รวมนิสัยยอดแย่ที่ทำให้เรียนไม่ได้เรื่อง + หนทางกู้นิสัยที่ดีกลับคืน []

วิว
รวมนิสัยยอดแย่ที่ทำให้เรียนไม่ได้เรื่อง + หนทางกู้นิสัยที่ดีกลับคืน
        สวัสดีค่ะ จุดเริ่มต้นของการเป็นคนเก่งคืออะไรรู้ไหมคะ? คนเก่งมักจะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ นิสัยแย่ๆ ที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเรียนของเรานั้น ต้องรีบหาทางกำจัดให้เด็ดขาด

รวมนิสัยยอดแย่ที่ทำให้เรียนไม่ได้เรื่อง + หนทางกู้นิสัยที่ดีกลับคืน
ขอบคุณภาพจาก https://www.pexels.com
 
        วันนี้ฟิตเกรดเลย “รวมนิสัยยอดแย่ที่ทำให้การเรียนติดลบ + หนทางกู้ความสำเร็จ” มาฝาก ลองสำรวจตัวเองดูนะคะว่ามีนิสัยเหล่านี้ติดตัวอยู่หรือเปล่า? ถ้ามีละก็ ต้องสะบัดออกด่วนๆ แล้วล่ะ

1. เรียนไปวันๆ
           เวลาเรียนไม่เคยมีแพลนอะไรเลย รับการบ้านมาก็กองๆ ไว้ ไม่เคยวางแผนอ่านหนังสือ ไม่เคยศึกษาความรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเอง ถึงเวลาสอบหรือคะแนนประกาศออกมา เราก็ได้เกรดแบบตามมีตามเกิดเหมือนที่น้องๆ ทำไว้นะคะ ก็ไม่มีการบ้านส่งครูจะเอาคะแนนที่ไหนมาให้ ไม่อ่านหนังสือจะมีความรู้ที่ไหนไปสอบ เผลอๆ ยังลืมวันสอบซะด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้สนใจการเรียนอะไรเลย
           ก่อนเริ่มเรียนน้องๆ ควรมีสมุด
Study Planner ของตัวเองนะคะ เนื้อหาสำคัญที่ขาดไม่ได้คือเป้าหมายการเรียน ปฏิทินวันสอบ ปฏิทินส่งการบ้าน แผนอ่านหนังสือตามความถนัด บางคนใส่ตารางบันทึกคะแนนไว้ด้วย จะได้รู้ว่าการเรียนของตัวเองคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว อยากเรียนดี ก็ต้องใส่ใจค่ะ

2. ปั่นงานร้อนตลอด
           ความหมายของงานร้อนคือเดดไลน์ส่งคาบแรก วิ่งไปปริ้นท์หลังเคารพธงชาติ ตอนส่งครูนี่กระดาษยังอุ่นๆ อยู่เลยค่ะ ถ้างานเยอะจนไม่รู้จะบริหารเวลายังไง พอเข้าใจได้นะคะ แต่ถ้ามันเกิดมาจากความขี้เกียจ อันนี้น่าตีจริงๆ ค่ะ ทุกคะแนนเก็บมีค่า งานหายไปหนึ่ง เกรดอาจจะพลิกโผก็ได้    
           งานวิจัยบอกว่าคนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ลึกๆ แล้วเป็นคนติสท์ งานไหนสำคัญ ยากๆ คะแนนเยอะ มักจะทิ้งไว้ แล้วเลี่ยงไปทำงานที่ง่ายกว่าก่อน เราจึงต้องผัดวันประกันพรุ่งอย่างเป็นระบบ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำเรียงไว้มากไปน้อย จากนั้นหลอกตาตัวเองด้วยการหยิบงานง่ายๆ กำหนดส่งอีกนานมาเขียนไว้ต้นๆ ส่วนงานยากๆ ให้ไว้ถัดลงมา เราจะข้ามงานง่ายนั้นไป แล้วทำงานยากก่อนจนเสร็จทั้งหมดค่ะ ถ้าเป็นไปได้ควรเริ่มทำการบ้านอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดส่งงาน ถ้ากำหนดส่งงานกระชั้นมาก ให้ลงมือทำทันที   


