ความเปลี่ยนแปลง ม.ต้น VS ม.ปลาย ที่ทุกคนต้องเจอ #ต้องเป็นเองถึงรู้ []

ม.ปลาย = วัยรุ่นตอนปลาย มีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลง ทั้งร่างกาย จิตใจ ความคาดหวังจากพ่อแม่
14,840 4
ความเปลี่ยนแปลง ม.ต้น VS ม.ปลาย ที่ทุกคนต้องเจอ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ต้องเป็นเองถึงรู้/" class="hashtag" target="_blank">#ต้องเป็นเองถึงรู้</a>
         สวัสดีค่ะ บอร์ดเด็กดีตอนนี้ มีน้องๆ ม.ต้น เข้ามาพูดถึงการสอบเข้า ม.4 กันทุกวัน บางคนก็ยังเรียนอยู่โรงเรียนเดิม บางคนก็สอบไปโรงเรียนใหม่ นับเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของน้องๆ เลย แต่พี่มิ้นท์อยากจะบอกน้องๆ ว่า ความตื่นเต้น ของ ม.ปลาย ยังไม่หมดแต่เพียงแค่การสอบเข้าเท่านั้นค่ะ^^
 
ความเปลี่ยนแปลง ม.ต้น VS ม.ปลาย ที่ทุกคนต้องเจอ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ต้องเป็นเองถึงรู้/" class="hashtag" target="_blank">#ต้องเป็นเองถึงรู้</a>

        ม.ปลาย ถ้านับกันตามอายุ ก็อยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนกลางถึงวัยรุ่นตอนปลาย ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต ทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ความสนุก ความดราม่า จะเกิดขึ้นในวัยนี้ชนิดสุดเหวี่ยงไปเลยจ้า มาดูกันว่า จาก ม.ต้น เข้าสู่ ม.ปลาย มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง

  ผู้หญิงหยุดสูง - ผู้ชายสูงไว
       เป็นเรื่องที่น่าซีเรียสสำหรับวัย ม.ปลาย เลยค่ะ ตอน ม.ต้น ก็วิตกกังวลกันไปรอบนึงแล้ว น้องๆ ผู้หญิงก็จะรู้สึกแปลกๆ ว่าตัวเองสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดสูงสักที ส่วนน้องๆ ผู้ชายก็กังวลไปอีกแบบว่า ทำไมไม่สูงซักที โดนเพื่อนๆ สาวๆ สูงแซงหน้ากันไปหมดแล้ว
       พอขึ้น ม.ปลาย ปัญหาทุกอย่างจะกลับตาลปัตรเลยค่ะ ผู้หญิงจะหยุดสูง บุญ..เอ้ย! ความสูงที่ทำมาช่วง ม.ต้น ใครทำมากก็ได้มาก บางคนหยุดสูงไม่ทันตั้งตัว ก็ได้เต็มที่แค่ 150 กว่าๆ เป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาอีกว่าทำไมสูงได้แค่นี้ (สาวไซส์มินิก็น่ารักดีน้า) ในขณะที่หนุ่มๆ ก็ได้เวลาติดสปีดความสูงกันแล้ว บางคนอยู่ ม.ต้น สูง 140-150 พอขึ้น ม.ปลายมา พุ่งไป 180 ก็มีค่ะ
       นอกจากความสูงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของร่างกายยังมีอีก ผู้ชาย ไหล่จะกว้างขึ้น ในขณะที่ผู้หญิงสะโพกก็ผายมากขึ้นด้วย

   สวยหล่อไปตามวัย
       เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นตอนปลายหรือช่วง ม.ปลาย ของน้องๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายตามที่ข้อ 1 ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตไปสู่วัยหนุ่มสาว แม้แต่ใบหน้าเอง ก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วย กระดูกต่างๆ บนใบหน้าจะเติบโตเร็วมาก ทำให้เกิดเป็นโครงหน้า ดั้งจมูกก็ขึ้นเป็นสัน
        ช่วงนี้ น้องๆ จะเริ่มรู้สึกรักสวย รักงาม พึงพอใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง หลายคนเกิดมาไม่เคยคิดว่าตัวเองหน้าตาดี มาส่องกระจกตอนนี้อาจคิดเข้าข้างตัวเองว่า ฉันสวย ข้าหล่อ ก็เป็นได้ ดังนั้น วัยนี้จะเป็นวัยที่ติดกระจกมากก เห็นกระจกเป็นไม่ได้ ต้องขอส่องสักหน่อยนะ

    ไขมันบุก
      หนึ่งในคำฮิตติดปากน้องๆ ม.ปลาย คือ รู้สึกช่วงนี้ "อ้วนว่ะ" เป็นไปได้ว่าอาจจะขาดความมั่นใจจนคิดมากไปเอง แต่บางทีก็เข้าข่ายว่าไขมันบุกจริงๆ ค่ะ >

