ส่อง Roadmap 12 ปีข้างหน้า! การศึกษาไทยจะก้าวไกลเหมือนฟินแลนด์ []

ส่อง 3 ต้นแบบคุณภาพการศึกษาระดับสูงของโลก พร้อมเปิดวาร์ปไปดูการศึกษาไทยในปี 2573
8,878 8
ส่อง Roadmap 12 ปีข้างหน้า! การศึกษาไทยจะก้าวไกลเหมือนฟินแลนด์
           สวัสดีค่ะ ถ้าได้ตามข่าวปัญหาระบบการศึกษาไทยมาบ้าง น้องๆ คงรู้ว่าหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญอย่างกระทรวงศึกษาธิการกำลังเดินหน้าปฏิรูปการศึกษากันอย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่การพัฒนาครูไปจนถึงการปฏิรูปหลักสูตร เพื่อให้นักเรียนทุกคนเข้าถึงความรู้อย่างเท่าเทียมกัน มีความรู้ความสามารถ และมีความสุขกับการเรียนด้วยระบบการศึกษาที่ดีที่สุด

ส่อง Roadmap 12 ปีข้างหน้า! การศึกษาไทยจะก้าวไกลเหมือนฟินแลนด์
 
           ตอนนี้รายงานการวิจัย “แนวโน้มภาพอนาคตการศึกษาและการเรียนรู้ของไทยในปี พ.ศ. 2573” โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ก็ได้เผยแพร่ออกมาแล้ว จากวันนี้เราได้ Roadmap การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยล่วงหน้าถึง 12 ปีกันเลยทีเดียว ตามไปดูกันค่ะว่าอนาคตการศึกษาไทย ควรก้าวไปในทิศทางใด

วิกฤตการศึกษาไทย...ต้นเหตุมาจากระบบ?
           ทุกครั้งที่ผลการสำรวจวัดมาตรฐานความเป็นเลิศทางการศึกษาเผยแพร่ออกมา ประเทศไทยมักจะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ค่ะ ถ้าจะหาหลักฐานชี้ชัด ผลประเมินคุณภาพการศึกษาของนักเรียนไทยร่วมกับนานาชาติปีล่าสุดอย่าง PISA คงตอบโจทย์ได้ดี คะแนนเรารั้งท้ายอยู่ในลำดับที่ 54 จาก 70 ประเทศ ยังมีผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดความสามารถการแข่งขันในการดึงดูด พัฒนา และรักษาคนเก่งทั่วโลก ปี 2018 ที่ตอกย้ำระบบการศึกษาอันแข็งแกร่งของแต่ละประเทศอีกนะคะ ไทยติดอันดับ 70 จาก 119 ประเทศ ผู้ใหญ่ในประเทศเราก็เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วค่ะ ต้องลุกมาพัฒนากันอย่างจริงจัง

           วิกฤตการศึกษาครั้งนี้ หลายฝ่ายฟันธงไปที่ตัวระบบ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่มองแล้วย่ำอยู่กับที่ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้ทันกับยุคสมัย ไหนจะความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่อยู่ร่วมประเทศเดียวกัน แต่เด็กกลับเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ไม่เท่ากัน

           งานวิจัยแนวโน้มภาพอนาคตการศึกษาและการเรียนรู้ของไทยในระยะยาว จะวางรากฐานกันได้แน่นขนาดไหน ทางสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษาเห็นว่าผู้ช่วยมือหนึ่งที่จะมากู้วิกฤตให้เราได้ก็คือประเทศที่มีการวางระบบการศึกษาเป็นเลิศค่ะ 

ส่อง Roadmap 12 ปีข้างหน้า! การศึกษาไทยจะก้าวไกลเหมือนฟินแลนด์
 
เรียนรู้จาก 3 ต้นแบบคุณภาพการศึกษาระดับสูงของโลก!
           ตามที่เกริ่นไว้ว่าแนวคิดสำคัญของการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้เลือกวิธีการทำงานของประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาดีที่สุดติดอันดับต้นๆ ของโลกมาปรับใช้ ถ้าให้ลองเดา น้องๆ จะคิดถึงประเทศอะไร? เฉลย! ฟินแลนด์ สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ นั่นเองค่ะ ทำไมถึงต้องเป็น 3 ประเทศนี้? ตามไปดูกัน!