3. สติหลุดก็ยังฝืนต่อ
           ความขยัน + มุ่งมั่นเป็นสิ่งที่ดีนะคะน้องๆ แต่เมื่อใดก็ตามที่เราใช้เวลา 1 ชั่วโมงไปกับการเคลียร์การบ้านแบบเบลอๆ อ่านหนังสือแบบมึนๆ แล้วทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง เช่น งานผิดระนาว ไม่มีความรู้หลงเหลืออยู่ในหัว นี่เรียกว่าทุ่มเทผิดจุดค่ะ

รวมนิสัยยอดแย่ที่ทำให้เรียนไม่ได้เรื่อง + หนทางกู้นิสัยที่ดีกลับคืน
 
           สิ่งที่น้องๆ ต้องทำคือหยุด! แล้วหันมาค้นหาตัวเองว่าช่วงเวลาไหน สมองพร้อมเรียนรู้มากที่สุด เราค่อยตั้งต้นจากตรงนั้น ถ้าอ้างอิงตามหลัก นาฬิกาชีวิต (Body Clock) หรือวงจรของระบบการทำงานในร่างกายมนุษย์ เราสามารถเลือกเวลาเรียนได้ค่ะ เช่น

           06 : 00 - 08 : 00 น. ช่วงที่สมองปลอดโปร่ง เริ่มเคลียร์งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้
           08 : 00 - 12 : 00 น. ร่างกายตื่นตัวเต็มที่ ความคิดแคล่วคล่อง ดีต่อการฝึกคิดวิเคราะห์ ทบทวนบทเรียนเพื่อความเข้าใจ
           14 : 00 - 17 : 00 น. สมองกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง เป็นช่วงที่มีสมาธิมาก ท่องจำอะไรเยี่ยมเลย!
           17 : 00 - 20 : 00 น. สมองต้องการการกระตุ้น อ่านหนังสือเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้สมอง

           ก่อน 22.00 น. สมองจะอยู่ในภาวะที่พร้อมเปิดรับสิ่งต่างๆ มากที่สุดเลยค่ะ แต่หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการนอนหลับพักผ่อนแล้ว ไม่เหมาะที่จะอ่านหนังสืออีกต่อไป ดังนั้น น้องๆ คนไหนที่เป็นเด็กสายดึก ชอบอยู่โต้รุ่ง ถ้าอ่านแล้วน็อกไป ก็ไม่ต้องฝืนนะคะ สมองจะเบลอเอาค่ะ 


4. เรียนหน้าจอบันเทิง
           นิยามคำว่า “จอบันเทิง” คือเรียนไปมือก็ไถทวิตเตอร์ในโทรศัพท์ไป ตาก็มองนางร้ายตบนางเอกในโทรทัศน์ แบบว่าไม่ใช่การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนอะค่ะ คนที่ตั้งใจเรียนผ่านแชแนลการเรียนจริงๆ จะได้ประโยชน์มาก แต่การกระทำที่ว่ามา ออกจะทำให้สมาธิแตกกระเจิงซะมากกว่า การบ้านที่ตั้งใจจะเคลียร์ หนังสือที่ต้องอ่านก็จ่อคิวรอไปค่ะ
           ทางออกสำหรับเรื่องนี้ ง่ายมาก! ขอแค่น้องๆ ใจกล้า ทุบโทรศัพท์กับโทรทัศน์ทิ้งไปเลย! ล้อเล่นค่ะ :p จัดตารางการใช้สิ่งเหล่านี้ขึ้นมา อาจจะใช้เป็นรางวัลให้กับตัวเองก็ได้ เช่น ทำการบ้านเสร็จอนุญาตให้อ่านฟิค 1 เรื่อง หรือดูละครยาวไป แต่ระหว่างนั้นก็ต้องปิดโทรทัศน์หรือเปิดโหมดเครื่องบินไว้ก่อนนะคะ เราจะได้โฟกัสอยู่กับ “การทำอะไรทีละอย่าง” ค่ะ