    การเรียนที่หนักขึ้น และยากขึ้น
      สิ่งแรกที่เจอคือ การเลือกแผนการเรียน จะวิทย์คณิต ศิลป์คำนวณ หรือ ศิลป์ภาษา ไม่มีใครเรียนหนักน้อยไปกว่าใคร แต่ละสายมีความหนักและจุดที่เน้นต่างกัน แต่ที่แน่ๆ หนักกว่า ม.ต้น แน่นอน จากที่เคยเลิกเรียนบ่าย 3 ตารางสอนของน้องๆ จะกลายเป็น 5 โมงเย็นในบางเย็นแทน แถมวิชาที่เป็นคาบพักก็แทบไม่เหลือแล้ว
       วิชาต่างๆ ที่จะได้เรียนก็จะเข้มข้นขึ้นด้วยค่ะ เริ่มเข้าใจได้ยากขึ้น ถ้าเผลอขาดเรียนไปคาบนึงหรือขาดการทบทวน รับรองว่ากลับมาดูอีกที ระลึกชาติกันนานเลย เพราะ พื้นฐาน ม.ปลาย เป็นสิ่งที่จะใช้ต่อยอดวิชาเรียนในมหาวิทยาลัยนั่นเอง จึงแน่นกว่า ม.ต้น เยอะเลย ดังนั้น ขึ้น ม.ปลาย จะเรียนชิวแบบเดิมไม่ได้แล้วนะ สู้ๆ

ความเปลี่ยนแปลง ม.ต้น VS ม.ปลาย ที่ทุกคนต้องเจอ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ต้องเป็นเองถึงรู้/" class="hashtag" target="_blank">#ต้องเป็นเองถึงรู้</a>

    ต้องวางเป้าหมาย
       ม.ต้น จะเที่ยวเล่น ร้องคาราโอเกะ มาเท่าไหร่ก็ได้ แต่ถ้าขึ้น ม.ปลาย แล้ว ต้องพ่วงความรับผิดชอบไว้สูงมาก น้องๆ ยังเที่ยวเล่นได้ แต่ต้องไม่ลืมที่จะคิดถึงอนาคตตัวเองด้วยค่ะ 3 ปีใน ม.ปลาย เหมือนจะเยอะ แต่เวลามันผ่านไปเร็วมาก มีหลายๆ คนมาพูดตอน ม.6 ว่า ยังไม่รู้เลยว่าอยากเรียนอะไร อยากเป็นอะไร แค่นี้เพื่อนๆ ที่วางเป้าหมายไว้แล้ว ก็แซงหน้าเราไปหลายช่วงตัวแล้ว
       ถึงแม้ว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะอยู่ ม.6 แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมาเตรียมตัว ม.6 นะคะ เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ประกอบไปด้วยหลายส่วน ทั้งวิชาสอบที่ใช้ความรู้ทั้งระดับ ม.ปลาย ใช้เกรดทั้ง 6 เทอม รวมทั้งการสอบเข้าแต่ละคณะก็มีรายละเอียดคะแนนต่างกันด้วย บอกได้คำเดียวว่า มาเตรียมตัว ม.6 อาจจะไม่ทันค่ะ ดังนั้น ขึ้น ม.4 แล้ว เริ่มค้นหาตัวเองว่า ชอบหรือไม่ชอบอะไร แล้วค่อยๆ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะที่เราอยากเข้า เป้าหมายของน้องๆ จะถึงไวขึ้นค่ะ เชื่อพี่...พี่ผ่านมาแล้ว

   แบกรับความคาดหวังจากครอบครัว
     ม.ปลาย ก็อายุ 16-18 ปี บางบ้านก็คิดว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ที่จะดูแลตัวเองทั้งเรื่องเรียนและความเป็นอยู่ได้ ในวัยนี้จะถูกคาดหวังจากครอบครัวชัดมาก โดยเฉพาะเรื่องเรียน เริ่มคุยรู้เรื่อง แม่พ่อก็จะเริ่มพูดอย่างตรงไปตรงมา อยากให้เราเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ อยากให้ได้เกรดเท่านี้ เรียนคณะนี้ จบออกมาต้องทำงานนี้ และคาดหวังว่าจะต้องเป็นเด็กดี ไม่เถลไถล ไม่เที่ยว ยิ่งใครที่ได้เป็นพี่คนโต ความคาดหวังจะยิ่งทวีคูณ เพราะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆ อีก
     เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วง พ่อแม่ก็ไม่ได้ผิดที่จะคาดหวังจากลูก ส่วนลูกก็ไม่ผิดถ้าอยากจะมีชีวิตทางเดินของตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วทางที่เหมาะสมที่สุด คือ จุดกึ่งกลาง และการหันหน้าคุยกันค่ะ ดังนั้น ขึ้น ม.ปลาย ปุ๊บ เตรียมตัวกันได้เลยค่ะ

