แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล []

เริ่มสะสมผลงานตั้งแต่ ม.4 และคิดว่ารอบพอร์ตเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ลุย!
23,650 1
แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล
       สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D.com ค่า Student Idol กลับมาคราวนี้ไม่ธรรมดาเลย เหมาะมากสำหรับน้องๆ ที่อยากสอบเข้าหมอตั้งแต่รอบแรกๆ เพราะพี่มายด์คนนี้ สอบติดคณะแพทยศาสตร์ ตั้งแต่รอบ Portfolio ค่ะ งานนี้ไม่มีแต้มบุญใดๆ อาศัยผลงานและความสามารถล้วนๆ จ้า
        เห็นไหมว่า เป็นเด็กกิจกรรม ก็สอบเข้าคณะโหดๆ ได้ เดี๋ยวไปดูกันว่า กิจกรรมแบบไหนกันนะ ที่ทำให้สอบติดหมอได้!

แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล

ชื่อเล่น: มายด์
แผนการเรียน: วิทย์-คณิต (Gifted)
งานอดิเรก: ฟังเพลง ดูหนัง ทำขนม ระบายสี อ่านนิยาย^^
style การเรียน: ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองในทุกๆอย่างที่ทำ เรียนให้สนุก เครียดก็ไปหาไรกิน5555
IG : mmindyada ค่าา
 

      พี่มิ้นท์ : แนะนำตัวให้ชาว Dek-D ได้รู้จักหน่อยค่ะ
      น้องมายด์ : สวัสดีค่า :D เราชื่อ ณัฐญาดา ประวงษ์รัตน์ ชื่อเล่นชื่อมายด์ จบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี เกรดเฉลี่ย 3.92 ค่ะ เราเป็นคนตัวเล็กๆ นิสัยร่าเริง เฮฮา เข้ากับคนง่าย ดูดุ๊กดิ๊กๆ เพื่อนก็เลยเรียกเราว่าหมากระเป๋า แหะๆ ^^  ตอนนี้สอบติดคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผ่านโครงการรับนักศึกษารอบที่1 (portfolio) ค่า

    พี่มิ้นท์ : ต้องถามก่อนเลยว่า ชีวิตตอน ม.6 ต่างจาก ม.4-5 มากมั้ยคะ? ทั้งในภาพรวมและเฉพาะตัวของน้องมายด์เอง
    น้องมายด์ : มายด์ว่าต่างกันเยอะเลยย ตอน ม.4-5 เป็นช่วงที่หลายคนค้นหาตัวเอง พอขึ้น ม.6 ก็จะได้มุ่งทำตามความฝัน สำหรับมายด์ ม.4-5 เราก็ชิลนะ ค่อยๆ เรียนเก็บเนื้อหาไป ทำกิจกรรมเยอะมากๆ ไปค่าย ไป Open house ของมหาลัย ตั้งใจเรียนในห้องเก็บเกรด และปราณีตกับการบ้านสุดๆ มายด์กับเพื่อนในกลุ่มจะชอบทำงานพรีเซ้นต์แบบเล่นใหญ่ สไลด์ต้องดี วิดีโอต้องมา ชอบงานตัดต่อคลิป ถึงขนาดเคยประกวดถ่ายทำโฆษณากันเลย เป็นเด็กสายวิทย์ที่มีความนิเทศสูง 5555 ตอนนั้นเป็นช่วงที่เอนจอยชีวิต ม.ปลายได้ที่สุด ^^
 
แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล

     พอขึ้น ม.6 เป็นช่วงที่จะสัมผัสได้ว่าเด็ก ม.6 จะมีความเครียดแทรกซึมอยู่ในใจ รู้สึกว่าจริงจังมากขึ้น ลดโซเชียล เล่นเฟซบุ๊กกับไลน์ปกตินะ แต่ไอจีคือร้างไปเลยยย เรามีวินัยกับตัวเองมากขึ้น เพื่อนๆ ก็พากันไปเรียนพิเศษ เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ บางทีก็รู้สึกว่าขี้เกียจบ้าง ก็พักก่อน ไปขี้เกียจให้เต็มที่แล้วต้องกลับมาอ่านใหม่อย่างมีไฟ เราจะตั้งเป้าหมายไว้ว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้างเหมือนเป็นมิชชั่น พอทำได้แล้วก็จะรู้สึกชนะอ่ะ ช่วงเตรียมสอบก็มีเครียดๆ แต่พอสอบเสร็จอะไรเสร็จแล้วก็โล่งงง ไปเที่ยวได้

