ไม่ดี ออเจ้าอย่าทำ! รวมพฤติกรรม "ฉุดเกรดให้ร่วงกราว" ของเด็กวัยเรียน []

พฤติกรรมที่เด็กมัธยมฯ ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันฉุดเกรดให้ร่วงได้จริงๆ นะ
10,061 5
ไม่ดี ออเจ้าอย่าทำ! รวมพฤติกรรม "ฉุดเกรดให้ร่วงกราว" ของเด็กวัยเรียน
          สวัสดีค่ะ ปิดเทอมถือเป็นสวรรค์ของเด็กมัธยมฯ เลยล่ะ หลังจากทรหดอดทนกับการเรียนหนักๆ การบ้านโหดๆ มานาน ได้เวลาสนุกแล้วสิกันซักที แต่ขอเตือนก่อนว่าอย่าชิลล์ไป เพราะเปิดเทอมชีวิตน้องๆ จะวนลูปแบบเดิม ยังต้องรักษามาตรฐานเกรดอยู่นั่นเอง
          วันนี้พี่เมก้าก็เลย "รวมพฤติกรรมฉุดเกรดให้ร่วงกราว" มาฝาก รู้แล้วแปะติดข้างฝาบ้านเลยนะคะ เปิดเทอมเมื่อไหร่ ถ้าไม่อยากให้เกรดตก ก็ควรลด ละ เลิกไปเลยค่ะ

1. เป็นศัตรูกับหนังสือ
          พฤติกรรมต่อต้านการอ่าน (หนังสือเรียน) จะเพราะเหตุผลว่าขี้เกียจ หรือเนื้อหาเข้าใจยากเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่ดีค่ะ (เอาความรู้อะไรไปสอบ?) การอ่านช่วยสร้างความท้าทายให้กับตัวเอง ยิ่งน้องๆ อ่านเยอะ สมองก็จะประมวลผลความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น
          มีงานวิจัยออกมาด้วยนะคะว่า เพียงแค่เริ่มอ่านหนังสือไปได้ 6 นาที อัตราการเต้นของหัวใจเราจะเริ่มทำงานช้าลง และช่วยลดความเครียดได้ ถ้าน้องๆ กำลังเครียดอยู่ว่าอ่านไม่ทัน เลิกเครียด! แล้วหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดเลย  


2. มหกรรมเทงาน
          สมองไม่ชอบอะไรเยอะแยะ (แค่เห็นงานมากมายก่ายกอง ก็วิ่งหนีแล้ว) แต่!! สมองชอบให้เราสั่งการแบบจัดระบบระเบียบงานค่ะ น้องๆ อย่าเคลียร์การบ้านแบบทำไปงั้นๆ หรือทำทุกงานพร้อมกัน ทำไม่ทันก็เท! แบบนั้นคะแนนงานเป็น 0 แน่ ลองทำ to-do-list (จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ) ขึ้นมาค่ะ นี่เป็นหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ทำให้เราโฟกัสกับงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้อย่าเทงานตัวเอง แล้วไปลอกเพื่อน เพราะสมองต้องการให้เราใช้งาน คิดบ่อยๆ จะใช้ความคิดเก่งขึ้น  

3. ติดโทรศัพท์หนักมาก

ไม่ดี ออเจ้าอย่าทำ! รวมพฤติกรรม "ฉุดเกรดให้ร่วงกราว" ของเด็กวัยเรียน
          การใช้สมาร์ทโฟนหนักๆ นอนเล่นทั้งวันทั้งคืน อาจส่งผลระยะยาวให้น้องๆ เสียสายตา ปวดมือ ปวดหลัง ข้ออักเสบ ไปจนถึงเส้นประสาทอักเสบ (มีอาการปวดศีรษะรุนแรง คล้ายๆ ปวดไมเกรน สมองทำงานช้าลง) ที่น่ากลัวไปกว่านั้น มีงานวิจัยออกมาด้วยว่าวัยรุ่นมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งสมองมากกว่าผู้ใหญ่ เพราะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มาจากสมาร์ทโฟนนี่แหละค่ะ ดังนั้น จัดตารางการเล่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ดีๆ นะคะ มาปวดหลัง ปวดหัวตอนครูสอน เรียนไม่รู้เรื่องแน่ T T  

4. กดดันตัวเองเหลือเกิน
          บางคนเกิดอาการ Panic ตั้งแต่เห็น GPAX ตัวเองแล้ว แต่รู้อะไรมั้ยคะ? คอร์ติซอล (ฮอร์โมนแห่งความเครียด) มันจะไปสร้างสารอนุมูลอิสระ ซึ่งมาฆ่าเซลล์สมองของน้องๆ อีกทีหนึ่ง ในสมองเราจะมี BDNF โปรตีนที่ช่วยรักษาเซลล์สมองให้แข็งแรง แต่เมื่อเครียดคอร์ติซอลจะไปหยุดการผลิต BDNF ทำให้มีการสร้างเซลล์สมองใหม่ๆ น้อยลง
         นอกจากนี้งานวิจัยทางสรีรวิทยายังบอกว่า เมื่อเครียดสัญญาณไฟฟ้าในสมองส่วนที่เชื่อมโยงกับความจำจะอ่อนแอลง ทำให้หลงลืมง่ายนั่นเอง 


