อึดยิ่งกว่านักวิ่งมาราธอน! แชร์ 7 เคล็ดลับที่ช่วยให้อ่านหนังสือได้นาน ไม่ล้า ตาไม่ปิด []

นำไปใช้ได้จริง! 7 วิธีอ่านหนังสือให้ไม่ง่วงไม่เหนื่อย หนังสือจะไม่ใช่ยานอนหลับอีกต่อไป!!
24,989 0
อึดยิ่งกว่านักวิ่งมาราธอน! แชร์ 7 เคล็ดลับที่ช่วยให้อ่านหนังสือได้นาน ไม่ล้า ตาไม่ปิด
          สวัสดีค่ะ แค่เห็นหนังสือกองเป็นตั้งก็ชวนหลับแล้วใช่มั้ยคะ พี่เมก้าก็เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อน นอนอ่านแล้วหนังสือร่วงกระแทกปากก็มี T T แต่วันนี้พี่มี 7 เคล็ดลับเด็ดที่ช่วยต่อกรกับตัวร้ายที่ชื่อว่าความง่วงมาฝาก รับประกันความตาสว่าง ไม่อ่อนล้าแน่นอน   

อึดยิ่งกว่านักวิ่งมาราธอน! แชร์ 7 เคล็ดลับที่ช่วยให้อ่านหนังสือได้นาน ไม่ล้า ตาไม่ปิด
 
1. เรื่องไหนยาก เริ่มอ่านแต่เช้า
          ปกติเวลาอ่านไม่รู้เรื่อง เราจะเริ่มท้อ หมดเรี่ยวหมดแรง วิธีนี้เลยแนะนำให้หยิบเรื่องยากๆ มาอ่านแต่เช้าค่ะ คนส่วนใหญ่เชื่อว่านี่คือเวลาที่ดีที่สุด เพิ่งหลับมาเต็มอิ่ม ตื่นมาสดชื่น สมองก็มีพลังที่จะทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ ได้เต็มที่ ถ้าเก็บไว้อ่านตอนเย็น หรือดึกๆ มีแนวโน้มว่าพลังจะหมดไปกับเรื่องอื่นซะจนสมองล้าก่อนได้ใช้งาน แถมงานวิจัยหลายตัวก็เคยขีดเส้นใต้ไว้ด้วยว่า "การนอนดึกทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดมากขึ้น" ยิ่งเครียด หัวยิ่งตื้อ ที่ฝืนอ่านไปมีเหนื่อยฟรี

2. สบโอกาสเมื่อไหร่ หลับได้หลับ
          การงีบหลับเป็นสิ่งที่จำเป็นนะคะ ไม่มีประโยชน์อะไรกับการฝืนตัวเองให้อ่านหนังสือทั้งที่ง่วง สู้หลับไปเลยให้สมองปลอดโปร่งแล้วค่อยลุกมาอ่านต่อดีกว่า แต่การงีบหลับนานเกินไปจะทำให้น้องๆ ไปตาสว่างตอนกลางคืน ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อเราแน่นอน ดังนั้น ควรมีลิมิตเวลาให้ตัวเองด้วย เพื่อเป็นการเตือนไม่ให้หลับเพลิน และงัวเงียตอนตื่นค่ะ ว่ากันว่าเวลาที่เหมาะสมในการงีบหลับคือ 20 นาที ถือเป็นช่วง Power nap ที่ทำให้ตื่นมากระปรี้กระเปร่า สมองฉับไว ง่วงก็งีบค่ะ งีบสม่ำเสมอได้ยิ่งดี 

3. สายกินเพิ่มพลัง

อึดยิ่งกว่านักวิ่งมาราธอน! แชร์ 7 เคล็ดลับที่ช่วยให้อ่านหนังสือได้นาน ไม่ล้า ตาไม่ปิด
ขอบคุณภาพจาก
pexels.com
 
          "หนังท้องอิ่ม หนังตาก็หย่อนสิคะ?" ช้าก่อนค่ะน้องๆ ไม่ใช่ว่าเราจะกินอะไรก็ได้ เลือกทานอาหารประเภท Low Glycemic Index ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีอัตราความเร็วของการดูดซึมน้ำตาลต่ำ จะเพิ่มพลังให้เรา ลดอาการสัปหงก และขับไล่ความเพลียได้มากมาย หยิบมาทานเป็นของว่างช่วงอ่านหนังสือรับรองดีดตลอดวัน! อาหารที่มีค่า GI ต่ำ ส่วนใหญ่จะมีไฟเบอร์สูง เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว กราโนล่าบาร์ โฮลเกรน ที่มีส่วนประกอบของธัญพืช ข้าวโอ๊ต ถั่วนานาชนิด 

