ลับสมองให้เฉียบ! 7 เทคนิคที่ทำให้ความจำดี + เรียนรู้เร็วติดจรวด []

วิว
ลับสมองให้เฉียบ! 7 เทคนิคที่ทำให้ความจำดี + เรียนรู้เร็วติดจรวด
        สวัสดีค่ะ น้องๆ เคยรู้สึกว่าตัวเองเรียนรู้ช้าไหมคะ? เรียนอะไรไม่ค่อยเข้าใจ พอกลับไปอ่านเองก็งงๆ จำไม่ค่อยได้อีก วันนี้พี่เมก้ามีตัวช่วยมาฝากเป็น เทคนิคที่ทำให้ความจำดี + เรียนรู้เร็วขึ้นแบบติดจรวด ถ้ายังไม่เคยทำ นำเคล็ดลับง่ายๆ นี้ ไปลองใช้กันดูได้ค่ะ

ลับสมองให้เฉียบ! 7 เทคนิคที่ทำให้ความจำดี + เรียนรู้เร็วติดจรวด
 
3 Step อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
        เคยมีคนทำวิจัยไว้ว่าการจดเลคเชอร์ด้วยมือดีกว่าพิมพ์แล้วปริ้นท์ออกมาอ่าน ช่วยให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับความรู้นั้นมาก แถมยังจำ + เข้าใจบทเรียนต่างๆ ได้ดีค่ะ วิธีมีอยู่ 3 Step ง่ายๆ

        Step 1 : ฝึก Speed Reading หรืออ่านสแกนเร็วๆ เพื่อให้เห็­นภาพรวมของเนื้อหา
        Step 2 : อ่านเจาะ Main points หาสาระสำคัญที่ต้องการ
        Step 3 : จดสิ่งที่จำเป็นต้องจำลงไป แล้วอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า

        โดยทั้ง 3 สเต็ปนี้ต้องทำให้เสร็จในเวลาเดียวกันค่ะ คืออ่านให้ “เข้าใจ” แล้วลงมือทำด้วยการ “จด” ทันที ดีกว่าอ่านไปเรื่อยๆ เนือยๆ นอกจากไม่เข้าใจแล้ว ความรู้ยังไหลออกจากหัวหมด วิธีนี้หลักการจะคล้ายๆ กับกฎ 80 : 20 ของพาเรโตค่ะ คือเราลงแรงอ่านอย่างจริงจังเพียง 20% แต่ได้ผลลัพธ์กลับมาคือเข้าใจ จำนาน และนำความรู้ไปใช้ได้ถึง 80%


เลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุด
        น้องๆ อาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า เวลาที่เหมาะสมกับการเรียนหรือทำการบ้านคือช่วงเวลาเช้าถึงบ่าย ยิ่งโฟกัสอยู่กับการลุยงานหนักตอนบ่าย ยิ่งเป็นผลดีต่อความจำระยะยาวของเรา แต่ที่จริงแล้วถ้าเรารู้ข้อดีของช่วงเวลาต่างๆ ว่าเหมาะที่จะทำอะไร ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเรานะคะ  

        ถ้าน้องๆ อยากเรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว การอ่านหนังสือเช้าๆ หลังตื่นนอนเหมาะมากเลยค่ะ เพราะเวลานอนเต็มอิ่ม สมองเติมพลังมาเต็มที่ ก็พร้อมที่จะเปิดรับข้อมูลใหม่ๆ จดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าได้ดี อ่านอะไรไปก็เข้าใจ ส่วนตอนกลางคืนความเงียบสงบจะทำให้เรามีสมาธิ และความคิดสร้างสรรค์โลดแล่น เราจะได้ใช้เวลากับการครีเอตทิปส์เล็กๆ ในการจับคอนเซปต์ต่างๆ ของเรื่องที่อ่าน
 

สอนตัวเองได้ สอนคนอื่นด้วย

ลับสมองให้เฉียบ! 7 เทคนิคที่ทำให้ความจำดี + เรียนรู้เร็วติดจรวด
 
        แชร์ความรู้ออกไปเยอะๆ เลยค่ะ นี่เป็นวิธีที่ทำให้ข้อมูลในสมองของน้องแข็งแกร่งมากขึ้น! ยิ่งเราพยายามอ่านแล้วอธิบายตามความเข้าใจของตัวเราเอง สมองก็จะยิ่งจำและเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นค่ะ สอนเหมือนตัวเองเป็นคุณครูเลย เวลาครูมาสอนเรา ก็มักจะมี key points หรือข้อมูลสำคัญๆ มาสรุปให้นักเรียนเข้าใจง่าย มีเทคนิคการจำต่างๆ ไว้ใช้เป็นกลยุทธ์ในการสอบ เรานำมาใช้สอนตัวเอง สอนเพื่อนๆ ก็เป็นวิธีเรียนรู้อีกแบบที่เวิร์คมาก!  
 

