมีกำลังใจที่จะเรียนรู้ในการทำข้อต่อๆ ไปด้วยค่ะ
 
4 เทคนิคพิชิตวิชาอ่าน + 4 เทคนิคลุยวิชาทำโจทย์ แบบได้ผลจริง!

          3. ทำทุกวัน วันละ 1 ข้อ
          พี่อีฟเคยได้ยินมาว่าการอ่านหนังสือ ก็เหมือนกันการเก็บไมล์สะสมแต้มค่ะ ทำทุกวัน วันละนิด วันละหน่อย จาก 0 ก็จะเพิ่มเป็น 1  2  3  4 ไปจนถึง 100 ได้ การทำโจทย์ก็ไม่ต่างกันค่ะ ถ้าเราไม่ชอบทำโจทย์ ก็อาจจะกลั้นใจลองฝึกสักวันละ 1 ข้อ ฝึกทุกวันๆๆๆๆๆๆ จาก 1 ข้อ เพิ่มเป็น 2 ข้อ 3 ข้อ ไปจนถึง 10 ข้อ ถ้าทำครบ 1 เดือน ก็เหมือนเราทำข้อสอบจบไป 1 ฉบับแล้ว ว้าวว ! ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่ยากแต่ได้ผลแน่นอน อย่าลืมนะคะ ว่าแม้กระทั่งหัวใจสำคัญของการทำโจทย์ ก็คือความขยันในการทำโจทย์นั่นเอง ใครที่เคยไม่ชอบการทำโจทย์เลย ลองเอาวิธีนี้ไปใช้กันดู พี่อีฟเชื่อว่าเราจะต้องพัฒนาขึ้นแน่นอนค่ะ

          4. แลกกันติว ช่วยกันอ่าน
          ถ้าเริ่มจากตัวเองแล้วพัฒนายังไงก็ไม่ได้ผลสักที ก็ลองชวนเพื่อนมาช่วยให้เราพัฒนากันค่ะ ใครเคยเจอโจทย์แล้วไม่เคยเข้าใจเลย ลองให้เพื่อนของเราเลือกใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน มาอธิบายให้ฟัง ให้เหมือนเพื่อนคุยกันมากกว่าการสอน ก็น่าจะทำให้เราเข้าใจและเข้าถึงเรื่องที่กำลังเรียนได้มากกว่าเดิม และถ้าใครชอบวิชาอ่าน แต่มีเพื่อนชอบวิชาทำโจทย์ ก็ยิ่งเหมาะกันเลยที่จะแลกเปลี่ยนความรู้กัน เราก็สามารถช่วยอธิบายถ้าเพื่อนอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ หรือว่าเพื่อนก็สามารถช่วยสอนโจทย์ ข้อที่เรายังติดขัดได้ ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้ใหม่ จากสิ่งที่เพื่อนสอนแล้ว ยังได้ทบทวนความรู้เดิมของเราด้วย รับรองว่าเทอมนี้คะแนนสอบดีขึ้นทุกคนแน่นอน
 
4 เทคนิคพิชิตวิชาอ่าน + 4 เทคนิคลุยวิชาทำโจทย์ แบบได้ผลจริง!

          เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 4 เทคนิคพิชิตวิชาอ่าน และ 4 เทคนิคพิชิตวิชาทำโจทย์ ใครที่ไม่ได้ชอบหรือไม่ได้ถนัดทุกวิชา ก็ลองเลือกไปทำตามได้นะคะ แต่ถ้าใครเก่งมาก ถนัดทุกวิชาเลย ก็อย่าลืมแลกกันติว ช่วยกันอ่านกับเพื่อนๆ ด้วยนะคะ ใครมีวิธีอะไรที่ช่วยเพิ่มเทคนิคให้เพื่อนๆ อีก ก็อย่าลืมมาแชร์ให้เพื่อนๆ นำไปใช้ได้นะคะ สวัสดีค่ะ :D
 
ดูหมวดนี้ต่อได้ใน Education > ฟิตเกรด+กวดวิชา
ความคิดเห็น

5

จำนวนแชร์
8,207

ความคิดเห็นดีๆ ที่อยากให้อ่าน

5 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก
    ถูกลบโดยเจ้าของ

  2. 29 มิ.ย. 2559, 07:05 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ขอขอบคุณยิ่งด้วยใจจริงที่กรุณา~~ 55555มาเป็นเพลงเลย เคยคิดอยากลองอัดเสียงอ่านเหมือนกันค่ะเคยแต่ลองอัดตอนร้องเพลง ฟังเสียงตัวเองแล้วมันจั๊กจี้ยังไงไม่รู้555 ขอบคุณสำหรับทริคดีๆอีกครั้งค่ะ เว็บเด็กดีมีพระคุณต่อเรามากเลย

    แก้ไขล่าสุด29 มิ.ย. 2559, 07:11 น.

    #2
  3. #3 สุวรรณ
    9 ก.ค. 2559, 19:10 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    #3
  4. #4 ธัญธรรมธร
    9 ก.ค. 2559, 19:14 น. · ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ
    ขำขอบคุณค่าาา
    #4
  5. ความเห็นนี้ถูกลบ :(

    เนื่องจาก
    ถูกลบโดยทีมงาน

แสดงความคิดเห็น

ย่างเข้าเดือนหก เราต้องพกเครื่องเขียน, ในนี้อะไรเป็นเครื่องเขียน บอกบอมบอมที (ตอบให้ถูกนะ ตอบผิดอดโพสต์!)

แสดงความคิดเห็นด้วย

(@)

เด็กดีภูมิใจเสนอ

บทความรูปแบบใหม่!!

หรือถ้าไม่สนใจ กดลิงค์ข้างล่างเพื่อข้ามขั้นตอนนี้

ไม่ล่ะขอบคุณ
L o a d i n g . . .