5 เรื่องในโรงเรียน ที่ผู้ปกครองอยากรู้ แต่ลูกไม่อยากบอก! []

เพราะวัยรุ่นก็อยากจะโตเอง แต่พ่อแม่ก็ยังมองว่าเป็นเด็ก ความลับต่างๆ ในโรงเรียนจะถูกสร้างขึ้น
17,149 1
5 เรื่องในโรงเรียน ที่ผู้ปกครองอยากรู้ แต่ลูกไม่อยากบอก!
        ความห่างเหินระหว่างวัยรุ่น-ผู้ปกครอง มีมากในช่วงมัธยม เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ชอบอยู่กับกลุ่มเพื่อน และวัยรุ่นเองก็มีความคิดว่ามีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว แก้ปัญหาเองได้ ทำให้เมื่อเกิดปัญหาอะไรก็ตาม เลือกตัดสินใจเอง หรือ ปรึกษาเพื่อน มากกว่าที่จะเข้าไปคุยกับพ่อแม่
        และสิ่งที่เกิดขึ้นหลายบ้าน คือ เมื่อปรึกษาแล้ว กลับถูกพ่อแม่ตำหนิเพิ่ม เข้าข้างคนอื่นมากกว่าลูกของตนเอง หนักสุดก็คือ พ่อแม่เข้าใจเราผิด ทำให้เกิดความไม่ไว้ใจและมองว่าเราคือตัวปํญหา โดยเฉพาะเรื่องภายในโรงเรียน หากเป็นไปได้ก็แทบจะไม่อยากเล่าให้ผู้ปกครองฟังเลย  แต่รู้ไหม... นี่คือสิ่งที่พ่อแม่อยากรู้ที่สุด เพราะเป็นช่วงอยู่นอกสายตา

5 เรื่องในโรงเรียน ที่ผู้ปกครองอยากรู้ แต่ลูกไม่อยากบอก!
 

     1. ความรัก <3
        ตามธรรมชาติ วัยรุ่น จะเริ่มสนใจในเพศตรงข้าม แต่ผู้ปกครองมองว่านี่ยังไม่ถึงเวลา เรื่องเรียนต้องมาก่อน ถึงขั้นออกกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย เช่น ห้ามมีแฟน ห้ามคบเพื่อนต่างเพศ ห้ามเที่ยววันหยุด ฯลฯ เมื่อเกิดมีความรักขึ้นมา นี่จะกลายเป็น "ความลับ" ไปโดยปริยาย

       หากน้องๆ มีแฟนแล้วไม่ทำให้การเรียนเสีย ก็น่าจะเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ยอมรับได้ ส่วนใหญ่ที่จับได้ก็เพราะผลการเรียนแย่ลงหรือพฤติกรรมเปลี่ยน ดูเศร้าๆ จนผิดสังเกต น้องๆ เชื่อมั้ยคะว่า พ่อแม่สามารถจับอารมณ์ความรู้สึกเราได้เกือบหมด พี่มิ้นท์ว่าลองเปิดใจคุยกันแบบแมนๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้นะ และยังมีที่ปรึกษาเวลาเกิดปัญหาต่างๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากทะเลาะกับแฟน เราอาจตัดสินใจทำร้ายร่างกายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจ ในขณะที่คุณแม่ อาจแนะนำให้เราทำอะไรหวานๆ เพื่อง้อแฟนก็ได้ค่ะ ไม่แน่นะ คุณแม่อาจจะเป็นกาวใจให้เองเลยก็ได้

 
       ดังนั้น ถ้าน้องๆ คิดว่าที่บ้านไม่ปล่อยเรื่องนี้ ลองค่อยๆ แง้มขึ้นมาก่อนก็ได้ว่า ผม/หนู แอบไปชอบเพื่อนคนนึง หรือ ตอนนี้มีคนเข้ามาจีบ ทำยังไงดี แต่ถ้าที่บ้านไม่ซีเรียสเรื่องความรักในวัยเรียน ก็ไม่ต้องมีความลับอะไรกับทางบ้านดีที่สุดค่ะ^^

   2. เพื่อน
      ต่อให้เราอายุ 30 พ่อแม่ก็ยังมองว่าเป็นเด็ก เป็นห่วงว่าเราจะเป็นยังไง มีความสุขดีมั้ย คนรอบตัวเราดีมั้ย? ดังนั้นอย่าหงุดหงิดคุณพ่อคุณแม่เลย ถ้าท่านพยายามทำความรู้จักกลุ่มเพื่อนของเรา เช่น เวลามาบ้านก็พยายามชวนคุย เวลาคุยโทรศัพท์ ก็ชอบถามว่าคุยกับใคร ใช่คนนั้นหรือเปล่า น้องๆ บางคนอาจไม่ชอบที่พ่อแม่มายุ่งกับเพื่อนเกินไป เพราะกลัวทำให้เพื่อนรำคาญ ตรงนี้อย่าคิดแทนเพื่อนค่ะ เพื่อนอาจจะชอบพ่อแม่ของเราก็ได้นะ

      เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงของพี่มิ้นท์เลย พ่อของเพื่อนจะชอบมาคุยกับลูกเพื่อนๆ ชอบให้ลูกชวนเพื่อนไปกินข้าวที่บ้าน ทำกับข้าวให้ ถามนู่นถามนี่เยอะมาก จนเพื่อนบอกว่า ถ้าพ่อเยอะเกินก็ขอโทษด้วย แต่ตรงกันข้ามเลยค่ะ เพื่อนทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณพ่อน่ารัก คุยสนุก และก็นับถือเป็นคุณพ่อคนนึงเหมือนกัน ดังนั้น ไม่ต้องปิดบังเรื่องเพื่อน ให้ผู้ปกครองได้รู้จักกลุ่มเพื่อนบ้าง ให้รู้ว่าลูกได้คบคนแบบไหน ไว้ใจได้หรือเปล่า ทั้งหมดนี้ก็เพราะท่านเป็นห่วงค่ะ

