/>
ซ่อน
แสดง

ไปดูว่าเขาเรียน "วิทยาศาสตร์" กันยังไง? ผ่านคำบอกเล่าเด็ก 4 ประเทศ ไต้หวัน บราซิล ซาอุฯ รัสเซีย []

วิว
 

           วัสดีค่ะ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระดับนานาชาติ ครั้งที่ 49 [49th International Chemistry Olympiad] ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ตั้งแต่วันที่ 6 - 15 กรกฎาคม 2560 ช่วงเวลานี้เริ่มตั้งแต่เก็บตัวผู้เข้าแข่งขัน ทำกิจกรรมด้วยกัน และสอบแข่งขัน โดยใช้เวลาสอบ 2 วันค่ะ

          งานนี้ทาง
Dek-D.com ได้รับโอกาสสุดพิเศษ ร่วมพูดคุยกับน้องๆ ตัวแทนผู้เข้าแข่งขันจาก 4 ประเทศ บอกเลยว่า Exclusive สุดๆ ได้พูดคุยเกี่ยวกับการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของแต่ละประเทศ เปรียบเทียบให้เห็นเลยว่าแต่ละประเทศมีการเรียนวิทยาศาสตร์แบบไหนบ้าง พร้อมแล้วไปพบกับพวกเขากันเลยค่ะ  
 


เรียงจากซ้ายไปขวา : 

Celso Lima บราซิล, Ruslan Kotlyarov รัสเซีย, Jason Fang ไต้หวัน,  Ali Alasmari ซาอุดิอาระเบีย

Q : แนะนำตัวเองก่อนเลยค่ะ มาจากประเทศไหนกันบ้าง
บราซิล : สวัสดีครับ ผมชื่อ Celso Lima มาจากประเทศบราซิล ครับ  
ไต้หวัน : สวัสดีครับ ผม Jason Fang มาจากประเทศไต้หวัน ใกล้ๆ นี่เองครับ
ซาอุดิอาราเบีย : สวัสดีครับ ผมชื่อ Ali Alasmari มาจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ครับ
รัสเซีย : สวัสดีครับ ผมชื่อ Ruslan Kotlyarov มาจากประเทศรัสเซียครับ

Q : ในประเทศของน้องๆ เริ่มเรียนวิทยาศาสตร์ตั้งแต่อายุเท่าไหร่กันคะ
บราซิล : เริ่มเรียนพื้นฐานก็ประมาณ 8-9 ขวบ แต่มาจริงจังก็ต้องชั้นมัธยมศึกษา
ไต้หวัน : เริ่มตั้งแต่ประมาณ 7 ขวบครับ ตั้งแต่ประถม
ซาอุดิอาราเบีย : สร้างความคุ้นเคยกับวิชาวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ชั้น ป.3 เริ่มสังเกต และตั้งคำถาม แต่มาเรียนจริงจังคือชั้นมัธยมศึกษา
รัสเซีย : ไม่ได้เรียนแบบวิทยาศาสตร์พื้นฐาน แต่จะเรียนวิชาไปเลย ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา แล้วก็เรียนเป็นวิชามาแบบนี้ เริ่มเรียนจริงจังก็ตอน ป.6 จะใช้เวลาเรียนหลายปีเลยครับ

Q : อยากให้เล่าบรรยากาศการเรียนวิทยาศาสตร์ของแต่ละคนให้ฟังหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง
บราซิล : การเรียนของประเทศผม จะเรียนเป็น Step ไปครับ เริ่มจากเรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐานก่อน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการอ่านหนังสือแล้วก็ทำโจทย์ แล้วค่อยๆ พัฒนาเป็นการทดลอง ค่อยๆ ทำความเข้าใจไปครับ

ไต้หวัน : การเรียนแต่ละครั้งจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เสมอ เวลาเรียนในห้องเรียนนักเรียนแต่ละคนก็จะมีการส่งคำถาม แลกเปลี่ยนกันเพื่อหาคำตอบ ส่วนครูก็สอนทั้งทฤษฎีและสร้างโจทย์ปัญหาเพื่อให้นักเรียนได้ทดลองและแก้ไข มันก็สนุกดีครับ

ซาอุดิอาราเบีย : โรงเรียนที่ผมเรียน เน้นการเรียนจากการตั้งคำถาม เวลาเรียนจะเริ่มจากการมีคำถามและหาคำตอบ โดยจะมีการเรียนรู้เพื่อที่จะหาคำตอบและแนวทางใหม่ๆ บางครั้งก็มีกิจกรรมทำในคลาสเรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จะเรียนไม่เหมือนกัน  