5. บ้าพลังในคืนก่อนสอบ
           ใช้แรงเฮือกสุดท้ายตั้งใจอ่านหนังสือสอบมันผิดตรงไหน? บอกตามตรงว่า one night miracle อัดให้จบใน 1 คืนก่อนสอบ วิธีนี้ถ้าไม่เทพจริงๆ ก็คงรอดยากค่ะ มีงานวิจัยออกมาแล้วด้วยว่าแค่อดนอนเพียงคืนเดียว ทำให้สมองแย่ ความจำมีปัญหา มีแววว่าจะวูบในห้องสอบได้
           ใครที่ชอบรู้สึกผิดในคืนสุดท้ายก่อนสอบ ชอบลุกมาหักโหมอ่านหนังสือแบบไม่หลับไม่นอน เลิกเลยนะคะ แนะนำให้อ่านสะสมทีละเล็กทีละน้อยก่อนนอนดีกว่าค่ะ มีวิจัยมาแล้วว่าการอ่านหนังสือก่อนนอน ช่วยให้ส่งต่อข้อมูลเข้าสมองได้ดี มีสมาธิในการโฟกัสเนื้อหาที่จำเป็นต้องทบทวนเป็นพิเศษ และช่วยเปลี่ยนความจำระยะสั้นให้เป็นความจำระยะยาวได้


6. ไม่เข้าใจไม่ถาม
           “อยากรู้แต่ไม่อยากถาม” คืออาการยอดฮิตของเด็กไทยเลยนะคะ พอถามไปก็กลัวครูหาว่าไม่ใส่ใจ หรืออายกลัวถูกเพื่อนแซวไงว่าโง่นี่! ผลลัพธ์ของการไม่เปิดปากถามคือเราเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วก็เก็บมาเครียดคนเดียว น้องๆ อาจจะไม่รู้ว่าเรากำลังปิดกั้นความรู้ตัวเองอย่างหนึ่ง ที่จริงเราไม่ได้โง่ แต่แค่รอใครสักคนมาปลดล็อกให้เข้าใจเนื้อหาได้กระจ่างมากขึ้นเท่านั้น

รวมนิสัยยอดแย่ที่ทำให้เรียนไม่ได้เรื่อง + หนทางกู้นิสัยที่ดีกลับคืน
 
           ทางแก้ง่ายๆ ลองทบทวนความรู้ทุกวัน แล้วตอบคำถามตัวเองดูค่ะว่าเรื่องนี้เราเข้าใจไหม ไม่อยากถามครูไม่เป็นไร แค่อย่าปล่อยให้ตัวเองไม่รู้ต่อไป ควรจะหาคำตอบมาให้ได้ อาจจะเป็นการค้นคว้าข้อมูลทางเน็ต ในห้องสมุด หรือขอให้เพื่อน - รุ่นพี่ที่เรียนเข้าใจช่วยอธิบายให้

7. เรียนเพื่อจำไม่ใช่เข้าใจ
           ใช้ความจำผิดตรงไหน? สำหรับวิชาที่เป็นการท่องจำ เราก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลอะไรที่จะไม่จำค่ะ แต่หลายๆ วิชาโดยเฉพาะวิชาที่เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน ต้องยอมรับนะคะว่าควรจะมาจากความเข้าใจก่อน ลองคิดดูว่าสอบบทที่ 1 - 5 ในเทอม 1 จำไปสอบแล้วลืมหมด พอเริ่มเทอม 2 ต้องมานั่งจำใหม่อีก มันสู้การอ่านเพื่อทำความเข้าใจซ้ำๆ ในแบบของตัวเองไม่ได้ค่ะ ต่อให้วันข้างหน้าเผลอลืมไป กลับมาทวนใหม่ก็ยังต่อติดง่ายกว่าอยู่ดี   
           การเรียนให้เข้าใจมีอยู่หลายวิธีเลย การอ่านแล้วสรุปเนื้อหาออกมาเป็น mind map ก็ช่วยได้ค่ะ หรือถ้าจะยึดจากงานวิจัยมหาวิทยาลัยฮาร์วารด์ วิธีที่ทำให้เข้าใจและจำเนื้อหาได้แบบยาวนานก็คือการที่เราอ่านแล้วนำความรู้ไปสอนคนอื่น หรือการที่เราได้ลงมือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น ทำการบ้าน ทำข้อสอบเก่า ทดลองแลปด้วยตัวเอง ฯลฯ