เรียนแบบฟินๆ ที่ฟินแลนด์
           ฟินแลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ที่ขึ้นชื่อว่ามีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลกค่ะ นำทัพด้วยแนวคิดที่ว่าการจัดการศึกษาส่วนใหญ่เป็นแบบให้เปล่าหรือเรียนฟรีในทุกระดับชั้น มั่นใจได้ว่าเยาวชนในประเทศสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน อีกอย่างรัฐบาลสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิตค่ะ ประชาชนสามารถปรับตารางเรียนไปพร้อมกับการทำงานได้ แถมยังเปิดโอกาสให้แรงงานทุกวัยได้เข้ามาศึกษาหรือฝึกอบรมตามงานที่ตนสนใจ ไม่ต้องเครียดเลยว่าเรียนหนักแล้วจะจบมาแบบว่างงาน

           หัวใจสำคัญของการรักษาคุณภาพการศึกษาของฟินแลนด์ได้ยั่งยืนที่สุด พุ่งเป้าไปที่  “สัมพันธภาพระหว่างครูกับนักเรียน” เงื่อนไขการเป็นครูของที่นี่จะต้องจบการศึกษาระดับ ป.โท เว้นแต่ครูที่ทำงานในศูนย์ปฐมวัยที่จบ ป.ตรี ค่ะ โดยการศึกษาของครูในมหาวิทยาลัยจะเน้นเป็นนักวิจัยไปพร้อมกัน แถมต้องเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มความเชี่ยวชาญในการสอนอยู่บ่อยครั้ง ถ้าเปิดห้องเรียนก็จะรู้เลยว่า มีการบูรณาการความรู้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งสื่อออนไลน์และเกม ที่สำคัญครูของที่นี่มีศักยภาพสูงในทุกด้าน แม้กระทั่งด้านที่วัดผลประเมินได้ยากอย่างจริยธรรม

ส่อง Roadmap 12 ปีข้างหน้า! การศึกษาไทยจะก้าวไกลเหมือนฟินแลนด์
 
           ตัวอย่างการเรียนแบบฟินๆ ที่ฟินแลนด์
           • เริ่มเรียน 8 โมง เลิกเรียนบ่าย 2 บทเรียนแต่ละคลาสอยู่ที่ 90 นาที 30 นาทีแรก ทำกิจกรรมที่ชอบ หรือวิ่งเล่นในสนามตามอัธยาศัย ถ้าเรียนเหนื่อยมากๆ ก็หลบไปพักผ่อนบนโซฟาได้เป็นระยะๆ นอกจากนี้มีกำหนดให้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง/วันในการทำการบ้าน
           • อาหารในโรงเรียนฟรีทุกมื้อ! ขนมปัง เนื้อ นม สลัดผัก มาเต็มตามหลักโภชนาการ มีคำนวณปริมาณอาหารของนักเรียนตามความต้องการของแต่ละวัยด้วย
           • ฟินแลนด์ตอบโจทย์การศึกษาตลอดชีวิต บางห้องเรียนจึงมีกลุ่มผู้เรียนแบบคละชั้น ซึ่งแต่ละกลุ่มก็พร้อมยอมรับความแตกต่างระหว่างวัย และไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนกันแต่อย่างใด

เรียนแบบเซฟๆ ที่สิงคโปร์
           ระบบการศึกษาของสิงคโปร์เป็นอะไรที่โดดเด่นและได้รับการยอมรับระดับโลกเลยนะคะ ไม่เชื่อก็ดูจากดัชนีชี้วัดประเทศที่รวมคนเก่งปีล่าสุด สิงคโปร์อยู่อันดับที่ 2 จาก 119 ประเทศ OMG! ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสิงคโปร์กำหนดผลลัพธ์การศึกษาของบัณฑิตที่จบไว้ชัดเจน ว่าจะต้องเข้าข่ายคุณลักษณะ 4 ประการคือ 1. มั่นใจในการคิดเชิงวิพากษ์และสื่อสารได้มีประสิทธิภาพ 2. รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการเรียน 3. คิดและทำงานเชิงนวัตกรรมทั้งแบบเดี่ยวและทีมเวิร์คเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ 4. มีจิตสำนึกของความเป็นพลเมืองสิงคโปร์ กระตือรือร้นที่จะทำให้ชีวิตคนรอบตัวอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น    

