#โอมสติจงมา How to ทำสมองให้มีสมาธิ (ใช้ได้ทั้งตอนเรียน + อ่านหนังสือ) []

วิว
<a href="https://www.dek-d.com/tag/โอมสติจงมา How to ทำสมองให้มีสมาธิ/" class="hashtag" target="_blank">#โอมสติจงมา How to ทำสมองให้มีสมาธิ</a> (ใช้ได้ทั้งตอนเรียน + อ่านหนังสือ)
          สวัสดีค่ะ รู้รึเปล่าว่าสมองเรามีการเรียนรู้อย่างไร? น้องๆ อาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า แค่อดนอนติดต่อกันก็ทำให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลของสมองทำงานแย่ลง ไม่มีสมาธิในการเรียน และตามมาด้วยอาการความจำสั้น แต่ถ้าความวอกแวก ไม่ได้มาจากการอดหลับอดนอนอย่างเดียวล่ะ?   
          บรรยากาศการเรียน ความเครียด และความฟุ้ง (ชอบเผลอไปคิดเรื่องอื่น) ก็ทำให้เราสติหลุดได้เหมือนกัน ซึ่งบอกเลยว่าอาการเหล่านี้ ถือเป็นก้างชิ้นโตขัดขวางการเรียน + อ่านหนังสือของเราอย่างมาก วันนี้พี่เมก้าก็เลยขอรวบรวม “How to ทำสมองให้มีสมาธิ” มาฝาก ลองนำไปทำตามกันดูได้ค่ะ

1. สร้างจุดโฟกัสให้สมอง
          สิ่งที่ทำให้สมองเตลิดอย่างหนึ่งคือมีเรื่องให้คิดเยอะ มีอาการนี้เมื่อไหร่ ให้รีบคอนเฟิร์มกับตัวเองเลยว่า “ฉันรู้ตัวว่ากำลังสติหลุด พยายามคุมตัวเองอยู่ และมั่นใจว่าจะทำสำเร็จ!” เหมือนเป็นการดึงสติตัวเองกลับมาค่ะว่า “ตอนนี้ควรทำอะไร”

          อีกอย่างเวลาเรียนควรเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้พร้อม จะได้ไม่ต้องเสียสมาธิไปยืมเพื่อนข้างๆ และสมองกับสีสันทำงานสอดคล้องกันตลอดนะคะ ปากกาสีน้ำเงินเป็นสีโทนเย็น ช่วยสร้างพลังและรักษาความสงบนิ่งให้เราได้ ไฮไลท์สีสันสดใสอย่างสีเหลือง ก็ช่วยกระตุ้นให้สมองจดจ่ออยู่กับการเรียนตรงหน้า และจำความรู้ได้ดี เลือกใช้ปากกาที่ดี จะได้จดได้ไหลลื่น คล่องมือ ไม่มีสะดุดค่ะ

          สำหรับน้องๆ ที่อ่านหนังสืออยู่กับบ้าน ต้องมั่นใจว่าไม่ได้มีกิเลสมายั่วสติให้แตกกระเจิง สมองจะมีสมาธิยิ่งขึ้น ก็ต่อเมื่อเราอยู่ในที่ที่เงียบสงบค่ะ ถ้าจริงจังกับอ่านหนังสือควรถอดปลั๊กทีวีออก เอาเกมหรือโทรศัพท์มือถือไปฝากคุณพ่อคุณแม่ไว้ ครบเวลาอ่าน ถึงเวลาพักผ่อนเมื่อไหร่ ค่อยขอคืน


2. รักสมองต้องพักผ่อน
          การนอนไม่พอทำให้สูญเสียสมาธิค่ะ เวลาจะพุ่งความตั้งใจไปยังสิ่งที่ครูกำลังพูด ทำความเข้าใจแนวคิดต่างๆ ในหนังสือ หรือหาคำตอบกับโจทย์ที่กำลังทำ เราจึงมักจะคิดอะไรไม่ค่อยออก ดร.แมทธิว วอล์คเกอร์ หัวหน้าทีมวิจัยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเคยกล่าวไว้ว่า “การนอนหลับก่อนเริ่มเรียนหรืออ่านหนังสือเป็นเรื่องดีมาก คล้ายเตรียมสมองให้เหมือนฟองน้ำ พร้อมที่จะซึมซับความรู้ใหม่ๆ”

          ยิ่งเราอ่านหนังสือมาหนักๆ ก่อนงีบหลับเพื่อพักสมอง หรืออ่านทบทวนก่อนเข้านอน พอตื่นขึ้นมาก็จะยิ่งรู้สึกว่าสมองสดชื่น มีพลังและสมาธิ จำบทเรียนสุดท้ายที่อ่านทิ้งไว้ก่อนนอนได้ดีเลยล่ะ ส่วนตัวพี่เมก้าก็เคยใช้วิธีนี้ ถ้าน้องๆ เริ่มรู้สึกว่าข้อมูลล้นออกจากหัว ฟุ้งไปถึงเรื่องอื่น อ่านอะไรไม่รู้เรื่อง ลองหลบไปงีบสัก 5 - 10 นาที ตอนพักเปลี่ยนคาบเรียน แล้วค่อยตื่นมาลุยต่อก็ได้ มันดีจริงๆ!!

