เลิกคิดแบบนี้ได้แล้ว! รวมความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ []

ความเชื่อที่เชื่อไปแล้วอ่อนใจ แถมยังบั่นทอนการพัฒนาสกิลภาษาอังกฤษอีก เลิกด่วน!
5,021 3
เลิกคิดแบบนี้ได้แล้ว! รวมความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ
          สวัสดีค่ะ วิชาภาษาอังกฤษถือเป็นไม้เบือไม้เมาสำหรับใครหลายๆ คนเลย บ่อยครั้งเราอาจหงุดหงิดตัวเองที่สกิลภาษาอังกฤษไม่พัฒนาสักที อ่านไม่ได้ แปลไม่ออก เขียนไม่รู้เรื่อง พูดก็ไม่คล่อง ไม่ไหวจะเรียนแล้ว!!
          การคิดว่าตัวเองไม่สามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ ส่วนใหญ่มักจะมาจากความเชื่อผิดๆ ค่ะ ที่จริงหนทางการเรียนภาษาอังกฤษให้สำเร็จของเรายังไม่สิ้นหวังขนาดนั้น ไม่เชื่อตามมาดูกัน ว่าน้องๆ เคยคิดแบบนี้จริงหรือเปล่า? 

ไม่ได้เชี่ยวภาษาต่างประเทศ
          ขนาดภาษาไทยยังพูดไม่รู้เรื่อง เรียนภาษาอังกฤษจะรอดไหมเนี่ย? ของแบบนี้ขึ้นอยู่ที่ใจล้วนๆ เลยค่ะ ถ้าใจน้องๆ คิดว่าเราไม่สามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ เพราะนี่ไม่ใช่ภาษาแม่ที่คลุกคลีตีวงกันมาตั้งแต่เกิด ช่วยเปลี่ยนความคิดและบิ้วต์ตัวเองให้ชอบด่วนๆ สมองของเราพร้อมที่จะซึมซับความรู้ใหม่เสมอ เหมือนทุกวันที่เราหมั่นเติมความรู้ให้ตัวเองเรื่อยๆ การเรียนภาษาอังกฤษก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ลองสร้างบล็อกหาบทความน่าสนใจมาเขียนเป็นภาษาอังกฤษดู หลายคนใช้วิธีนี้ในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ พอมีชาวต่างชาติเข้ามาอ่าน คอยให้คำแนะนำเรื่อยๆ เราจะเขียนคล่องและเก่งขึ้นเอง

พูดอังกฤษแล้วตลก น่าอายมาก
          เจมส์ จอยซ์ เคยกล่าวไว้ว่า “ความผิดพลาดคือประตูที่นำไปสู่การค้นพบ” นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่เราพูด มันจะช่วยสร้างโอกาสให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เสมอ เวลาเรียนกับครูต่างชาติไม่ต้องกลัวว่าครูจะตลกสำเนียงหรือขำเวลาเราพูดผิดค่ะ ครูเอ็นดูและเข้าใจดีว่าเรากำลังฝึกใช้ภาษาอยู่ ส่วนถ้ามีโอกาสได้พูดกับเพื่อนต่างชาติ ก็บอกเขาไปตามตรงไม่ต้องอายว่าเรากำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่นะ เชื่อว่าทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือและให้คำแนะนำเราค่ะ ถ้าอยากพูดภาษาอังกฤษคล่องๆ ให้ลองบันทึกการสนทนาของตัวเองเก็บไว้ฟัง ดูหนังภาษาอังกฤษเยอะๆ ยิ่งฝึกพูด ฝึกฟัง จะยิ่งทำให้สำเนียงและการออกเสียงเราดีขึ้น