    พี่มิ้นท์ : ทำไมน้องมายด์ถึงตัดสินใจยื่นสมัครเข้าคณะแพทย์ตั้งแต่รอบ Portfolio คะ
    น้องมายด์ : มายด์ว่าการยื่นรอบพอร์ตเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่เตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะต้องมีผลงานเก็บสะสมมา บวกกับผลสอบ BMATและภาษาอังกฤษ อย่างมายด์มีทำกิจกรรมพอดีเลย แล้วก็เคยไปลองสอบ CU-TEP, TU-GET มาตอน ม.4-5 ทำให้มีโอกาสแก้ตัวเพิ่มคะแนนได้
       พอเห็นระเบียบการรับสมัครของรอบพอร์ตเราก็มีคุณสมบัติถึงพอดี แล้วถ้าเราติดรอบนี้เราก็จะได้สบายใจ มีเวลาไปทำอะไรก็ได้ที่อยากทำก่อนเปิดเทอมมหาลัย ดูน่าสนใจมากๆๆ เลยลองสมัครดูค่ะ ^^

     พี่มิ้นท์ : ในพอร์ตของเรายื่นกิจกรรมอะไรไปบ้างคะ
     น้องมายด์ : ตัวมายด์เองเป็นคนชอบทำกิจกรรมค่ะ เลยมีสะสมมาตั้งแต่ ม.4 ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร 5555 แค่อยากลองทำหลายๆ อย่างจะได้รู้ว่าเราชอบมั้ย และไปหาประสบการณ์ ได้สนุกกับสิ่งที่เราทำค่ะ  ผลงานของเราก็เลยมีหลายด้าน
 
แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล

       เช่น การแข่งขันด้านวิชาการ เรากับเพื่อนๆได้ไปแข่งประกวดโครงงานวิทย์ในงานศิลปหัตถกรรม, แข่งขันภาษาอังกฤษเพชรยอดมงกุฎ
        - เข้าค่าย สอวน.ชีววิทยา ค่าย1 เพราะเราชอบวิชาชีวะ^^
        - ค่ายอยากเป็นหมอ ของศิริราช ได้ไปดูว่าเรียนหมอเค้าเรียนกันยังไง เราชอบจริงๆไหม พี่ๆที่ค่ายน่ารักมากๆ เพื่อนๆก็น่ารักก
        - ค่าย Dream Catcher ค่ายนี้เป็นค่ายที่ให้เราได้ไปดูการทำงานของอาชีพที่เราสนใจ มีให้เลือกหลายอาชีพเลย มายด์ก็ไปดูการทำงานของแพทย์จริงๆ ในโรงพยาบาล ไปเกาะติดพี่พยาบาล ได้ไปดูพี่ๆ เภสัชฯทำยา/จ่ายยาด้วย อันนี้ก็คือตรงกับคณะที่เราอยากเข้าเลย
        นอกจากนี้เราก็ทำกิจกรรมในโรงเรียน จัดค่าย, กีฬาสี, ขายเกี๊ยวทอดในงานตลาดนัดของรร. (อร่อยนะ) 5555
        แล้วกิจกรรมจิตอาสา ไปบริจาคสิ่งของและทำกิจกรรมให้น้องๆนักเรียนในรร.ที่ด้อยโอกาสกับเพื่อนๆและคุณครูประจำชั้น  และไปเป็นล่ามแปลภาษาอังกฤษที่สนามหลวง ได้ทำอะไรหลากหลายมากจริงๆ ก็สนุกดีค่ะ ^^

