เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ! []

สอบยากแค่ไหน? เรียนกันยังไง? นักเรียนที่จบจากที่นี่...เดินต่อไปทางไหนบ้าง?
18,076 4
         เมื่อกลางปีก่อน เด็กสายเกาหลีได้เฮกันยกใหญ่หลังที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติเห็นชอบให้ สทศ. จัดสอบ  "วิชาความถนัดทางภาษาเกาหลี" (PAT 7.7) เพิ่มอีก 1 วิชาในปีการศึกษา 2561 

        ปัจจุบันเริ่มมีโรงเรียนมัธยมศึกษาบางแห่งเปิดสอนแผนศิลป์ภาษาเกาหลีแล้วเป็นที่เรียบร้อย แม้จะยังไม่แพร่หลายนัก แต่ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสนองกับการจัดสอบ PAT ภาษาเกาหลีที่กำลังจะเกิดขึ้น และหากพูดถึงโรงเรียนที่มีแผนภาษาเกาหลี เชื่อว่าหลายๆ คนจะต้องนึกถึงโรงเรียนแห่งนี้เป็นลำดับต้นๆ แน่นอน...
 
เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
 
        โรงเรียนสารวิทยา เป็นโรงเรียนสหศึกษาที่ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร (ใกล้ๆ ม.เกษตร และศรีปทุม) ขอบอกเลยค่ะว่า ม.ปลายของที่นี่มีให้เลือกเรียนหลายสายมาก ทั้งวิทย์-คณิต, คณิต-อังกฤษ, อังกฤษ-เทคโนฯ, อังกฤษ-ญี่ปุ่น, อังกฤษ-ฝรั่งเศส, จีนเข้มข้น และสำหรับห้องเรียนพิเศษภาษาเกาหลี หรือ แผนภาษาอังกฤษ-ภาษาเกาหลีเข้มข้น นั้น เพิ่งเปิดเป็นห้องเรียนพิเศษได้ 2 ปี ซึ่งหากนับรวมตั้งแต่รุ่นแรกแล้ว นักเรียน ม.4 รุ่นนี้คือรุ่นที่ 7 

        ปัจจุบันห้องเรียนเกาหลีนี้สอนโดยครูเกาหลี 1 ท่าน (ซอนแซงนิม) ที่จบจากสาขาการสอนภาษาเกาหลีให้ชาวต่างชาติ และครูไทย 2 ท่านที่จบเอกเกาหลีโดยตรง และเป็นครูทุน สพฐ. รุ่นแรกที่ได้รับทุนเรียน ป.บัณฑิตวิชาชีพครูและทุนอบรมการสอนภาษาเกาหลีเป็นเวลา 4 เดือน ณ Hankuk University of foreign studies 

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
(=ห้องเรียนภาษาเกาหลี)

 
สอบเข้าได้แม้ไม่มีพื้นฐานเกาหลี
 
        แต่ละรุ่นจะรับนักเรียนจำนวน 36 คน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเก่าจาก ม.ต้นที่สารวิทยา หรือเด็กใหม่ ก็มีเกณฑ์รับสมัครเดียวกันคือผลการเรียนเฉลี่ย 5 เทอมไม่ต่ำกว่า 2.75 และต้องสอบวัด 5 วิชาสามัญ ได้แก้ วิทย์ คณิต อังกฤษ ไทย สังคมถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ที่นี่ไม่มีทดสอบภาษาเกาหลีก่อน!! นั่นแปลว่าหากน้องๆ ไม่มีพื้นฐานเลย แต่เกรดถึงและใจรัก ก็มีโอกาสสอบเข้าได้หมดค่ะ (ครูเล่าว่าเด็กเกือบ 100% แทบไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย แต่พวกเขาชอบฟังเพลง ดูซีรี่ส์ ร้องเพลง จึงอยากมาเรียนแผนนี้”) สำหรับค่าเทอมจะอยู่ที่เทอมละ 7,100 บาทค่ะ