5. ไม่ระวังเรื่องกิน
          เวลาเรียนใช้สมองเยอะมาก ก็ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์กันสักหน่อย โดยเฉพาะมื้อเช้า ห้ามขาด! เพราะน้องๆ จะไม่มีพลังงาน สูญเสียความจำและสมาธิ แถมหมดอารมณ์เรียนอีกต่างหาก! นอกจากนี้ให้งดอาหารทำลายสมองต่างๆ เช่น น้ำผลไม้หวานๆ มีงานวิจัยออกมาว่าปริมาณฟรุกโตสที่เพิ่มสูงขึ้น จะไปลดการทำงานของสมองในส่วนความจำ และยับยั้งการสร้างเซลล์สมองใหม่ๆ เบเกอรี่ และกลุ่มของทอดทั้งหลาย เพราะมีไขมันทรานส์ ส่งผลเสียต่อสมอง ความจำแย่ลง

6. นักอดนอนมาราธอน
          ศาสตราจารย์วิทยาลัยแพทยศาสตร์ Texas A&M บอกว่า "การอดนอนมีผลต่อระบบความจำมาก" สมองของน้องๆ จะสูญเสียประสิทธิภาพไปกับการอดนอนในแต่ละชั่วโมง ต่อให้อดนอนเป็นชั่วโมงเพื่ออ่านหนังสือสอบ แต่นั่นก็เป็นเพียงการเปิดใช้งานหน่วยความจำระยะสั้นเท่านั้น (ต่อไปก็จะขี้หลงขี้ลืมเหมือน Dory ใน Finding Nemo กลัวๆๆ) ความจริงแล้ว 3-4 วันก่อนสอบ อ่านหนังสือสัก 20 - 30 นาที แต่แบ่งอ่านหลายครั้งต่อวัน จะช่วยถ่ายโอนข้อมูลไปสู่ความจำระยะยาวได้มากกว่า ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเรียนหนัก หรือเตรียมสอบก็แบ่งเวลานอนให้เต็มอิ่มเถอะค่ะ สมองจะได้พักฟื้นด้วย

7. ฟังเพลงตอนเรียน
          น้อยคนนะคะที่จะกล้าเสียบหูฟังฮัมเพลงตอนเรียน แต่พี่เมก้าเชื่อว่ามี!! แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่เห็นทันตาคือเรียนไม่รู้เรื่อง ยิ่งเป็นเพลงแดนซ์เร็วๆ หรือร็อกมันส์ๆ งานวิจัยออกมาแล้วนะคะว่า มันทำให้เสียสมาธิ และรบกวนความเข้าใจในการอ่าน ไม่เพียงแต่การฟังเพลงจะทำให้สติหลุด เสียงดังๆ ยังเป็นอันตรายต่อหูและสมองด้วย! (สูญเสียความรู้ความเข้าใจไปเลย) ดังนั้น โปรดฟังเพลงให้ถูกที่ถูกเวลา

8. มนุษย์ช่างเปรียบเทียบ
          นิสัยชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นตลอดเวลา เลิกได้เลิกเลยนะคะ! เพราะถ้าน้องๆ มีความคิดว่าคนอื่นดีกว่า รู้มากกว่าเราเมื่อไหร่ มันเหมือนเป็นการตั้งแง่กับความสามารถของตัวเอง ทั้งที่เราอาจจะมีดีกว่าที่คิดก็ได้ เหมือนที่มีงานวิจัยออกมาอะค่ะว่าเวลาทำงานแล้วเกิดอุปสรรคชิ้นโต ความคิดเชิงลบไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย คิดเรื่องที่เป็นประโยชน์ก็ไม่ออก จนต้องละทิ้งงานนั้นไปในที่สุด ตรงกันข้ามกับความคิดเชิงบวกที่ช่วยให้สมองทำงานดีกว่า ดังนั้น ต่อให้เกรดกำลังวิกฤติแค่ไหน ยิ้มสู้ แล้วดึงศักยภาพของตัวเองมาฟิตเกรดกันดีกว่าค่ะ

          จากทุกข้อที่ว่ามาสำหรับพี่เมก้าคิดว่าข้อสุดท้ายนี่ตรงใจที่สุดเลยค่ะ เคยเป็นเด็กที่ชอบเทียบเกรดตัวเองกับเพื่อนมาก่อน (แถมเทียบกับระดับ TOP ห้อง) มันเจ็บปวด หมดกำลังใจ และเหนื่อยมาก! ไล่ตามเท่าไหร่ก็ไม่ถึงสักที เกรดดิ่งลงอีกต่างหาก T T จนหยุดตามแล้วกลับมาทำให้เต็มที่เท่าที่ไหวนั่นแหละ อยู่ดีๆ เกรดก็อัพขึ้นอย่างช้าๆ ซะงั้น น้องๆ เจอประสบการณ์ตรงกับข้อไหน มาคุยกันได้นะคะ
#พฤติกรรม #นิสัยต้องห้าม #ฉุดเกรด #การศึกษา #ฟิตเกรด #ฟิตเกรด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?