   สู้รบกับสิ่งไม่พึงประสงค์
       ฮอร์โมนในวัยนี้อยู่ในวัยพลุ่งพล่าน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ในด้านร่างกายเอง การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่างๆ ทำให้ต่อมไขมันผิวหนังและต่อมเหงื่อในร่างกายทำงานมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่น้องๆ จะต้องเจอสารพัดสิวหลากหลายชนิดที่มารุมขึ้นบนหน้าจนแทบไม่มีที่ว่างในบางช่วง รวมถึงสิวฮอร์โมนด้วย
       ส่วนต่อมเหงื่อที่ทำงานมากขึ้นก็ส่งผลให้เริ่มมีกลิ่นตัวไม่พึงประสงค์ สังเกตว่าตอนยังเป็นเด็กๆ อยู่ วิ่งเล่นเหงื่อท่วมแค่ไหน ก็ยังรู้สึกสะอาดอยู่ แต่ตอนนี้นี่สิ เหงื่อออกนิดเดียว กลิ่นก็ฟุ้งไปรอบๆ ตัว ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ไม่กล้าเข้าใคร ในวัยนี้ ทั้งหญิงทั้งชาย จึงเริ่มดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ภายนอกต้องดูดี ต้องสะอาด เพื่อให้คนอื่นประทับใจ

   เพื่อนเปลี่ยนไป
       ไม่ได้เหมารวมว่าเพื่อนทุกคนจะเปลี่ยนไปนะคะ ต้องบอกก่อนว่า วัยนี้อยู่ในช่วงที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ใครขัดใจก็จะรู้สึกแปลกๆ แถมไม่ชอบตามใคร ต่างจากตอนเราเป็น ม.ต้น ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเยอะๆ ไปไหนไปกัน นอกจากนี้ยังเป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์สูงมาก ชอบคิด วิตกกังวลง่าย เมื่อทุกอย่างมารวมกัน ดราม่าก็จะเกิดขึ้นง่ายค่ะ จะรู้สึกอยู่บ่อยๆ ว่าเพื่อนไม่ชอบเรา เราเป็นเหมือนแกะดำ เพื่อนเปลี่ยนไป ทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า แต่พอจะไปง้อหรือถาม ก็ไม่กล้าอีก อาจทำให้เรามีเพื่อนสนิทน้อยลง เพราะไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน ก็อาจทำให้เราไม่สนิทกันเหมือนเดิมนั่นเอง
       ดังนั้นถ้าอยากมีเพื่อนเยอะๆ ต้องหมั่นเอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าคิดวิตกกังวลจนเกินเหตุ และถ้ามีอะไรเปิดใจคุยกันดีที่สุดค่ะ

ความเปลี่ยนแปลง ม.ต้น VS ม.ปลาย ที่ทุกคนต้องเจอ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ต้องเป็นเองถึงรู้/" class="hashtag" target="_blank">#ต้องเป็นเองถึงรู้</a>
 

   เริ่มมีความรัก ต้องรู้จักวางตัว
       ม.ต้น เราอาจจะสนิทใจที่คุยเล่นกับเพื่อนต่างเพศ แต่พอมา ม.ปลาย จะทำแบบเดิมไม่ได้แล้วค่ะ อย่างที่บอกไปในข้อแรกๆ ว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและฮอร์โมน กับเพื่อนคนนึง วันนึงจากที่เคยไม่รู้สึกอะไร ไม่แน่ว่ามา ม.ปลาย เราอาจจะรู้สึกแปลกๆ กับเขาก็ได้นะ หรือถ้าพูดให้ถูกคือ ค่อยๆ เก็บความรู้สึกดีๆ จนมาเป็นความรัก
       ในวัยนี้ มีความรักได้ ไม่ใช่เรื่องผิดนะคะ แต่ยังไงก็ต้องระลึกไว้เสมอว่าวัฒนธรรมของไทย ไม่ได้เหมือนต่างชาติ เราจึงต้องมีความรักในทางที่ดี และต้องรู้จักวางตัวในสถานการณ์ต่างๆ ด้วย ถ้าทำได้ วัยรุ่นวัยเรียนของน้องๆ จะมีความสุขค่ะ^^

 
       พี่มิ้นท์เชื่อว่าน้องๆ ที่เข้ามาอ่านบทความนี้ อาจจะมีทั้งคนที่ผ่านช่วงวัยนี้มาแล้ว ก็คงรู้สึกมีสารพัดอย่างอยากจะเตือนน้องๆ ก็คอมเม้นท์กันได้นะ ส่วนน้องๆ ที่กำลังอยู่ ม.ปลาย หรือกำลังจะขึ้น ม.ปลาย ก็เตรียมตัวรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไว้ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องฝืน เพราะมันคือเรื่องธรรมชาติ แค่รู้จักปรับตัว รับรองว่า น้องๆ จะรักวัย ม.ปลาย ที่สุดเลย
#การศึกษา #ม.ปลาย #ขึ้น ม.ปลาย #สิ่งที่เปลี่ยนแปลง ม.ปลาย #ม.ต้น VS ม.ปลาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?