พาทัวร์ห้องเรียน STEM สุดชิคของพี่มหา'ลัยกับน้องมัธยมฯ #ว่ากันว่าไม่ต่างกัน []

"สะเต็มศึกษา" ที่น้อยคนจะรู้จัก เด็ก 2 รุ่นเขาเรียนกันยังไง ตามไปทัวร์กันแบบเจาะลึก!
7,285 0
พาทัวร์ห้องเรียน STEM สุดชิคของพี่มหา'ลัยกับน้องมัธยมฯ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ว่ากันว่าไม่ต่างกัน/" class="hashtag" target="_blank">#ว่ากันว่าไม่ต่างกัน</a>
          สวัสดีชาว Dek-D ที่น่ารักทุกคนค่ะ น้องๆ อาจจะเคยได้ยินชื่อ STEM Education หรือสะเต็มศึกษากันมาบ้าง นี่คือห้องเรียนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และกระบวนการทางวิศวกรรมไปใช้เชื่อมโยงและแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ หลักสูตรนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่น้อยคนที่จะรู้จัก STEM อย่างถ่องแท้  

พาทัวร์ห้องเรียน STEM สุดชิคของพี่มหา'ลัยกับน้องมัธยมฯ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ว่ากันว่าไม่ต่างกัน/" class="hashtag" target="_blank">#ว่ากันว่าไม่ต่างกัน</a>
 
          เมื่อเร็วๆ นี้พี่เมก้ามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม ม.แม่ฟ้าหลวง แล้วก็ได้ทราบว่าห้องเรียนสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ของที่นี่ นำระบบ STEM เข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอนด้วย แถมยังขยายเครือข่ายไปสู่น้องๆ เด็กมัธยมฯ อีกต่างหาก มาดูกันค่ะว่า ห้องเรียน STEM ในแบบของพี่ใหญ่มหา'ลัยกับน้องเล็กมัธยมฯ ต่างกันมากแค่ไหน
 

STEM คืออะไร?
          STEM มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า Science Technology Engineering and Mathematics Education การเรียนการสอนแบบ STEM ก็คือการบูรณาการความรู้ทั้ง 4 ด้านเข้าด้วยกัน โดยในแต่ละมหา'ลัยหรือโรงเรียนที่นำแนวคิดนี้ไปใช้ก็จะประยุกต์และออกแบบบทเรียนออกมาให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง อย่างที่บอกว่า STEM ไม่ใช่แค่การดึงความรู้ด้านใดด้านหนึ่งมาใช้เท่านั้น แต่ต้องผนวกความรู้ทั้งหมดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้วย ห้องเรียน STEM จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยให้น้องๆ ได้คิดและลงมือทำจริงจังภายใต้ฐานความรู้ทั้ง 4 ด้านนั่นเอง 

ห้องเรียน STEM ของเด็กแม่ฟ้าหลวง
          ห้องเรียน STEM ของเด็ก ม.แม่ฟ้าหลวง จะเน้นแบบ Active Learning คืออาจารย์จะเข้ามาไกด์ โดยให้นักศึกษาเป็นผู้ลงมือทำเองกับมือ แทนการเลคเชอร์ให้ฟังอย่างเดียว น้องๆ จะได้เจอกับอาจารย์ต่างชาติตั้งแต่ปี 1 เลยค่ะ พอได้เจอผู้สอนที่เป็น Native Speaker ผู้เรียนก็จะค่อยๆ พัฒนาตัวเองในแง่ทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศได้มากขึ้น

พาทัวร์ห้องเรียน STEM สุดชิคของพี่มหา'ลัยกับน้องมัธยมฯ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ว่ากันว่าไม่ต่างกัน/" class="hashtag" target="_blank">#ว่ากันว่าไม่ต่างกัน</a>
 
          และสำหรับความรู้ในห้องเรียน อย่างที่บอกว่าที่นี่จะสอนให้นักศึกษาได้ฝึกคิด (เติมทักษะเข้มข้น) ฝึกทำ (ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง) เพื่อให้พัฒนาชิ้นงานของตัวเองขึ้นมาได้ การเรียนเลยจะเป็นการจับกลุ่มกันเพื่อให้เพื่อนช่วยกันดึงความคิดเห็นออกมาแล้วประมวลสรุปความรู้ที่ได้ในที่สุด

