/>
ซ่อน
แสดง

เปิดเทอมใหม่ เจอแน่! ป.1 ป.4 ม.1 ม.4 คุณคือผู้โชคดี นำร่องเรียนวิชาพื้นฐานใหม่ สอนเขียนโปรแกรม []

วิว
       สวัสดีค่ะ มองดูหลักสูตรที่น้องๆ เรียนทุกวันนี้ ก็ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากเมื่อเทียบกับรุ่นคุณพ่อคุณแม่ เพราะ "การศึกษา" และ "วิชาเรียน" เป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องปรับให้เหมาะกับยุคสมัย โดยเฉพาะตอนนี้ที่รัฐบาลมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นยุคของเทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรม
       นี่จึงเป็นที่มา ที่พี่มิ้นท์จะมาบอกน้องๆ ว่า ในเทอมหน้าเป็นต้นไป จะมีวิชาใหม่
"วิทยาการคำนวณ" เป็นวิชาพื้นฐานตัวต่อไปในหลักสูตรเรียนของเด็กไทย!!
 

       ย้อนกลับไปดูวิชาเรียนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีของน้องๆ ตอนนี้ อาจจะมีเพียงวิชาคอมพิวเตอร์ในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเท่านั้น ซึ่งก็สอนเพียงแค่การใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ในขณะที่ความสามารถของเด็กไทยตอนนี้ ไม่ใช่แค่ใช้คอมพิวเตอร์เป็น แต่ใช้เก่งและรอบด้านมากขึ้น ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ จึงออกวิชาบังคับวิชาใหม่ขึ้นมา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กไทย มีความคิดและความสามารถและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียง "ผู้ใช้" เหมือนที่ผ่านมา

   "วิทยาการคำนวณ" เรียนอะไรกันแน่
     ชื่อวิชาอย่างเป็นทางการ คือ วิทยาการคำนวณ (Computing Science) จะมาแทนที่วิชาคอมพิวเตอร์หรือเทคโนโลยีที่มีสอนอยู่ในตอนนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไปในหลักสูตรนี้คือ ไม่ใช่แค่เรียนเพื่อใช้คอมพิวเตอร์เป็น แต่จะต้องมี "ระบบคิดและแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์"  สามารถใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่เหมาะสม และจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นด้วย
      โดย รศ.ยืน ภู่วรวรรณ ที่ปรึกษาของ สสวท. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาหลักสูตรวิทยาการคำนวณ สรุปถึงขอบเขตของวิชานี้ว่า ประกอบไปด้วย 3 องค์ความรู้ คือ
      1. การคิดเชิงคำนวณ (computational thinking) คือ เข้าใจและเรียนรู้วิธีคิดและแก้ปัญหาเชิงวิเคราะห์ มีลำดับวิธีคิด ซึ่งนอกจากการเรียนการเขียนโปรแกรมแล้ว หัวใจที่สำคัญกว่าคือสอนให้เราเชื่อมโยงปัญหาต่างๆ และแก้ไขปัญหาได้
      2. ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม (digital technology) ทั้งเทคนิควิธีการต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลในยุค 4.0 และเป็นทางเลือกในการบูรณาการเข้ากับวิชาอื่นได้ด้วย
      3. รู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล (media and information literacy) พูดง่ายๆ คือ แยกแยะได้ว่าข้อมูลไหนเป็นจริงหรือหลอกลวง รู้กฎหมายและลิขสิทธิ์ต่างๆ บนโลกไซเบอร์ เพื่อให้ใช้งานกันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
  

     สำหรับเนื้อหาที่น้องๆ จะได้เรียน ก็จะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุค่ะ เพื่อให้ปรับตัวและพัฒนาไปตามเด็กแต่ละวัย เช่น
       - ประถมต้น เรียนการแก้ปัญหาอย่างง่าย โดยใช้สื่ออื่นๆ สอนเช่น บัตรคำสั่ง ภาพวาด หรือสัญลักษณ์
       - ประถมปลาย จะเรียนการออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อ เรียนการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
      -  มัธยมต้น จะเรียนการออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์
       - มัธยมปลาย ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคำนวณ ไปใช้บูรณาการกับโครงงานวิชาอื่นๆ อย่างสร้างสรรค์
       สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับวิชาเรียน "วิทยาการคำนวณ" ดูเพิ่มเติมได้ที่
"ทำไมวิชาวิทยาการคำนวณ ถึงต้องเป็นวิชาบังคับ"(คลิก)
   
