เช็กนิสัยที่ดีในการเรียนจากสุดยอด 10 study tips กันเถอะ! (มีกี่ข้อบอกมา) []

10 ทิปส์เล็กๆ ที่เด็กอยากฟิตเกรดไม่ควรมองข้าม (เคยลองทำกันหรือยัง?)
4,262 1
เช็กนิสัยที่ดีในการเรียนจากสุดยอด 10 study tips กันเถอะ! (มีกี่ข้อบอกมา)
          สวัสดีค่ะ น้องๆ เคยสงสัยไหมคะว่าคนเก่งระดับท็อปห้อง เขาตั้งใจเรียนหรือมีเทคนิคเด็ดๆ ยังไงที่ทำให้เทพขนาดนี้? แล้วเราล่ะ? จะมีโอกาสได้ขึ้นไปอยู่ระดับแนวหน้าของห้องบ้างไหม? ไม่ต้องรีรอให้เสียเวลา หยิบปากกามาเช็กนิสัยที่ดีในการเรียนกันเลย! มีกี่ข้อหรือยังขาดข้อไหน รีบเติมให้เต็มด้วย 10 study tips เหล่านี้กันนะคะ 

เช็กนิสัยที่ดีในการเรียนจากสุดยอด 10 study tips กันเถอะ! (มีกี่ข้อบอกมา)
 
1. เรียนวันละนิดทุกวัน
          นิสัยที่ดีในการเรียนอย่างหนึ่งคือ "ความสม่ำเสมอ" ถ้าทำความเข้าใจบทเรียนในทุกๆ วัน แม้จะวันละนิดก็เหมือนเป็นการทบทวนสิ่งที่คิดและได้เรียนมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว นี่จะช่วยให้เราเข้าใจบทเรียนต่อไปได้ง่ายขึ้น และช่วยลดความเครียดจากการต้องมานั่งอัดเนื้อหาในช่วงก่อนสอบด้วย

          อีกอย่างคนที่ใส่ใจกับการเรียนจะรู้ว่าวินัยต้องมาก่อนค่ะ ถ้าทำกิจกรรมเยอะหรือติดเล่นมากเกินไปจนไม่มีเวลาให้กับการเรียน เขาจะพร้อมลดกิจกรรมเพื่อความบันเทิงลงมาเลย มันคือการจัดลำดับความสำคัญอย่างหนึ่งค่ะ แล้วน้องๆ เป็นแบบนั้นหรือเปล่า?  


2. โมเม้นต์เรียนๆ สุดพิเศษ
          "เวลา + สถานที่" จำเป็นมากเลยนะคะ เคยจัดเตรียมสถานที่สุดพิเศษและเวลาสำหรับการเรียนให้ตัวเองรึยัง? สถานที่ในการอ่านหนังสือหรือทำการบ้านของเรา ควรเป็นที่ที่สงบ สบาย และทำให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าได้เป็นอย่างดี ควรทำโต๊ะอ่านหนังสือของเราให้เป็นที่ที่มีความสุข (ไม่ใช่ที่ที่ขมขื่น T T) อาจจะหากรอบรูปพ่อแม่หรือไอดอลที่ชอบมาวางไว้มุมโต๊ะ เพื่อทุกครั้งที่หันไปมองจะได้สัมผัสถึงแรงบันดาลใจที่ดี     
      
          ส่วนเรื่องเวลากับการเรียน บางคนสมองไบรท์ตอนเช้า แต่บางคนก็อาจหัวแล่นฉิวในตอนกลางคืน คนที่อ่านหนังสือบ่อยๆ จะรู้ว่าเวลาไหนคือเวลาที่เหมาะกับตัวเอง (ไม่ล้า - ไม่เพลีย - อ่านได้ยาวนาน) และแพลนตารางการเรียนของตัวเองไว้ในช่วงนั้น ที่สำคัญพวกเขาจะไม่นอนดึก - นอนน้อย เพราะจะทำให้ "พลังหมด + ร่างพัง" อ้อ! มีงานวิจัยออกมาด้วยว่าอุณหภูมิห้องที่เหมาะกับการเรียนอยู่ในช่วง 22 – 25 องศาเซลเซียส ได้ห้องเย็นๆ นี่สมองทำงานดี มีสมาธิสุดๆ เลยล่ะ