          รู้จักห้องเรียน STEM แบบเด็ก ม.แม่ฟ้าหลวง กันไปคร่าวๆ แล้ว พี่เมก้าก็ได้ไปดึงตัวพี่ๆ สองคนที่ได้เจอการเรียนการสอนแบบ STEM มาเต็มๆ มาดูกันค่ะว่าจะยากแค่ไหน

พี่เมก้า : สวัสดีค่ะ แนะนำตัวให้น้องๆ Dek-D รู้จักกันหน่อยนะคะ

น้องจ๊ะโอ๋ : สวัสดีค่ะ พี่ชื่อจ๊ะโอ๋ สกาวเดือน เปรมปรี เรียนอยู่ปี 4 สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุค่ะ
น้องเมบี : สวัสดีค่ะ พี่เมบี มนัญชยา เกิดพร นะคะ เรียนปี 4 อยู่สำนักและสาขาวิชาเดียวกับพี่จ๊ะโอ๋ค่ะ

พี่เมก้า : เล่าให้ฟังหน่อยว่า STEM ที่น้องๆ ได้ใช้ในห้องเรียนจริง เป็นยังไงบ้าง?

น้องจ๊ะโอ๋ : ก็หลักของ STEM ที่ได้ใช้ในห้องเรียนเลยจริงๆ นะคะ คือช่วงของการพรีเซนต์งานค่ะ อย่างสาขาวิศวกรรมวัสดุ เวลาจะพรีเซนต์งาน อาจารย์ชอบให้เราคิด Product มาอย่างหนึ่งเลย พอเราได้รับโจทย์มาแล้ว เราจะใช้ความรู้แค่ด้านเดียวก็ไม่ได้ ต้องมี "ความรู้เชิงวิทย์ (S)" ก่อนว่าผลิตภัณฑ์ทำมาจากวัสดุอะไร ส่วน "เทคโนโลยี (T)" ก็จะเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ หรือจะเป็นในด้านของวัสดุที่เราคิดขึ้นมาใหม่ แล้วก็จะมีเรื่องของ "หลักการทางวิศวกรรม (E)" มาประกอบด้วยโดยตรงก็คือการออกแบบตัวผลิตภัณฑ์ว่าจะเป็นยังไง นำไปใช้งานด้านไหน ต้องทนรับแรงอะไรรึเปล่า ส่วน "คณิตศาสตร์ (M)" ได้ใช้อยู่แล้วคือเรื่องของการคำนวณ เราก็ดีไซน์อะไรกันมาแล้วก็นำเสนออาจารย์ค่ะ ผลิตภัณฑ์ที่สร้างออกมาหลังผ่านกระบวนการต่างๆ ก็เป็นได้ทั้งนวัตกรรมใหม่และนำมาต่อยอด แต่ส่วนมากจะเน้นด้านการต่อยอดมากกว่า เพราะถ้าเป็นนวัตกรรมใหม่เลย มันค่อนข้างใช้เวลาค่ะ  
น้องเมบี : ตัว STEM จะสอดแทรกอยู่ในห้องเรียนตลอดเลยค่ะ ถ้าเพิ่มเติมให้น้องๆ จริงๆ ทักษะการนำเสนอก็สำคัญ พอมาเรียนสาขานี้ อาจารย์ก็จะให้นำเสนอผลงานบ่อยมากๆ แล้วก็เป็นภาษาอังกฤษด้วย หน้าที่ของเราคือต้องทำให้คนเข้าใจง่ายกับสิ่งที่เราจะพูด  
พี่เมก้า : แบบนี้ก่อนเข้าเรียนน้องๆ เตรียมตัวกันยังไงบ้างคะ
น้องจ๊ะโอ๋ : เตรียมตัวแทบจะตลอดเวลาเลยค่ะ ไปศึกษาข้อมูลด้านวิทย์ ใช้วิธีหา paper ต่างประเทศมาอ่านบ่อยๆ เด็กที่นี่จะเน้นเป็นเว็บ Science Direct เพราะมีฐานข้อมูลค่อนข้างใหญ่ มีงานวิจัยเยอะ แล้วก็หลายด้าน ตั้งแต่ด้านการแพทย์ วิศวะฯ วิทยาศาสตร์ แล้วแต่ละด้านก็มีแยกย่อยลงไปอีกด้วยว่าเกี่ยวกับอะไร   
น้องเมบี : ที่นี่เน้นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ก็เลยต้องเสิร์ชข้อมูลที่พื้นฐานเป็นภาษาอังกฤษมาอ่านค่ะ เว็บที่ไปโหลด paper มาอ่านบ่อยๆ ก็คือ Science Direct อย่างที่จ๊ะโอ๋บอกนี่แหละ พอดีที่มหา'ลัยซื้อฐานข้อมูลไว้ นักศึกษาก็ดาวน์โหลดไปอ่านได้เลย แต่ถ้าน้องๆ มัธยมฯ อยากอ่าน paper ที่น่าสนใจก็ลองดูได้ค่ะ มันจะมีบาง paper ที่ปล่อยฟรี เราก็สามารถโหลดมาอ่านได้ ตอนนี้พวกพี่ก็จะต้องอ่านงานวิจัยกันเยอะนิดนึง แล้วก็ต้องเป็นข้อมูลที่อัปเดตเรื่อยๆ เพื่อให้ตามเทรนด์ แล้วในเว็บนี้ ข้อมูลก็จะอัปเดตตลอด อ่าน text ที่เป็นภาษาอังกฤษก็จะง่ายต่อการทำความเข้าใจ ใช้สอบได้ด้วย   