จัดคอร์สสั้นๆ แต่หนัก!
        ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยหลุยเซียน่าแนะนำว่าเวลาที่เหมาะกับการเรียนสิ่งใหม่ๆ อยู่ในช่วง 30 - 50 นาทีค่ะ ถ้ามีวิชาหรือบทเรียนไหนที่เรียนแล้วไม่รู้เรื่องเลย อยากจะกลับมาอ่านเอง ก็ควรให้เวลาอยู่กับการทำความเข้าใจไม่ต่ำกว่า 30 นาที แต่อย่าให้เกิน 50 นาทีนะคะ เพราะข้อมูลจะล้นเกินรับไหว ทำให้สมองล้าด้วย อ่านจบเซ็ตหนึ่งควรพักสัก 10 นาที ก่อนเริ่มบทถัดไปค่ะ 

คิดเยอะๆ เพิ่มพลังให้สมอง
        ทุกครั้งหลังเลิกเรียนน้องๆ ควรจะนำข้อมูลมาทบทวนค่ะ ลองคิดโจทย์ถามตัวเองเล่นๆ ก็ได้ สมมติว่าเรียนเรื่องการเจริญของเอ็มบริโอมา ก็ลองลำดับขั้นตอนดูซิว่าตั้งแต่ระยะไซโกตจนถึงระยะที่เป็นฟีตัส เราสามารถอธิบายได้ไหมว่าแต่ละสัปดาห์มีการเจริญเติบโตยังไง มีงานวิจัยออกมานะคะว่าสมองจะใส่รายละเอียดอะไรได้น้อยมากในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ถ้าเราได้ฝึกคิดและทบทวนข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ มันจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อสมองมากเลยค่ะ ช่วยให้ข้อมูลต่างๆ อยู่ทนอยู่นาน ช่วยลดความกดดันเวลาทำข้อสอบด้วย เพราะเราได้ฝึกใช้สมองให้คิดอยู่ตลอด

อย่าจับปลาสองมือ
        เคยได้ยินคำว่า Multitasking ไหมคะน้องๆ นีคือสกิลอย่างหนึ่งที่บางคนบอกว่า “ถ้าทำได้ เธอคือยอดคน!” การทำงานแบบนี้ บ่งบอกถึงความสามารถเราจริงค่ะ จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ทำได้ สามารถทำงานพร้อมกันหลายอย่างให้เสร็จอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกันได้ แต่! multitasking ไม่เหมาะกับช่วงที่เราต้องการโฟกัสอยู่กับการจำและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ค่ะ มันทำให้น้องสติหลุดได้ง่ายๆ
        ดังนั้น คิดจะอ่านหนังสือเมื่อไหร่ก็ลุยแค่อย่างเดียวไปเลย อย่าเพิ่งสนใจอย่างอื่น เช่น อย่าเพิ่งทำการบ้านในคอม หรือหาข้อมูลทำรายงานใน google ผ่านมือถือ เพราะอาจจะไม่ได้แค่อ่านหนังสือ เดี๋ยวมีแวะไปดูหนัง เช็คทวิตเตอร์ เล่นเกม ฯลฯ

ออกกำลังให้สมองปลดล็อค
        การออกกำลังไม่ใช่แค่ดีต่อร่างกาย แต่ยังดีต่อประสิทธิภาพความจำและการเรียนรู้ของสมองด้วยค่ะ ผู้เชี่ยวชาญทำงานวิจัยออกมาแล้วว่าหลังจากออกกำลังกาย 15 นาที แล้วเข้าเรียน ความจำและกระบวนการรับรู้ข้อมูลต่างๆ ของผู้เรียนดีขึ้น แม้กระทั่งออกกำลังกายเบาๆ อย่างการเดินชิลล์ 15 นาที ยังช่วยลดความเครียดให้เราได้เลยค่ะ ก่อนจะลงมืออ่านและเริ่มต้นจำอะไร ลองออกไปเดินจงกรมสงบจิตสงบใจดูนะคะ รับรองว่าสมองแข็งแรง ความจำดี๊ดีค่ะ

        จะว่าไปแล้วเทคนิคแต่ละข้อก็ดูเป็นเรื่องง่ายๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ จะยากสุดก็ตรงที่เราจะลุกมาเริ่มหรือเปล่านี่แหละ พี่เมก้าก็เคยเป็นเด็กที่ชอบคิดว่าตัวเองเข้าใจอะไรยาก ความจำไม่ดีมาก่อนเหมือนกันค่ะ แต่พอได้ใช้เวลาอยู่กับความยากนั้นจริงๆ กลับพบว่ามันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นนะ แค่หาสิ่งที่พอจะอธิบายเราได้ อาจจะเป็นหนังสือดีๆ สักเล่ม เพื่อนที่มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน หรือความขยันส่วนตัวที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ แล้วน้องๆ ล่ะคะ มีเทคนิคอะไรที่ทำให้ความจำและการเรียนรู้ของเราพัฒนาแบบก้าวกระโดดขึ้นบ้าง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เทคนิคฝึกสมอง #ลับสมอง #ความจำดี #การศึกษา #ฟิตเกรด #เคล็ดลับการเรียน #เคล็ดลับการเรียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?