4. ดูแลใจให้แข็งแรง
          เพราะว่าสมองเรากระหายพลังมาก จึงไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเรื่องแย่ๆ มาคิด เพื่อบั่นทอนพลังใจของตัวเองให้อ่อนแอค่ะ พวกคำถามทำร้ายตัวเองประมาณว่า ถ้าสอบตกขึ้นมาจะทำยังไง? ถ้าคนอื่นดูถูกว่าเราไม่เก่ง? ถ้าครูเหม็นหน้าแล้วหักคะแนนล่ะ? มันคือสิ่งที่คิดไปก่อน ทั้งที่เหตุการณ์ยังไม่เกิด เสียเวลาอ่านหนังสือมากๆ ดังนั้น ถ้าความคิดแย่ๆ ผ่านเข้ามาเมื่อไหร่ ให้นับ 1-3 แล้วเตะโด่งมันออกไปเลยค่ะ ช่วงแรกอาจยากหน่อย แต่ถ้าทำได้ น้องจะได้รับขุมทรัพย์พลังสุดล้ำค่ากลับคืนมา

5. พักซักนิดไม่เป็นไร
          การพักเบรกสั้นๆ ไม่ใช่แค่จะทำให้น้องๆ ผ่อนคลายจากความเครียดเท่านั้น แต่มันยังช่วยดึงสมาธิเรากลับมาด้วยค่ะ ว่ากันว่าสมองจะค่อยๆ ลดการประมวลผลหลังจากผ่าน 50 นาทีไปแล้ว ความสามารถในการจดจ่อกับเนื้อหาที่อ่านตรงหน้าของเราก็จะน้อยลงเหมือนกัน ดังนั้น ทุกๆ 50 นาที ควรจะพักสัก 5-10 นาที เพื่อให้สมองได้ปรับโฟกัสค่ะ กิจกรรมตอนพักก็ไปทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องเรียน อาจจะเล่นเกม ไถทวิต หาอะไรกินอร่อยๆ อ่านการ์ตูน ฯลฯ อยากทำอะไรทำ!

6. ออกกำลังกายให้ใจเต้น
          น้องๆ อาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า การออกกำลังกายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเรียน ความจำระยะยาว และจัดการกับความเครียด ความกดดันต่างๆ ได้ดีค่ะ แต่ประโยชน์ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือช่วยปรับโฟกัส ทำให้ตื่นตัว และมีแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือมากขึ้นไปอีก
          การค้นพบนี้ได้รับคำยืนยันจากผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิกด้านจิตเวช ม.แพทย์ฮาร์วาร์ด ที่ได้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดว่าการออกกำลังกายมีผลต่อสมองอย่างไร และพบว่าการออกกำลังกายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความคิดได้ดีจริงๆ แค่ลุกมาอัพแอนด์ดาวน์เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตเพียง 30 นาทีก็ได้ผลเกินคาดแล้วค่ะ อย่าลืมเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเองนะคะ

7. อ่านหนังสือรับแสงตะวัน
          ถ้าเป็นไปได้ ควรอ่านหนังสือตอนกลางวันค่ะ นักวิจัยทดลองมาแล้วว่าแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ดีต่อสายตา ทำให้เหงาหงอยเซื่องซึมน้อยลง แถมยังอเลิร์ทตลอดบ่าย ในขณะที่แสงจากหลอดไฟทำให้ง่วงเหงาหาวนอน ไม่สบายตา ดังนั้น เตรียมจัดโต๊ะอ่านหนังสือให้รับมุมกับแสงแดดเลย อาจจะไม่ต้องรับแดดร้อนจ้ามาตรงๆ จนเหงื่อตก ขอแค่ให้ห้องเรามีแดดอ่อนๆ พออ่านหนังสือสบายๆ ก็เยี่ยมยอดแล้วค่ะ ถ้าเพิ่มชั่วโมงอ่านหนังสือลงไปในแพลนนี้ได้ คงจะอ่านยาวๆ ไม่มีเพลีย

          วิธีต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เราอ่านหนังสือได้อึดขึ้นจริงรึเปล่า ต้องลองนำไปใช้ดูค่ะ วิธีไหนใช้แล้วได้ผลสุด ก็อย่าลืมมารีวิวบอกต่อให้เพื่อนๆ นำไปทำตามกันนะคะ

 
#วิธีอ่านหนังสือ #ไม่ล้า #ไม่ง่วง #อ่านหนังสือ #เทคนิคการเรียน #เคล็ดลับการเรียน #การศึกษา #ฟิตเกรด #ฟิตเกรด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?