3. เรียกเลือดให้สมอง
          “น่ากลัวมาก! นั่งเรียนอยู่แล้วเอาหัวโขกโต๊ะให้เลือดออกเหรอคะ?” ใจเย็นก่อนค่ะน้องๆ สิ่งที่พี่เมก้ากำลังจะบอกก็คือสมองของเราก็ต้องการเลือดไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงเหมือนกันกับอวัยวะอื่นๆ การที่สมองขาดเลือดจะทำให้เราสูญเสียสมาธิ ส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้และความจำค่ะ วิธีแก้ก็คือให้น้องๆ ลุกขึ้นมากระโดด สะบัดขา ยืดกล้ามเนื้อ สัก 1 - 2 นาที มันจะช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดี มีสมาธิ และดึงความสามารถในการจดจำกลับมาค่ะ   
          อีกอย่างที่จะช่วยให้สมองเราแข็งแรง ไม่มีเบลอ ก็คือ “Brain Training หรือการฝึกสมอง” นั่นเองเวลาสติหลุดเมื่อไหร่ เพียงแค่ประกบมือเป็นรูปดอกบัวให้ทุกนิ้วแตะกันแล้วหายใจเข้าออกช้าๆ เราจะผ่อนคลายและมีสติมากขึ้น หรือจะใช้แอพพลิเคชั่น Brain training โดยตรงเลยก็ได้ค่ะ ตอนนี้มีหลายแอพฯ ทำเกมออกมาช่วยทดสอบทั้งความจำและสมาธิของเรา การเล่นเกมที่ช่วยให้เราได้ฝึกใช้ความคิด ฝึกสงสัย ก็จะช่วยเป็นอีกตัวเร่งให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีเช่นกัน 

4. หนีห่าง “ตัวการขโมยสติ”
          มีหลายอย่างเลยค่ะที่ชอบดึงสติเราไปเวลาเรียน ทั้งเพื่อนช่างเม้าท์ กิเลสต่างๆ อย่างเกม หนังสือการ์ตูน และคนที่เราแอบปิ๊ง (ได้เหรอ?) ที่จริงเรื่องนี้ควรจะโทษตัวเองก่อน ถ้าเราห้ามตัวเองได้ ไม่แอบเล่นเกม อ่านการ์ตูนใต้โต๊ะ ไม่หันไปคุย หรือแอบมองคนที่ชอบบ่อยๆ ปัญหาสมาธิหายก็จะไม่เกิดค่ะ แต่ถ้าทำใจไม่ได้จริงๆ อดทำสิ่งที่ชอบแล้วอยากจะลงไปชักดิ้นชักงอ ก็ต้องมองหา “Study partner หรือเพื่อนร่วมเรียน” คนใหม่ โดยคุณสมบัติของคนผู้นั้นควรจะฉลาดและตั้งใจเรียนเป็นทุนเดิม เพื่อที่เขาจะได้มีไอเดียดีๆ มีเทคนิคในการเรียน (ติวให้เราได้) และช่วยเติมพลังให้เรากลับมาสนใจสิ่งที่ครูสอนได้ในทุกครั้งที่ความนอยด์ถามหา
 

5. งดเครียด คิดบวกเข้าไว้!
          เมื่อเราเกิดความเครียด สมองจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดหรือคอร์ติซอลออกมา แล้วไปลดจำนวนเซลล์ประสาทในสมอง ทำให้เราขาดสมาธิ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้และความจำค่ะ เวลาเรียนอะไรยากๆ หรืออ่านหนังสือแล้วไม่เข้าใจ อย่าเพิ่งสติแตก พยายามทำใจให้สงบแล้วบอกตัวเองว่า “ฉันทำได้!” เรายังมีอีกหลายวิธีในการรับมือกับความยากเหล่านั้น เช่น กลับมาอ่านทวนอีกครั้ง ให้คุณครูช่วยอธิบาย ยืมเลคเชอร์เพื่อนมาดูเนื้อหาที่ตกหล่น ดูคลิปเรียนเสริมในยูทูป ฯลฯ ว่ากันว่าภาวะที่สมองเกิดสมาธิที่ดี จะต้องอยู่ในช่วง Focus zone หรือช่วงที่เราไม่ถูกกระตุ้นให้เครียด ตื่นตัวเกินไป หรือเฉื่อยชาจนไม่อยากทำอะไร