 
    พี่มิ้นท์ : แล้วถ้าอยากสอบเข้าหมอ  จะแนะนำน้องๆ ในการทำกิจกรรมให้สอดคล้องกับคณะนี้ยังไงดีคะ
     น้องมายด์ : จะเห็นว่ากิจกรรมที่มายด์ทำก็หลากหลายค่ะ แต่เวลาเราใส่ Portfolio ก็แนะนำให้จัดหมวดหมู่กิจกรรมแล้วก็จะเป็น วิชาการ/ กิจกรรมที่เกี่ยวกับคณะแพทย์/ กิจกรรมในรร./ จิตอาสา กิจกรรมที่เกี่ยวกับคณะที่อยากเข้ามีหลายอย่างนะ
     สำหรับน้องๆที่ไม่รู้จะเริ่มยังไงก็ล่าค่ายกับ Open House ของมหาลัยไว้ก่อน หรือหากิจกรรมที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความสนใจและอยากเข้าคณะนั้น พอนำมาใส่ในพอร์ตก็เขียนบรรยายไปด้วยว่ากิจกรรมนี้จัดที่ไหน เราไปทำอะไรบ้าง รู้สึกยังไง และเราได้อะไรจากกิจกรรม เท่านี้ก็โอเคเลยยย พอร์ตจะดูน่าสนใจเว่อร์ๆ 555555 เชื่อพี่

      พี่มิ้นท์ : หลายคนมองว่ากิจกรรมด้านวิชาการมันน่าเบื่อ ต้องเก่ง จริงมั้ยคะ?
      น้องมายด์ : มายด์ว่ากิจกรรมจะเป็นตัวช่วยฝึกให้เราเก่งขึ้นเองนะ เราไม่จำเป็นต้องเทพมาตั้งแต่แรก เราแค่ฝึกเรื่อยๆ อย่าไปเครียด แล้วจะเก่งขึ้นเอง :D เริ่มจากดูว่าเราชอบและถนัดวิชาอะไรบ้าง แล้วก็หากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิชานั้น อย่างเราชอบชีวะก็ไปแข่งตอบปัญหาชีววิทยาตามที่มหาลัยจัดก็ได้ เช่นของวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า มายด์ก็เคยไปแข่งมา ถึงไม่ได้รางวัลอะไรแต่ก็ทำให้จุดประกายความใฝ่รู้ของเราได้เยอะเลย บางทีเจอคำถามยากๆ เราก็เอ๊ะ เคยเรียนด้วยหรอ 555 หลังจากนั้นก็ไปค้นคว้าเพิ่ม ได้ความรู้ใหม่ไปอีก เนี่ยแหละจะทำให้เราเก่งขึ้นๆค่ะ :D

     พี่มิ้นท์ : ในความคิดเห็นของมายด์ การทำกิจกรรมสำคัญกับการเรียนยังไงคะ
     น้องมายด์ : ข้อดีของการทำกิจกรรมอย่างแรกเลยคือได้ประสบการณ์ค่ะ สนุกด้วย ได้เจอเพื่อนใหม่ ได้ฝึกทักษะที่หาไม่ได้ในห้องเรียน การทำกิจกรรมก็คือการที่เราได้เอาความรู้ความสามารถของเรามาใช้จริงอะ เป็นการฝึกสกิลรอบด้านของเรา
     มายด์จำคำพูดของคุณครูท่านนึงได้เลยว่า กิจกรรมจะทำให้เราทำงานเป็น เป็นคำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจเราจริงๆ  มายด์เลยทำได้หมด โครงงานวิทย์ เล่นละคร ถ่ายMV พิธีกร ยันทอดเกี๊ยวเลยล่ะ เป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ 5555

แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล

     พี่มิ้นท์ : อยากรู้เลยว่าโต๊ะอ่านหนังสือที่บ้านของน้องมายด์ เป็นยังไงคะ อิอิ
     น้องมายด์ : โต๊ะค่อนข้างรกค่ะ 55555 อายจัง เพราะว่าเรามีเครื่องเขียนกับหนังสือเยอะมาก เวลาทำสรุปทีนึงก็จะใช้หนังสือ 3-4 เล่ม โต๊ะยิ่งกว้างยิ่งวางเยอะ แต่เราก็จะจัดโต๊ะบ่อยๆ ในเวลาพักเบรกแทนที่จะเล่นมือถือเราก็มาจัดโต๊ะ สิ่งของที่ต้องมีติดโต๊ะไว้เลยก็คือโคมไฟตั้งโต๊ะค่ะ สำคัญมากๆ เวลาอ่านหนังสือจะได้มีแสงเพียงพอ ไม่เสียสายตานะ ^^
      อีกอย่างเลยที่จำเป็นกับเรามากๆ ก็คือกำแพงบ้าน เราหันโต๊ะหนังสือเข้ากำแพงแล้วเห็นมันโล่งๆ มายด์เลยจดคำศัพท์ภาษาอังกฤษมาแปะ มีโปสเตอร์ไว้โน้ตการบ้าน, กันลืมทำนู่นนี่ และแปะวันสอบเอาไว้ เวลามองไปจะได้ฮึดอ่านหนังสือค่ะ

แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล
 

    พี่มิ้นท์ : ชอบเรียนวิชาไหนมากที่สุด และมีเคล็ดลับในการเรียนวิชานั้นๆ ยังไงคะ
    น้องมายด์ : วิชาที่ชอบที่สุดก็คือชีววิทยาค่ะ วิธีเรียนวิชานี้ให้จำได้ดีสำหรับมายด์คือการทำสรุปเองและวาดรูปประกอบ ยิ่งใช้สีสันจะทำให้เราอยากกลับมาอ่านทบทวนมากยิ่งขึ้น เวลาสอบก็จะชอบติวกันกับเพื่อน สรรหาวิธีท่องแบบแต่งเป็นกลอนบ้าง แปลงเนื้อเพลงบ้าง อันนี้คือฝังหัวไปเลย สนุก แถมจำได้แน่นอน5555
 
แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล
 
     อีกวิชาที่ชอบพอกันเลยคือภาษาอังกฤษ เรามีวิธีฝึกภาษาอังกฤษแบบค่อยๆ สะสมไป ท่องศัพท์อย่างสม่ำเสมอ ฝึกข้อสอบไปด้วย และการเรียนภาษาคือต้องฝึกใช้จริง เรียนแบบสนุกไปกับมัน มายด์ชอบ Harry Potter ตอนแรกดูหนังก่อน ทีนี้คุณพ่อก็ซื้อนิยายมาให้อ่านเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ แต่อ่านแล้วติดขัด เลยไปซื้อแบบแปลไทยมาอ่านให้รู้เนื้อเรื่องก่อนแล้วค่อยไปอ่านอิ้ง โอ้โหทีนี้ ทำให้เรารักการอ่านเลยทีเดียว อ่านเยอะมาก สายตาสั้นเลย 55555 แต่มีประโยชน์จริงๆ ทำให้เราได้รู้คำศัพท์ใหม่ๆ ฝึกการเดาศัพท์ อ่านบทความภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้น เป็นการฝึกจับใจความไปด้วยค่ะ ช่วยได้เยอะเวลาทำข้อสอบพาร์ท Reading ด้วย