   เรียนๆ ไปแล้ว วิชานี้วัดผลยังไง?
       มาถึงคำถามที่หลายคนสงสัย แล้วเรื่องสอบหรือการวัดผลจะออกมาในรูปแบบไหน ในเรื่องนี้เว็บไซต์ kid coding ได้ให้คำตอบว่า "เป็นการวัดผลแบบสร้างสรรค์"(คลิก) การวัดผลคงไม่ใช่แบบเดิมที่จะต้อง "ถูก" หรือ "ผิด" เท่านั้น แต่จะวัดจากการที่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังหรือไม่ โดยจะเน้นให้น้องๆ คิดเป็นมากกว่าท่องจำแบบเดิมๆ เพราะหัวใจสำคัญของหลักสูตรนี้คือ ให้เด็กคิด และแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องเก่งระดับท็อป แต่ถ้ามีการคิดที่เป็นขั้นตอนและมีความคิดสร้างสรรค์ ก็จะสนุกกับวิชานี้ได้ 

    เริ่มเรียนกันปีไหน?
     ไม่ต้องรอกันนานหลายปีค่ะ! เตรียมเจอกัน พฤษภาคม 2561 นี้ทุกโรงเรียน แต่รุ่นที่จะได้เริ่มเรียนก่อนเพื่อนก็คือ ป.1 ป.4 ม.1 และ ม.4 ซึ่งก็คือปีแรกของแต่ละช่วงชั้นนั่นเอง
     หลังจากนั้นในปี 2562 ป.1 ป.4 ม.1 และ ม.4 รุ่นถัดไปก็จะได้เรียน
     จนกระทั่งครบทุกชั้นปี ป.1-ม.6 ในปี 2563 นั่นเองค่ะ    
     เอาเป็นว่า ใครรู้ตัวว่าได้เป็นรุ่นแรกทีเรียน ก็เตรียมตัวกันไว้ให้พร้อมนะคะ

  แล้วในอนาคตจะมีผลต่อการศึกษาหรือไม่ ยังเป็นเรื่องน่าติดตาม!
      หลังจากที่ได้รู้ว่าวิชา "วิทยาการคำนวณ" จะย้ายไปอยู่กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ก็ทำให้นึกถึงผลที่ตามมาในเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะหลายๆ แห่งมีการใช้ผลการเรียนกลุ่ม "วิทยาศาสตร์" และ "คณิตศาสตร์" เป็นองค์ประกอบในการสอบเข้าด้วย นั่นหมายความว่า ถ้ายังคงใช้รูปแบบเดิม วิชาที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้มีแค่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เหมือนอย่างเดิมแล้ว วิชาใหม่นี้จะเป็นอีกวิชาที่น้องๆ ปล่อยปละละเลยไม่ได้ เพราะจะส่งผลต่อภาพรวมกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
      แต่นี่ก็เป็นแค่ข้อสงสัยเท่านั้นนะคะ ยังไม่มีการคอนเฟิร์มจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถ้ามีโอกาส พี่มิ้นท์จะไปสอบถามหาคำตอบมาให้ค่ะ^^

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิชา วิทยาการคำนวณ ได้ที่เว็บไซต์ kid coding (คลิก)
 

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#การศึกษา #วิชาพื้นฐาน #วิชาเขียนโปรแกรม #วิชาวิทยาการคำนวณ #วิทยาการคำนวณ #กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    ครูบ้านนอก
    Guest IP
    #6
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ดีเยี่ยมเลยครับ. กระบวนการคิดเป็นเรื่องสำคัญมาก. ดีกว่าจะไปโจมตีเด็กด้วยการติวก่อนสอบ นานาฯ !!!แต่ก็น่าเป็นห่วงในทางปฏิบัติที่ไปอยู่กลุ่มสาระอื่นแล้วครูผู้สอนไม่ใช่สายงานที่ถูกต้อง(ร.ร.ที่ครูไม่พอ ห่างไกล ภูมิภาค หรือการบริหาร และอื่นๆ) ก็จะเป็นปัจจัยที่วิชา “วิทยาการคำนวณ” จะไม่ถึงฝั่งฝัน

    #ครูบ้านนอก.