ยุ่งมาก! ไม่มีเวลาเรียนแล้ว
          รู้อะไรไหม? การคิดว่าตัวเองต้องการเวลาเยอะมากในการเรียนภาษาอังกฤษ มันเป็นความเชื่อที่ผิดค่ะ แค่รู้ว่าสมองตัวเองเรียนรู้ได้ดีที่สุดในเวลาไหน นั่นก็ถือเป็นการบริหารเวลาที่เยี่ยมยอดแล้ว! ดูโอกาสค่ะว่าเวลาไหนสมองเราเฉียบแหลม ความจำทำงานดีมาก อ่านอะไรก็เข้าใจ นั่นแหละจะเป็นจังหวะที่เหมาะสมกับการเรียนภาษาอังกฤษของตัวเอง เพราะเราเรียนรู้ได้เร็ว ไม่เปลืองเวลา แพลนลงตารางเลย แม้จะเป็นเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าเราใส่ลงใน to-do list และทำแบบนี้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน กฎแห่งการทำซ้ำจะเป็นการเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีค่ะ
          ถ้าคิดว่าตัวเองไม่มีเวลาจริงๆ ก็ให้ใช้ gap หรือช่วงว่างระหว่างพักคาบเรียน - เดินทางกลับบ้าน ในการเรียนแบบง่ายๆ และรวดเร็ว เช่น เล่นเกมศัพท์อังกฤษ อ่านข่าวภาษาอังกฤษ หรือเรียนภาษาอังกฤษผ่าน podcasts อย่างสุดท้ายเลือกได้เลยว่าจะเน้นเรียนวิชาการ เล่าข่าวสนุกๆ หรือฟังคนอื่นเมาท์กันกับบทสนทนาที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ละช่องมีหลากหลายค่ะ มีทั้งพูดช้า ชัด และคล่องปรื๋อแบบเจ้าของภาษามาเอง เอ็นจอยกันตามชอบใจ

เรียนตอนโตจะสู้คนอื่นทันได้ยังไง
          เรียนตอนไหนก็สามารถค่ะ ไม่จำเป็นต้องฝึกมาตั้งแต่อนุบาล วัยรุ่นนี่แหละ เรียนภาษาใหม่ๆ ได้ง่ายเลย เรามีประสบการณ์ และมีความพร้อมที่จะโฟกัสสิ่งต่างๆ อยู่แล้ว แทนที่จะเชื่อว่าอายุหยุดการเรียนรู้ของเรา มาสนใจวิธีที่ใช้ในการเรียนภาษาอังกฤษให้สำเร็จดีกว่า ถ้าเจอตัวปัญหาที่ขัดขวางการเรียนภาษาของเราเมื่อไหร่ ให้เริ่มหาวิธีเรียนที่ง่ายและสนุกขึ้น ทิปส์ที่ใช้ได้ดีคือการเขียนทุกสิ่งที่เรายังทำได้ไม่ดีเก็บไว้ค่ะ เช่น หาสมุดเล่มเล็กไว้จดแกรมมาร์ที่ลืมบ่อยๆ ใช้ flashcards จดศัพท์ที่มักพบในข้อสอบ อ่านนิยายอังกฤษทุกวัน ฯลฯ เราจะมีความสุขกับการเห็นตัวเองพัฒนาสกิลแบบก้าวกระโดด

ต้องเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนถึงจะเก่ง
          อยากเรียนภาษาอังกฤษเก่งๆ ไม่ต้องตีตั๋วเครื่องบินไปถึงอังกฤษก็เก่งได้จ้า แค่เปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้เหมือนอยู่อังกฤษ และสมมติตัวเองประหนึ่งว่าเราเป็นเจ้าของภาษา ตั้งค่าโทรศัพท์เป็นเมนูภาษาอังกฤษซะ ลองสั่งอาหารจากเมนูภาษาอังกฤษ อ่านป้ายและคำแนะนำต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ ดูหนัง soundtrack ซับอังกฤษ หรือหาเพื่อนต่างชาติสักคนไว้เม้าท์มอย มีหลายวิธีเลยที่ทำให้การเรียนและฝึกฝนภาษาอยู่ในสายเลือดของเรา!

ภาษาอังกฤษไม่เห็นน่าสนใจตรงไหน
          บางคนเลิกเรียนภาษาอังกฤษ เพราะไม่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจค่ะ ยิ่งเรียน ยิ่งเปลืองแรง เสียดายเวลา และพลัง ขอบอกให้เปลี่ยนทัศนคติใหม่ค่ะ คิดซะว่านี่เป็นเรื่องท้าทายให้เราได้ทำอะไรใหม่ๆ ที่สามารถสร้างทักษะและความรู้ให้กับเราได้ ถ้ามีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้พบปะชาวต่างชาติก็อย่ารอช้า เช่น ลองสมัครเป็นมัคคุเทศก์น้อยตามสถานที่ท่องเที่ยว จะได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาและลองแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
          หรือถ้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร ก็เปลี่ยนจากการอ่านตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาๆ มาเป็นดูซีรียส์ จำศัพท์จากการดูภาพยนตร์แทนการใช้แฟลชการ์ด และอาบน้ำไปร้องเพลงภาษาอังกฤษไป น่าจะช่วยให้เราสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น  

สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว T T
          ไม่มีเงินไปซื้อคอร์สเรียนแพงๆ ไม่มีเงินจ่ายค่าหนังสือภาษาอังกฤษ ของฟรี + มีประโยชน์ มีอยู่จริงบนโลกนะคะ ตอนนี้ห้องสมุดหลายๆ โรงเรียน ก็มีศูนย์การเรียนภาษาอังกฤษอยู่ มีหนังสือ นิตยสารมากมายให้อ่าน หรือถ้าไม่อยากเข้าห้องสมุด ก็ท่องโลกออนไลน์เลยค่ะ เรียนภาษาอังกฤษกับ TED BangkokPost BBC ได้ทั้งฝึกสำเนียง เรียนแกรมมาร์ ตุนศัพท์ไว้สอบได้อีกมากมาย 

ภาษาอังกฤษต่างจากภาษาไทยสุดๆ เรียนไปก็ปวดหัว!
          ภาษาอังกฤษต่างจากภาษาไทยเป็นเรื่องจริง เพราะเป็นภาษาที่จัดอยู่คนละตระกูลค่ะ โครงสร้างต่าง การออกเสียงต่าง คำศัพท์ก็ไม่เหมือนกัน แต่นี่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้เราไม่เรียนภาษาอังกฤษเพราะความยุ่งยากนะคะ ยิ่งรู้ว่าต่าง ก็ยิ่งเป็นข้อดีในการเรียนค่ะ ตอนเรียนภาษาอังกฤษช่วงแรกๆ เรามักจะใช้ภาษาไทยแปล ทำความเข้าใจศัพท์ใหม่ในหัวก่อน หรือสร้างประโยคขึ้นมาโดยอิงจากโครงสร้างภาษาไทย ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนให้กับเราได้ ถ้าเป็นไปได้ให้นึกถึงความต่างทางไวยากรณ์ และยึดคอนเซปต์ของโครงสร้างภาษาอังกฤษเป็นหลัก จะช่วยให้เข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น

          เรื่องนี้ทำให้นึกถึงการพูดภาษาอังกฤษเหมือนกันค่ะ หลายคนมักจะบอกว่าเวลาพูดอังกฤษให้คิดเป็นภาษาอังกฤษ นึกศัพท์อะไรเรียบร้อย แล้วตอบออกมาเป็นภาษาอังกฤษเลย ไม่ต้องคิดเป็นภาษาไทย แล้วค่อยแปลเป็นอังกฤษอีกที เพราะผลลัพธ์อาจจะไม่ออกมาอย่างที่เราคิดก็เป็นได้

          บอกมาตามตรงว่าเคยเชื่อแบบนี้จริงไหม ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถเราหรอกค่ะ อย่างที่บอกว่าของแบบนี้ขึ้นอยู่ที่ใจ แค่ใจคิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่าย หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ เราก็ลุกมาเป็น Top วิชาภาษาอังกฤษได้ ไม่เชื่อก็ลองพิสูจน์ดูสิ!   

ขอบคุณข้อมูลจาก
www.fluentu.com/blog/english/i-cant-learn-english/
#ความเชื่อ #ความเชื่อผิดๆ #เคล็ดลับการเรียน #เทคนิคการเรียน #ภาษาอังกฤษ #การศึกษา #ฟิตเกรด #ฟิตเกรด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่ง่ายมาก ตอนแรกก็ไม่เชื่อจนเห็นเพื่อนเรียนภาษาจีน 55555


    อยากฝากถึงคนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษ ขอพูดตรงๆเลยว่าการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ยาก เพราะคนไทยมองภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สามารถยกระดับฐานะได้ ดังนั้นหากภาษาอังกฤษไม่ดีก็แสดงสถานะทางสังคมไปอีก ซึ่งความจริงไม่เกี่ยวเลย ไหนจะเรื่องสำเนียง ไวยากรณ์เป๊ะต่างๆ มันสำคัญในมุมหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ความสำคัญอันดับต้นๆอะ


    ส่วนตัวเคยเรียนกับสถาบันภาษาของอังกฤษที่ราคาค่อนข้างแรง พออ่านหนังสือ ดูสื่อของเขาแล้ว รู้สึกว่าหาได้ตามห้องสมุดจริงๆ แต่สิ่งที่หาไม่ได้คือสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศ อาจารย์ เพื่อนในคลาสที่ผลักดันให้เราพูดภาษาอังกฤษอยู่ตลอดโดยไม่ได้มีการตัดสินกล่าวหาใดๆ คนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง สื่อที่รับสำคัญมากนะคะ แนะนำรายการ Loukgolf's English Room กับ #สตีเฟ่นโอปป้า เรารู้สึกว่าสองรายการนี้เป็นการซึมภาษาอังกฤษจริงๆไม่ได้ยัดเยียดว่าต้องรู้อันนั้น ต้องรู้อันนี้ถึงจะเก๋กรุบ เพราะภาษาก็เป็นแค่เครื่องมือในการสื่อสาร