    พี่มิ้นท์ : กว่าจะผ่านมาถึงวันนี้ ได้เป็นว่าที่นักศึกษาแพทย์แล้ว อยากให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการสอบเข้า การเตรียมตัวสอบคร่าวๆ จนถึงการสัมภาษณ์หน่อยค่ะ
    น้องมายด์ : มายด์ก็ถือว่าเตรียมตัวมาเยอะพอสมควร ทำพอร์ตเองด้วยสกิล Photoshop เท่าที่มี สำหรับของวชิระฯ ทางมหาวิทยาลัยเขาจะให้คะแนนแยกกันเป็นพอร์ต 30% สัมภาษณ์ 70% ตอนจะไปสัมภาษณ์เราก็กดดันนะ เพราะว่าทางมหาวิทยาลัยเรียกสัมภาษณ์กลุ่มที่เราสมัครทั้งหมด 104 คน แต่รับ 4 คน ถือว่าการแข่งขันก็สูงเลยแหละ
       เล่าประสบการณ์วันสัมภาษณ์ดีกว่า เราสัมภาษณ์แบบ MMI (Multiple Mini-Interview) สัมฯเป็นภาษาไทยนะ ก็คือเป็นฐาน 10 ฐาน ให้เวลาฐานละ 5 นาที พอหมดเวลาก็จะมีเสียงกริ่งเป็นสัญญาณให้เปลี่ยนฐาน เหมือนแลปกริ๊งเลย มีฐานพักด้วย ระหว่างพักต้องใส่ที่อุดหู จะได้ไม่ได้ยินคำตอบของเพื่อนคนอื่น แต่ละฐานเข้าไปจะมีโจทย์แปะไว้ที่โต๊ะว่าให้เราทำอะไร ก็มีทั้งแบบพูดตอบคำถามให้กรรมการฟัง และแบบเขียนตอบในกระดาษ คำถามก็จะแนวๆ ให้เราแสดงความคิดเห็น หรือแก้ปัญหาจากโจทย์ที่กำหนดให้ (ไม่มีเกี่ยวกับวิชาการนะ ไม่มีแก้โจทย์เลขฟิสิกส์เคมีชีวะ) ตอนสัมภาษณ์เราปวดท้อง(ไม่ได้ปวดท้องเข้าห้องน้ำนะ><) สงสัยตื่นเต้นอะแล้วกินข้าวเช้าไม่ลง *ทุกคนคะอย่าลืมกินข้าวเช้าวันสอบนะคะ ฮือ ปวดท้องมันทรมานมากจริงๆ* รองเท้าก็กัดด้วยเพราะว่าใส่รองเท้าคัทชูคู่ใหม่ แต่ต่อหน้ากรรมการเราก็ยิ้มสู้ อดทนจนสัมฯจบ พอลงมาจากตึกแทบเดินไม่ไหวเลยอะ 5555น่าสงสาร แต่ก็ผ่านมาได้ๆ

 
แชร์เรื่องเล่า+การเตรียมตัว "มายด์" ติด 1 ใน 4 รอบ Portfolio แพทยฯ วชิรพยาบาล

        ตอนนั้นมายด์เตรียมตัวโดยทำข้อสอบความถนัดแพทย์ก่อนไปสัมภาษณ์ ก็ถือว่าได้ใช้อยู่นะ ส่วนเทคนิคการสัมภาษณ์เลยคือ เราต้องเป็นตัวเอง ตอบคำถามอย่างมีหลักการและเหตุผล แล้วก็มีสติเข้าไว้ อยากจะบอกว่ามายด์ไม่ได้สมัครที่นี่เป็นที่แรกแล้วสอบติดเลย เราก็เคยผิดหวังมาก่อนนะ แต่เราก็ยังสู้ต่อ เพราะงั้นใจทุกคนต้องสู้ !! ทำให้เต็มที่และเชื่อมั่นในตัวเอง ต้องขอขอบคุณครอบครัว อาจารย์ และเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจให้มายด์ด้วยค่ะ :D

    พี่มิ้นท์ : สุดท้ายแล้ว ฝากอะไรถึงน้องๆ ที่เตรียมตัวสอบเข้าแพทย์หน่อยค่า
    น้องมายด์ : มายด์ก็เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆและน้องๆทุกคน ขอให้เพื่อนๆอย่าพึ่งยอมแพ้นะ ทุกคนนี่แข็งแกร่งมาก สู้สู้แล้วทำตามความฝันของตัวเอง เดี๋ยวพอสอบติดทุกคนจะรู้สึกหายเหนื่อยเลยแหละ :) และขอให้น้องๆเตรียมตัว มีความมุ่งมั่น แบ่งเวลาให้ทั้งการเรียนแล้วก็การใช้ชีวิตด้วยนะ  แล้วก็ได้เรียนในคณะที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ทุกคนเลยย // กอดๆๆ

      เป็นบทสัมภาษณ์ที่ยาว แต่มีประโยชน์มากๆ เลยค่ะ น้องๆ ก็คงได้เห็นไปแล้วว่า เป็นเด็กกิจกรรมไม่ได้ทำให้การเรียนเสียอย่างที่ใครหลายคนคิด แต่ถ้าเราเอาประสบการณ์ทั้งหมดบวกกับความรู้ที่มี ก็สอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ได้ตั้งแต่รอบ Portfolio ด้วยซ้ำ
#การศึกษา #คณะแพทยศาสตร์ #แพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล #TCAS #TCAS รอบ Portfolio #สอบหมอ รอบ Portfolio

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?