8. จดโน้ตมั่วไปหมด
           งานวิจัยของ Lonman and Atkinson สรุปไว้ว่าการจดโน้ตช่วยให้เราเกิดความเข้าใจและจดจำสิ่งต่างๆ ได้ ถ้าข้อมูลสำคัญที่รับรู้มาถูกจดไว้ในโน้ต โอกาสที่เราจำได้มีถึง 34% เลยค่ะ ในขณะเดียวกันข้อมูลที่ไม่ได้สนใจจดบันทึก โอกาสจำได้มีเพียง 5% การจดโน้ตที่ไม่ได้มาจากความเข้าใจ แต่มาจากการจดแหลก จดทั้งที่เรียนไม่รู้เรื่องและเข้าใจไปผิดๆ โน้ตนั้นก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรหรือเปล่า?
           การจดโน้ตเป็นสิ่งที่ดีนะคะ โน้ตที่เยี่ยมที่สุดควรมาจากการตั้งใจฟังให้เข้าใจ คิดตาม ก่อนจดข้อความสำคัญเป็นภาษาของเราเอง แล้วสรุปลงไปค่ะ ถ้าเรียนในห้องแล้วเป็นตัวอย่างที่ครูยกมาอธิบายขยายความเพิ่มเติมจากในหนังสือ ก็ควรจะจดเก็บไว้นะคะ


9. ไม่เคยเรียนรู้ข้อผิดพลาด
           อย่างที่บอกว่าคนเก่งมักจะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอค่ะ การที่น้องๆ สอบตกแล้วนั่งโทษตัวเองอย่างเดียว หรือบางคนตกก็ซ่อมไปงั้นๆ ด้วยการลอกเพื่อน ไม่ลุกมาอ่านหนังสือ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง! เราต้องนำบทเรียนที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง เพื่อจะได้ไม่เกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าค่ะ

รวมนิสัยยอดแย่ที่ทำให้เรียนไม่ได้เรื่อง + หนทางกู้นิสัยที่ดีกลับคืน
 
           พยายามจดจุดอ่อนของตัวเองไว้แก้มือทีหลัง เช่น ฝึกทำข้อสอบเลข เราผิดเรื่องไหนมากที่สุด ผิดข้อเดิมๆ ด้วยการใช้วิธีคิดแบบไหน จะได้ทบทวนถูกจุดค่ะ สิ่งสำคัญคือห้ามท้อ ให้คิดว่าประสบการณ์จะทำให้เราคำนวณเลขคล่องขึ้น แก้โจทย์ได้แม่นยำมากขึ้น และได้วิธีคิดใหม่ๆ ที่แก้โจทย์ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ประเด็นสุดท้ายนี่ดีต่อการฝึกครั้งต่อไป และการลงสอบสนามจริงค่ะ  

           หลายๆ ข้อเป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ารวมอยู่ในนิสัยยอดแย่ด้วย สำหรับตัวพี่เมก้าเองที่แย่ที่สุดคือการที่เราขี้เกียจนี่แหละค่ะ ทำยังไงก็ไม่หายสักที แต่พอได้ลองใช้เคล็ดลับขี้เกียจเป็นระยะๆ เกรดก็ดีขึ้นทันตา เชื่อว่าน้องๆ มีเทคนิคการเรียนในแบบฉบับของตัวเอง ใครใจดีอยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ ก็เข้ามาแชร์ไอเดียกันได้นะคะ      
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=mayka

พี่เมก้า - ผู้เขียน

นักข่าวสายการศึกษา ที่มีความสุขกับการแต่งฟิค อ่านฟิค เพ้อถึงยัมมี่ฟู้ดไปวันๆ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#เทคนิค #เคล็ดลับการเรียน #วิธีแก้ #นิสัยแย่ #เรียนแย่ #เกรดตก #ฟิตเกรด #การศึกษา #การศึกษา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?