3. แพลน "เวลา" สู้กับการเรียน
          ใช้ "เวลา" เข้ามาช่วยรับมือกิจกรรมเพื่อการเรียนของเรา! น้องๆ จะรู้อยู่แล้วว่า "แต่ละสัปดาห์ เรามีอะไรต้องทำบ้าง?" เช่น แบบฝึกหัดย่อย สอบย่อย รายงานเป็น 10 วิชา ฯลฯ ทิ้งไม่ได้เลยสักอัน (ถ้าลืมทำอาจส่งผลต่อคะแนนเก็บ) แถมเยอะไปหมด การจัดตารางเวลาคือความเจ๋งอย่างหนึ่งค่ะ มาเช็กกันว่าน้องๆ เคยทำแบบนี้กับตัวเองรึเปล่า?

เช็กนิสัยที่ดีในการเรียนจากสุดยอด 10 study tips กันเถอะ! (มีกี่ข้อบอกมา)
 
          ๐ ตั้งนาฬิกาปลุกเตือนความจำ ก่อนถึงกำหนดส่งงานสัก 2 - 3 วัน เคยตั้งนาฬิกาปลุกไว้เตือนตัวเองไหมว่า "วันไหนคือวัน Deadline" เผื่ออาทิตย์นั้นงานเข้าจะได้ตามเก็บงานต่างๆ ทันเวลา+เป็นระบบ   
         
๐ กำแพงแพลนเนอร์ แปะปฏิทินหรือแพลนเนอร์ติดไว้ในที่ที่เห็นบ่อย (อาจเป็นโต๊ะหนังสือเวลาอ่าน + ทำการบ้าน) สร้างแลนด์มาร์กให้วันสำคัญไว้ เช่น วันสอบ วันสมัครสอบ วันส่งการบ้าน ฯลฯ จะได้ไม่พลาด  
         
๐ เขียนสิ่งที่ต้องทำ ลิสต์งานในความรับผิดชอบเพื่อจะได้จัดการความเยอะของเขาได้! ใน 1 สัปดาห์ควรลิสต์สิ่งที่ต้องการทำออกมาให้เสร็จในวีคนี้ เพื่อความเคลียร์และจัดสรรเวลาได้คุ้มค่าที่สุด  
         
๐ ตั้งระเบิดเวลา ก่อนจะเริ่มภารกิจ ลองอ่านสิ่งที่ต้องทำของตัวเอง แล้วจุดระเบิดเวลาเตรียมไว้เลย เช่น เคลียร์งาน A ที่ได้มาวันจันทร์ให้เสร็จก่อนวันพุธ ถ้าเคลียร์ภารกิจเสร็จตั้งแต่วันอังคารก่อนระเบิดดังตู้ม ก็แปลว่าสำเร็จ แต่ถ้าเคลียร์ไม่ทันกับเวลาที่ตั้งไว้จริงๆ อาจจะต้องมาดูแล้วว่าเราพลาดส่วนไหนไป พิถีพิถันกับงานมากเกินไป หรือขี้เกียจเลยเริ่มเคลียร์งานช้า ก็ต้องมาปรับเปลี่ยนกันใหม่

4. เจอสไตล์การเรียนของตัวเองแล้ว!
          ทุกคนจะมีสไตล์การเรียนที่ใช่ทาง และทำให้เรียนได้ดี แล้วน้องๆ เจอการเรียนที่คลิกกับตัวเองรึยัง? ถ้ายังไม่เจอ มีคนแนะนำให้ลองไปตามหาตัวเองได้ว่า "เราเป็นเด็กสายไหน" คลิก

          ๐ ชอบเรียนแบบฟัง ช่วงสอบอาจจะใช้วิธีอ่านโน้ตทวนกับตัวเองเสียงดังๆ จับกลุ่มติวกับเพื่อน หรือบันทึกเสียงที่เป็นประเด็นสำคัญๆ เก็บไว้ฟัง
         