    ส่วนใครที่อยากเรียนแต่รู้สึกว่ายากจัง เรียนไม่ได้ ให้ปรับทัศนคติว่าไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่ง่ายค่ะ การตื่นตีสี่-ตีห้าไปอาบน้ำก็ยากเหมือนกันนะ เราหนีความยากไม่พ้น อยู่ที่ว่าเราอยากจะเอาชนะมันรึเปล่า คนมีเงิน คนเคยไปต่างประเทศ เขาได้เปรียบในเรื่องสภาพแวดล้อมจริงๆ แต่ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน อย่ายอมแพ้ ภาษาอังกฤษสำคัญมาก ยิ่งน้องๆเด็กๆแค่ภาษาอังกฤษมันไม่พอแล้วจริงๆ รุ่นหลังๆนี่อาจจะพูดกันได้สิบภาษาเหมือกินวุ้นโดเรม่อนเลยก็ได้ ภาษาเป็นสกิลที่รู้ไว้ไม่อดตาย อย่าให้คำคนมาบั่นทอนอนาคตที่สดใสโอโม่ไบรท์ฟิวเจอร์ของเรา สู้เด้อ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ภาษาอังกฤษง่ายกว่าภาษาไทยอีกค่ะ แค่ดูพยัญชนะก็รู้แล้ว และถ้าจำศัพท์ได้นี่ก็ดีเลยค่ะ ทางที่ดีคือ จดศัพท์ไว้

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ถ้าเทียบกับภาษาอื่น(ซึ่งไม่ใช่ภาษาประดิษฐ์) ภาษาอังกฤษ ถือว่าเหมาะกับการเป็นภาษาสากลที่สุดแล้ว เพราะ ตัวอักษรง่ายที่จะจดจำ รวมถึงง่ายที่จะเรียนรู้ด้วย


    ต่างกับภาษาไทยตรงที่ภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด (analytic language) และก็มีรูปแบบไวยากรณ์ที่เรียบง่ายแต่ซับซ้อน (simplex) เพราะใช้วิเศษณ์ (หรือคำขยาย) เช่น คุณศัพท์ (adjective) และ กริยาวิเศษณ์ (adverb)


    เคยเจอคอมเม้นต์ใน YT บอกว่า "ภาษาไทย" ง่ายมาก ๆ แต่ก็แน่ล่ะก็ตัวเองเป็นคนไทยนี่

    แล้วลองนึกภาพชาวต่างชาติเช่น ยุโรป 

    มานั่งเริ่มเรียนเรื่องการตัดคำ (word segmentation) ในภาษาที่มีความกำกวมสูงมากแบบภาษาไทยดูสิ อย่างเช่น

    "ตากลม" มันก็จะตัดได้ 2 แบบ คือ ตา|กลม และ ตาก|ลม



    แล้วไหนจะเรื่องการเขียนอีก "กฎเกณฑ์" ก็ไม่ได้เขียนว่า "กดเกน" ส่วน "อนุญาต" ก็ไม่ได้เขียนว่า "อะนุยาด" ภาษาไทยเป็นหนึ่งในภาษาที่จัดว่ายากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เราเคยมีเพื่อนคน Slovakian ยังถามเราเลยว่า เธออ่านที่เขียนติดกันแบบนั้นได้ยังไง 

    นั่นยาวมากเลยนะ 555+++..