   3. การเรียน
      แม้ว่าทุกเทอมจะมีสมุดพก ให้ชื่นใจพ่อแม่แล้ว แต่เอาเข้าจริง คุณพ่อคุณแม่ก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่า มีความสุขกับการเรียนไหม การบ้านเยอะหรือเปล่า ด้วยความเป็นห่วงก็เลยเตือนให้เราไปทำการบ้านอยู่บ่อยๆ ตอนนั้นเราอาจจะเล่นเกม ดูทีวีอยู่ ก็พาลให้หงุดหงิดได้
 
5 เรื่องในโรงเรียน ที่ผู้ปกครองอยากรู้ แต่ลูกไม่อยากบอก!

      เรื่องการเรียนจึงเป็นอีกเรื่องที่ลูกไม่ค่อยอยากปรึกษาค่ะ เพราะกลัวได้คำตอบไม่ตรงใจ อย่างในบอร์ด Dek-D มีน้องๆ มาพูดเป็นประจำว่าผู้ปกครองบังคับให้เรียนพิเศษ หรือบังคับให้เรียนคณะนั้น คณะนี้ เป็นเหตุให้ทะเลาะกันเป็นประจำ ถ้าเราเปิดอกคุยกันตั้งแต่แรกๆ ช่วยกันวางแผนการเรียน น้องๆ อาจจะเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ได้นะคะ จากที่เราคิดว่ากลัวถูกพ่อแม่กีดกันในทางที่เดิน วันนึงท่านอาจจะเข้าใจเราและสนับสนุนค่ะ
    
   
4. การโดนแกล้งในโรงเรียน
       การแกล้งหรือ Bully กัน เกิดขึ้นทุกโรงเรียน อยู่แค่ว่าจะเกิดขึ้นกับเราหรือเปล่าเท่านั้นเอง หลายคนถูกเพื่อนแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากเพื่อนคนเดิมๆ แต่ไม่กล้าบอกครูหรือพ่อแม่ เพราะกลัวจะถูกแกล้งหนักกว่าเดิม โดยที่ทางบ้านก็ไม่เคยรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลย แบบนี้ไม่ดีค่ะ เพราะน้องๆ จะเก็บความเครียด เป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้าในอนาคตได้
      ขั้นแรก ปรึกษาคุณครูก่อน ว่าช่วยเหลือหรือตักเตือนเพื่อนคนนั้นได้ไหม ถ้ายังเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ ขึ้นอีก บอกพ่อแม่เลยค่ะ นี่ไม่ใช่การฟ้อง แต่เป็นการบอกเล่าชีวิตความเป็นอยู่ในโรงเรียน ว่าทุกครั้งที่ไปโรงเรียน เหมือนส่งลูกไปให้คนอื่นรังแก ผู้ปกครองซึ่งมีวุฒิภาวะมากกว่า จะช่วยน้องๆ แก้ปัญหาได้ ซึ่งหลายๆ เคสที่ผ่านมา พ่อแม่นี่แหละที่เข้าไปช่วยเหลือ และที่สำคัญที่สุด การบอกเล่าปัญหา ช่วยให้เราสบายใจ ผ่อนคลาย และอุ่นใจมากขึ้น ที่มีคนซัพพอร์ตเราอยู่เบื้องหลัง
 
   
5. ถูกคุณครูตำหนิหรือลงโทษ
      วัยรุ่นมั่นใจในตัวเองสูง ต้องการเป็นที่ยอมรับของเพื่อน ในขณะเดียวกันก็อยากให้ผู้ปกครองวางใจว่า เราทำตัวดีเมื่ออยู่ที่โรงเรียน ฉะนั้นการถูกทำโทษหรือถูกครูว่า ก็เป็นเรื่องซีเรียสสำหรับน้องๆ อยู่เหมือนกัน เพราะไม่อยากให้เรื่องถึงหูและถูกเชิญมาที่โรงเรียน รวมทั้งไม่อยากให้ผู้ปกครองผิดหวังด้วยนั่นเองค่ะ
      ดังนั้น ถ้าน้องๆ มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหากับคนอื่น หรือ ถูกเข้าใจผิด เป็นเหตุให้ถูกลงโทษ ก็ควรเปิดอกคุยกับคุณพ่อคุณแม่ได้นะคะ ว่ามีปัญหาแบบนี้อยู่ จะได้ยับยั้งปัญหาได้ค่ะ

5 เรื่องในโรงเรียน ที่ผู้ปกครองอยากรู้ แต่ลูกไม่อยากบอก!
 
  
      สุดท้ายนี้ เพราะวัยรุ่นมีความคิดแบบหนึ่ง และผู้ใหญ่ก็มีความคิดอีกแบบหนึ่ง โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งมีสูงมากค่ะ ดังนั้น ทุกๆ บ้านควรพยายามคุยกันบ่อยๆ หากิจกรรมทำร่วมกัน เช่น กินข้าวพร้อมกัน ไปเที่ยวพักผ่อนในสุดสัปดาห์ ความใกล้ชิดจะช่วยให้กล้าคุยในทุกเรื่อง ครอบครัวแบบนี้แหละค่ะ ที่ไม่ว่าวัยไหน วันใด ก็จะไม่มีความลับซึ่งกันและกัน
#การศึกษา #ความสัมพันธ์ในครอบครัว #ความลับ #ความเป็นอยู่ในโรงเรียน #เรื่องที่ไม่บอกพ่อแม่

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?