๐ ชอบเรียนแบบเห็นภาพ ใช้วิธีวาดภาพไดอะแกรมเข้ามาช่วยอธิบายสิ่งที่เรียนแบบเน้นๆ ใช้สีสันในการจดโน้ตช่วยจำ หรือพยายามจำจากการนึกภาพขึ้นในหัว    
         
๐ ชอบเรียนแบบลงมือทำ ฝึกพูดภาษาอังกฤษจากการเล่นบทบาทสมมติ หรือทำความเข้าใจบทเรียนวิทย์จากการทดลองทำแล็บขนาดย่อยเพื่อทวนคีย์พอยท์

5. รีวิวและทบทวน
          อย่างน้อย 1 สัปดาห์ต้องกลับมาทบทวนสิ่งที่ได้เรียนไป การคิดจะช่วยให้เราเข้าใจคอนเซปต์และจดจำเรื่องที่เรียนได้มากที่สุด วิธีรีวิวสรุปบทเรียนและทวนนั้นอาจทำได้ด้วยการผลัดกันถามคำถามกับเพื่อน เพิ่มความมั่นใจว่าข้อมูลเราแน่นเป๊ะจริงรึเปล่า มีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ ต้องไปอ่านเพิ่ม หรืออาจจะทำแบบฝึกหัดขึ้นมาเอง ทำแฟลชการ์ด "สูตร + คำศัพท์" เป็นของตัวเอง ทำ Studygram รีวิวสรุปชีทที่อ่าน แขร์เทคนิคการอ่านหนังสือต่างๆ ให้เพื่อนดู นี่เหมือนเราได้ทวนไปแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งนะคะ ตอนทำกับตอนหยิบมาอ่าน อ่านหลายๆ ครั้งก็ยิ่งเข้าใจนะ

6. เรียนรู้ที่จะพัก

เช็กนิสัยที่ดีในการเรียนจากสุดยอด 10 study tips กันเถอะ! (มีกี่ข้อบอกมา)
 
          ไม่จำเป็นต้องคร่ำเคร่งกับการเรียนตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่เหนื่อยๆ หรือกำลังท้อมากๆ การเรียนหนักหรือทำการบ้านปริมาณมากๆ ติดต่อกันนานๆ มันทำให้เราโอเวอร์โหลดและไปลดประสิทธิภาพการทำงานในที่สุดค่ะ เมื่อได้เวลาพักก็ไม่ต้องคร่ำครวญอยู่กับโต๊ะอ่านหนังสือ ออกไปเดินหาอะไรอร่อยๆ ทาน เล่นเกมปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ตีป้อม ได้ขยับเนื้อขยับตัว แค่นี้ก็ช่วยลดความล้าได้แล้ว บางคนเลือกโหลดแอปฯ ประเภทเกมฝึกสมองมาเล่นเลยนะ ได้ทั้งความสนุกและลับสมองให้เฉียบคมกันในเวลาเดียวกัน 

7. ขอความช่วยเหลือบ้าง
          การเก็บสิ่งที่ไม่รู้เรื่องไว้กับตัวแล้วปล่อยเงียบ ไม่ใช่นิสัยที่ดีในการเรียนค่ะ ถ้าเรียนไปแล้วติดขัด ไม่เข้าใจ ต้องพร้อมที่จะถามครู ถามเพื่อนๆ เพื่อได้รับคำอธิบายหรือคำแนะนำกลับมา การถามทำให้เราฝึกคิด และพร้อมที่จะเปิดรับความรู้ได้มากขึ้น ส่วนสิ่งที่เราเคยสงสัย แล้วพยายามคิดหาคำตอบมาจนได้ (ทั้งจากการถาม หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเอง) เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำไปใช้ อาจจะบังเอิญไปเจอในข้อสอบหรือตอนทำงาน สมองจะดึงสิ่งที่เคยอ่านผ่านตา หรือผ่านการคิดออกมาได้รวดเร็วฉับไว จริงไม่จริง! ลองสังเกตตัวเองดู