          ถ้าจัดตารางอ่านหนังสือเอง ควรจะหาช่วงพักให้ตัวเองด้วย เพื่อหลีกหนีจากอาการสมองล้าหรือสติหลุดค่ะ หลังจากอ่านไปสัก 45 นาที ก็พักทำสิ่งที่ชอบสัก 10 นาที แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อ (เวลาพักไม่ควรนานเกิน 20 นาที เพราะเดี๋ยวจะต่อไม่ติด ขี้เกียจซะก่อน) เหตุผลที่ต้องพักเบรกเป็นเวลาสั้นๆ ก็เพราะว่าสมองของเราต้องการเวลาในการชาร์จพลังหลังจากรับข้อมูลมหาศาลค่ะ มีงานวิจัยออกมาว่าประโยชน์ของการพัก นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจำ ยังทำให้คะแนนดีขึ้นด้วย


6. อย่าปล่อยให้ความหิวครอบงำ
          มื้อเช้าสำคัญมาก! น้องๆ หลายคนชอบข้ามมื้อเช้าไป แล้วหิวอีกทีใกล้ๆ เที่ยง บอกเลยว่าท้องร้องไม่ใช่เรื่องตลกนะคะ สมองต้องการพลังงาน โดยเฉพาะโปรตีนที่มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์การันตีแล้วว่า “ช่วยบูสต์ให้สมองทำงานได้ดี” ถ้าขาดเจ้าโปรตีนไปนานๆ อาการปวดหัวก็จะตามมา ถามว่าจะมีสมาธิที่ไหนมาเรียน หรืออ่านหนังสือได้นานๆ? หาอาหารบำรุงสมองมารับประทานกันดีกว่า เช่น ไข่ ปลา ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กราโนล่า น้ำเปล่า ฯลฯ อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ หลักๆ ช่วยเพิ่มสมาธิ เรียนอะไรก็เก็ทค่ะ

7. ลงมือทำจริงจัง
          การปรับบุคลิกท่าทางให้ดูเอาจริงเอาจัง ก็ช่วยกล่อมสมองให้มีสมาธิจดจ่อกับการเรียนได้ดีเช่นกัน เป็นท่าไม้ตายอย่างหนึ่งที่ควรนำไปใช้ น้องๆ จงคิดไว้เสมอว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเราคืออะไร ถ้ามัวแต่นั่งเหม่อ ปล่อยให้สมองคิดไปถึงเรื่องอื่น เราก็เหมือนทิ้งเวลาให้สูญเปล่า เสียเวลาเรียนและอ่านหนังสือไปมากมาย ดังนั้น ไม่ต้องรอค่ะ “ลงมือทำเลย” ตั้งใจฟัง คิดตาม จดตามสิ่งที่ครูสอน ลุกมาอ่านหนังสือ หรือทำการบ้านด้วยใจรักจริงๆ การเคลื่อนไหวร่างกายมีผลต่อการรับรู้ของสมองอยู่แล้ว สมองจะสั่งการให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าเอง

          ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องหาวิธีบิวต์ เช่น ความรู้เหล่านี้จะไปอยู่ในข้อสอบ ถ้าตั้งใจเรียนเกรดจะเพิ่มขึ้น ถ้าตั้งใจฟังครูสอนบทนี้ สามารถเอาข้อมูลไปต่อยอดกับอีกบทหนึ่งได้ (ประโยชน์ 2 ต่อ) ทุกครั้งที่อ่านทวนก็จะใช้เวลาไม่นาน มีเวลาว่างไปอ่านวิชาอื่น ฯลฯ  

          ไม่รู้ว่าตอนเรียนน้องๆ ถูกกิเลสตัวไหนครอบงำบ้างนะคะ สำหรับพี่เมก้าเป็นขนมและหนังสือการ์ตูนค่ะ แอบทำสองอย่างนี้ในห้องเรียนจนสมาธิวิ่งหนีบ่อยๆ ไม่ควรทำตามอย่างยิ่ง! เพราะเรียนไม่รู้เรื่องเลย T T ถ้ารู้ตัวการแล้วก็ตามไปเช็กบิลเรียงตัว และใช้วิธีทำสมองให้มีสมาธิอย่างที่แนะนำมานั่นแหละ ทุกข้อผ่านการวิจัยและทดลองทำมาแล้ว หวังว่าคงจะช่วยให้การเรียนของน้องๆ ดีขึ้นนะคะ
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#How to #เคล็ดลับ #เทคนิค #เรียกสมาธิ #สมอง #เทคนิคการเรียน #เคล็ดลับการเรียน #ฟิตเกรด #ฟิตเกรด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?