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
 

        แน่นอนว่าทางแผนก็มีวิธีการค่ะ นั่นคือหลังจากรับมอบตัวเสร็จ จะมีเรียนปรับพื้นฐานทั้งวิชาสามัญและภาษาเกาหลี ในช่วงปลายเดือนเมษายน หรือประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนเปิดเทอม สำหรับภาษานั้นจะเรียนพวกพยัญชนะ-สระ และการสนทนาเบื้องต้น พอเปิดเทอมทบทวนเป็นเวลาสั้นๆ โดยเน้นพื้นฐานให้อ่านออกเขียนได้คล่องก่อน จึงค่อยเข้าเรื่องโครงสร้างประโยคช่วงกลางเทอมแรก พอปลายเทอมจะเริ่มสอนแต่งประโยค เช่น ทักทาย แนะนำตัวเอง ครอบครัว เพืื่อน แล้วค่อยๆ ไกลตัวขึ้นเรื่อยๆ ในเทอมสองเป็นต้นไป

       *ที่นี่ครูดูแลเหมือนลูก ถ้าใครรู้สึกเรียนไม่ไหว ครูจะเรียกมาสอนตอนเย็นโดยไม่คิดเงิน เพื่อให้ตามเพื่อนๆ ทัน
 
เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
 
        หลังจากได้สอบถามนักเรียนกลุ่มที่เพิ่งเรียนเกาหลีที่นี่ครั้งแรก พบว่าส่วนนึงเขาใช้เวลาปรับตัว 1 เดือน และมีพัฒนาการเยอะมากจากวันแรกที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จนตอนนี้สามารถพูดคุย หรือช่วยเป็นล่ามให้รุ่นน้องตอนมีกิจกรรมได้แล้ว แถมบางคนยังดูหนังเกาหลีแบบไม่ต้องพึ่งซับไตเติลภาษาไทยได้แล้วด้วย~


เจาะเนื้อหาเกาหลีที่ได้เรียนตลอดสามปี!
 
        นักเรียน ม.ปลายจะเจอเรียนวิชาเกาหลีตัวเดียวกันตั้งแต่ ม.4-6 ได้แก่

        1. เกาหลีหลัก เรียนเน้นคำศัพท์ ไวยากรณ์ และการแต่งประโยค ถ้าเทียบกับอังกฤษจะอารมณ์คล้ายๆ เรียนแกรมมาร์ และพยายามโยงให้ไปประยุกต์ในการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ได้ เบื้องต้นนักเรียนจะได้เรียนวิชานี้กับครูไทย แต่หากครูสังเกตว่านักเรียนรุ่นไหนพื้นฐานแน่น ก็อาจปรับให้ได้เรียนกับซอนแซงนิมเลย

        2. สื่อสาร เน้นการพูดเพื่อให้สื่อสารกับคนเกาหลีให้ได้มากที่สุด โดยช่วง ม.4 จะได้เรียนกับครูไทยก่อน แต่พอขึ้น ม.5-6 จะเรียนกับซอนแซงนิม

        3. วัฒนธรรมเกาหลี เช่น เรียนทำอาหาร ดนตรี พับกระดาษ การละเล่นพื้นบ้าน และวันสำคัญต่างๆ ของเกาหลี เป็นต้น วิชานี้จะเรียนกับซอนแซงนิมตั้งแต่ ม.4 เพื่อให้มีประสบการณ์ รวมทั้งได้รู้จักวัฒนธรรมต่างๆ จากคนเกาหลีโดยตรง

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!

        ทั้งนี้ แต่ละปีจะได้เรียนวิชาข้างต้นเหมือนกัน แต่เพิ่มระดับความยากเรื่อยๆ เช่น ม.4 เทอมแรก เรียนวิชาเกาหลีหลัก 1 สื่อสาร 1 และวัฒนธรรมเกาหลี พอขึ้น ม.4 เทอมสอง จะได้เจอวิชาเกาหลีหลัก 2 สื่อสาร 2 และวัฒนธรรม 2 เพิ่มเช่นนี้เรื่อยๆ จนถึงระดับ 6 ในชั้น ม.6 เทอม 2 ส่วนวิชาติว TOPIK นั้น อาจได้มาเริ่มเรียนตอน ม.5 เพราะ ม.4 คือช่วงที่กำลังปูพื้นฐาน
 
        นอกจากนี้ยังมีคาบติวสอบวัดระดับภาษา (TOPIK) สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เริ่มเรียนช่วง ม.5 ไม่มีเก็บคะแนน ไม่มีหน่วยกิต และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ถือเป็นโบนัสให้น้องๆ เตรียมสอบโทปิคให้คะแนนพุ่งค่ะ (ได้ยินโรงเรียนอำนวยความสะดวกเต็มที่ บางวันติวกันถึง 2-3 ทุ่ม)

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!