          รู้จักห้องเรียน STEM ของเด็ก ม.แม่ฟ้าหลวง ไปแล้ว บอกเลยว่าการเรียนทั้งหมดไม่ได้จบภายในห้องเรียนเท่านั้นนะคะ พี่ๆ มีการนำแนวคิด STEM ไปใช้ต่อยอดกับวิชาอื่นในหลายๆ ระดับชั้นด้วย ที่นี่เน้นสร้างผลงานจากสิ่งง่ายๆ แต่ได้มาก โดยยึดหลัก STEM 4 ด้าน มาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน นักศึกษาจึงได้มีโอกาสคิดสร้างและลงมือทำ ทั้ง paper และชิ้นงานมากมาย งานชิ้นไหนยังไม่ดีก็ไม่ทิ้ง แต่นำกลับมาพัฒนาให้ดีกว่าเดิมค่ะ
         
          พี่เมก้าได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์ณัฐวุฒิ ยอดสุวรรณ และอาจารย์ ดร.สุนิตา แจ่มยวง  อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ก็เลยได้ทราบว่าที่ ม.แม่ฟ้าหลวง มีการนำแนวคิดของ STEM ไปใช้กับน้องๆ มัธยมฯ ด้วย โดยดำเนินโครงการต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว


ห้องเรียน STEM ของพี่มหา'ลัยสู่น้องมัธยมฯ
          การนำแนวคิด STEM ที่พี่ๆ ม.แม่ฟ้าหลวง ได้ใช้ในห้องเรียน มาสอนน้องๆ มัธยมฯ ต่ออีกทอดหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า โครงการวิทย์สัญจร ค่ะ นี่เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรช่วยพัฒนาเด็กๆ ตามโรงเรียนในมูลนิธิของ ม.แม่ฟ้าหลวง โดยที่กิจกรรมนี้อาจารย์จะไม่ได้เป็นผู้ลงไปสอนน้องๆ มัธยมฯ โดยตรง แต่จะทำเป็นบูธแคมป์พัฒนาชิ้นงานของตัวเองขึ้นมาสอนนักศึกษา เรียกชิ้นงานนี้ว่า ชุด STEM เป็นชุดบทเรียนที่พี่ๆ นักศึกษาจะได้ลองใช้ก่อน แล้วนำไปสอนน้องต่ออีกที โดยมีอาจารย์เป็นพี่เลี้ยงให้ รูปแบบกิจกรรมจะเป็นยังไง พี่เมก้าก็ได้ดึงตัวรุ่นพี่ที่เคยลงไปลุยกับวิทย์สัญจรโดยตรง มาเล่าบรรยากาศให้ฟังแล้วค่ะ