8. กระตุ้นตัวเองเสมอ
          ต้องไม่ท้อถอยในการเรียนค่ะ อย่างน้อยต้องรู้เป้าหมายว่า "เราเรียนหนักๆ ไปเพื่ออะไร?" เพื่อตุนความรู้ใส่ตัว เพื่อคณะที่ใช่ - มหาวิทยาลัยที่ชอบ เพื่อมีงานที่ดีทำในอนาคต สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดัน ที่เตือนให้เราลงมือทำ และช่วยให้เข้าใกล้ความฝันได้ไวขึ้น การใช้โควทหรือรูปภาพคนที่เรารักมาสร้างแรงบันดาลใจ ก็ยังคงเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลเสมอ แค่คิดว่าพวกเขาจะภูมิใจกับความสำเร็จของเรา ก็ใจพองแล้ว! 

9. แอปฯ ตัวช่วย

เช็กนิสัยที่ดีในการเรียนจากสุดยอด 10 study tips กันเถอะ! (มีกี่ข้อบอกมา)
 
          ใช้เทคโนโลยีให้สมกับเป็นเด็กในโลกยุคดิจิตอลกันสักหน่อยค่ะ จับกลุ่มกับเพื่อนๆ ช่วยกันหาแอปพลิเคชันดีๆ ทำให้เกรดเรารุ่งพุ่งแรง มาแบ่งปันกันเลยค่ะ สมัยนี้มีแอปฯ เยอะมากจนตามแทบไม่ทัน มีทั้งอยู่ในหมวดแต่ละรายวิชา ทั้งสรุป shortnote Info หรือ video มีแบบฝึกหัดให้ลองทำ หรือจะเป็นแอปฯ ที่ช่วยเด็กเตรียมสอบ (มีหลายทริกมาก) ตั้งแต่แจ้งเตือนการบ้าน + กำหนดส่งงาน + วันสอบ ช่วยล็อกรหัสไม่ให้เข้าไปเล่นแอปฯ อื่นๆ ตอนอ่านหนังสือ ชวนเรากับเพื่อนมา "อ่าน + แข่งกันทำข้อสอบ" แบบเรียลไทม์ ฯลฯ สะดวกไปอีก! 

10. ไม่ลืมดูแลตัวเอง
          เราจะเรียนได้ดี ถ้าเราดูแลตัวเองดีตามไปด้วยค่ะ ต้องมั่นใจว่าทุกวันนี้เรารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพกายและสมอง นอนหลับเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนะ ไม่ต้องให้รางวัลตัวเองด้วยการโด๊ฟของหวาน ขนมกรุบกรอบ ตอนอ่านหนังสือดึกๆ ค่ะ เดี๋ยวไขมันในชั้นพุงถามหา แค่ดื่มน้ำเปล่าธรรมดาๆ ไม่ต้องแช่เย็น ก็ช่วยให้สดชื่นได้แล้ว แถมดีต่อสุขภาพสมองและความจำด้วย นักวิจัยการันตีมาแล้วว่าสดชื่นจริงๆ สดชื่นกว่าดื่มน้ำเย็นเจี๊ยบจากช่องฟรีซซะอีก

          เป็นยังไงบ้างคะน้องๆ ที่ผ่านมาเราสะสมแต้มนักเรียนที่ดีไว้กี่ข้อเอ่ย ถ้ายังมีไม่ครบไม่เป็นไรนะคะ ทิปส์เหล่านี้ได้รับการทดสอบมาแล้วว่าช่วยให้เรียนดีขึ้นจริงๆ เริ่มฝึกฝนตัวเองตั้งแต่วันนี้ รับรองว่าเกรดสวยๆ ไม่หนีไปไหนไกลแน่นอน         

ขอบคุณข้อมูลจาก
www.youthcentral.vic.gov.au/how-to-study-better
#Tips #ทิปส์ #Study tips #นิสัยที่ดี #เทคนิคการเรียน #เคล็ดลับการเรียน #การศึกษา #ฟิตเกรด #ฟิตเกรด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?