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ทำไมอ่านจบแล้วไม่มีความรู้สึกมั่นใจเลยว่าการเพิ่มวิชานี้เข้าไปเป็นความคิดที่ดี คือถ้าเป็นโปรแกรมที่ใช้ประยุกต์กับวิชาอื่นได้ถือว่าโอเค แต่ถ้าสุดท้ายโตมาใช้อะไรไม่ได้ซักอย่างก็ไม่มีประโยชน์

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    soften
    Guest IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ผมคิดไม่หรอกนะว่าอาจารย์โดยส่วนใหญ่ในระดับมัธยมจะเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    หมีหมา
    Guest IP
    #7
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    มองในมุมคนเรียนจบ IT มา และตอนนี้ไม่ได้ทำงานตรงสายค่ะ ฮาาา

    บอกเลยว่าถ้าเด็กๆ ได้เรียนวิชานี้ก็ดีนะ เพราะอะไร

    1. สมองจะคิดเป็นระบบมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้ไปต่อในสายนี้ก็ตาม แต่ในโลกความจริงสามารถเอาทักษะตรงนี้มาใช้ได้ ความคิดจะเป็นระบบ มองเห็นภาพรวมและทำงานละเอียดได้

    เพราะนอกจากจะต้องมีไอเดียคิดคอนเซปภาพรวมแล้ว คิด flowchart ระบบการทำงาน input เข้ามาแล้ว ไปไหนต่อ จนกว่าจะได้ output การเขียนโปรแกรมต้องคอยแก้บั๊กด้วย


    2. ศาสตร์ computer security สำคัญ เพราะเดี๋ยวนี้เราแทบไม่ต้องใช้เงินสดก็ซื้อของได้ Online banking และอื่นๆ มีบทบาท ในขณะที่เราควรรู้เท่าทันแฮคเกอร์และมิจฉาชีพไซเบอร์ ซึ่งเอาจริงๆ คนอายุช่วงเจนวายหรือมากกว่านั้นบางคนก็มิได้รู้เท่าทันเรื่องพวกนี้นะ มักโดนหลอกเรื่องพวกนี้ง่ายมากๆ เช่น baidu บางคนยังคิดว่ามันเป็นแอนตี้ไวรัสอยู่เบย


    3. กฎหมายลิขสิทธิ์ พรบ. คอม สำคัญมาก ต้องเรียนรู้ เพราะนอกจากเป็นมารยาททางสังคมแล้ว ยังแก้ปัญหาการใช้การ์ดรู้เท่าไม่ถึงการได้ด้วย


    4. เครื่องมือต่างๆ ใน social ที่ทำธุรกิจได้นี่ก็ควรรู้ เพราะมันทำให้ได้เปรียบในภายภาคหน้า บอกเลยว่าคนเจนวายหรือมากกว่านี้บางคนยังงงว่า Qr code คืออะไร เฟซบุ๊คแฟนเพจกับกูเกิ้ลเพจไม่เหมือนกันนะ ยังเรียกผิดๆ ถูกๆ งง มั่วไปหมด ถามว่าต้องการอะไรยังตอบไม่ได้เลย แต่ถ้าได้รู้จักเครื่องมือแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ จะเข้าใจได้ง่ายกว่ามรสอนตอนแก่จ้า

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #9
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    สำหรับเราคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีมากๆเลยนะ จนเรายังรู้สึกอิจฉารุ่นน้องที่จะได้เรียนทักษะนี้ตั้งแต่ประถม(เราเพิ่งมารู้จักตอนมัธยมต้นT.T) คือถึงคุณจะไม่ได้ทำงานวิศวะ แต่รับรองว่าทักษะนี้จะได้ประยุกต์ใช้กับทุกสาขาวิชาได้อย่างแน่นอน และวิชานี้ก็เป็นวิชาที่ใช้ความเข้าใจไม่ใช่ท่องจำอย่างที่เราเรียนกันมาทุกวันนี้แน่

    ปัญหาคือ คุณมีบุคลากรเพียงพอหรือยังที่จะถ่ายทอดทักษะเหล่านี้ให้กับเด็ก ครูคอมส่วนใหญ่ในโรงเรียน เรามั่นใจมากว่าส่วนมากจะสอนเพียงพวกเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือถ้าครูยุคใหม่หน่อยก็จะมีเพียงทักษะโปรแกรมมิ่งพื้นฐาน ถ้าพูดถึงdata structure ละ algorithmต่างๆ ครูก็ไม่ค่อยรู้เรื่องกันแล้ว จนสุดท้ายก็อาจสอนเพียงแค่การใช้scratchหรือเปล่า เนื่องจากได้เรียนรู้กระบวนการคิด แต่อาจไม่ได้รู้จักการprogrammingที่แท้จริง

    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?