พาทัวร์ห้องเรียน STEM สุดชิคของพี่มหา'ลัยกับน้องมัธยมฯ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ว่ากันว่าไม่ต่างกัน/" class="hashtag" target="_blank">#ว่ากันว่าไม่ต่างกัน</a>
น้องบิว น้องสอง อาจารย์แพร ดร.สุนิตา แจ่มยวง และน้องนุ
 
พี่เมก้า : สวัสดีค่ะ แนะนำตัวให้น้องๆ Dek-D รู้จักกันหน่อยนะคะ
น้องนุ : สวัสดีครับ พี่ชื่อภาณุพงศ์ สว่างวารี ชื่อเล่นชื่อนุ เรียนอยู่สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพครับ     
น้องสอง : สวัสดีค่ะ พี่สองนะคะ กมลชนก เจริญสุข เรียนเหมือนพี่นุค่ะ
น้องบิว : สวัสดีค่ะน้องๆ พี่บิว สุนันทา ทอละเอียด เรียนสาขาเดียวกันกับสองคนด้านบนค่ะ

พี่เมก้า : ห้องเรียน STEM ที่ได้ไปสอนน้องๆ เป็นแบบไหนคะ

น้องนุ : ก็เป็นห้องเรียนที่ทำให้น้องๆ สนุกกับวิทยาศาสตร์ นำไปใช้จริงได้ครับ STEM เป็นเรื่องของเทคโนโลยีและการประยุกต์ แค่เราเทน้ำให้ลงในขวด การบีบปากแก้วเพื่อทำให้น้ำเข้าขวดได้ง่ายขึ้น ก็ถือเป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งแล้ว ทุกอย่างเป็น daily life เป็นแนวคิดเล็กๆ ให้เราสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ ก็เหมือนลงไปช่วยไกด์ให้น้องๆ ได้คิดอีกทีครับ  

พาทัวร์ห้องเรียน STEM สุดชิคของพี่มหา'ลัยกับน้องมัธยมฯ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ว่ากันว่าไม่ต่างกัน/" class="hashtag" target="_blank">#ว่ากันว่าไม่ต่างกัน</a>
 
น้องสอง : สำหรับสอง STEM เป็นเหมือนสิ่งที่จุดประกายให้น้องๆ มีความคิดแบบนักวิทยาศาสตร์มากขึ้น ห้องเรียน STEM ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือใหญ่ยักษ์ หรือมีอุปกรณ์หลายอย่าง มันขึ้นอยู่กับไอเดียเราว่า อุปกรณ์นี้จะสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ด้วยวิธีการแบบไหน สมมติว่าเราสอนน้องๆ เรื่อง STEM Engineering เราก็ใช้หลักทางวิศวกรรมเข้ามาช่วยจัดการกับสิ่งเล็กๆ รอบตัวได้ เราอาจจะมีปากกากดหนึ่งด้าม ทำยังไงให้มันกดได้ลื่นขึ้น อันนี้ก็ถือเป็น engineer แล้ว น้องๆ จะได้ใช้ความคิด ได้ลองออกแบบวัสดุต่างๆ เพื่อให้รู้หลักการทำงานของสิ่งนั้นๆ ค่ะ ถึงน้องจะไม่ชอบวิทย์ ไม่ชอบฟิสิกส์ แต่ก็ยังสามารถนำแนวคิดไปแอพพลายด์กับเรื่องอื่นๆ ได้ เหมือนเป็นการปลูกฝังให้น้องคิดต่างไปเรื่อยๆ  
น้องบิว : STEM คือห้องเรียนที่เปิดกว้างทางความคิดค่ะ เราจะไม่มีการตีกรอบเด็กๆ แต่จะใช้วิธีไกด์ให้คิด เด็กๆ เขาจะมีไอเดียอยู่แล้ว เราก็จะเห็นความคิดแปลกใหม่ของน้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พี่เมก้า : บทเรียนที่คิดให้น้องๆ ยากประมาณไหนคะ