รัสเซีย : ในการเรียนวิทยาศาสตร์ของประเทศเรา แต่ละโรงเรียนก็จะมีการสอนที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่ในคลาสเรียนเองก็จะมีความต่างด้วย บางคนชอบที่จะตั้งคำถาม บางคนชอบที่จะทดลอง บางคนก็เรียนรู้จะประสบการณ์ต่างๆ ค่อนข้างที่จะเปิดกว้างมากเลยครับ
 

Q : คิดว่าการทดลองหรือการเรียนวิทยาศาสตร์ อะไรสนุกที่สุด
บราซิล : ผมว่าคงเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ โรงเรียนที่ผมเรียนจะสอนให้เราเรียนรู้จากประสบการณ์ มันทำให้เห็นภาพชัดขึ้น การสอบก็มีทั้งการทำแลป และการสอบแบบข้อเขียน เพื่อให้มั่นใจว่าเราเรียนรู้และเข้าใจมันจริงๆ บางทีการอ่านในหนังสืออย่างเดียวก็ไม่ได้ทำให้เราเข้าใจมากพอ

ไต้หวัน : การเรียนของผมมันก็เป็นแบบธรรมดา อย่างวิชาเคมีเราก็จะมีการทำแลปด้วยตนเอง แบบง่ายๆ โดยค้นหาข้อมูลจากหนังสือหลายๆ เล่ม ส่วนการเรียนก็เป็นแบบธรรมดา มีการสอบ และได้ฝึกทำโจทย์เยอะๆ

ซาอุดิอาราเบีย : ถ้าพูดถึงประสบการณ์การเรียนวิทยาศาสตร์ของผม ผมชอบการทดลองประจุความร้อน ด้วยการใช้อุปกรณ์ง่ายๆ และได้ผลการทดลองที่แม่นยำ ทำให้รู้สึกง่ายและสนุกกับการทดลองอะไรใหม่ๆ มันสามารถต่อยอดไปทางวิศวกรรมศาสตร์ได้ครับ

รัสเซีย : ในห้องเรียนมีการทดลองหลายอย่างให้ทำที่ทำให้เรารู้สึกสนุก แต่ก็มีครูคอยดูแลอยู่ ประสบการณ์ที่ดีอันนึงคือวิชาฟิสิกส์ที่ได้ทดลองการเดือดของน้ำ ทดลองความจุไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ชอบมาก การเรียนของประเทศผมจะเรียนแยกวิชา การเรียนแยกวิชาจะช่วยให้เราเข้าใจวิทยาศาสตร์ชัดเจน แต่ละวิชาก็จะมีครูสอนเฉพาะไปเลย จะมีทริคในการเรียนที่ต่างกัน
 

Q : การสอบวิชาวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนเป็นแบบไหนกันบ้างคะ
บราซิล : ในหนึ่งเทอมจะมีการสอบเยอะมากครับ เพื่อเก็บคะแนน โดยการสอบจะมีทั้งแบบข้อเขียนและสอบปากเปล่า

ไต้หวัน : ระหว่างที่เรียน บางทีก็มีควิซบ้างเพื่อเก็บคะแนน การสอบใหญ่คือการสอบปลายภาค ต้องจำเนื้อหาเยอะมาก จำให้ได้มากที่สุด ซึ่งข้อสอบจะมีทั้งแบบช้อยส์และแบบข้อเขียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบช้อยส์

ซาอุดิอาราเบีย : การสอบของผมมีควิซบ้างเป็นบางครั้ง สอบครั้งหนึ่งจะมีคนสอบเยอะมากๆ ห้ามนำหนังสือเข้าไป เราต้องจำให้ได้ทั้งหมด และทำความเข้าใจกับมัน และสรุปมันออกมาให้ได้ แต่การสอบก็ไม่ใช่ทุกอย่างที่ทำให้เราเรียนรู้ได้

รัสเซีย : ของผมเราจะเรียนแยกวิชา อย่างในวิทยาศาสตร์ก็จะแยกเป็น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา การสอบก็แยกกันเช่นกัน ซึ่งรูปแบบการสอบจะถูกปรับให้เข้ากับวิชา มีทั้งแบบข้อเขียน ช้อยส์ และแบบนำเสนอการทดลอง
 

Q : ทางโรงเรียนมีการสนับสนุนด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์อย่างไรบ้าง
บราซิล : ในประเทศของผม โรงเรียนให้ความสำคัญกับนักเรียน สนับสนุนความฝันของนักเรียนได้ดีมากครับ ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จะมีจุดเด่นและลักษณะเฉพาะที่ต่างกัน เพราะเข้าใจถึงธรรมชาติของนักเรียนแต่ละคน โรงเรียนก็จะมีครูที่คอยสนุบสนุนการศึกษาในด้านนั้นๆ ด้วย