 
การวัดผลแบบให้โอกาสนักเรียนขยัน
 
        สัดส่วนคะแนน คิดเป็นคะแนนเก็บ 60 และคะแนนสอบ 40 คะแนน ส่วนของคะแนนเก็บไม่ได้มาจากการทำควิซทุกสัปดาห์นะคะ แต่จะมาจากการทำงานทำกิจกรรม และคะแนนสอบจะมีวิธีวัดผลต่างกันในแต่ละวิชา คือ วิชาเกาหลีหลัก ออกข้อสอบเป็นอัตนัยทั้งหมด (เด็กรีวิวว่ายากสุด แถมยังมี 3 หน่วยกิตอีกต่างหาก) วิชาวัฒนธรรมเกาหลี เน้นทำกิจกรรม และวิชาการสื่อสารจะสอบพูดกับครูเกาหลี
 
       ให้คะแนนยากรึเปล่า?” ครูไทยตอบว่าไม่ได้กดคะแนน แต่ไม่ปล่อยจนเด็กไม่เห็นคุณค่า เช่น งาน 1 ชิ้น คะแนนเก็บ 10 คะแนน ถ้าเด็กได้คะแนนต่ำๆ ประมาณ 3-4 ครูจะให้โอกาสเข้ามาแก้ตัวเรื่อยๆ มีโอกาสเพิ่มเป็น 6-7 ได้เลย วิธีนี้ช่วยปลูกฝังเด็กว่าการจะได้อะไรมาแต่ละอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุดก่อน

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
 
        ข้อกำหนดของแผนนี้คือ เด็กที่จะจบออกไป ต้องสอบได้ TOPIK เลเวล 2 ขึ้นไป (ระดับ 2 = พอโต้ตอบง่ายๆ ในชีวิตประจำวันได้) ตรงนี้เราพบว่า ม.4 สอบถึงตามเป้าไป 8-9 คนแล้ว ส่วน ม.5 รุ่นปัจจุบัน ได้สอบผ่านโทปิคระดับ 2 ไปแล้วกว่า 70-80% และที่เด็ดสุดคือมีนักเรียน ม.5 คนหนึ่งสอบได้ TOPIK ระดับ 5 ทั้งที่เขาเพิ่งมาเริ่มเรียนแผนเกาหลีที่นี่ตอน ม.4 เท่านั้น (อันนี้ต้องพึ่งความขยันและวินัยตัวเองด้วยค่ะ) 

 
ชี้ให้เห็นชัดๆ กับจุดเด่น 5 ข้อของแผนเกาหลี รร.สารวิทยา!
 
        1. เรียนควบเกาหลี-อังกฤษแบบเข้มข้นถึงใจ โดยจะได้เรียนวิชาเกี่ยวกับเกาหลีทั้งหมด 10 คาบต่อสัปดาห์ เป็นจำนวนที่มากที่สุดในโรงเรียนทั่วประเทศ และเรียนภาษาอังกฤษ 7 คาบต่อสัปดาห์ ครูผู้สอนคือชาวต่างชาติ มีวิชาเรียน ได้แก่ อังกฤษหลัก อังกฤษเพื่ออาชีพ และอ่านเขียน (ส่วนวิชาวิทย์-คณิตจะได้เรียนแค่ตัวพื้นฐาน ไม่ได้เรียนตัวเพิ่มเติม) 

        2. สอนเพื่อให้พร้อมเจอโลกความจริง ถึงแม้ภาษาเกาหลีจะเป็นภาษาที่สามของคนไทย แต่ซอนแซงนิมจะสอนให้เป็นธรรมชาติที่สุด “เหมือนนักเรียนเป็นคนเกาหลี” ทั้งนี้เพื่อให้เด็กเรียนรู้ทั้งคำศัพท์ สำเนียง และจังหวะการพูด เขาจะไม่พูดช้าเกินไป ยกเว้นถ้าไม่เข้าใจจริงๆ นอกจากนี้ครูไทยยังสอนให้เอาตัวรอดด้วย เวลาเด็กๆ เรียนกับซอนแซงนิม หรือไปเกาหลีแล้วฟังคนพูดไม่รู้เรื่อง ครูจะไม่ล่ามให้ แต่จะดูแลอยู่ห่างๆ ในเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น เพื่อให้เด็กได้ฝึกพูดและนำศัพท์ที่เรียนมาไปประยุกต์ใช้

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!