น้องนุ : ต้องดูเป้าหมายก่อนครับว่าเป็นน้องๆ ที่อยู่ในระดับชั้นไหน เราจะมีลงพื้นที่ให้น้องๆ ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ชุดบทเรียนจะไม่ได้ยากต่างกันมาก เป็นบทเรียนเดียวกันปรับใช้ได้ทุกระดับครับ คือพื้นฐานให้น้องๆ สามารถใช้ความรู้ทาง STEM มาตอบได้ แต่ถ้าเป็นมัธยมฯ ก็จะเพิ่มระดับความยากขึ้นมาหน่อย เป็นรายวิชาเจาะจง เพิ่มความรู้เฉพาะด้านลงไป เช่น ม.ปลาย เรียนฟิสิกส์มากขึ้นแล้ว ก็จะมีหลักการฟิสิกส์เพิ่มไปให้ แต่ถ้าเป็นน้องๆ ประถมก็จะปรับพื้นฐานกันก่อน สอนในระดับเบสิคที่ง่ายกว่าพี่ๆ มัธยมฯ หน่อย

พาทัวร์ห้องเรียน STEM สุดชิคของพี่มหา'ลัยกับน้องมัธยมฯ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ว่ากันว่าไม่ต่างกัน/" class="hashtag" target="_blank">#ว่ากันว่าไม่ต่างกัน</a>
 
น้องสอง : STEM ที่นำไปสอนน้อง ตัวบทเรียนจะไม่ลึก แล้วก็จะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักเหมือนรุ่นพี่มหา'ลัยค่ะ แต่เราจะมีสอดแทรกศัพท์เฉพาะทางไปบ้าง เริ่มจากน้อยๆ ก่อนเพื่อให้น้องรู้เรื่อง ไม่รู้สึกว่าเรียนยากไปหรือน่าเบื่อ พอน้องเรียนระดับสูงขึ้น น้องก็จะรู้เองว่า อ๋อ! เรื่องนี้เคยได้ยินมาก่อนแล้ว ก็จะช่วยให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

พี่เมก้า : ก่อนจะลงไปสอนน้องๆ เตรียมตัวกันนานไหมเอ่ย

น้องนุ : ก็จะมีบรีฟงานภายในกัน 1 สัปดาห์ แล้วก็เตรียมงาน 1 เดือนครับ เราจะช่วยกันระดมสมองคิดบทเรียน STEM ให้น้องๆ กัน ก็นำตัวอย่างจากเว็บไซต์ ยูทูปต่างๆ มาดูกันก่อนว่าเรื่องนี้จะเหมาะกับเด็กมัธยมฯ รึเปล่า เมื่อได้ชุดบทเรียนที่จะให้น้องๆ ลองทำกันแล้ว เราก็แบ่งงานกันศึกษาว่าแต่ละเรื่องนี้จะเป็นของกลุ่มไหน ตอนไปจัดกิจกรรมให้น้องๆ ก็มีการนำชุดบทเรียนไป 2-3 ชุด แบ่งเป็นหลายฐานครับ

พี่เมก้า : ห้องเรียน STEM ที่เราออกแบบให้น้อง มีความพิเศษยังไงคะ

น้องนุ : ปกติ STEM ในห้องเรียนมัธยมฯ ก็จะเป็นไปตามหลักสูตรในหนังสือกระทรวง แต่ที่เราสอนคือเอาจากชีวิตประจำวันมาประยุกต์ใช้เลยครับ เช่น ฐานเครื่องบิน เราจะไกด์ให้น้องดูว่าเครื่องบินบินได้อย่างไร ก็นำหลักการบินของเครื่องบินมาประดิษฐ์เป็นของเล่นชิ้นหนึ่งให้น้องๆ ได้เรียนรู้ว่า หลักการบินนี้มีอะไรบ้าง สอดแทรกหลักการของฟิสิกส์เข้าไป ส่วนเคมีก็จะเป็นชุดบทเรียนน้ำหลากสี ให้ลองทำสีธงชาติเรียงเลเยอร์กัน น้องๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความหนาแน่นของน้ำ ความแตกต่างของสารแต่ละตัว ว่ามันแยกชั้นกันเพราะอะไร

พาทัวร์ห้องเรียน STEM สุดชิคของพี่มหา'ลัยกับน้องมัธยมฯ <a href="https://www.dek-d.com/tag/ว่ากันว่าไม่ต่างกัน/" class="hashtag" target="_blank">#ว่ากันว่าไม่ต่างกัน</a>
 
