จีนทำสำเร็จ! ตัดต่อยีนหมูจนได้ "หมูไขมันต่ำ" กว่าหมูปกติ 24% []

วิว
       สวัสดีค่ะ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ยินข่าวที่น่ายินดี (สำหรับผู้บริโภค) กันไปแล้วว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายในประเทศไทย เพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนในฐานะผู้ประกอบการต่างๆ ก็ต้องปรับสูตรกันต่อ เพื่อให้อาหารนั้นยังอร่อยถูกปากผู้บริโภคเหมือนเดิม
        ไม่ใช่แค่อาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์เท่านั้น เพราะสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนักจริงๆ ก็จะเลี่ยงของมัน ของทอดทั้งหลาย รวมถึงส่วนของเนื้อสัตว์บางประเภทด้วย เช่น หมูสามชั้น หรือ น่องไก่ แหม่.. เรียกว่าของอร่อยๆ มักมาพร้อมไขมันจริงๆ นะเนี่ย!

 
จีนทำสำเร็จ! ตัดต่อยีนหมูจนได้ "หมูไขมันต่ำ" กว่าหมูปกติ 24%
 

       แต่น้องๆ เชื่อไหมคะ ว่าตอนนี้ โลกใบนี้ได้มีหมูไขมันต่ำกำเนิดขึ้นแล้ว เพราะที่ประเทศจีน ได้ทดลองตัดต่อพันธุกรรมหมูไขมันต่ำด้วย เทคนิค CRISPR-Cas9 (เทคนิคการตัดต่อยีนโดยมีโมเลกุล 3 ชนิดเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ ตัวหาตำแหน่ง DNA ที่ตัด, ตัวตัด และตัวเชื่อม DNA)

       จุดเริ่มต้นมาจากที่นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน จากสถาบันสัตววิทยาในกรุงปักกิ่ง เกิดข้อสงสัยว่า ถ้าหมูมีโปรตีนเยอะขึ้น ร่างกายก็คงไม่จำเป็นต้องมีชั้นไขมันหนาๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นก็เป็นได้ โดยพวกเขาได้พบหนทางที่จะสร้างโปรตีนในลูกหมู ให้เป็นไขมันสีน้ำตาล ซึ่งเป็นตัวช่วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในการเผาผลาญพลังงานและกักเก็บความอบอุ่นในร่างกายได้เองโดยไม่ต้องใช้ไขมันสีขาว
      นักวิทยาศาสตร์ที่ว่าใช้เทคนิค CRISPR-Cas9 เป็นเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรม หมูไม่มียีนที่เรียกว่า UCP 1 ซึ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดๆ อื่นจะมียีนนี้ในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้อบอุ่น เขาก็เลยตัดเอายีนชนิดนี้ใน "หนู" มาใส่ในตัวอ่อนของลูกหมูนั่นเองค่ะ ลูกหมูที่เกิดมา 12 ตัวมีสุขภาพที่แข็งแรง และที่สำคัญคือมีไขมันน้อยกว่าลูกหมูทั่วไปถึง 24% เลยทีเดียว ทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนง่าย แต่ในทางปฏิบัติก็ยากนะคะ เพราะการทดลองครั้งนี้สำเร็จ 12 ตัวจากการทดลองในตัวอ่อนทั้งหมด 2,553 ตัวค่ะ

 
จีนทำสำเร็จ! ตัดต่อยีนหมูจนได้ "หมูไขมันต่ำ" กว่าหมูปกติ 24%
       และภาพนี้ก็คือภาพถ่ายอินฟราเรดที่นักวิทยาศาสตร์ถ่ายไว้ เทียบให้เห็นว่าหมูอายุ 6 เดือนที่ใส่ยีนชนิดใหม่ไปแล้ว (ตัวขวา) สามารถเก็บความร้อนในร่างกายได้ดีกว่าหมูปกติ (ตัวซ้าย) ในสภาพอากาศที่เย็น โดยเรียงลำดับชั่วโมงที่ 0, 2 และ 4 หลังปรับอากาศให้เย็นขึ้น   

       แน่นอนว่า เมื่อเรื่องนี้มีการเผยแพร่ออกมา ก็จะมีกระแสตามมาด้วย โดยไมเคิล โรเบิร์ต อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมิสซูรี ได้บอกไว้ว่า เขามีข้อสงสัยถ้าหมูนี้เข้ามาใน USA และเขาคิดว่าไม่น่าจะผ่าน อย. ของประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย หรือ ถ้าผ่าน ชาวอเมริกันก็ต้องระแวงว่าจะต้องกินเบคอนที่ตัดต่อพันธุกรรมมา

       ในขณะที่นักโภชนาการก็ออกมาบอกว่า อาหารไขมันต่ำ ก็ไม่ได้แปลว่าจะดีไปทั้งหมดนะจ๊ะ อย่างหมูที่ตัดต่อพันธุกรรมให้ไขมันลดลง แต่ก็ยังเป็นไขมันอิ่มตัวซึ่งก็ไม่ดีต่อร่างกายอยู่ดี และถ้าอยากสุขภาพดีจริงๆ ควรสร้างนิสัยที่ดีในการกิน เช่น ควบคุมปริมาณหรือแคลอรี มากกว่าไปโฟกัสเรื่องจำกัดปริมาณไขมันเพียง

       หากในอนาคต มีการรับรองจากหน่วยงานด้านอาหารขึ้นมาจริงๆ และร้านอาหารหันมาใช้หมูไขมันต่ำกันมากขึ้น ก็คงจะดีไม่น้อยเนอะ รับรองว่ากินเบคอนกันไม่ยั้งเลย 55555 แต่เหนือสิ่งอื่นใด ประโยชน์ที่ได้จากการตัดต่อยีนในครั้งนี้ก็ยังช่วยรักษาชีวิตเจ้าหมูน้อยๆ ไว้ด้วยค่ะ เพราะในต่างประเทศลูกหมูอาจจะต้องเจอกับอากาศที่หนาวจัดจนตายได้ แต่เมื่อร่างกายกักเก็บความร้อนได้มากขึ้น มันก็ทนหนาวได้มากขึ้นนั่นเอง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
www.scmp.com/tech/china-tech/article/2117041/beijing-scientists-have-engineered-reduced-fat-pig-24-cent-less-body,
www.npr.org/sections/thesalt/2017/10/23/559060166/crispr-bacon-chinese-scientists-create-genetically-modified-low-fat-pigs,
นิตยสาร Science Illustrated

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mint

พี่มิ้นท์ - ผู้เขียน

พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#การศึกษา #วิทยาศาสตร์ #หมูไขมันต่ำ #การทดลอง #การตัดต่อพันธุกรรม

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?