       3. กิจกรรมสร้างความเก่งและแรงฮึด เช่น Open House, วันภาษาเกาหลี, การแข่งขันพูดสุนทรพจน์ เต้นคัฟเวอร์ หาคำศัพท์ ต่อคำศัพท์ การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ฯลฯ หรือค่ายเกาหลี 3 วัน 2 คืนที่มีคนเกาหลีจริงๆ มาจัด และมีอาจารย์มหาลัยกับเด็กมหา'ลัยเอกเกาหลีมาเป็นสตาฟฟ์ด้วย สรุปคือคุยด้วยภาษาเกาหลีกันทั้งวันทั้งคืน ค่ายนี้ทั้งสนุก กินดีอยู่ดี และได้ผลดีมากกก 

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!

        สิ่งสำคัญอีกอย่างที่นักเรียนได้อานิสงส์เต็มๆ คือทางโรงเรียน/แผนเกาหลียังต้องรับแขกบ่อยมากก เช่น งานต้อนรับนายกเกาหลี เด็กเกาหลีจะต้องออกมารำพัดต้อนรับ หรืออย่างช่วงที่เราไปทัวร์มา มีอาสาสมัครจาก ม.ปูซาน ประเทศเกาหลีมาช่วยตกแต่งห้องเรียนพอดี และยังสอนวัฒนธรรมเกาหลีแบบภาคปฏิบัติ ได้แก่ เทควันโด, การเต้น K-POP dance, การเรียนดนตรีพื้นบ้านเกาหลี, การเรียนรู้ภาษาเกาหลีจากเพลง 

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
 
เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
 
เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!

        4. ไม่ใช่สังคมต่างต่างอยู่ ความเก๋ของแผนนี้คือ ครูให้เปลี่ยนที่นั่งกันเกือบทุกสัปดาห์ โดยอาจให้เด็กอ่อนเด็กเก่งนั่งด้วยกัน ข้อดีคือทั้งคู่จะช่วยกันเรียนได้ และเด็กจะสนิทกันทั้งห้อง เวลามีกิจกรรมก็คุยกันง่ายขึ้น ถึงแม้ครูจะเล่าว่าตอนแรกๆ เด็กยังกลัวๆ ไม่กล้าต่อรองว่าหนูอยากนั่งกับเพื่อน แต่สุดท้ายแผนก็ได้ผล เพราะนักเรียนสนิทกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน

        5. ไปเกาหลีทุกปี! เด็กแผนเกาหลีของที่นี่จะได้ไปเรียนและเที่ยวที่เกาหลีปีละ 1 ครั้ง ส่วนสถานที่ที่ไปเยือนก็ไม่ใช่เล่นๆ เลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่นปีนึงเด็กๆ ได้ไปเรียนที่ ม.ปูซาน 14 วัน โดยเขาแบ่งเวลาให้เด็กเรียน 9.00-13.00 น. ส่วน 13.00-16.00 ให้เด็กเที่ยว! ครั้งนั้นมีไป SM Town, SM Entertainment และ JYP ด้วย ส่วนเรื่องความปลอดภัย พ่อแม่หมดห่วงได้ เพราะครูใช้วิธีรายงานทางกรุ๊ปไลน์ผู้ปกครองแบบเรียลไทม์ ทั้งไลน์บอก ส่งภาพ และไลฟ์ให้ดูว่าลูกไปไหน ทำอะไรบ้าง
ตอบคำถามคาใจ “ถ้าไม่ติ่งจะแปลกแยกมั้ย?”
 