น้องสอง : เราใช้ STEM แบบเบสิคเลยคือเปลี่ยนเรื่องยากๆ ให้สนุก และน้องก็นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ การเตรียมวัสดุก็จะง่ายๆ เป็นหลอด กระดาษ แก้วน้ำ ไม้ไอติม ที่หาได้ในชีวิตจริง น้องจะได้นำไปทดลองทำได้เองค่ะ   
น้องบิว : มีบางทีที่เราไม่ได้นำเครื่องมือไป อย่างจะวัดความเข้มข้นว่าอะไรหนาแน่นกว่ากัน แต่เราไม่มีกระบอกตวง ก็จะให้น้องๆ เริ่มคิดกันแล้วว่าจะนำวัสดุอะไรมาวัด ใช้เครื่องมืออะไรดี ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้น้องก็จะนำแก้วมาใช้ค่ะแล้วขีดไว้ มันดีตรงที่น้องๆ ได้คิดนี่แหละ     

พี่เมก้า : สิ่งที่ได้จากการลงห้องเรียน STEM
น้องนุ : การที่เราไปลงพื้นที่ด้านนอก เหมือนไปช่วยจุดประกายการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับน้อง ให้น้องได้สนุก ฝึกใช้เครื่องมือจริง มีความรู้เยอะขึ้น และคิดว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อหรือซ้ำซากจำเจ ยิ่งเราได้รู้ว่าการสร้างแรงบันดาลใจเหล่านี้ ทำให้เขาอยากเรียนด้านวิทย์ต่อก็เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของน้อง รู้สึกดีมากเลยครับ  
น้องสอง : บางไอเดียของน้องมีความแปลกใหม่มากกว่าที่เราคิดไปเองอีกค่ะ ก่อนจะไปลง STEM เราก็จะมีการทดลองทำกันก่อน ความคิดเราอาจจะคิดนอกไปอีก แต่พอไปตามโรงเรียนต่างๆ น้องก็จะมีการเสนอไอเดียว่าพี่มันทำแบบนี้ได้นะ รูปทรงแบบนี้ก็มีอีก แล้วบางครั้งการที่เราทดสอบมาแล้วว่าแบบนี้ดีกว่า ปรากฎว่าน้องมีไอเดีย และของน้องใช้ได้ดีกว่าเรา มันก็ดีสำหรับตัวน้องเอง มันเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน นอกจากเราเป็นผู้สอน บางครั้งเราก็ยังเป็นผู้รับมาจากน้องด้วย ที่มากกว่านั้นคือน้องได้โฟกัสกับวิทยาศาสตร์และมีความสนุกควบคู่ไปด้วยค่ะ
น้องบิว : รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ทำงานอาสา ได้สร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ค่ะ เวลาน้องไม่เข้าใจ เราก็จะเจอคำถามแนวใหม่ เป็นความคิดใหม่ที่ก็สอนตัวเราเองได้ด้วย รู้สึกดีที่น้องสนใจกับสิ่งที่เราให้ไป

          เชื่อว่าน้องๆ คงจะรู้จักห้องเรียน STEM มากขึ้นเยอะ ปัจจุบันหลายๆ โรงเรียนก็พยายามผลักดันให้สามารถนำแนวคิดเรื่อง STEM ไปใช้ประโยชน์ได้จริง จากการพูดคุยกับอาจารย์และน้องๆ ม.แม่ฟ้าหลวง ก็ทำให้พี่เมก้าได้รู้นะคะว่า การเรียนวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นว่าต้องเรียนอยู่แค่ในห้องแล็บเท่านั้น เราสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับเรื่องใกล้ตัวได้ แล้วห้องเรียน STEM ของน้องๆ เป็นแบบไหน ลองมาแชร์กันได้ค่ะ

ขอขอบคุณ
ดร.สุนิตา แจ่มยวง อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ม.แม่ฟ้าหลวง
อาจารย์ณัฐวุฒิ ยอดสุวรรณ อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ ม.แม่ฟ้าหลวง
ตัวแทนนักศึกษา สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และสาขาวิชาวิศวกรรมวัสดุ
#ห้องเรียน STEM #STEM #สะเต็มศึกษา #การเรียน #เจาะลึก รร. มัธยม #เจาะลึกโรงเรียน #เจาะลึกโรงเรียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?