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-03.png



    ตอบกลับ

3 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ภาษาอังกฤษ เป็นภาษาที่ง่ายมาก ตอนแรกก็ไม่เชื่อจนเห็นเพื่อนเรียนภาษาจีน 55555


      อยากฝากถึงคนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษ ขอพูดตรงๆเลยว่าการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ยาก เพราะคนไทยมองภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สามารถยกระดับฐานะได้ ดังนั้นหากภาษาอังกฤษไม่ดีก็แสดงสถานะทางสังคมไปอีก ซึ่งความจริงไม่เกี่ยวเลย ไหนจะเรื่องสำเนียง ไวยากรณ์เป๊ะต่างๆ มันสำคัญในมุมหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ความสำคัญอันดับต้นๆอะ


      ส่วนตัวเคยเรียนกับสถาบันภาษาของอังกฤษที่ราคาค่อนข้างแรง พออ่านหนังสือ ดูสื่อของเขาแล้ว รู้สึกว่าหาได้ตามห้องสมุดจริงๆ แต่สิ่งที่หาไม่ได้คือสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศ อาจารย์ เพื่อนในคลาสที่ผลักดันให้เราพูดภาษาอังกฤษอยู่ตลอดโดยไม่ได้มีการตัดสินกล่าวหาใดๆ คนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง สื่อที่รับสำคัญมากนะคะ แนะนำรายการ Loukgolf's English Room กับ #สตีเฟ่นโอปป้า เรารู้สึกว่าสองรายการนี้เป็นการซึมภาษาอังกฤษจริงๆไม่ได้ยัดเยียดว่าต้องรู้อันนั้น ต้องรู้อันนี้ถึงจะเก๋กรุบ เพราะภาษาก็เป็นแค่เครื่องมือในการสื่อสาร


      ส่วนใครที่อยากเรียนแต่รู้สึกว่ายากจัง เรียนไม่ได้ ให้ปรับทัศนคติว่าไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่ง่ายค่ะ การตื่นตีสี่-ตีห้าไปอาบน้ำก็ยากเหมือนกันนะ เราหนีความยากไม่พ้น อยู่ที่ว่าเราอยากจะเอาชนะมันรึเปล่า คนมีเงิน คนเคยไปต่างประเทศ เขาได้เปรียบในเรื่องสภาพแวดล้อมจริงๆ แต่ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน อย่ายอมแพ้ ภาษาอังกฤษสำคัญมาก ยิ่งน้องๆเด็กๆแค่ภาษาอังกฤษมันไม่พอแล้วจริงๆ รุ่นหลังๆนี่อาจจะพูดกันได้สิบภาษาเหมือกินวุ้นโดเรม่อนเลยก็ได้ ภาษาเป็นสกิลที่รู้ไว้ไม่อดตาย อย่าให้คำคนมาบั่นทอนอนาคตที่สดใสโอโม่ไบรท์ฟิวเจอร์ของเรา สู้เด้อ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ภาษาอังกฤษง่ายกว่าภาษาไทยอีกค่ะ แค่ดูพยัญชนะก็รู้แล้ว และถ้าจำศัพท์ได้นี่ก็ดีเลยค่ะ ทางที่ดีคือ จดศัพท์ไว้

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ถ้าเทียบกับภาษาอื่น(ซึ่งไม่ใช่ภาษาประดิษฐ์) ภาษาอังกฤษ ถือว่าเหมาะกับการเป็นภาษาสากลที่สุดแล้ว เพราะ ตัวอักษรง่ายที่จะจดจำ รวมถึงง่ายที่จะเรียนรู้ด้วย


      ต่างกับภาษาไทยตรงที่ภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด (analytic language) และก็มีรูปแบบไวยากรณ์ที่เรียบง่ายแต่ซับซ้อน (simplex) เพราะใช้วิเศษณ์ (หรือคำขยาย) เช่น คุณศัพท์ (adjective) และ กริยาวิเศษณ์ (adverb)


      เคยเจอคอมเม้นต์ใน YT บอกว่า "ภาษาไทย" ง่ายมาก ๆ แต่ก็แน่ล่ะก็ตัวเองเป็นคนไทยนี่

      แล้วลองนึกภาพชาวต่างชาติเช่น ยุโรป 

      มานั่งเริ่มเรียนเรื่องการตัดคำ (word segmentation) ในภาษาที่มีความกำกวมสูงมากแบบภาษาไทยดูสิ อย่างเช่น

      "ตากลม" มันก็จะตัดได้ 2 แบบ คือ ตา|กลม และ ตาก|ลม



      แล้วไหนจะเรื่องการเขียนอีก "กฎเกณฑ์" ก็ไม่ได้เขียนว่า "กดเกน" ส่วน "อนุญาต" ก็ไม่ได้เขียนว่า "อะนุยาด" ภาษาไทยเป็นหนึ่งในภาษาที่จัดว่ายากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เราเคยมีเพื่อนคน Slovakian ยังถามเราเลยว่า เธออ่านที่เขียนติดกันแบบนั้นได้ยังไง 

      นั่นยาวมากเลยนะ 555+++..

      https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-03.png



      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?