        แน่นอนว่าเหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำให้เด็กสมัยใหม่สนใจภาษาเกาหลี คือกระแสวัฒนธรรมที่ไหลเข้ามาเรื่อยๆ ในรูปแบบซีรี่ส์และเพลง ฯลฯ ทำให้พวกเขามีความฝันอยากทำงานที่ใกล้ชิดกับวงการนี้มากขึ้น แต่จากการสอบถามครูและนักเรียนในแผน พบว่ามีคนที่ตั้งใจมาเรียนภาษาเกาหลีเพราะอยากได้ภาษาที่สาม แต่ไม่ได้สนใจเรื่องบันเทิง และถึงแม้เรื่องไอดอลเกาหลีจะเป็นหัวข้อสนทนาหลักๆ แต่เพื่อนๆ ก็คุยเรื่องอื่นกับคนกลุ่มนี้ได้ หรือเผลอๆ อาจโดนสภาพแวดล้อมพาไปติ่งตามกัน!

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
Photo Credit: ครูอร

 
เด็กแผนเกาหลี...จบแล้วไปไหน?

        จากการพูดคุยกับนักเรียนแผนนี้ พบว่าเป้าหมายในระดับอุดมศึกษาของพวกเขา แบ่งออกเป็น 2 ทางใหญ่ๆ คือ 
 
        1. อยากต่อมหาวิทยาลัยในไทย โดยเฉพาะสถาบันที่มีเอกเกาหลีให้เลือกเรียน เช่น มศว, ม.ศิลปากร, ม.บูรพา, ม.นเรศวร และจุฬาฯ (ที่กำลังจะเปิดในปีการศึกษา 2561)
        2. อยากต่อมหาวิทยาลัยสาขาต่างๆ ที่เกาหลี เช่น น้องคนหนึ่งอยากเรียนมัลติมีเดีย เพราะเห็นว่าสื่อบันเทิงของเกาหลีก้าวไปไกลมาก ทำให้อยากทำงานในสถานีโทรทัศน์ หรืออีกคนหนึ่งที่สนใจซอฟแวร์ ก็อยากไปเรียนต่อด้านไอทีที่โน่น

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!
 
        ส่วนรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว พบว่ามีทั้งนักเรียนที่ได้ทุนไปเรียนที่เกาหลี นักเรียนที่ไปต่อเอกเกาหลี หรือนักเรียนที่เรียนสายอื่นแต่มีวิชาเกาหลีเป็นวิชาโท เช่น เรียนเอกบริหาร วิชาเลือกเกาหลี, เรียนเอกอังกฤษ วิชาเลือกเกาหลี ฯลฯ โดยบางคนบอกว่าพอจบจากที่นี่แล้วไปเรียนปี 1 ยังคงสบายๆ อยู่
 
        สำหรับคนที่สงสัยว่า นักเรียนที่จบจากที่นี่จะสอบได้ PAT 7.7 เท่าไหร่ คำตอบคือนักเรียนรุ่นปัจจุบันยังไม่ถึงคิวค่ะ เพราะแพทเกาหลีเพิ่งจะเริ่มปีนี้ (แต่ครูบอกว่าจะติวให้ตอน ม.6) ต้องรอติดตามผลอีกนิด

เปิดห้องเรียน 'ศิลป์-ภาษาเกาหลี' รร.สารวิทยา ที่จัดเต็มให้ถึงสัปดาห์ละ 10 คาบ!

        นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เด็กอนาคตสายเกาหลีควรบุ๊กมาร์กเก็บไว้เลยค่ะ เพราะไม่ใช่แค่ได้เรียนในตำรา แต่กิจกรรมและบรรยากาศยังทำให้นักเรียนซึมซับความเป็นเกาหลีได้จริงๆ หากน้องๆ คนไหนสนใจ ปีนี้เปิดรับสมัคร 24-28 ก.พ. ที่จะถึงนี้แล้ว ติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ www.srv.ac.th ...สุดท้ายนี้ เราต้องขอขอบคุณครูสุณิสา สอาดศรี (ครูอร) ครูสัชฌุกร แก้วช่วย (ครูเบียร์) ซองแซงนิม Lee Nakyung รวมถึงนักเรียนแผนเกาหลีที่มาแบ่งปันข้อมูลให้ชาว Dek-D ฟัง ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
#การศึกษา #แพทเกาหลี #PAT เกาหลี #ศิลป์-เกาหลี #แผนเกาหลี #เกาหลี #โรงเรียนสารวิทยา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

4 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?