           การจัดการศึกษาของสิงคโปร์เป็นแบบกว้างและลึก พร้อมดึงส่วนที่ดีที่สุดของผู้เรียนออกมา นักเรียนจะได้รับความรู้ในหลายมิติ จากการเรียนแบบผสมผสานทั้งวิชาหลักและวิชาเลือก ไม่เฉพาะด้านวิชาการ แต่ยังมีกิจกรรมร่วมด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา อย่างหลักสูตร CCA ที่จะช่วยขยายความสามารถพิเศษเฉพาะตนให้หลากหลายกว่าเดิม เด็กๆ สิงคโปร์จะค้นพบความสนใจและจุดแข็งของตนตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ เลยค่ะ ที่สำคัญมีการประเมินผลการเรียนรู้อยู่ตลอด ทั้งโครงงาน สมรรถนะการทำงาน และการประเมินระดับชาติ มั่นใจได้ว่าจบมาแบบมีคุณภาพแน่นอน

ส่อง Roadmap 12 ปีข้างหน้า! การศึกษาไทยจะก้าวไกลเหมือนฟินแลนด์
 
           ตัวอย่างการเรียนแบบเซฟๆ ที่สิงคโปร์
           • จัดการเรียนการสอนแบบ 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษ และภาษาแม่ (จีน มาเลย์ ทมิฬ) เพื่อให้นักเรียนสามารถติดต่อสื่อสารกับหลายประเทศในโลกได้อย่างมั่นใจ
           • การสอนยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ควบคู่กับการแผนแม่บทสำหรับใช้ ICT ในการจัดการเรียน เด็กๆ จะใช้นวัตกรรมได้อย่างชาญฉลาด
           • ให้ความสำคัญกับเกรดน้อยลง แต่จะเพิ่มความสำคัญให้กับการสร้าง Talent และการเรียนรู้ที่แท้จริงของนักเรียน เริ่มตั้งแต่ทักษะการอ่าน เขียน คิดคำนวณ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
 
เรียนแบบมีกึ๋น ที่เกาหลีใต้

           คุณภาพการศึกษาของเกาหลีใต้ปรับตัวดีขึ้นในทุกๆ ปี จนติด 1 ประเทศต้นๆ ของโลกที่มีระบบการศึกษายอดเยี่ยม ระบบโรงเรียนของที่นี่ ประถม - ม.ต้น เรียนฟรีนะคะ ส่วน ม.ปลาย สายสามัญ และสายอาชีพ ก็ต้องเริ่มควักทุนของตัวเอง มีโรงเรียนที่จัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศสำหรับเด็กอัจฉริยะ Genius ด้วย เพื่อพัฒนาพรสวรรค์ และค้นหาความเป็นผู้นำแต่ละด้านในอนาคต

           ทั้งนี้ค่านิยมของคนเกาหลีใต้จะมุ่งมั่นศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา (เคยติดอันดับผู้ลงทะเบียนเรียนต่อระดับอุดมศึกษาสูงที่สุดในโลกจากข้อมูลของ UNESCO) นักเรียนเกาหลีใต้เลยค่อนข้างเคร่งเครียดกับการเตรียมสอบเอนทรานซ์ ถึงขั้นปิดสนามบินในวิชาการฟังภาษาอังกฤษของวันสอบ หรือสามารถโบกรถคุณตำรวจให้ไปส่งที่สนามสอบได้เลย