ไต้หวัน : ในมุมมองผม ผมมองว่าอุปกรณ์ที่ใช้เรียนไม่ได้ใหม่มากนัก มันอายุประมาณ 10 ปีแล้ว ผมว่าการเรียนมันได้รับการซัพพอร์ตจริงๆ จากครู สอนในสิ่งใหม่ๆ สอนในหลายๆ สิ่ง ไม่ใช่อยู่ที่เรียนกับอุปกรณ์ชนิดไหน

ซาอุดิอาราเบีย : โรงเรียนสนับสนุนเรื่องการเรียนในทุกวิชาดีมาก ไม่ใช่เพียงแค่วิชาวิทยาศาสตร์ มีครูที่ดีในการสอนทำให้การเรียนเป็นความเข้าใจไม่ใช่แค่ท่องจำอย่างเดียว ซัพพอร์ตผมได้ดีมากๆ ทำให้มีความสุขกับการเรียนในทุกวัน

รัสเซีย : คือรัฐบาลให้เงินสนุบสนุนกับทางโรงเรียนในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน แต่ผมว่าสิ่งที่สำคัญของการเรียนวิทยาศาสตร์ก็คือครู โรงเรียนทำหน้าที่ในการหาครูที่เหมาะสมและดีที่สุด และทำให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด ส่วนนักเรียนจะเรียนรู้ได้ดีแค่ไหน อยู่ที่ครูเลยครับ
 

Q : การที่มาแข่งขันแบบนี้เก่งมาก ขอเคล็ดลับการเรียนวิชาเคมีหน่อยได้มั้ย
บราซิล : เมื่อคิดว่าจะแข่งครั้งนี้ ก็มีไปปรึกษากับครู เริ่มอ่านหนังสือ อ่านหลายๆ เล่ม หลายๆ ประเภท เริ่มฝึกจากโจทย์ง่ายๆ ไปจนถึงยาก เรียนรู้ไปด้วยกันกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม และได้รับการสนับสนุนที่ดีกับทางโรงเรียนด้วยครับ

ไต้หวัน : จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรขนาดนั้น เมื่อคัดตัวว่าจะมาแข่งครั้งนี้ ก็มีการเตรียมตัวประมาณ 2 ปี ไม่ได้เรียนแบบซีเรียสมากครับ แต่เน้นไปที่การเจาะลึกวิชาเคมีมากกว่า ทั้งเพียวเคมี ออแกนิกเคมี ฟิสิกส์เคมี เราต้องทำความเข้าใจเคมีในทุกด้าน ทำโจทย์ซ้ำๆ ทำวนไปเรื่อยๆ ผมคิดว่ามันเป็นวิธีทั่วไปที่ดีที่สุด

ซาอุดิอาราเบีย : การเตรียมตัวในการมาแข่งครั้งนี้ของผม เริ่มจากการหาว่าเราชอบวิชาอะไร ถามตัวเองว่าชอบวิชานี้จริงๆ ใช่หรือเปล่า เริ่มเรียนรู้จากการแก้โจทย์ปัญหา อ่านหนังสือเยอะๆ ผมคิดว่าการอ่านหนังสือและลองแก้โจทย์ไปด้วยกัน จะช่วยในการเรียนรู้และทำให้เราเข้าใจได้ดีมากๆ เลยครับ

รัสเซีย : บางคนพูดว่า บางคนอ่านหนังสือบางเล่มแล้วประสบความสำเร็จ หรืออ่านหนังสือเยอะมากๆ เพื่อให้เก่งขึ้น แต่ถ้าอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ โดยไม่มีการเรียนรู้ใหม่ๆ ก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย เพราะฉะนั้นการเรียนจะต้องมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ แก้ปัญหาใหม่ๆ ถกเถียงกับครู ไม่ได้จมอยู่แค่การอ่านหนังสืออย่างเดียวนะครับ


          ได้นั่งคุยกับน้องๆ จริงๆ บอกเลยว่าแต่ละคนคือเก่งมาก มีการเตรียมตัวที่ดีมาก และมีความตั้งใจเรียนรู้อะไรใหม่ๆ รวมทั้งมีวินัยในตัวเองสูงมากๆ เลยค่ะ การมาแข่งครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเอาชนะเท่านั้น แต่ยังได้เพื่อนใหม่ด้วย เห็นน้องๆ แต่ละประเทศได้พูดคุยกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีมากจริงๆ หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ ชาว Dek-D ลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง แล้วเอามาแชร์กันนะ อยากรู้ๆ  > <


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=paeng

พี่แป้ง - ผู้เขียน

นักข่าวสายรับตรง พร้อมเสิร์ฟข่าวสอบเข้าทุกมหา'ลัย เติมพลังได้จากชาเย็นหวานน้อย

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#วิทยาศาสตร์ #เคมีโอลิมปิก #โอลิมปิกเคมี #นักเรียนแข่งขัน #แข่งขันโอลิมปิก #โอลิมปิกวิชาการ #เคมี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?