/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

โลกอาการหนัก! พายุหิมะถล่มอเมริกาเละ อีกฝั่งโลกร้อนตับแลบ []

วิว
       สวัสดีค่ะ เพิ่งเปิดศักราชใหม่ปี 2018 ได้ไม่กี่วัน ทั่วโลกก็มีเหตุการณ์น่าวิตกหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่องสภาพอากาศ ที่แม้บ้านเราจะเย็นๆ สบายๆ เป็นอากาศที่รอคอยกันมาทั้งปี แต่อีกซีกโลก กลับต้องทุกข์ทรมานกับความหนาวจัดสุดๆ ทางการถึงกับประกาศให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านเพื่อความปลอดภัยกันเลยทีเดียว
 

       แม้ว่าจะเป็นเรื่องปกติที่ทางฝั่งยุโรปและอเมริกา จะเป็นช่วงฤดูหนาวในช่วงต้นปี แต่ในพักหลังเจอวิกฤติซ้ำๆ กันแทบทุกปี ย้อนไปเมื่อปี 2557 ก็เจอภัยหนาวทุบสถิติถึง -30 กว่าองศา ส่วนปีนี้ เริ่มต้นก็เจอ "บอมบ์ไซโคลน"  ชื่อนี้มาทีไร เตรียมรับมือกันได้เลย! มันคือพายุหิมะรุนแรง ที่ไม่ได้เกิดกันบ่อยๆ แต่มีแนวโน้มว่าในอนาคตจะหนักมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้เป็นผลพวงมาจากภาวะโลกร้อนที่นับวันจะส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสภาพอากาศที่แตกต่างกันสุดขั้ว ซีกโลกหนึ่งหนาวจนทนไม่ไหว ในขณะที่อีกซีกโลกหนึ่งก็ร้อนจนใช้ชีวิตแทบไม่ได้เหมือนกัน
 
ภาพของ Bomb Cryclone ที่พัดถล่มตามแนวชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ

       เริ่มต้นจากความหนาวเหน็บสุดขั้วที่ฝั่งซีกโลกเหนือ อย่างทวีปอเมริกาใต้และยุโรป สัปดาห์แรกหลังปีใหม่ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากพายุบอมบ์ไซโคลน ในพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ เช่น รัฐเมน รัฐนิวแฮมเชอร์ รัฐแมสซาซูเซตส์ ฯลฯ วัดอุณหภูมิได้ประมาณ -20 ถึง -30 องศาเซลเซียส แต่ด้วยลมพายุ ความชื้นต่างๆ ทำให้ความรู้สึกหนาวที่รู้สึกได้อยู่ที่ประมาณ -60 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว และยังมีกองหิมะที่ตกทับถมกันถึง 50 เซนติเมตร ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของสหรัฐฯ อย่างน้ำตกไนแองการา ก็กลายเป็นน้ำตกน้ำแข็งไปเลย และล่าสุดเมื่อ 7 มกราคม ที่ประเทศแคนาดา พื้นที่ที่หนาวจัด วัดอุณหภูมิได้ถึง -50 องศาเซลเซียสค่ะ
 

credit:
www.aljazeera.com/news/2018/01/bomb-cyclone-smashes-eastern-180104090940148.html

       กลับมาที่ฝั่งเอเชีย ประเทศจีนก็ต้องเผชิญกับหิมะที่ตกหนัก จนอาจมีหิมะสะสมสูงถึง 30 เซนติเมตร จนถนนและรถไฟความเร็วสูงต้องปิดให้บริการชั่วคราวไปก่อน

       ผ่านความหนาวเหน็บสุดขั้วมาแล้ว อีกขั้วทวีปต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด จ ประเทศไทยที่ว่าร้อนแล้ว สู้ประเทศออสเตรเลียในยามที่เจอคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมประเทศไม่ได้เลย ในซิดนีย์และเมล์เบิร์น ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ในออสเตรเลีย ต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นถึง 45 องศาเซลเซียส นับว่าร้อนจัดที่สุดในรอบ 9 ปี ตั้งแต่ปี 2482 จนเป็นผลให้ยางบนถนนถึงกับละลาย เกิดไฟป่ากว่า 50 จุดทั้งในชานเมืองเมลเบิร์นและในเขตชนบทของรัฐเซาท์ ออสเตรเลีย เท่านั้นยังไม่พอ บรรดาค้างคาวแม่ไก่ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ก็ทนสภาพอากาศที่ร้อนจัดไม่ไหว ตายหลายร้อยตัว จากภาวะสมองเดือดจากความร้อนจนหมดสติไป น่าสงสารมากๆ เลยค่ะ

 

ภาพซากค้างคาวแม่ไก่ที่ตายเพราะอากาศร้อนจัด

      นับว่าเป็นต้นปีที่โลกเล่นงานมนุษย์อย่างไร้ความปราณี สภาพอากาศที่เกิดขึ้นแปลกแตกต่างไปจากเดิม สาเหตุใหญ่คือ ผลของภาวะโลกร้อนที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์นั่นเองค่ะ ถ้าวันนี้ทุกคนยังไม่หันมาสนใจ ในอนาคตก็เตรียมรับมือกับอากาศที่จะผันผวนมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยอาจจะร้อนมากกว่าเดิม ในขณะที่ฝั่งยุโรปอาจจะต้องเจอพายุหิมะที่หนักขึ้นก็เป็นได้
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.aljazeera.com/news/2018/01/bomb-cyclone-smashes-eastern-180104090940148.html,
https://en.wikipedia.org/wiki/January_2018_North_American_blizzard,
www.space.com/39281-bomb-cyclone-stunning-earth-satellite-view.html,
www.telegraph.co.uk/news/2018/01/09/hundreds-flying-foxes-die-australia-searing-heatwave/,
https://news.thaipbs.or.th/content/269163

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#การศึกษา #วิทยาศาสตร์ #อเมริกาหนาวจัด #ยุโรปหนาวจัด #ออสเตรเลียร้อนจัด #บอมบ์ไซโคลน #พายุหิมะ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?