           แม้จะมีนโยบายปฏิรูปการศึกษาเพื่อลดความตึงเครียดของการสอบแล้ว แต่ค่านิยมนี้ก็ยังติดอยู่ในความเชื่อดั้งเดิมว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีของเด็กเกาหลี และทำให้ทุกๆ ฝ่ายที่สำคัญทางการศึกษา มุ่งมั่นกับการวัดและประเมินผลคุณภาพการเรียนรู้ ครูเกาหลีก็ทุ่มเททำงานหนักและใช้ความพยายามมหาศาลเพื่อพัฒนาความเป็นมืออาชีพในการถ่ายทอดความรู้ให้อนาคตของชาติมากเช่นกัน

ส่อง Roadmap 12 ปีข้างหน้า! การศึกษาไทยจะก้าวไกลเหมือนฟินแลนด์
 
           ตัวอย่างการเรียนแบบมีกึ๋น ที่เกาหลีใต้
           • เรียนวันละ 7 วิชา คาบเรียนละ 45 นาที (อาจมีเรียนเสริมก่อนและหลังเวลาเรียนปกติของวันได้) จากการวิจัยของประเทศอื่นพบว่านักเรียนเกาหลีใต้มีชั่วโมงในการศึกษานอกโรงเรียน เช่น อ่านหนังสือ เรียนรวมในกวดวิชา (hagwons) หรือเรียนพิเศษส่วนตัวจนถึงเวลาเที่ยงคืน!
           • พัฒนาความรู้ทางดิจิตอล ด้วยการจัดทำตำราเรียนอิเล็กทรอนิกส์ เข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกที่ รวมถึงมีระบบเรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่บ้าน
           • ใช้การทดสอบผู้เรียนแต่ละระดับอย่างเข้มข้นและกดดันสูงมากในการขับเคลื่อนการศึกษา 

อนาคตใหม่...การศึกษาไทยปี 2573
           เมื่อการศึกษาฟินๆ จากฟินแลนด์ การสร้างจุดแข็งของสิงคโปร์ และความเข้มงวดแต่มีรูปแบบการปฏิบัติที่ชัดเจนของเกาหลีใต้มาเจอกัน การศึกษาแบบไทยๆ ในปี 2573 จะหน้าตาเป็นแบบไหน ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจากการติดตามสภาพปัญหาการศึกษาไทยกันก่อนค่ะ

           องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และ OECD พบว่าโดยรวมแล้วหลักสูตรของไทยยังไม่สอดคล้องกับเป้าประสงค์ทางการศึกษาว่าต้องการสร้างคนแบบใด และวางหลักสูตรให้เป็นแบบนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานสากล การประเมินผลชั้นเรียนยังพบว่า ครูขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องการประเมินผล และมีการออกข้อสอบตามใจครู ข้อสอบมาตรฐานระดับชาติของไทยยังไม่ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ปัจจัยด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ของไทยยังอยู่ในการศึกษาแนวทาง เลยเกิดผลเชิงลบต่อการศึกษาในภาพกว้าง

           แผนอนาคตการศึกษาในไทยที่ตั้งเป้าไว้ ในปี 2573 ได้นำเสนอรายละเอียดบางส่วนไว้ว่า "ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพการศึกษาให้เด็กทุกคนเข้าถึงทรัพยากรในการเรียนรู้ จัดให้เรียนฟรีในระดับปฐมวัยจนถึงการศึกษาภาคบังคับสำหรับคนทุกกลุ่ม พัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาในกลุ่มอาเซียน นำนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ และวางแผนพัฒนาครูโดยกำหนดให้ครูระดับมัธยมจบ ป.โท แผนทำวิทยานิพนธ์"

           รายงานการวิจัยนี้เปิดโลกพี่เมก้ามากเลยค่ะ นึกแล้วก็อยากจะวาร์ปไปปี 2573 อยากจะเห็นประเทศไทยของเรานำแผนนี้ไปปรับใช้ได้จริง เพื่ออนาคตทางการศึกษาของเด็กไทยที่ก้าวหน้าและมั่นคงมากกว่าเดิม น้องๆ ล่ะคะ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังไง มาแสดงความคิดเห็นกันค่ะ 
#Roadmap #คุณภาพการศึกษา #ไทย #การศึกษาไทย #ไทยแลนด์ #ฟิตเกรด #ฟิตเกรด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

5 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?